ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 8 : การเดินทางครั้งใหม่

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 8 : การเดินทางครั้งใหม่

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 8 –

กำลังจะเอนตัวลงนอนด้วยว่าอ่อนแรงเต็มทนกับการติดตามจนตามติดจากน้องของเพื่อนที่เขามิอาจเฉือนคมหล่อนมิว่าด้วยทีท่าใด กระทั่งท้ายที่สุดก็ต้องยอมให้ยาเยียมาส่งเขาถึงประตูบ้านจนได้ ชายหนุ่มก็เลยรีบอาบน้ำเตรียมเข้านอนด้วยว่าเปลือกตากำลังจะปิดรอมร่อ

แต่เสียงมือถือก็ดังพร้อมชื่อปรายจ่อตรงหน้า

“ว่าไง” สมุทรไทแทบจะเอ็ดออกไปแล้วกับไอ้เพื่อนบ้า ลืมตาอยู่ได้ทั้งคืนทั้งวัน

“จะว่าไง…กูก๊อมีเรื่องใหม่มาให้มึงทำน่ะซีโว้ย” ปลายสายไม่มีทีท่าอ่อนล้ามิว่าเมื่อไร คล้ายกำลังวังชาคงคืนทุกคราที่คิดหางานใหม่มาทำ กะให้ล้ำหน้าหรือมิฉะนั้นก็เท่าทันสมองกลหรืออย่างไรไม่รู้แน่ แต่ก็มักจะใช่ดังที่เขาปวารณาไว้

‘กูต้องคิดใหม่ทุกคืน’

“อะไรอีกล่ะมึง ก็นี่กำลังจะนอน…เอา…มีอะไรใหม่ก็รีบหอนจะได้จบ”

ปรายก็เลยหัวเราะก้าก

“กูรู้นะว่ามึงกำลังลมเสีย…แต่นี่แน่ะเว้ย…ถ่างตาไว้ก่อน ฟังกูพูดก่อน ไม่กี่คำหรอก…เอาแค่เด็ดๆประโยคเดียวมึงก็เสียวไปทั้งตัวแล้วละวะ”

“งั้นก็ว่ามา”

“กูจะให้มึงกะไอ้โยไปสำรวจอิตาลี แล้วเก็บภาพงามๆตามที่สำคัญๆที่เป็นเมืองยอดนิยมมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วมึงก็ไปค้นรายละเอียดมาบรรยายทั้งเป็นเสียงเป็นภาพและตัวอักษร”

“โอ๊ย…มีคนเขาทำอยู่แล้ว”

“ใครทำก็ทำไป ก็ที่กูทำนี่เพราะกูจะตั้งบริษัททัวร์ไงโว้ย…เอาทีละประเทศ”

“ไม่ขายเหล็กแล้วเหรอ” อีกฝ่ายก็เลยสัพยอก

“ทำไมกูจะต้องปักหลักทำอะไรอยู่อย่างเดียว” เพื่อนก็เลยถาม “กูไม่ใช่มึงนี่หว่า มึงพวกนักโบราณนักประวัติศาสตร์ก็ดีแล้วไง จะได้ไม่เหมือนกัน…มึงก็รู้ กูชอบความไม่เหมือน…เลือกเพื่อนเลือกเมียก็พอกัน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกู”

ครั้นแล้ว เพื่อนผู้มักจะส่งเสียงมายามดึกก็วางหู

สมุทรไทจึงร่วงผล็อยไปพร้อมคำนึง

‘มึงมันขยันมีไอเดีย’

 

บนฟ้ากำลังหลับสนิทเนื่องด้วยร้องไห้จนหมดแรง หลังจากเขาขึ้นรถนั่งคู่ไปกับเด็กสาว ก็ราวกับไม่เคยมีตัวตนของเขามาก่อน ไม่มีสายตาอ่อนโยนขณะมองหล่อนในรถแท็กซี่ ไม่มีเสียงถามว่าหนาวไหมน้อง ในเครื่องบินที่เขากับหล่อน หล่อนกับเขานอนเรียงกัน โดยพี่ชายตัวดีมาช่วยเปลี่ยนที่ให้ นำเพื่อนชายกับน้องสาวมาเข้าคู่ตามอัชฌาสัยราวกับนอนเคียงกันอยู่ข้างกายมิหายห่าง

หากเพียงแต่ถึงบ้านเท่านั้น ความรู้สึกที่ยังค้างอยู่กลับดูราวจะผันแปร

“นั่นน้องหลับแล้วยัง ถ้าพี่ปลุกก็ขอโทษด้วย” เสียงของพี่ชายแจ่มใสจนชวนให้อัศจรรย์

“เพิ่งตื่นเดี๋ยวนี้ พี่ปรายมีอะไรเหรอจ๊ะ” เสียงหล่อนค่อนข้างอู้อี้จนปลายสายต้องถาม

“นั่นน้องร้องไห้หรือเปล่า ถ้าร้องละก็ พี่จะเล่าอะไรให้ฟังสองสามคำ แล้วเอาไว้ต่อพรุ่งนี้” ข้างพี่ชายมีทีเด็ดตลอดมา

“อะไรเหรอพี่”

“คือพี่จะจัดทริปสำรวจอิตาลีไงน้อง…จ้างไอ้นักโบราณขวัญใจน้องนั่นแหละไปสำรวจ มีไอ้โยตามไปเป็นล่าม จะได้สะดวกหน่อย มันจะได้เข้าขากันได้ไง คนนึงจบโบราณจบประวัติศาสตร์ อีกคนจบศิลปะ คล่องภาษาอิตาเลียน”

“พี่โยเขาทำงานอะไรอยู่จ๊ะ…เขาจะไปได้เหรอ” เสียงถามเริ่มใสเพราะเจ้าตัวยันกายลุกขึ้นจากนอนตะแคงเป็นพิงพนักเตียง

“ได้ไม่ได้ก็ต้องได้ละน่า กะไปไม่ถึงสองอาทิตย์”

“อื๋อ…อยากไป…อยากไป” อีกฝ่ายเริ่มดีใจราวกับได้กระเป๋าใบใหม

“อยากไปก็ไปกัน พี่ก็ไปด้วย ไม่รู้ปู่ย่าจะไหวไหม ถ้าไหวก็ต้องพาไป”

“คงไหว…” น้องสาวคิกคัก เปลี่ยนจากอกใกล้หักเป็นเพิ่งดามใหม่ “ว่าแต่ว่า…ยายเด็กนั่นไปด้วยป่าว”

“ถ้าเขาจะไปก็ต้องให้ไป พ่อมันตามใจออกจะตาย พอๆกับป๊าแม่ตามใจน้องนั่นแหละ…แต่ในคราวนี้ พี่ต้องออกค่าบินค่ากินกับค่าอะไรต่อมิอะไรให้ไอ้สองคนด้วยนะ”

“ออกไปเลยพี่” น้องที่รักไม่รังแครังคัดอีกต่อไป

“คือพี่กำลังคิดว่าอยากทำทัวร์ พาเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ แต่ลักเชอรี่น่ะน้อง”

“ไปเลยพี่ปราย พี่ไปไหน หนูไปด้วย” น้องสาวเสียงใสแจ๋วผ่านจากที่นอนที่เมื่อกี้แผลงฤทธิ์จนหมอนผ้าห่มยุ่งเหยิง

ความคิดใหม่ของปรายก็เลยได้ผลทันตา เนื่องด้วยเวลาที่ต้องตระเตรียมการเดินทางคราวนี้กลายเป็นคืนวันอันตื่นเต้นของทุกคน จนกระทั่งเกือบลืมไปเลยว่า หญิงคู่หนึ่งกำลังจ้องหาเรื่องและเอาเรื่องกันและกัน

แม้กระนั้น ปู่กับย่าก็ยังร้อนใจ

“มันไปด้วยกันเที่ยวนี้ จะไปตีกันไหมล่ะปราย” ย่าถามไถ่อย่างเพศหญิงผู้รู้จริงเห็นแจ้ง

“ไม่มั้งย่า” ปรายมักจะยิ้มอยู่ในหน้าทุกคราที่ถูกถาม “จะได้รู้กันไปว่าหมู่หรือจ่าไงล่ะ ไม่ดีเหรอฮะ”

ย่าก็เลยพลอยหัวเราะหัวใคร่เบิกบาน

ณ บัดนี้ทั้งปู่และย่ามีแต่ความสำราญเพราะไม่เคยไปอิตาลีอีกหลายเมืองที่หลานบอกว่า เขากับโยธีต้องช่วยกันทำเส้นทางที่ควรจะไป ครั้นแล้วเพื่อนของปรายก็จองโรงแรมให้เรียบร้อย เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนจำนวนน้อย ‘ไม่ถึงกับหรู แต่เน้นความอยู่สบาย ใกล้ชุมชน มีผู้คนเข้ามาชมชอบในโซเชียลมีเดียมากพอแก่การเป็นใบรับรองว่าต้องดี’

“ดีน่ะดี…แต่ไม่รู้นี่ว่าฤทธิ์ใครมากกว่ากัน…น้องเราก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ น้องนายโยก็ไม่เบา ท่าทางเขาไม่ยอมคนหรอกนะ”

“แล้วก็รู้เองแหละย่า…คงไม่นาน” ปรายอุบนิ่งไม่ขานไขว่าฝ่ายไหนเป็นอย่างไร “คนสมัยใหม่น่ะเขากล้ากันทั้งนั้นละฮะย่า เขาไม่เหมือนสมัยย่าหรอกคร้าบบบ”

ปู่ฟังแล้วได้แต่หึหึ

ปรัชญาขงจื้อของปู่จะอยู่ได้นานอีกเพียงไรยังไม่รู้

ฉะนั้น ปู่จึงรักสมุทรไท รวมทั้งติดใจในตัวเขาเป็นนักหนาอย่างไรเล่า ที่เขามีทีท่า ‘คนโบราณ’ ตามอย่างปู่กับย่าผู้ปลูกฝังเขามาเช่นกัน

“งั้นซี…มันถึงได้มีแต่เรื่องพลาดพลั้งไงล่ะ” ย่าก็เลยย้อนตอบ

“ใช่” คราวนี้ปู่เห็นชอบทันใด “ปู่จะบอกให้นะปราย…ถึงเทคโนโลยีดิจิทัลมันจะไปไกลแค่ไหน ก็ช่างมัน แต่เราจะต้องไม่ยอมให้มันปั่นหัวจนถึงกับตกเป็นทาสมัน เช่นไม่ยอมให้มันเอาส่วนเลวมาปั่นจนเราไม่ใช่คน”

“โอ๊ย…ปู่…นั่นน่ะปรายรู้ทุกยิบตาเลยละฮะ…ทราบไหมฮะปู่ว่าที่ปรายอยู่ตัวแล้วทั้งๆยังเป็นเจนวาย ก็เพราะ…อย่างที่ปู่ว่านั่นละว่า…ไม่ยอมให้สมองกลมันมาปั่นจนเรากลายเป็นอย่างอื่น”

ประธานก็เลยมองหลานเต็มตาอย่างชื่นใจ พลางถาม

“แล้วนี่ กลางวันนี้ไทจะมากินข้าวด้วยไหม”

“ปู่จะให้มันมาจัดกระเป๋าหรือไงฮะ” หลานก็เลยยั่วเย้าเพราะชั่วโมงนี้น้องบนไม่อยู่ ออกไปทำผม “แค่ที่ดูรูปงามๆในอินสตาแกรมที่มันเอาออกมาเผยแพร่จนคนตามดูไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนแล้วนี่ ยังปลื้มมันไม่พอหรือไง”

ปู่ก็เลยอึ้งไปอึดใจหนึ่ง

ในที่สุดก็พึมพำ

“ปู่กำลังเป็นห่วง”

“ปู่คร้าบบ…” อีกฝ่ายก็เลยลากเสียง ขณะหันไปสบตาย่า “ย่าก็เหมือนกัน ไม่ต้องเป็นห่วงจนถึงกับไปแอนตี้หนูเยียนะฮะ…ดูๆไปดีกว่า เขาเองก็ยังเด็ก แล้วก็ถูกตามใจเพราะลุงยงยุทธนี่เขาก็ฐานะดีใช่ย่อยอยู่เมื่อไหร่ เมียตาย ลูกก็กีดกันไม่ให้มีใหม่ ก็ไปแอบๆซ่อนๆอย่างที่ลูกเขาก็นึกรู้ เพียงแต่ถ้ายังไม่เอาเข้าบ้าน ยายเยียก็ยังไม่แผลงฤทธิ์อะไร”

ย่าพยักหน้าพร้อมทอดถอนใจ

“ก็ลองเป็นน้องบนซี” ปู่คอยผสมโรง “ป่านนี้ที่ไหนๆก็พังหมด”

มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าตึก ปรายผู้ปลีกตัวจากสำนักงานมาคุยกับบุพการีเรื่องการเดินทางคราวนี้ ก็เลยออกไปดู แลเห็นสมุทรไทเดินมาจากที่จอดรถขวามือ ก็เลยบอก

“ปู่ย่ากำลังคิดถึงอยู่นี่แน่ะ น้องบนออกไปทำผมเดี๋ยวกลับ”

“รู้แล้ว” อีกฝ่ายยิ้มๆขณะหันไปทำความเคารพผู้อาวุโส พลางก็ดึงกระดาษสีขาวพับสี่ออกจากกระเป๋าสะพาย “ผมก็เลยช่วยโยทำรายการตั้งแต่ต้นจนกลับมาให้คุณปู่ดูน่ะครับ จะได้ไม่สับสนเรื่องเส้นทาง”

ประธานจึงรับมาคลี่ออกอ่านพลางพยักหน้าอย่างพอใจ

“มีรายละเอียดแบบนี้ดีกว่า ว่าแต่ว่าไอ้ภาษาอิตาเลียนนี่ซีมันอ่านว่าอะไรกันมั่ง” ชายสูงวัยพึมพำเมื่อสายตาภายในแว่นผ่านไปตามตัวอักษรที่สมุทรไทพิมพ์มาให้อ่านอย่างง่ายๆ ทั้งชื่อเมืองที่จะต้องไปแวะพัก ทั้งวันที่และเวลาออกเดินทางจนกระทั่งถึงจุดหมาย กับบรรยายความสำคัญอย่างคร่าวๆ ตลอดจนถึงการเช่ารถขับไปเอง

“โยขับก็ดี เขาเคยอยู่ เขารู้ทาง” ปู่พยักหน้าเมื่ออ่านจบ

แต่ปรายชิงบอก

“ไอ้โยมันจะมีปัญญาขับอะไร้…ไงๆมันก็ต้องโยนมาให้หมอนี่อยู่แล้ว”

Don`t copy text!