ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 8 : ล่องเมดิเตอเรเนียน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 8 : ล่องเมดิเตอเรเนียน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-8-

 

ห้องพักของปู่อยู่ชั้น 12 เป็นห้องสวีทติดกับห้องของหลานหญิง ส่วนห้องของสมุทรไทอยู่ชั้น 10 ตามแผนผังที่เขาเพิ่งเปิดดูเมื่อนำพระบรมฉายาลักษณ์มาตั้งพิงไว้กับกระจกบานกว้างบนโต๊ะหนังสือ มีสมุดคู่มือกระดาษเขียนจดหมายพร้อมซองและปากกา บนโต๊ะกลางมีขวดไวน์ชั้นเลิศเสียบไว้กับถังน้ำแข็งเตรียมไว้ให้เปิดดื่มเป็นการต้อนรับ…จึงเห็นว่าห้องของเขาอยู่ตรงกับห้องข้างบนราวจับวาง

แต่แล้วก็ต้องรีบออกไปขึ้นลิฟต์ กดไปยังชั้นสิบสอง

ปู่กับย่ายืนคู่กันที่ระเบียง เขาจึงก้าวออกไปสมทบ

แสงสว่างยามบ่ายเกือบสิบหกนาฬิกายังคงสาดจ้า หากก็หาได้ร้อนไม่ อากาศทะเลเมดิเตอเรเนียนกำลังสบาย แลเห็นคนบนฝั่งทั้งพนักงานในเรือและผู้โดยสารลำเดียวกับเขานี้ค่อยๆทยอยตามกันมาไม่ขาดสายบนลานกว้างที่มีทางออกไปสู่ถนนข้างนอก

“เพี้ยง ขอให้น้องบนมาทันทีเถอะ” ย่าพึมพำ

สองผู้อาวุโสกำลังกระสับกระส่ายพอกัน ชวนให้เขาเองพลอยภาวนา

ขอให้ ‘น้องบน’ ของปู่ย่ามาทันเรือออก

“กว่าเรือจะออกก็ถึงทุ่มนะครับ” ชายหนุ่มมิรู้จะทำอย่างไรดี นอกจาก…หาทางฆ่าเวลามิให้ปู่ย่าจดจ่ออยู่ที่หลานจนทุกข์ใจ

ครั้นแล้วจึงนึกขึ้นได้ ก็เลยถาม

“คุณย่าจะเอาของออกจากกระเป๋าไหมครับ ถ้าไม่รังเกียจ ผมช่วยเอาออกเข้าขอแขวนให้ได้ทั้งสองสามกระเป๋านี่เลย”

ย่าเห็นด้วยจึงพยักหน้า

“เอาของป๊าออกก่อนดีกว่าค่ะ”

ภายในไม่นาน เขาก็จัดการนำเสื้อผ้าของทั้งปู่และย่าใส่ขอแขวนแยกคนละตู้เสร็จสรรพ กระเป๋าเล็กสองใบใส่ของใช้จิปาถะก็เก็บเข้าชั้นอย่างเรียบร้อย ต่อจากนั้นจึงชวนทั้งคู่เข้าไปดูในห้องรับแขกที่มีโต๊ะอาหาร ตู้เย็น แพนทรีเล็กๆที่อยู่ติดกับห้องนอนด้วยประตูที่เปิดถึงกัน

แต่ก็ยังรีบกลับไปที่ระเบียง เกาะลูกกรงคอย ‘น้องบน’

ครั้นแล้ว…ท่ามกลางแสงสว่างเกือบสิบแปดนาฬิกา

ปู่ก็ชี้ไปยังร่างของสองคน หญิงหนึ่งชายหนึ่งผู้กำลังก้าวลงจากลีมูซีนคันยาว เข้ามาจอดเทียบที่ลานกว้าง คนขับขนกระเป๋าสี่ใบเข็นขึ้นสะพาน

หญิงสาวสวมแว่นดำอันโต ปิดดวงหน้าจนเกือบจะแลเห็นแค่ครึ่งเดียว ส่งแต่สีบนริมฝีปากแดงเข้ม ก้าวฉับๆนำหน้าชายหนุ่ม หายลับเข้าไปในขอบเรือด้านล่าง

“น้องบนมาแล้ว” ปู่ดีใจจนเสียงที่เปล่งสั่นสะท้าน

“เดี๋ยวก็พบกันครับ คุณปู่คุณย่าไม่ต้องลงไปรับหรอกฮะ” อีกฝ่ายเตือนเมื่อเห็นปู่หันหลังเข้าประตู เตรียมออกไปยังทางเดินนอกห้อง

“แต่ทำไมมากับสามมุข”

“ใครครับ”

“ก็…เพื่อนปัน พี่ชายคนโต เป็นลูกเจ้าของตลาด เจ้าของบริษัทก่อสร้าง…คือปันมันก็เชียร์เพื่อนให้น้องบน…แต่…ก็กำลังอยู่ระหว่างคบหา…เพื่อนปันก็ขยับแล้วขยับอีกจะขอหมั้น”

สมุทรไทฟังเงียบๆ

ท่าทางน้องบนที่เขาเห็นลิบๆเมื่อครู่ ไม่ดูว่า…จะลงเอยกับใครง่ายๆ

“น้องบนเพิ่งยี่สิบสาม” ย่าเปรยๆ “ก็เลยยังไม่อยากให้แต่งงาน”

ไม่มีความเห็นจากผู้ยืนฟังทั้งๆรู้สึกคล้ายใจกำลังเต้นแรง

มิรู้ว่าเพราะชื่อน้องบนแล่นเข้ามาอุ่นเครื่องจนเนื้อตัวค่อยๆผะผ่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นหรืออย่างไรก็บอกไม่ถูก รู้เพียงว่า ชื่อที่ปรายเป่าหูอยู่บ่อยครั้ง มาบัดนี้ถึงคราวเผชิญหน้า

ปู่ทำเสียงในลำคออย่างไม่เห็นด้วย

“ไม่ต้องไปเจ้ากี้เจ้าการกับมันได้ไหม แต่งไม่แต่ง มันไม่เกี่ยวกับใคร…แล้วสามมุขเขาก็ไม่ได้บกพร่องอะไร”

อ้อ ปู่ชอบชายคนนี้ แต่ย่าคงยังไม่เต็มใจ

พอดีเสียงเคาะประตูดัง ชายหนุ่มจึงรีบเดินไปเปิด

ผู้ที่ก้าวนำเข้ามาคือหญิงสาวผู้บัดนี้ปลดแว่นดำอันใหญ่ออกเสียบไว้กับกระเป๋าเสื้อคลุมดำแบรนด์ดัง เสื้อตัวในขาว กางเกงขาลีบดำ บู๊ตดำ ตวัดนัยน์ตามองเขาแวบหนึ่งจึงหันไปดึงแขนชายหนุ่มสูทดำ พนมมือไหว้ปู่ย่าพลางกอดและจุมพิตสองแก้มผู้สูงวัย

“เสียวไส้จังเลยฮะ กลัวจะไม่ทันเรือออก” สามมุขบอกอย่างเห็นได้ชัดเจนว่าสนิทกับปู่ย่า

บนฟ้าก็เลยเสริม

“สามเขาไปเจอหนูที่แฟรงก์เฟิร์ตค่ะ แล้วก็มานี่”

“อ้อ” ปู่พยักหน้า นัยน์ตาเริ่มส่งแววใส “นึกว่ามาจากเชินเจิ้นด้วยกัน”

สมุทรไทยังคงยืนเงียบ คนทั้งคู่ก็ยังหันหลังให้

แต่ย่าขัดจังหวะเสียงอ่อน ดูก็รู้ว่ากลัวหลาน

“น้องบน…รู้จักพี่เขาหรือยัง…ถึงเคยรู้จักก็นานจนจำไม่ได้แล้วนะลูก”

นั่นเอง หนุ่มสาวจึงหันมาทางเขาพลางพนมมือ

สมุทรไทเพียงแค่รับไหว้นิ่งๆ ทันทีที่สัมผัสอาการหยิ่งนิดๆของทั้งสอง

“มานานแล้วหรือคะ” น้องสาวเพื่อนที่เขาเคยรู้จักเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน บัดนี้เปลี่ยนจากเด็กเล็กๆผอมบาง กลายเป็นน้องนางสวยเริ่ดเชิดหยิ่ง

ทิ้งเพียงเค้าหน้ามีเสน่ห์ไว้นิดหนึ่ง…เอ่ยถาม

เขาก็เลยแกล้งไม่ตอบ เนื่องด้วยไม่เชื่อว่าหล่อนจะไม่รู้รอบด้านจากพี่ชาย

ย่าก็เลยตอบแทน

“นี่ถ้าไม่ได้ไทละก็ คงเก้ๆกังๆกันน่าดู”

คราวนี้ปู่พยักหน้าอย่างรู้ว่าต้องขอบคุณ

“จริงลูก ไทคล่องมาก ก็เคยมาบาร์เซแล้วนี่นา แถมยังจบโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลป์อีก…ใช่ไหม”

เขาจึงแลเห็นสายตาสองคู่ของน้องเพื่อนและคู่รักของหล่อนเบนไปสบกัน

มียิ้มเหมือนเยาะเหยาะไว้ด้วย

Don`t copy text!