ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 14 : คนเจ้าอารมณ์

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 14 : คนเจ้าอารมณ์

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-14-

 

แต่สมุทรไททำไม่รู้ไม่ชี้ จึงหันไปทางปู่

“ที่จริง บาเลนเซียนี่ เวลานี้เขาก็มีพลเมืองแค่ 8 แสนคนเท่านั้นละครับคุณปู่”

“มิน่า ถนนหนทางถึงได้เดินสบาย” ปู่พยักหน้า หากก็เหลือบไปทางหลานผู้งอนป่องๆจากไป ทำท่าจะออกประตู ก็เลยบุ้ยปากให้ชายหนุ่มดู “น้องบนนี่ก็ไม่ได้ ผิดหูนิดเดียวเตรียมผิดใจ…แต่ไทก็อย่าถือน้องเลยนะ…มันยังเด็กอยู่เลย ถึงจะยี่สิบสามแล้วก็เถอะ”

ว่าพลางก็ทำหน้าตากลุ้มใจ

“ไม่เป็นไรหรอกฮะคุณปู่ ผมไม่ได้คิดอะไร ผมเองก็ไม่ดี ไปย้อนน้องแบบนั้น”

“เอาเถอะๆ” ปู่โบกมือ “นึกเสียว่ามากับเด็กแล้วกัน เด็กไม่รู้จักโต เอาแต่ใจตัวเอง”

คราวนี้ ชายหนุ่มก็เลยยิ้มเต็มที่เพราะนึกขำ เอนตัวเข้าไปกระซิบ

“คุณปู่ฮะ…แล้วคุณปู่คิดว่าสามเขาจะไหวไหมครับ”

เอาละซี…ใครจะไปนึกว่าตนเองจะถูกตั้งคำถามขนาดนี้

คุณปู่ก็เลยอึ้งไปหลายวินาที พลางหันไปถามย่า

“นั่นมันจะไปแล้วเรอะ ไกด์ยังอยู่ในนี้ ยังบรรยายฉอดๆอยู่นั่น”

“จะให้ผมไปตามไหมครับ”

“ช่างเถอะๆ”

“ฉันไปตามเอง” ย่าว่า พลางก็สาวเท้าผ่านม้านั่งยาวที่เรียงกันเป็นแถวหลายแถวทั้งสองฟากตามหลานสาวและคู่รักผู้กำลังจะลับไปทางประตูใหญ่

“ก็งี้แหละนะ” ปู่บอกกล่าวอย่างถนอมน้ำใจ “ไทมาด้วยคราวนี้ก็ขอบใจมากแล้ว แต่เรื่องเสียดสีกระแนะกระแหนกันละก็ ขอไว้เลย…อย่าไปยั่วมันอีกนะไท น้องบนนี่ไม่ได้ งอนที่หนึ่ง”

“ครับผม” ชายหนุ่มก็เลยตอบรับ หากแววนัยน์ตากลับรู้สึกสนุก “ผมเองก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกฮะคุณปู่ ใครยิ่งงอนก็ยิ่งอยากยั่ว…คือ…เป็นคน…เอ้อ…”

“ไม่ชอบผู้หญิงขี้งอน” ปู่ผู้แต่แรกดูหน้าเรียบไม่ค่อยยิ้ม บัดนี้ยิ้มกว้าง นัยน์ตาภายในแว่นใสกระจ่างแจ้งราวแสงจากโคมเจียระไนอันใหญ่พิเศษเบื้องบน หรือมิฉะนั้นก็ราวกับประกายจากน้ำพุ เฮอร์คิวลิสกลางจัตุรัสเดอ ลา เวอร์จินที่อยู่หน้าโบสถ์

เขาก็เลยหัวเราะ

เออ…ก็สนุกดีเหมือนกัน ช่วยให้การเดินทางไกลที่ใครๆก็มักจะประสานเสียงพร้อมกันเชิงเห็นว่า ควรต้องว่าอะไรว่าตามกันนั้น ถูกเหยาะด้วยน้ำชูรสที่ไม่ถึงกับเค็ม แต่ก็ไม่หวาน

อาจจะแกมเปรี้ยวหน่อยหนึ่ง

ก็เอาเถอะน่า…เขานึกในใจ

อายุตั้งยี่สิบสาม ก็ยังเจ้าอารมณ์เหมือนเด็กกำลังแตกเนื้อสาว

“ต้องชอบหน่อย” ปู่ตบไหล่เขาเบาๆ แต่ก็ยังคงกวาดตามอง แลเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงวัยในคณะที่มาด้วยกันต่างก็แยกย้ายกันนั่ง หรือบ้างก็เดินไปดูหนังสือที่เล่าถึงประวัติศาสตร์อย่างละเอียดของสถานที่ซึ่งวางขายอยู่ที่โต๊ะเล็กๆริมประตู “สามเขายังชอบเลย เห็นไหม…คุยกันถูกคอ…พวกยุค 4.0 ไงไท…พอไทไม่ใช่ ก็เลยต้องขัดกันนิดหน่อย”

“ไม่ถึงกับขัดหรอกครับ แค่ขวางเท่านั้น”

ปู่ก็เลยจ้องหน้า

“เราก็เป็นซะยังงี้น่ะซี”

อีกฝ่ายจึงยกมือไหว้ ก็พอดีเสียงมือถือดัง

“เป็นไงมั่ง น้องบนพาไอ้หมอนั่นมาด้วยใช่ไหม” เสียงปรายขุ่นข้นราวกับน้ำพริกก้นครก “กูนึกอยู่แล้ว เห็นไหมว่ามันกวนตีน”

“กูรับได้ มึงไม่ต้องห่วง” สมุทรไทลดเสียง

“แล้วเห็นยังว่าโปรแกรมกูเลิศ”

“เลิศยังไง”

“ก็ที่ให้มึงมาแทนกูยังไม่รู้อีกเหรอ” อีกฝ่ายตบท้าย “ว่าแต่ปู่ย่าสบายดีนะ”

“มึงคุยกับปู่ละกัน”

“แล้วย่าล่ะ”

“ก็ออกไปรับขวัญหลาน  น้องมึงไม่ขี้งอนหรอกเรอะ ถามจริง”

ว่าแล้วจึงส่งมือถือให้ปู่ ปล่อยให้เสียงฮ่าฮ่าของปรายกระเส็นกระสายอยู่ในเครื่อง

ระหว่างปู่คุยกับหลานอีกสองสามประโยคเพราะเกรงเสียเวลามาก สมุทรไทจึงเดินตามย่าไปยังประตู ก็แลเห็นทั้งสามยังคงยืนอยู่ด้วยกันหน้าโบสถ์

บนฟ้าสวมแว่นกันแดด มีหมวกสักหลาดสีครามใบเก๋ที่แต่แรกอยู่ในกระเป๋าสะพายออกมาสวมศีรษะ จึงช่วยให้หล่อนดูแพงขึ้นอีกเป็นอันมาก

พอดีปู่คืนมือถือให้เขา ไกด์หญิงพาคณะออกจากประตูไปสู่โบสถ์อีกแห่งที่ติดกัน งดงามพอๆกัน

ครั้นแล้วจึงผ่านตึกโบราณค่อนข้างทึบที่ไกด์บอกว่า

“นี่เป็นที่พักของสังฆนายก” ก็คือบิชอพนั่นเอง

กั้นลูกกรงเหล็กง่ายๆ แต่มองเพียงปราดเดียวก็ดูจะใกล้ๆคุกอยู่เหมือนกัน…สมุทรไทนึกในใจ

บนฟ้ากับสามมุขเดินอยู่ข้างหน้า ถัดลงมาก็ย่ากับปู่ มีเขารั้งท้าย ชวนคุณป้าคนหนึ่งคุย

“ฉันมาจากแอริโซนา” เธอบอก พลางพยักพเยิดไปทางสามีผู้แต่งตัวเรียบร้อย เชิ้ตแขนยาวสีฟ้าจาง กางเกงขาหลวม ผมขาวหวีเรียบ ไม่ปริปากเอ่ยคำใด ปล่อยให้คุณป้าเจรจา “เราทำฟาร์มปศุสัตว์มีลูกชายลูกสะใภ้คอยดูแล แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมาเรือ คราวนี้ก็เลยลองมาใช่ไหมโทนี่”

คุณป้าหันไปถามสามี แต่โทนี่ของเธอยังคงเฉย เธอก็เลยบอกสมุทรไท

“เขาก็ยังงี้ ไม่ช่างพูด ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็พูดนับคำได้ ส่วนใหญ่เขาก็ตามใจทั้งนั้น ตามใจภรรยา ตามใจลูก”

“ดีจังนะครับ อยู่กันดีมาก”

“นอกจากเขาจะไม่เห็นด้วยจริงๆถึงจะค้าน” คุณป้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ท่านดูแข็งแรงมากเลย”

“ฉันอายุ 85 แล้วนะ”

“หรือฮะ” ชายหนุ่มเบิกตา ชวนกันเดินไปตามซอยที่พาไปยังบัสเพื่อไปชมอะควาเรี่ยมที่ Oceanografic Forum ซึ่งเป็นส่วนของวิทยาศาสตร์ แยกจากส่วนของเมืองโบราณ

Don`t copy text!