ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 15 : โลกใต้น้ำ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 15 : โลกใต้น้ำ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-15-

 

ครั้นลงจากชัตเติ้ลบัสบนลานด้านหน้าเมืองแห่งวิทยาศาสตร์ของบาเลนเซีย สายตาทุกคู่ก็ประจันกับสถาปัตยกรรมล้ำยุคแปลกตา คล้ายกำลังยืนอยู่ตรงหน้าอาคารดูดาวหรือกำลังจะเดินทางไปสู่อวกาศ หากก็มีสวนสวยด้วยไม้ยืนต้นจำพวกปาล์มกับไม้กอไม้ดอก พาระเรื่อยไปภายใต้หลังคาโค้งโปร่งแสงสู่บันไดเวียนลงไปยังใต้ดิน

ที่ใต้ดินนี้เองคือโลกอีกแห่งหนึ่งซึ่งสุดแสนจะสดสวยด้วยสัตว์น้ำนานาพันธุ์ ตั้งแต่ตัวเล็กน่ารักไปจนถึงใหญ่เกือบคับตู้กระจก

นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

มีพันธุ์สัตว์น้ำรวมกันอยู่ ณ ที่นี้ถึง 45,000 ตัว แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ โซนทะเล โซนขั้วโลก โซนทะเลแดง โซนทะเลเมดิเตอเรเนียน โซนโลมา ท่ามกลางอุโมงค์น้ำยาวกว่า 70 เมตร

คุณป้าหรือที่จริงน่าจะเป็นคุณยายกับคุณตาจึงหันไปจูงมือกัน สมุทรไทก็เลยเดินเคียงใกล้ปู่กับย่า หากมิวายตวัดนัยน์ตามองสองสาวหนุ่มผู้กำลังยืนดูหมู่ปลา

“ฉลามก็ยังมีเลยพี่”

ภายในอุโมงค์บกหน้าอุโมงค์สัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวต่างก็เดินตามกันมาอย่างช้าและเงียบ ค่อยๆชมเจ้าปลาหลากชนิดหลายขนาด ชวนกันแหวกว่ายวารีอยู่ไปมากลางอุโมงค์น้ำใสแจ๋วตรงหน้า ต่างก็หฤหรรษ์เพลินตาเพลินใจ จนกระทั่งถึงปลายอุโมงค์เมื่อไรก็แทบไม่ทันรู้ตัว

“คุณย่าชอบไหมฮะ” ชายหนุ่มถามเมื่อเดินตามกันออกสู่แสงสว่างข้างนอก

มีร้านอาหารให้นั่งสบายๆไร้กังวล เพราะอีกครึ่งชั่วโมงรถจึงจะออกจากที่นี่ พาไปดูการแสดงของปลาโลมาที่สนามกีฬาประจำเมือง

“ชอบมากเลยค่ะ ปลาน่ารักมาก”

“แล้วคนล่ะ น่ารักไหม” ปู่ถามพลางก็ยิ้มด้วยนัยน์ตา

สมุทรไทนั่งโต๊ะเดียวกับปู่ย่า บนฟ้ากับสามมุขแยกไปนั่งที่โต๊ะถัดไป บังเอิญเขานั่งหันหน้าไปทางนั้น

โดยพลัน ตากับตาก็สบกันพอดี

หล่อนยังคงมีหมวกอยู่บนศีรษะ ผมยาวถูกรวบเหน็บไว้แน่น แต่ปลดแว่นออกแล้ว

แววนัยน์ตายังคงมองเขาอย่างตวัด

สมุทรไทก็เลยยิ้มในหน้า

หญิงสาววัยยี่สิบสามที่ยังไม่เติบโตเป็นอย่างไร เขาไม่เคยรู้จัก หญิงที่เคยคบหาสองสามคน ส่วนใหญ่เติบโตเกินไป บางคนก็เก่งมากคิดก็มาก น้ำเนื้อแห่งความเป็นผู้เยาว์ก็เลยเหือดแห้งก่อนวัย

แต่น้องคนนี้ของเพื่อน…แปลกออกไป…เนื่องด้วยมีอาการของเด็กเล็กๆแทรกซึมอยู่ในดวงหน้า ดวงตา รอยยิ้ม และวิธีพูดจา

เสียดายก็ตรงที่หล่อนเรียนจบจากโรงเรียนนานาชาติที่กรุงเทพฯ แล้วเลยไปเรียนต่ออเมริกาพร้อมปุญ พี่ชายคนที่สองจึงไม่เคยพบกัน

‘แล้วแต่…ใครอยากไปประเทศไหน พ่อแม่ก็ตามใจ’ ปรายเคยเล่า หากแต่เขานั่นเองที่ไม่ทันสนใจ ด้วยว่าอยู่ในระยะที่ต้องกลับกรุงเทพฯชั่วคราวหลังจากจบปริญญาตรี ดูเหมือนถ้าจำไม่ผิดก็คงเป็นปีเดียวกับปีที่หล่อนไปอเมริกา ขณะที่ปรายยังอยู่ทำปริญญาโทสาขาการตลาดดิจิทัลต่อที่อังกฤษ…แต่เขาเพิ่งมีโอกาสมาต่อประวัติศาสตร์ศิลป์หลังจากปรายเรียนจบกลับไปทำงานให้ครอบครัว

“ป๊าก็พูดแปลก” ย่ายิ้มๆ ขณะจิ้มคาโบนาราเข้าปาก “ไงๆก็เทียบไม่ได้อยู่ดี”

‘ป๊า’ ไม่ว่ากระไร ด้วยว่ามัวอร่อยกับข้าวผัดสเปนหรือปาเอยาที่ขอให้ชายหนุ่มแบ่งกับเขาคนละครึ่งเพราะมากเกินไป มีซีซาร์สลัดอีกจานหนึ่งก็แบ่งกัน

ครั้นเคี้ยวหมดแล้ว จึงเอ่ย

“ไทว่าสามนี่ดีไหม เอาสายตาผู้ชายด้วยกันวัดน่ะนะ”

“คุณปู่ชอบเขาแค่ไหนล่ะครับ” ชายหนุ่มจึงออกแบบสอบถาม

“ก็ต้องชอบละซี ปันมันออกใบประกาศให้แล้วไงว่า สามนี่มันเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล…เชื่อไหมว่า ก๊กนี้ดันขาดแคลนลูกชายมาตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน พอๆกับน้องบน”

สมุทรไทแทบจะ ‘ขำก้าก’ ออกมา หากก็แค่ยิ้ม

“หรือครับ น่าอัศจรรย์มากเลยนะฮะ ไม่เคยได้ยินอะไรพรรค์นี้มาก่อนเลย”

“ฉันก็ไม่เคยได้ยิน…ว่าแต่ว่า…” ครั้นแล้วย่าก็ลดเสียงลง “นิสัยดีไหมเท่านั้นแหละ…แล้วที่ไม่ดีที่สุดที่คนเราจะทนกันไม่ไหวก็คือ เจ้าชู้ไหมป๊า”

ขณะนี้ ทั้งปู่และย่ากำลังเพลิดเพลินมีความสุข แค่ที่ได้เห็นปลาทั้งเล็กและใหญ่ขนาดฉลามและโลมามาว่ายอยู่ตรงหน้า ก็พาให้ผู้สูงวัยจำเริญในอารมณ์จนแทบจะนึกไม่ออกว่า เกิดเป็นปลานั้น พวกมันไม่มีปัญหาชีวิต

แต่เกิดเป็นคนนี่สิ…ชีวิตมีแต่ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนอกใจกันและกัน มิว่าชายนอกใจหญิงหรือหญิงนอกใจชาย เลยไปถึงชายนอกใจชาย หญิงนอกใจหญิง

“มีไหมผู้ชายไม่เจ้าชู้” ปู่พึมพำอ้ำอึ้งขณะที่ย่าทำตาเขียวเรืองๆเข้าใส่จนชายหนุ่มสงสัยว่า ปู่เองก็คงเคย ‘มี’ เหมือนกัน

พอดีหลานของปู่ย่าและคนรักจบการกินพลางลุกขึ้น

“ไปก่อนนะย่านะ ไปรอที่รถ”

นั่นเอง สองผู้อาวุโสจึงรีบรับประทาน เสร็จสรรพ สมุทรไทชำระเงินทั้งสองโต๊ะ พาทั้งคู่ไปสู่บัสที่จอดอยู่ด้านหน้า ซึ่งชาวคณะกำลังทยอยกันตรงมา สักไม่กี่อึดใจรถก็แล่นออกจากอาคารโค้งล้ำสมัยใหม่สุด ไปสู่จุดหมายปลายทางคือสนามกีฬา

ขึ้นไปนั่งเป็นแถวตรงกลางอัฒจรรย์อันหลั่นลดคลุมด้วยหลังคากว้าง แลเห็นสระน้ำยาวใหญ่กลางแดดยามบ่ายสองโมง

ปลาโลมามหึมาหลายตัวว่ายสวนกันเป็นเงารางๆอยู่ใต้น้ำ

สักไม่กี่อึดใจ การแสดงของสัตว์น้ำที่มีคนเป็นผู้กำกับก็เริ่มขึ้นโดยหญิงสาวสองนางกับชายหนุ่มหนึ่งในชุดดำ มือถือแส้หนังอันยาวเป็นเครื่องหมายแห่งการออกคำสั่งให้ปลาเล่นกายกรรม ม้วนตัว กระโดดสูง ว่ายตามกันเป็นขบวน และอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดว่าปลาพันธุ์นี้ก็ฝึกได้เช่นเดียวกับสัตว์สองเท้าสี่เท้าอื่นๆ เช่น ลิง นก สุนัข เสือ สิงโต

จึงเป็นกายกรรมที่แสนสนุกสุขใจ

“บาเลนเซียนี่น่ารักมากเลยนะครับคุณย่า” สมุทรไทชะโงกออกไปบอกเธอบนที่นั่งข้างหน้าหลังจากจบรายการ ตามกันขึ้นรถ “ทั้งเมืองเก่าเมืองใหม่นี่ไปแล้วคุ้มนะฮะ”

“ใช่…” ย่าหันมาเห็นด้วย “ดีทุกที่เลยค่ะ”

หลานสาวผู้ขึ้นมาคราวนี้นั่งริมเอื้อมมาบีบแขนเธอ

“มีผู้รู้บอกย่าหรือเปล่าว่าคนออกแบบเมืองนี้ชื่อซานติเอโก คาลาตราวา กับผู้ช่วย ชื่อ เฟลิกซ์ แคนเดลา” บนฟ้าข่มอีกฝ่ายฉับพลัน

สมุทรไทก็เลยยิ้มอย่าง ‘ฝากไว้ก่อน’

 

Don`t copy text!