ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 16 : เลือกมาก

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 16 : เลือกมาก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-16-

 

ก่อนถึงเรือ เขาจึงถามปู่ย่า

“คุณปู่คุณย่าอยากนอนพักไหมครับ ถ้าอยากก็นอนพักสักประเดี๋ยว…แล้วเย็นอีกหน่อยราวห้าโมงครึ่ง ผมจะพาไปดูเขาว่ายน้ำกันที่สระที่เราผ่านไปเมื่อวานนี้น่ะครับ”

“ดีเหมือนกัน…แต่ย่าคงนอนไม่หลับหรอกไท” ย่าใบบุญบอกกล่าว เห็นได้ชัดว่าเริ่มรู้สึกสนิทชิดใกล้จนเรียกตัวเองว่าย่า “ป๊าล่ะจะงีบหรือไปนั่งดูเขาว่ายน้ำ”

“ดูก็ได้” อีกฝ่ายรีบพยักหน้า

คงมิใช่อะไรอื่น นอกจากแน่ใจว่าหลานสาวคงลงสระบ่ายนี้แน่นอน

“ถ้างั้นก็ไปดูค่ะ ขอแวะห้องประเดี๋ยวแค่นั้น”

“ผมก็จะไปแวะห้องเหมือนกันครับ”

ดังนั้น เพียงแต่รถถึงท่าเรือ ต่างคนต่างก็รีบเดินข้ามสะพานไปตามทางเดินแคบๆจนถึงโถงกลาง ขึ้นลิฟต์ตรงนั้นมุ่งไปยังชั้นที่พัก

เพียงครู่เดียว เขาก็ไปเคาะประตู พาปู่ย่าไปยังสระน้ำกลางลำเรือ

แต่ยังไม่แลเห็นโฉมงามนามบนฟ้า ชายหนุ่มจึงจัดให้ทั้งคู่นั่ง ณ ที่นั่งในห้องกาแฟซึ่งประจันกับสระยาว เพิ่งมีหญิงสาวใหญ่ในชุดว่ายน้ำทูพีซเข้ามานั่ง พลางลงมือบีบครีมกันแดดจากหลอดในมือ ชโลมตามแขนขา

“คุณย่าจะทานอะไรไหมฮะ เครื่องดื่มเย็นๆ” สมุทรไทไต่ถาม

จึงเป็นอันว่า ทุกคนก็รู้แก่ใจเป็นอย่างดี

ปรายส่งเขามาตรงนี้ถูกต้องแล้ว แม้แต่ปู่ย่าก็ยังส่งสายตามาที่เขา

“นี่เท่ากับไทคนเดียวที่พึ่งได้…น้องบนเหลวไหลตามเคย” ย่าเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจชายหนุ่ม หากสุ้มเสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ดูว่าติหลานมากไปกว่านึกว่าอีกฝ่ายยังเด็ก “แล้วนี่ก็…เงียบไปเลย”

ท่าทางย่าดูเหมือนจะใจคอไม่สู้ดี

ปู่ผู้ที่เมื่อครู่รู้สึกว่าชอบสามมุข หากก็อึ้งไป

แต่ทันใดนั้น สองหนุ่มสาวก็โผล่ออกจากด้านข้าง

ย่าก็เลยเผลอถอนใจออกมาจนสมุทรไทอดสงสารมิได้

“มาแล้วไง” ปู่หัวเราะหัวใคร่ เห็นได้ชัดว่าโล่งอก

โธ๋เอ๋ย…ชายหนุ่มครางในใจ

คนวัย ‘บิลเดอร์’ อย่างปู่ย่าขณะนี้นับว่ายากแล้วที่จะบังคับควบคุมให้ลูกหลาน ‘เจนวาย’ และ ‘เจนแซด’ อยู่ในวัฒนธรรมไทยแท้หรือจีนแท้ดังที่เคยเป็นมาตลอดหลายศตวรรษ

พวกเขาคิดต่างจากพวกท่านนานแล้วนะครับ ชายหนุ่มอยากจะบอกกล่าว

หญิงสาวและชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ในชุดว่ายน้ำมีเสื้อคลุม

“หนูจะลงน้ำละหรือลูก” ปู่ถามอ่อนโยน “ดี…ปู่จะได้นั่งดู…ว่ายเก่งกันทั้งคู่ใช่ไหม”

“ผมเคยชนะว่ายน้ำนะฮะ” สามมุขอดอวดมิได้

หลานของปู่ก็ดูเหมือนจะชื่นชมยินดี

หล่อนปรายนัยน์ตามาทางเขาแว่บหนึ่ง…ซึ่งยังดูคล้ายมอง ‘พี่เลี้ยง’ ของปู่ย่าที่พี่ชายจ้างมา

นี่ถ้าได้คุยกับเพื่อนนานๆก็อยากบอกเหมือนกันว่า

‘ถ้าน้องกูหยิ่งขนาดนี้ กูก็ไม่เอานะ ถึงร้อยปีมีคนเดียวก็ไม่เอา’

แน่ใจจริงๆว่าปรายคงหัวเราะมากกว่า หัวเราะอย่างเอ็นดู ไม่ถือสา เพราะเพื่อนเขาก็รักน้องคนนี้มาก

มีแต่คนรักก็เลยได้ใจ

สมุทรไทจึงสบตากับหล่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉย หล่อนก็เลยเมินไปทางเพื่อนชาย

“ไปกันดีกว่า”

มีครีมกันแดดติดมือมาด้วย หล่อนก็เลยนั่งลงบนเก้าอี้นอนริมสระถัดจากประตูห้องกาแฟไปสองสามก้าว คนที่นั่งบนสตูลมีเคาน์เตอร์ไม้ยาวต่างโต๊ะชิดผนังกระจกก็ก้มลงดูอิริยาบทของคนบนเก้าอี้นอนเพลินไปเหมือนกัน

โดยเฉพาะเรือนร่างที่บัดนี้เหลือแต่ผ้าสองชิ้นเล็กๆ แลเห็นกายขาวเกลากลึง มีชายหนุ่มเอนกายมองสายตะวันผ่านแว่นดำบนเก้าอี้ที่ติดกัน ปล่อยให้บนฟ้าชโลมครีมกันแดดตามแขนขา เหมือนแหม่มสาวใหญ่คนเมื่อครู่ผู้บัดนี้ลงไปแหวกว่ายร่ารื่นอยู่ในน้ำใสแจ๋วรวมหมู่กับชายหญิงอีกสองสามราย

แต่อีกหลายคนยังคงนอนหงายผึ่งละไออยู่บนเก้าอี้นอนไกลออกไป บ้างทำท่าใกล้หลับ บ้างก็คุยกับเพื่อนบนเก้าอี้ข้างๆ

ครั้นแล้ว ทั้งบนฟ้าและสามมุขก็ชวนกันหย่อนตัวลงน้ำ  ว่ายแข่งกันไปจนถึงอีกฟาก

ลอยคอเกาะขอบสระหัวเราะหัวใคร่

ไม่รู้ว่ากำลังแสดงให้ปู่ย่าดูหรือมีความหมายไกลกว่านั้น

“แล้วจะยังไงกันต่อล่ะป๊า” ย่าเอ่ยขึ้นเบาๆ หากเขาก็ได้ยิน “เป็นอันว่า น้องบนจะลงเอยกับคนนี้แน่งั้นหรือ”

ปู่นิ่งไปอึดใจ หลังดูดกาแฟเย็นจากหลอด

“อ้าว…สามมันก็ดีนี่นา มีครบไม่ใช่หรือ” ปู่ยังคงพอใจชายนี้ไม่เปลี่ยนแปลง สมุทรไทได้ยินเต็มหู หากก็เพียงแต่ฟัง

บัดนี้ ทั้งปู่และย่าไว้ใจ ไม่คิดจะปิดบังใดๆกับเขา เพราะทั้งเช้า กลางวัน เย็น ค่ำ ที่ผ่านมา เขาดูแลห่วงใยทั้งคู่เท่าดูแลปู่กับย่าของตนเอง

“คนอื่นก็มีครบ” ย่าตอบอ่อยๆ แต่ก็แสดงว่าจำได้ “ตาเดนั่นไม่มีหรือไง ตระกูลรุนชาติเขาก็ออกใหญ่โต แล้วพ่อตุ้ยก็ลูกชายบริษัทใหญ่ พ่อกานก็ดังเปรี้ยงปร้าง หาเงินเองได้เป็นถุงเป็นถัง”

“ก็แล้วน้องบนมันเอาไหมล่ะ” ปู่ย้อนถาม

“ป๊าแน่ใจได้ไงว่ามันจะเอาคนนี้” ย่าก็เลยย้อนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะสุดแสนจะไม่แน่ใจ

มิใช่ไม่แน่ใจในอารมณ์ของหลานรัก

แต่ไม่แน่ใจในทีท่าบางอย่างของชายที่มาด้วยกัน

จะเรียกว่ายังไม่ค่อย ‘ถูกชะตา’ สักเท่าไรก็ว่าได้

“มันคบคนมาตั้งกี่คนแล้ว”  ย่ายังคงตั้งคำถาม “ไม่เห็นเคยคิดจะลงเอยกับใคร ติเขาไปร้อยแปด”

พลางก็หันมายิ้มอ่อนๆกับสมุทรไท

“น้องบนเห็นยังงี้ เลือกมากออกจ้ะ”

“เลือกน่ะดีแล้วครับคุณย่า” ชายหนุ่มจึงตอบอย่างจริงใจ

 

Don`t copy text!