ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 17 : มื้อพิเศษ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 17 : มื้อพิเศษ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-17-

 

ค่ำคืนแรกนี้ เขาเองก็ตะลึงไปเหมือนกัน

บนฟ้าในชุดกำมะหยี่ดำติด ‘เพชรออกแบบ’ เรียงเป็นขบวนสามแถวรอบคอแหลมลึกที่ดิ่งลงมา แลเห็นลำคอและแผ่นอกขาวผ่อง ต่างหูเพชรยาวเรียงกันลงมาด้วยเพชรรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจนกระทั่งถึงปลายที่แลดูคล้ายพู่ห้อยอยู่เป็นพวง เสื้อไม่มีแขนวาดลึกจนเว้าเข้าไปจรดลำคอ

เนื่องด้วยค่ำนี้ หล่อนจองห้องดินเนอร์ไว้สำหรับทุกคน

สมุทรไทในสูทดำเสื้อตัวในสีโกโก้ ผมหวีเรียบ รองเท้ามันปลาบขนาบข้างปู่ย่าผู้มาในชุดที่ครบเครื่องเรื่องแต่งกาย

นั่นก็เนื่องด้วยก่อนมา หลานบอกกล่าวถึงห้องดินเนอร์ที่จะต้องแต่งอย่างไรให้เข้ากับสถานที่

‘ห้องนี้เป็นห้องแกรนด์ไดนิ่งรูมนะปู่…ปู่ต้องแต่งสูทอย่างแกรนด์เหมือนชื่อห้อง…ให้สมกับเป็นคืนแรกที่เราได้ขึ้นบกไปเที่ยวไงคะ ปู่กับย่าจะได้ชนแก้วกันไง’

ก่อนบินมากับเรือสำราญ บนฟ้าคงจองทุกที่ทุกห้องไว้พร้อมพรัก เห็นได้จากห้องที่ก้าวเข้ามานี้

แลเห็นโคมคริสตัลขนาดมหึมา รูปคล้ายฝาชามที่มียอดหยักเป็นกลีบ ครอบติดกับเพดาน ซ่อนดวงไฟไว้ในนั้น ส่องให้เห็นโต๊ะอาหารทรงกลม พร้อมเก้าอี้มีเท้าแขน วางอยู่เป็นหมู่ทั้งหมู่เล็กหมู่ใหญ่

บริกรจึงพาไปนั่งยังที่ที่จองไว้

“พี่สามชอบห้องนี้ไหมคะ หรูนะ”

“ใช่…หรู…ชอบซีน้องบน คุณปู่ล่ะครับ”

“ก็ต้องชอบซีน่ะ” ประธานกระปรี้กระเปร่าหลังจากมองไปโดยรอบอย่างไม่ตื่นเต้นกระไรนัก เนื่องด้วยผ่านสถานที่หรูหราและอาหารรสเลิศมามากทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ที่จะสรรรับประทานระดับใดก็มีให้เลือกทุกระดับ

เพียงแต่คืนที่ผ่านมากับคืนนี้นับเป็นคืนพิเศษเพราะได้มากินมานอนอยู่บนเรือเดินสมุทรลำมหึมา รวมทั้งขณะที่กำลังนั่งจิบไวน์แดงจากแก้วคริสตัลวาววับพร้อมอาหารเรียกน้ำย่อยที่จัดสรรมาในภาชนะเครื่องกระเบื้องเนื้อดียุโรป-จีน พร้อมบริกรชำนาญการจากครัวยุโรปและกวางตุ้งขนานแท้ ขณะที่เรือกำลังแล่นเหมือนลอยไปบนผืนทะเลเมดิเตอเรเนียน

มีอาหารเรียกน้ำย่อยหกอย่างกับอาหารกินเล่นอีกแปดอย่าง ก่อนถึงเมนคอร์ส

“ย่าอร่อยไหมคะ”

“อร่อยจ้ะ อร่อยเชียว” ย่าพยักหน้า ขณะลิ้มลองอาหารเรียกน้ำย่อยคำเล็ก

“คุณปู่ล่ะครับ” สมุทรไทนั่งข้างปู่ บนฟ้าถัดจากย่า เขาก็เลยต้องใกล้กับสามมุขอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตนเองก็ชอบชื่นความตื่นเต้นใหม่ๆ ดังเช่น พบปะบุคคลที่ไม่เคยรู้จักแต่สำคัญ มิว่าสำคัญระดับที่จะก้าวเข้ามาเป็นน้องเขยของเพื่อนหรือหุ้นส่วน

จะผิดอะไรกับได้เข้าสู่บรรยากาศและธรรมชาติหลากหลายของผืนแผ่นดิน และมหาสมุทรแสนไกล

“อร่อยดี ชอบ รสชาติเป็นฝรั่ง แต่เราก็กินรสนี้อยู่แล้ว” ปู่ภายในสูทที่หลานสาวจัดให้ ดูทันสมัยมีรสนิยม ถ้าไม่บอกว่าเขาอายุเจ็บสิบเจ็ดก็จะนึกว่าคงอ่อนกว่านี้ “ไม่กินรสจัด”

“ถ้างั้นคุณปู่คงไม่ชอบอาหารไทย”

“น้ำพริกน่ะหรือ” อีกฝ่ายส่ายหน้า พลางพยักพเยิดไปทางย่า “ต้องถามขานั้น แต่ฉันน่ะแตะไม่ได้เลย แสบท้อง”

“ถ้างั้นที่หนูจองนี่ถูกใจปู่ใช่ไหมคะ” หลานสาวเอื้อนเอ่ย ขณะนัยน์ตาจับจ้องมองเพียงปู่ ไม่เลยมาที่เขา

ฮึ…ป่านนี้ ไอ้เจ้าปรายคงกำลังหลับอุตุ ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ยิน

ปล่อยให้เพื่อนถูกหยามหมิ่นเหมือนเด็กรับใช้ในเรือแห่งประวัติศาสตร์สมัยกระโน้น

จนกระทั่งได้ขึ้นบกแล้วจับพลัดจับผลูยังไงไม่รู้ถึงได้แต่งงานกับเจ้าหญิง

เรื่องจริงไม่อิงนิยายมีอยู่ทั่วไป

แต่ถึงอย่างไร บทอวสานของคนเลวก็หนีไม่พ้นถูกทรมานจนตายดับภายในสามวัน

“ถูกใจลูก ถูกใจ” ปู่กับย่าประสานเสียงยิ้มหัว เอาใจหลานที่ครั้งหนึ่งเคยตัวเล็กน่าเอ็นดู “น้องบนรสนิยมดี…ไปที่ไหน เลือกอะไร เลือกได้เก่ง”

ประโยคท้ายย่าพูดข้ามมาที่เขา

“แล้วไทล่ะชอบไหม” ปู่พลอยถาม หลงลืมสามมุขชั่วขณะ หันมาเอาใจผู้ดูแล

“ชอบครับ ชอบมาก ชอบทั้งเรือทั้งเมืองที่ไปวันนี้ อาหารก็ดีมากครับ” ชายหนุ่มชมเชยด้วยใจจริง

“จะไม่ชอบได้ไง ก็นี่มันราคาเท่าไหร่” สามมุขเอ่ยออกมา แต่เสียงก็ค่อนข้างห้วนเหมือนเตรียม ‘ข่ม’  อยู่แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

วันนี้ตอนที่นั่งกินอาหารกลางวันอยู่ที่โต๊ะสองต่อสองกับบนฟ้า เขาก็เลยถามหล่อนเรื่องเพื่อนคนนี้ของพี่ชาย

หล่อนก็ตอบสะบัดๆ

‘ไม่ทราบซีคะ หนูเคยเจอเขาแค่หนเดียว ก็จำแทบไม่ได้ แต่พี่ปรายสนิทกับเขา ไหว้วานกันได้ เพียงแค่ออกเงินให้เขาแสนกว่าเท่านั้น” ปลายเสียงหล่อนไม่พอใจ

นั่นยิ่งชวนให้สามมุขนึกหยามหนักกว่านั้น

จึงในค่ำนี้ อาการของหนุ่มจากบริษัทใหญ่ไม่แพ้สาว ก็ราวกับนายจ้างมองลูกจ้างที่เป็นมนุษย์เงินเดือน

‘หนูยังไม่ทันถามพี่ปรายเรื่องนี้ รอไว้ถึงกรุงเทพฯแล้วจะถาม’ บนฟ้าทำท่าหมายมั่นปั้นมือเชิงโกรธพี่อยู่หน่อยๆเหมือนกัน ‘พี่ของหนูเขาใจร้อนน่ะค่ะ กลัวปู่ย่าไม่มีคนดูแล ที่จริงก็แค่คืนเดียว’

สามมุขเป็นคนเก็บความรู้สึกไม่เก่ง เพราะตนเองก็มุทะลุอยู่ในที

ครั้นรู้แล้วเช่นนี้ ท่าทีจึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

หารู้ไม่ว่าชายหนุ่มบนที่นั่งติดกันเท่าทันอาการของเขาและหล่อนตั้งแต่นาทีแรก

“มาสามประเทศนี่ฮะ” เขาก็เลยตอบเป็นกลางๆ ตามองหน้าย่า ไม่มองหน้าหนุ่มสาว “แต่ถ้าคุณปู่คุณย่ามีความสุข เงินแค่นี้ก็ถือว่าไม่แพง แต่สำหรับผม…คนจน…ไงๆก็ต้องแพง แต่นี่เพื่อนก็จ้างผมมา มาในฐานะคนใช้เท่านั้นครับ…เขาออกเงิน ผมออกแรง ออกน้ำใจ สำหรับคุณปู่คุณย่า ลำบากแค่ไหน ผมก็ดูแลได้ทุกอย่าง”

“ไท…ทำไมพูดยังงั้นล่ะจ๊ะ” ย่าตกใจ เสียงสั่น

“นั่นน่ะซีไท…ไม่เอานะ ไม่พูดแบบนี้” ปู่ก็เลยวางส้อมลงข้างจาน 

Don`t copy text!