ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 20 : รวย เก่ง ดี

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 20 : รวย เก่ง ดี

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-20-

 

ชายหนุ่มผจญกับอากัปกิริยาของทั้งคู่ที่ตวัดตาแวบๆมองราวกับเขาเป็นใครสักคนที่ไม่คู่ควรจะชวนสนทนาหรือแม้แต่ร่วมโต๊ะอาหารแล้ว ก็ได้แต่อ่อนใจอยู่เงียบๆ

ไอ้เจ้าผู้ชายที่มาติดหล่อนนั้น เขานึกรังเกียจเอาทีเดียว ขวางตาตั้งแต่นาทีแรกที่พบหน้านั่นแล้ว แต่น้องแก้วหลานขวัญของพี่ๆและปู่ย่ายังพอทำเนา เพราะยังเหลือเงารางๆของอารมณ์ ความรู้สึกที่ชวนให้ไม่นึกกังขาในความรู้ที่อุตส่าห์ข้ามมหาสมุทรไปเล่าเรียน

ความรู้อันควรต้องตามมาด้วยความคิดที่แยกทางกับความไว้วางตัวอย่างไม่เข้าตา

ก็ดีเหมือนกันที่หล่อนจะพาย่าเข้าไปนวด

ถ้าปู่จะไปห้องกาสิโนกับสามมุข เขาจะได้ใช้ชั่วโมงนาทีที่เรือยังไม่ออกขึ้นลงลิฟต์สำรวจตามห้องต่างๆที่ผู้โดยสารมีสิทธิ์ใช้ร่วมกันโดยการจองล่วงหน้า จะได้เก็บภาพแต่ละห้องไว้ให้ปรายดู เพื่อนผู้ไม่เคยมากับเรือจะได้รู้ว่าภายในเรือมีกี่บริการ

‘กูคนละ ไม่มีวันไปครูซ คือไม่ชอบว่ะ เบื่อตายห่าตั้งเจ็ดวันสิบวัน”

เขาเองก็ไม่ชอบครูซ เพื่อนฝูงหนุ่มสาวมิว่ากลุ่มไหน ต่างก็ ‘ยี้’ ไปเรือกันเป็นแถว

‘มันก็เหมาะแค่ปู่ย่าตายายเขาไปกัน’ อีกหลายคนสั่นหน้า ‘หรือไม่ก็เหมาะกับพวกปลดเกษียณเงินหนา ไปกันเป็นกลุ่มละก็ดี จะได้เฮฮาพาชื่นกันบนเรือสะดวกหน่อย’

เขาก็เลยคิดถึงปู่กับย่าของตนเองขึ้นฉับพลัน

“อ้าว…ไทไม่ไปด้วยกันหรอกเรอะ” ปู่ประธานถามเมื่อเขาทำท่าแยกทาง

“ผมอยากถ่ายรูปน่ะครับ….คุณปู่อยากไปดูห้องกาสิโนตอนนี้กำลังดีเลยฮะ…คงยังว่าง ถ้ารอถึงเรือออก คนคงแน่นแล้ว” ชายหนุ่มก็เลยคะยั้นคะยอ เพราะตนเองก็กำลังชังน้ำหน้าชายที่เดินขนาบข้างปู่จะแย่อยู่เหมือนกัน

นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคืนวันที่อึดอัดขนาดนี้

แม้จ้างเที่ยวละล้านก็ยังไม่นึกอยากมา

“ถ้างั้นก็ตามใจนะ…นี่เราก็แค่จะไปดูว่าห้องหับเป็นยังไง อยู่ตรงไหนเท่านั้นละ” ประธานทอดเสียง

ชายหนุ่มก็เพียงแต่สบายใจที่ปู่ของเพื่อนดูเหมือนจะไม่เบื่อ

เพราะถ้าด่วนเบื่อเสียแล้วตั้งแต่วันแรกๆ ก็คงจะไม่มีรายการใดช่วยได้

“แล้วนี่ไทจะไปนานไหม” ท่าทางปู่ก็ดูจะเริ่มติดเขาเหมือนกัน

“ไม่นานครับ ใกล้ๆนี่เอง เดี๋ยวผมมาแน่นอนครับคุณปู่”

เขาว่าแล้วก้มศีรษะนิดหนึ่ง ปู่ก็เลยหันไปพยักหน้ากับสามมุขผู้ยืนรอด้วยหน้าเรียบเฉย ไม่ปริปาก ไม่ทักถาม ไม่เอ่ยชวน

ปู่ก็เลยหันกลับ พึมพำกับชายผู้มาช่วยเติมความแล้งไร้ให้ตระกูล

“ปรายกับไทนี่เขารักกันมาก กินนอนด้วยกัน ส่วนใหญ่ปรายไปบ้านเขา ปู่ย่าก็ดีมาก ไปค้างเมื่อไหร่ก็หาของกินให้กินอิ่มกลับมา แถมยังติดมือมาฝาก” ประธานเริ่มเล่าขณะเข้าไปในลิฟต์ที่สามมุขกดลงไปยังชั้นหกอันเป็นชั้นที่มีห้องกาสิโน “ย่าไททำกับข้าวทำขนมอร่อยมาก”

“ครับ” อีกฝ่ายฟังไปอย่างนั้น ตอบรับก็แค่มารยาท หากก็นึกในใจ…ก็ไม่เห็นจะแปลกประหลาดตรงไหน

ลิฟต์เปิดพอดี มีทางเดินเลียบข้างเรือไปจนถึงห้องกาสิโน

เพียงแต่เปิดประตูเท่านั้น ก็แลเห็นโซฟาทุกตัว เก้าอี้ทุกที่นั่งเต็มเพียบด้วยสุภาพบุรุษในชุดสูท นั่งหน้าใส นัยน์ตาวาว เตรียมรับมือกับกาสิโนเต็มที่

“อื้อฮือ” สามมุขก็เลยได้แต่ครึมครางหน้าสลด หมดโอกาสฉับพลันทันใดเพราะแลไม่เห็นว่าตัวเองและปู่ของหล่อนสามารถจะแทรกเข้าไปตรงไหนได้

ก็เลยหันมาบอก

“สงสัยจะไม่ได้ประลองฝีมือแล้วละฮะ”

ประธานจึงได้แต่พยักหน้า

“พวกนี้คงจองมาเรียบร้อยแล้วมั้ง…แต่ก็เอาละ รู้ว่าอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว เราเองก็ไม่ใช่นักเลงการพนัน” ว่าพลางจึงหันหลังกลับ มีสามมุขตามมาด้วยสีหน้าสลดลง “ว่าแต่ว่า สามชอบไอ้พวกนี้ไหม”

“เอ้อ” อีกฝ่ายอ้อมแอ้ม “ก็พอได้ครับ…อย่างแบล็กแจ็ก โป้กเกอร์นี่ก็สนุกดีนะฮะ เวลาเข้ากลุ่มเพื่อน ล้อมวงเล่นกัน เสียอย่างมากแค่พัน ช่วยให้ครึกครื้นใช้ได้เหมือนกัน”

ประธานก็เลยพยักหน้า

“ส่วนมากก็โป้กเกอร์นั่นแหละ”

สามมุขไม่มีนิสัยเอาใจใคร จึงบอกง่ายๆ

“ถ้างั้นไปนั่งจิบเบียร์เย็นๆที่บาร์ก็ได้ รอคุณย่ากับน้องบน”

“ไม่รู้ไทไปอยู่เสียที่ไหน” อีกฝ่ายพึมพำ ทำให้สีหน้าผู้เดินเคียงเปลี่ยนไป

สามมุขนิ่งอึ้งเพียงอึดใจก็เปรยๆ

“ขายรูปกินนี่จะได้สักกี่สตางค์กันครับ”

“เอ” ปู่ประธานลากเสียงอย่างไม่อยากตอบเพราะไม่แน่ใจในอาการของอีกฝ่ายว่าถามอย่างเอาเรื่องหรือถามไปอย่างนั้น “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยถาม”

สามมุขก็เลยพาผู้อาวุโสเลี้ยวไปเข้าแกรนด์บาร์ที่อยู่ถัดจากห้องกาสิโน ชวนปู่นั่ง

“คุณปู่อยากทานอะไรฮะ…กาแฟร้อนเย็น เบียร์ ไวน์ วิสกี้”

“กาแฟร้อนก็ได้ กินเย็นๆมากไม่ดี”

“ของผมเบียร์” เขาหันไปบอกคนรับคำสั่ง

เพียงแต่ลับร่างบริกร สามมุขก็เอ่ยเรื่องสำคัญ

“คุณปู่ครับ…อันที่จริงผมตามน้องบนมาคราวนี้ ก็มาอย่างมีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน…ซึ่งคุณปู่ก็คงทราบดี”

ในใจของปู่ผู้ติดข้องอยู่กับคำขวัญ ‘รวย เก่ง ดี’ คือผู้ที่จะมาเป็นคู่ครองของหลานรัก ในยามนี้ก็ยังปักแน่นอยู่กับคำทั้งสามไม่เสื่อมคลาย จึงเปิดโอกาส

“เอ้า…ว่าไปสาม…มีอะไรก็คุยกันได้”

“ผมเพียงแต่จะขออนุญาตคุณปู่ก่อนเท่านั้นครับว่า กลับถึงบ้านคราวนี้ ผมจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอน้องบน เลยจะขอหารือเรื่องสินสอดทองหมั้นน่ะฮะว่าควรจะสักเท่าไหร่”

 

Don`t copy text!