ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 21 : คนช่างเลือก

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 21 : คนช่างเลือก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-21-

 

เรื่องการต่อรอง มิว่าชนิดไหน ปู่มิใช่คนโง่

ดังนั้นจึงบอกปัด

“อย่าให้ปู่พูดเลยนะสาม ดีไม่ดีมันจะเหมือนขายหลาน พ่อแม่เขารู้เข้า เดี๋ยวมาต่อว่าตายเลย”

“ถ้างั้น ก็ต้องรอคุณย่าด้วยใช่ไหมครับ”

“ไม่รู้ซี…คือพวกเราไม่เคยมีลูกหลานผู้หญิงนี่นา ก็ทำไมสามไม่ปรึกษากับครอบครัวก่อนล่ะ…มาถามปู่เอาดื้อๆแบบนี้จะได้ยังไง” ปู่ประธานเอ่ยยิ้มๆ…ยิ้มในหน้า

เกือบจะถามไปแล้วว่า พูดจากับน้องบนเรียบร้อยแล้วหรืออย่างไร

ด้วยว่ารู้นิสัยหลานขวัญดีที่สุด

เดี๋ยวรักเดี๋ยวชัง เดี๋ยวห่างเดี๋ยวสนิท

ที่ตอบได้โดยไม่กลัวผิดก็คือเกลียดผู้ชายเห็นแก่ตัวกับเจ้าชู้

นั่นย่อมแน่ที่ว่า พลันที่น้องบนลืมตาดูโลก หล่อนก็พบแต่ ‘ผู้ให้’ ล้อมรอบกาย

ไม่เคยไม่ได้ทุกสิ่งที่อยากได้

ก็แล้วเหตุไฉนหล่อนจะต้องฝืนทนคนที่ไม่ตามใจ

นี่ก็ยังเป็นปัญหาที่มิว่าปู่ย่าพ่อแม่พี่ชายก็ยังขบไม่แตก

แต่จะว่าไปทำไมมีพวกเขาเหล่านี้ทั้งตัวปู่เองก็ยังตั้งหน้าตั้งตา…

นั่นก็เก็บไว้ให้น้องบน นี่ก็เก็บไว้ให้น้องบน

ทุกคนคิดถึงแต่น้องบน ลูกสาวหลานสาวน้องสาวที่เจ็ดสิบปีมีมาเพียงหนึ่งเดียวผู้นี้

“แม่ป้าน้าพี่น้องเขาก็คงตอบไม่ได้ละมังฮะ” อีกฝ่ายเอ่ยความ ท่าทางซีดไป “คือเขาเองก็เป็นฝ่ายมีคนมาขอ พวกผู้ชายก็ล้วนแล้วเป็นเขย บางคนก็ดี บางคนก็…ผมคุยกับเขาแทบไม่ไหวเหมือนกัน เลยไม่ทราบจะปรึกษาใคร”

“ถามคุณพ่อคุณนั่นแหละเหมาะสุด” ปู่แนะนำ “ถึงยังไงเราก็ต้องทำตามผู้ใหญ่ เงินทองก็ของเขา…อีกอย่าง…”

เมื่อมาถึงตรงนี้ ฝ่ายปู่ชะงักนิดหนึ่งจึงกล่าวต่อ

“ตกลงเป็นอันว่าน้องบนตกลงให้สามมาขอแล้วใช่ไหม”

“เอ้อ…” อีกฝ่ายหัวเราะเจื่อนๆ “ผมก็เคยพูดฮะ…น้องบนก็บอก ตามใจซี อยากจะขอนักก็มา…”

“อ้าว…ไหงพูดยังงั้นล่ะ” ปู่หัวเราะชอบใจ

ปู่มักจะครึกครื้นอยู่เสมอเมื่อได้ยินหลานพูดจา เปรี้ยวๆจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน บางวันก็ขวางโลก บางวันก็ถูกโฉลกกับใครสักคนเป็นต้นว่าพี่ชายหนึ่งในสามหรือไม่ก็ทั้งหมดก็มักจะลดตัวลงเป็นเด็กหญิงเล็กๆไร้เดียงสา ไม่เหมือนหญิงสาวก๋ากั่นหาญกล้า หนึ่งในคณะกรรมการบริษัทเหล็กไทยเทวฤทธิ์ จำกัด

กับชายหนุ่มมากหน้าผู้ทยอยเดินแถวเข้ามาติดใจก็เช่นกัน

คบกันได้ ‘ไม่กี่น้ำ’ ก็บอกเลิกกับเขาดื้อๆ

ถ้าปู่ย่าตายายพ่อแม่พี่ชายถาม หล่อนก็จะตอบ

‘ก็หนูไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว’

‘ก็หนูไม่ชอบคนเจ้าชู้’

‘ก็หนูไม่ชอบคนเอาเปรียบ’

‘ก็หนูไม่ชอบคนขี้เหนียว’

‘ก็หนูไม่ชอบคนเล่นการพนัน’

‘ก็หนูไม่ชอบคนกินเหล้า’

ถ้าย่าคันปากมากๆก็มักจะย้อนถาม

‘แล้วตัวหนูล่ะดีแค่ไหน’

พี่ชายก็เลยตบมือกันเกรียวจนน้องสาวไม่พูดด้วยครึ่งวัน

 

ปู่นึกแล้วก็อ่อนใจ เลยบอกสามมุข

“ถ้างั้นก็ลองดู”

“เดี๋ยวผมจะลองหารือคุณย่าดูอีกทีดีไหมครับ”

ปู่ก็เลยขัดคอ

“ทำไมถึงต้องรอถามคนนั้นคนนี้ ก็ตกลงให้แน่นอนกับเจ้าตัวไม่ดีกว่ารึ มีเวลานี่นา มาเรือทั้งที…เห็นน้องบนว่าพรุ่งนี้ก็ยังไม่ถึงไม่ใช่หรือ”

“ยังไม่ถึงฮะ พรุ่งนี้เรายังต้องอยู่บนเรือทั้งวัน” สามมุขนิ่งคิด

นึกถึงตอนหล่อนปิดประตูใส่หน้าเมื่อเขาไปเคาะเรียกเมื่อคืน

‘ยังไม่อยากคุยจริงๆพี่สาม เอาไว้พรุ่งนี้…คืนนี้หนูจะต้องเขียนรายงานอะไรสักหน่อยน่ะค่ะ’

ยิ่งคบยิ่งดูใจกันก็ยิ่งไม่เข้าใจ ดูหล่อนปรู๊ดไปปร๊าดมาจับไม่ติด

แต่เนื่องจากคำขวัญ ‘รวย สวย เก่ง’ คือนักเลงกำกับสมองเรื่อยมา เรื่องถอยหน้าถอยหลังจึงไม่มี มีแต่เดินหน้า

แม้แต่ปู่ย่าตายายและฝ่ายหญิงทั้งหลายก็เชียร์กันเสียงหลง

“นั่นน่ะซี แล้วจะรีบไปทำไม มีเวลาตกลงกับน้องบนตั้งเยอะแยะ ตกลงให้ได้ก่อนค่อยไปพาป๊ามาหมั้น” ปู่จัดสรรให้เสร็จ “ไม่ใช่อะไรหรอกสาม…คือ…ปู่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อหลานตัวเองสักเท่าไหร่”

สมุทรไทตระเวนถ่ายรูปจากมุมสวยเก๋เกือบทุกชั้นภายในลำเรือที่เป็นห้องสำหรับส่วนรวมเสร็จสิ้นจึงกลับมายังห้องกาสิโน ถามพนักงานถึงชายเอเชียสองนาย อีกฝ่ายก็รีบพาไปยังแกรนด์บาร์

“ถ่ายอะไรมามั่งล่ะไท” ปู่ดีใจที่ได้พบหน้าชายหนุ่มจนสามมุขนึกชังน้ำหน้าเขามากขึ้น “นั่งซี นั่งด้วยกัน จะดื่มอะไรก็มีทั้งนั้น นี่จะครบชั่วโมงหรือยัง”

“กำลังจะครบแล้วครับ”

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะสาม…อะไรทุกอย่างไม่ต้องกังวล มีเวลาอีกเยอะ” อีกฝ่ายทิ้งความหมายที่หวังจะให้รู้กันเพียงสองคน

แต่ก็หาใช่เช่นนั้นไม่

สมุทรไทเห็นสีหน้าคนทั้งคู่กำลังเคร่งเครียด คล้ายกำลังระบายความในใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็นึกรู้

ไอ้หมอนี่คงกำลังพูดกับปู่เรื่องสำคัญ คำของปู่ที่ว่า ‘ขยับแล้วขยับอีกจะมาขอหมั้น’ ยังติดอยู่ริมหู

เมื่อถึงหน้าห้องสปา บนฟ้ากับย่านวดเสร็จพอดี ท่าทางแจ่มใสสบายอารมณ์

หลานสาวของปู่ย่าก็เลยชวนทั้งสี่ขึ้นไปยังชั้น 15 ที่มีห้อง ‘ขอบฟ้า’ ให้นั่งจิบชา รับประทานขนมพร้อมฟังเพลงไพเราะจากวงดนตรี

 

Don`t copy text!