ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 30 : น้องบนคนเก่ง

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 30 : น้องบนคนเก่ง

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-30-

 

เพียงแต่ลับร่างสามมุข สมุทรไทก็ขยับตัวเตรียมกลับห้องเช่นกัน

“ถ้างั้นน้องก็อยู่เป็นเพื่อนคุณปู่คุณย่านะฮะ เผื่อมีอะไรเป็นส่วนตัวจะได้คุยกัน” เขาเองก็ระมัดระวังตัว กลัวความไม่พอดีที่อาจทำให้บุพการีของเพื่อนไม่พอใจ

แต่ปู่ห้ามไว้

“ทำไมถึงจะรีบล่ะ ก็ขานั้นเขาง่วงก็ปล่อยเขาไปไง เราไม่ง่วงก็อยู่คุยกันก่อน…แต่ยังไงก็ขอฉันอาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะได้วานไทพาไปส่งที่กาสิโน”

“นั่นไง เราก็นึกอยู่แล้ว” ย่าว่าพลางพยักหน้ากับหลานผู้ยังคงนั่งนิ่งครู่หนึ่ง จึงเดินไปเปิดโทรทัศน์ดูหนัง

ย่าก็เลยพาเขาเข้าไปในห้องแพนทรี ปล่อยปู่ไปเข้าห้องน้ำ

“ไทว่าสามมุขติดการพนันหรือเปล่า” อีกฝ่ายลดเสียงลงด้วยท่าทีกรรมการตรวจสอบความประพฤติ

“คงไม่ละมังฮะ…มาแบบนี้ค่อนข้างไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ถ้าไม่ชอบว่ายน้ำ ไม่ชอบฟิตเนส ไม่ชอบเต้นรำ ไม่ชอบร้องเพลง ฟังเพลง ไม่ชอบอ่านหนังสือน่ะนะครับ…ถ้าเขาเล่นไพ่เป็น เขาก็ต้องเล่นละฮะ ไม่แปลกอะไร…แต่…คุณย่าว่าดีกว่าดื่มแล้วเมาพับไปไหมครับ”

“เอ…” ย่าเอียงคอนิ่งคิด

“สมมุติว่า…คนเราคงต้องติดอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนกัน…สมมุติว่า-า–” ชายหนุ่มเอ่ยพลางเหลือบไปทางประตูห้องที่เปิดอยู่ ยังไม่เห็นผู้เป็นหลานกลับเข้ามา…แต่เสียงภาษาอังกฤษจากจอโทรทัศน์ยังคงดัง…เอาเป็นว่า หล่อนกำลังดูหนังในจอแก้ว แต่จะดูจริงจังหรือเสแสร้งแกล้งดูเพื่อให้คนในอีกห้องรู้ว่า…นี่นะ…ฉันกำลังดูทีวีอยู่นะ…ไม่ได้สนใจเธอนะ…ไม่สนจริงๆแม้แต่ชำเลือง…แม้แต่…อือ…จะแม้แต่อะไรก็ตามที แต่ท้ายที่สุดก็คือไม่สามารถรู้สึกใดๆในทางดีต่อเธอได้ ฉะนั้นเขาก็เลยหันไปคุยกับย่าอย่างเต็มที่ เนื่องด้วยรู้ดีว่าย่าเองก็เป็นห่วงหลาน อยากให้หลานได้คู่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ “สมมุติว่า คุณคนนี้เขาติดการพนัน คุณย่าจะว่ายังไงไหมครับ”

“โอ๊ย…ไม่ได้เลยละไท…คงทนไม่ไหว ถ้าน้องบนแต่งไป ย่าคงช้ำใจตาย”

“แล้วถ้าไม่ติดการพนัน แต่ติดเหล้าล่ะครับ”

“ก็ไม่ไหวอีกเหมือนกัน”

“ถ้างั้นก็เจ้าชู้”

“น้องบนกรี๊ดตายเลย แค่นี้ก็ยังกรี๊ดตั้งเท่าไหร่ ไทไม่เห็นหรือ” ย่ากระซิบกระซาบ

กลัวหลานจะได้ยิน

เขาก็เลยยิ้มๆ

“ถ้าติดงานของเขาล่ะฮะ…หลงงานหัวปักหัวปำ เช้าค่ำทำแต่งานสร้างตัว หวังให้ครอบครัวเป็นปึกแผ่น”

“แค่ไหนล่ะจ๊ะ” คราวนี้ย่าเลยพลอยรื่นรมย์ไปกับคำถามอัตนัยของเขา ที่ต้องถามจนเข้าถึงทั้งชีวิตและจิตใจ

“คำว่าแค่ไหนของคุณย่านี่ละฮะที่ยาก” ชายหนุ่มบอกกล่าว “แต่ถึงไง ผมก็ภาวนาให้น้องบนฟ้าได้คู่ รวย หล่อ แล้วก็ดี”

“คนนี้เข้าข่ายไหม ลองเอาตาคุณวัดดูซิ”

“ก็เข้านะครับ…รวยนั้นน่ะแน่นอนแล้ว หล่อก็แน่นอนอีกเหมือนกัน…”

“ไทว่าหล่อเหรอ” ย่าถามดื้อๆ พลางขมวดคิ้วนิดๆจนเขาแทบหัวเราะออกมา “ผู้ชายขาวยังกะนีออนยังงี้ ย่าไปยักชอบ…แล้วมันก็ดูสำอาง…แม้แต่หนวดก็ไม่กระดิก…”

คราวนี้ ชายหนุ่มทนไม่ไหวก็เลยปล่อยก้ากออกมา…จนย่าก็ต้องพลอยขำไปด้วย

“ย่าหัวเราะอะไรคะ” หลานจากอีกห้องยื่นหน้ามาถาม

พอดีปู่อาบน้ำเสร็จ แลเห็นย่าใบบุญกับสมุทรไทชวนกันประสานเสียงหัวเราะ ก็ได้แต่แปลกใจ

“ขำอะไรกัน”

“สงสัย” หลานสาวแลดูอาการย่าแล้วเลยงอนขึ้นมาอีก เพราะใจนั้นนึกแต่ว่าทั้งคู่คงกำลังนินทาใครสักคนหรือสองคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เพิ่งลับไปจากประตู “ย่าว่าหนูกับพี่สามละมัง คนอื่นเลยพลอยผสมโรง”

“คงใช่” ย่าว่า นัยน์ตายังคงเป็นประกาย

“ย่าบอกมานะว่าย่าว่าอะไรพี่สาม…ว่าอะไรหนู”

“ก็ว้า-า-า” ย่าลากเสียง หากก็หัวเราะ “ว่าหนูน่ารักจ้ะ…หนูน่ารัก…คงทนคนขี้เมา เจ้าชู้ เล่นการพนันไม่ได้”

“แล้วใครขี้เมาเจ้าชู้ เล่นการพนัน” อีกฝ่ายย้อนถาม ตวัดนัยน์ตามาทางเขาผู้เมินไปยิ้มกับโคมไฟ

ปู่สวมเสื้อกางเกงเสร็จสรรพ หวีผมเรียบ ได้กลิ่นโคโลญจ์อ่อนจางปนมา หากก็โบกมือ

“ค่ำแล้วลูก อย่าหัวเสียตอนก่อนนอนกับตื่นนอนจำไว้” พลางหันมาทางเขา “เอ้า…ไท…เราไปกัน…”

“หนูไปด้วย”

“แล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนย่า” ปู่ถาม “ไม่เอา หนูไม่ต้องไป มันเรื่องของผู้ชายเขา เราผู้หญิงไม่ต้องไปบ่อน”

“ปู่เช้ยเชย” หลานว่า “ผู้หญิงน่ะซีไปบ่อน ไปจนเต็มบ่อน ไม่เห็นเหรอปู่ ตำรวจลุยบ่อนทีไร เห็นแต่ผู้หญิง”

“แล้วดีเหรอนั่นน่ะ”

“ก็นี่เราพูดกันถึงว่าผู้ชายทำได้แต่ผู้หญิงไม่ควรทำใช่ไหมปู่” หลานย้อนไม่ลดละ “หนูก็เลยต้องบอกปู่ไงล่ะว่า เดี๋ยวนี้…ไม่มีแล้ว…ผู้ชายทำได้ผู้หญิงทำไม่ได้น่ะ ไม่มี…ก็ไม่มีใครไปบอกเขาหรอกนะว่าทำได้ไม่ได้ เขาทำของเขาเอง ถึงทำไม่ได้ เขาก็จะทำของเขาจนได้…”

ย่าฟังแล้วก็เห็นจริงตามนั้น

“ใช่…” เธอรู้สึกดีทีเดียวกับการมาเที่ยวคราวนี้ นั่นก็เนื่องด้วยได้พูดคุยกันมากขึ้น เพราะยามอยู่บ้าน ต่างคนต่างทำงาน หลานสาวเพิ่งรับหน้าที่ใหม่ในบริษัท จึงยังต้องฝึกงานดังเช่นพนักงานทั่วไป ระบบระเบียบที่วางไว้มีว่าอย่างไร ลูกหลานเครือญาติก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การแข่งขันอันเป็นสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้อนรับผู้บริหารองค์กรชำนาญการที่เป็นคนนอกตระกูลเข้ามาร่วม “ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เก่งไม่มีใครสู้ บางคนเก่งกว่าผู้ชายหลายเท่า…ไทว่างั้นไหม”

“เห็นด้วยครับ…ดูเหมือนจะเก่งกว่าผู้หญิงอีกหลายประเทศในเอเชียด้วยซ้ำไปฮะ” ชายหนุ่มออกความเห็นโดยไม่หันไปมองหญิงสาว “แต่ผมก็ภาวนานะ…ขอให้เก่งอย่างผู้ดี อย่าเก่งอย่างผู้ร้ายเป็นใช้ได้”

“นี่คุณว่าใคร” หลานของปู่ย่าขึ้นเสียงแว้ดจนผู้อาวุโสตกใจ แม้กระนั้น สมุทรไทก็ไม่หันไปสบตา

“ไม่เอา…ไม่เอาลูก ไม่หาเรื่อง” ปู่ยกมือห้าม “ไป…ไท…เราไปกัน…ไม่เอา…ไม่ทะเลาะกะยายผู้หญิงพวกนี้…เดี๋ยวมันพาลไล่เราออกจากห้อง จะยุ่งกันใหญ่”

ย่าก็เลยหัวเราะกิ๊กออกมา

 

Don`t copy text!