ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 31 : ไหนว่าจะนอน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 31 : ไหนว่าจะนอน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-31-

 

จริงดังที่ปู่คาดไว้ไม่มีผิด เมื่อเขาพาปู่ไปถึงห้องกาสิโน ก็แลเห็นสามมุขยืนอยู่แล้วที่โต๊ะแบล็คแจ็ค

เขาก็เลยถามปู่

“คุณปู่จะเล่นด้วยไหมครับ ถ้าเล่น ผมขอส่งคุณปู่ตรงนี้เลยนะฮะ…ขอกลับไปอาบน้ำสักครู่” สมุทรไทบอกพลาง มองไปรอบๆที่มีโต๊ะการพนันที่ทำอย่างไรเสียก็ไม่คุ้นเคย อาจจะลองเล่นบ้างเหมือนกันในบางโอกาสที่ต้องรวมกลุ่ม หากถึงอย่างไรก็ไม่คุ้นจนแล้วจนรอด อาจเป็นไปได้ว่าย่าสอน ‘อย่าเข้าไปแตะเชียวนาไทนา ไฟไหม้บ้านสามครั้งยังไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว’ แต่แม้ไม่สอน ในความรู้สึกของเขาก็ไม่ยอมคุ้นเคยกับการพนันอยู่ดี

ดังนั้น โต๊ะต่างๆภายในห้องจึงดูไม่สนิทชิดใกล้

“ได้เลย ไปอาบน้ำเลยไท แล้วไงๆก็กลับมานะ มาลองเล่นดูก็ได้ กาสิโนนี่สไตล์มอนติคาโลไง…มีทั้งแบล็คแจ็ค รูเล็ตเห็นไหม แล้วก็โป๊กเกอร์ สล็อตแมซีนก็มี…เล่นอื่นไม่เป็นก็โยกสล็อตได้”

“เดี๋ยวกลับมา ถ้ายังไง ผมจะลองโยกสล็อตดูนะครับ” ชายหนุ่มไม่ขัดใจ “ว่าแต่ว่า คงต้องไม่ดึกเกินไป เดี๋ยวคุณปู่ตื่นไม่ไหว”

“อ๊ะ…มีหรือตื่นไม่ไหว ตีห้าครึ่งนี่สบายๆ”

กลับถึงห้อง อาบน้ำแล้ว เขาก็เลยไลน์ไปบอกปรายเพราะขณะนี้ไวไฟทำงานดีแล้ว

“ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ต้องห่วง”

ยังไม่ถึงอึดใจ เสียงปรายก็ดังขึ้นเพราเขาเองบอกไว้ ไม่ต้องโทร.มา ว่างเมื่อไหร่จะเป็นฝ่ายโทร.ไป

“น้องบนกะไอ้หมอนั่นเป็นไงมั่ง” นั่นคือประโยคแรกของเพื่อน “มีหวังน้องกูจะเทมันไหม”

“ยังไม่มีเค้าเลยว่ะ” ชายหนุ่มรายงานอย่างที่รู้สึก “ตรงข้าม…กูว่า…คือ เขาก็คิกคักกันนะ…แต่ยังดีที่ไม่ถึงกับควงแขนกันเท่านั้นแหละ คงยังเกรงๆปู่กับย่าอยู่มั่ง”

“เฮ่ย…น้องกูน่ะเหรอมันเกรงใครเป็น…ถ้ามันอยากควงมันก็ควง”

“แต่นี่ไม่มี ไม่ควง…แต่…สวีทกันน่ะมี…”

“มึงเห็นแล้วอิจฉามั่งป่าววะ”

“มีบ้าง” เพื่อนของเขายิ้มกับมือถือ

“ฮ่าฮ่าฮ่า” ข้างนั้นขำก้าก “จริงอ่ะ”

“น่าจะจริง”

“ไอ้บ้า…เออเว้ย…แล้วจะทำไงดี กูไม่อยากได้มันเป็นน้องเขยเลยให้ตาย” ปรายส่งเสียงไม่สบอารมณ์

“จ้างกูมาสอดแนมละซีเนี่ย” สมุทรไทดักคอ เพราะนึกอยู่แล้วว่าเพื่อนต้องมีเหตุผลลึกลับแอบแฝง

“เออ…ก็อยากรู้ไง” อีกฝ่ายยอมรับ “อีกอย่างปู่กูเขากำลังหลงหมอนี่ ก็มันประจบปู่กับพ่อติดทั้งคู่เลย แล้วมันก็เป็นเพื่อนพี่ปัน เขาว่ามันรวย แล้วก็เรียนวิชาทันสมัย…ต่อไปข้างหน้าวิชาพวกนี้จะเฟื่องฟู ทำเงิน ทำคนให้หายไป ทำหุ่นยนต์ขึ้นมาแทน…”

“เหรอ…แล้วมันดียังไง ไอ้หุ่นยนต์น่ะ” เขาก็เลยถาม

“เสียอย่าง…มันเป็นเมียมึงไม่ได้เท่านั้นแหละ นี่คือข้อบกพร่องของไอ้พวกหุ่น”

สมุทรไทก็เลยบรรลุ บอกเพื่อนว่า

“นี่มึงรู้ไหม กูขอบใจมึงมากที่ส่งกูมาดูแลคุณปู่คุณย่า ได้มาอยู่ใกล้คนรุ่นบิลเดอร์ กับคนรุ่นเจนวายที่มีกูอยู่ด้วย” เขาก็เลยทิ้งท้าย “ได้รู้ว่าความมีชีวิตชีวาของคนกับธรรมชาตินี่มันเป็นยังไง มันไกลจากหุ่นยนต์แค่ไหน…แล้วก็…สุดท้าย…ช่วยให้กูรักโบราณคดีกับประวัติศาสตร์ศิลป์ขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรุ่งนี้เราจะถึงเนเปิ้ลส์แล้ว จะได้เจอ คัม แบค ทู ซอร์เรนโตแล้ว”

“กูอิจฉามึงซะแล้วซีเนี่ย อยากเหาะมาเดี๋ยวนี้จังเลย” เสียงปรายผ่านมาอย่างเสียดายจริงจังที่ตนเองไม่มีส่วนร่วมในเรือสำราญครั้งนี้

รุ่งขึ้น เรือเทียบท่าเมืองเนเปิ้ลส์ตั้งแต่หกนาฬิกา ครั้นถึงแปดนาฬิกาเศษ รถทุกคันก็พาสมาชิกของเรือมุ่งสู่เมืองซอร์เรนโต ที่อยู่ห่างจากท่าเรือราว 25 กิโลเมตร

นามซอร์เรนโตนี้มีชื่อเลื่องระบือลือนามมาแสนนาน งามด้วยหุบห้วยตรวยโตรก หลืบหินช่องผา ดงไม้ ต้นที่มีอยู่มากมายรายเป็นทางคือมะกอกหรือโอลีฟ กับแนวแห่งสนสูงที่แผ่ขยายบานออกไปคล้ายร่มกาง เป็นเพียงเมืองเล็กบนชายฝั่งของอ่าว ‘อามัลฟี (Amalfi)’ แต่ความเล็กของของเนื้อที่มิได้เป็นอุปสรรคต่อความงามที่ทำให้ซอร์เรนโตกลายเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม

นักท่องเที่ยวจึงชวนกันหลั่งไหลมา ด้วยเหตุที่เป็นเมืองเล็กน่ารัก ทุกคนสามารถเดินเท้าเที่ยวไปตามมรรคาในตัวเมืองอันโดดเด่นอยู่บนหน้าผาริมฝั่งทะเล เอนกอนันต์ด้วยจุดชมวิว วิลล่าเล็กๆและรีสอร์ตหรูที่มองออกไปแลเห็นทะเลเมดิเตอเรเนียนสีครามแกมเขียว หมู่เรือนของชุมชนตั้งเรียงรายซ้อนเหลื่อมลึกลิ่วลงสู่เชิงเขาที่ล้อมรอบด้วยหุบ มีภูเขาไฟวิสุเซียสแผ่สองปีกออกเป็นทิวยาวเหยียดอยู่ตรงข้าม

ถนนบนหน้าผาที่รถกำลังแล่นตามกันและสวนกันเป็นการไปมาที่ไม่มีอันตรายเนื่องด้วยทุกแรงขับต้องระมัดระวัง

ช่างเป็นภาพอันหมดจดงดงามแห่งยามเช้าที่ยากจักพบ

บัสพาไปจนถึงลานจอดกว้างใหญ่อันเป็นศูนย์รวมรถท่องเที่ยว ปล่อยทุกคนลงเดินข้ามไปยังห้างสรรพสินค้าหัวมุมที่เป็นร้านขายสิ่งทอใหญ่ชื่อดัง

“ก็สุดแต่ใครอยากจะแวะที่ไหน ซื้ออะไร รับประทานอะไร แถวนี้มีทุกอย่าง” ผู้นำทางบอกกล่าวก่อนลงจากรถ ภายหลังเท้าความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเนเปิ้ลส์ที่มีอายุราวๆ 900 ปีก่อนคริสตกาล โดย ‘เนเปิ้ลส์’ แปลว่าเมืองใหม่ ต่อมาจึงกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของอิตาลี โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ชาวโรมันเข้ามายึดครอง จึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและย่านพักผ่อนจนกระทั่งโรมันล่มสลาย เนเปิ้ลส์จึงถูกถ่ายโอนไปตกอยู่ในอุ้งมือของอนารยชนหลายเผ่า อันได้แก่ บาร์บาเรียน ลองโกบาร์ด บีแซนไทน์เป็นเวลากว่า 500 ปี ต่อจากนั้นจึงถูกเปลี่ยนมือไปมาโดยการยึดครองของกษัตริย์เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย แม้แต่สงครามโลกสองครั้ง เนเปิ้ลส์ก็ถูกถล่มมากที่สุดในอิตาลี “แต่อย่างไรก็ตาม เวลาเดินก็ควรระวังกระเป๋าของท่านด้วย จะได้เที่ยวกันราบรื่น”

เรื่องระวังกระเป๋านั้น นับเป็นธรรมดาของการเดินทางในยุโรป

สมุทรไทซึ้งใจในซอร์เรนโตจนกล้องถ่ายรูปของเขาในวันนี้บรรจุไว้แต่ทุกมุมของเมืองน้อยน่ารัก

ขณะเดินออกจากร้านอาหารหัวมุมที่ทุกคนกินรองท้องเผื่อหิวเพราะตอนเที่ยงยี่สิบนาที รถจะออกจากที่นี่ไปยังเมืองปอมเปอี

หากก็พบขบวนศพจากโบสถ์ใกล้ๆแห่มาขึ้นรถยนต์มาเซอราตีที่จอดอยู่

เสียงย่าเปรยๆ

“เขาว่าถ้าเจอแห่ศพจะโชคดี เคยหวังอะไรไว้ก็จะได้ดังหวัง”

“จริงเหรอย่า ถ้างั้นหนูก็จะโชคดีแล้วซี” ว่าพลางหล่อนก็ชายตาไปทางสามมุข

 

Don`t copy text!