ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 36 : ประจัญหน้า

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 36 : ประจัญหน้า

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-36-

แม้เมื่ออาหารมาถึงแล้ว ก็ยังแลไม่เห็นสามมุขก้าวเข้ามา

“อ้าว…แล้วนี่จะยังไงกัน” ปู่ถามหลานไปอย่างนั้น เพราะถึงอย่างไรประโยคท้ายก็ตามมา “สงสัยจะไปคาสิโน…แต่จะปงจะไปก็น่าจะบอกกันใช่ไหม จะได้ไม่ต้องรอ”

“เดี๋ยวผมไปดูให้ดีกว่า” ชายหนุ่มอึดอัดขึ้นมาใหม่จนต้องเสนอตัวอีกครั้งทั้งๆไม่เต็มใจ

มากับคนไม่มีมารยาทก็เช่นนี้

“กินก่อนดีกว่าไท ยังไม่ต้องไป ขืนไปกว่าจะกลับปลาก็เย็นชืด”

แต่บนฟ้าทำหน้าบึ้ง ไม่รู้ว่าโกรธคนที่หายหรือโกรธคนไปตาม

“เอ้า…ลงมือเลย” ปู่บอกบทเมื่อเห็นย่ายังนั่งนิ่ง ไม่หยิบมีดกับส้อม “อย่าอารมณ์เสีย…อย่า…ขอที…นี่เรามาเที่ยว บอกแล้วไง…ไม่ใช่มาตีกัน…เอ้า…น้องบน…เจ้าภาพ…ลงมือเลยลูก ปู่หิวแล้ว”

ว่าพลางผู้พูดก็ตัดซี่โครงแกะในจานตรงหน้า ส่งเข้าปากพลางชมเชย

“อือ…ของเขานุ่มดี…เอ้า…ไทลงมือเร็ว…น้องบนอย่ามัวงอนเลยลูก…ถูกต้องไหมล่ะที่หนูชอบเขาน่ะ”

“ปู่…ปู่…ปู่…” อีกฝ่ายลากเสียงยาวยืดราวกับหวูดรถไฟ

ทั้งสมุทรไทและปู่ก็เลยยิ้มออกมา

แต่หลาน ‘เล็กๆ’ ของปู่ย่ากลับเปิดกระเป๋ากลางคืน ดึงทิชชูออกมาซับน้ำตาเพราะเหลือบมาเห็นยิ้มของเขา

“ไม่เอาลูก” ย่าก็เลยปลอบ “ปลานี่ก็น่าทานจัง แบ่งของย่าไปมั่งก็ได้…เอ้าลูก ตัดไป…”

แต่หลานยังคงทำฤทธิ์ ขณะที่สมุทรไทแสร้งไม่รู้ไม่ชี้ไม่มอง เกรงสาวน้อยสมองกลจะปล่อยโฮออกมา แล้วเขาไม่รู้จะพูดจาอย่างไรดีจึงจะหยุดวิธีประท้วงของหล่อนได้

จึงก้มหน้าก้มตาตัดปลาโซลเข้าปาก ทำสถิติหมดจานในไม่กี่พริบตา

ครั้นแล้วจึงดื่มน้ำ วางผ้าเช็ดปาก พลางขอตัว

“เดี๋ยวผมมานะฮะ”

“ไท” ปู่ก็เลยตัดเนื้อจากซี่โครงแกะไม่ขาด ย่ามองเขาพลางพยักหน้า แววนัยน์ตาขอบใจ

เพียงแค่ลับร่างชายหนุ่ม บนฟ้าก็ผลุนผลันลุกขึ้น

“หนูไปตามเองก็ได้”

“อ้าว…” ปู่เบิกตากว้าง เหลือบมองบริกรชายประจำโต๊ะผู้กำลังรอจะเติมไวน์ “ทำไมไม่กินให้หมดก่อนล่ะลูก…ก็ไทเขาไปแล้วไง”

“หนูไม่ชอบให้ใครมามีบุญคุณ” น้องบนเม้มปากแน่น นัยน์ตาวาวด้วยน้ำใส พลางก้าวฉับๆลับตัวไป

ทิ้งให้ปู่พึมพำ

“กินซะ…ไม่ต้องไปสนใจไอ้ละครคณะนี้หรอก” ผู้อาวุโสหมดปัญญาที่จะตีความว่าเกิดอะไรขึ้น น้องบนจึงต้องเป็นน้ำหูน้ำตา

จะว่าเอาชนะคะคานกันระหว่างสามหนุ่มสาว บัดนี้สมองก็ทื่อไปเสียมาก นึกไม่ออกถึงอาการยอกย้อนซ้อนกลของวัยต้น โดยเฉพาะสมัยที่สมองกลเฟื่องฟูอีกต่อไป

ย่าก็เลยนึกขึ้นได้ว่าต้องไม่ใส่ใจ เลยตัดปลาให้คู่ชีวิตลองชิม

บนฟ้าเดินเร็วราวกับวิ่งผ่านหน้าคนทั้งหลายในห้องอาหารที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ

แต่หล่อนก็บอกกล่าวหญิงบริกรผู้ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ปลายห้องว่าลืมของไว้ตรงโน้น

ครั้นแล้วก็วิ่งมาทันเขาตรงหน้าลิฟต์

ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงสองคนประจันหน้ากัน

“อย่ามายุ่งกับพี่สามได้ไหม” เสียงหล่อนแข็งทีเดียว

ชายหนุ่มก็เลยมอง…มองด้วยแววตาเฉื่อยๆที่ทำให้อีกฝ่ายแข็งขึงไปเหมือนกัน

ด้วยว่าเป็นแววอันเฉียดเย้ยหยันที่อาจกลายเป็นความหยามหมิ่นไปในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า…หากว่าหล่อนมิใช่น้องสาวของเพื่อนรัก

“พูดผิดพูดใหม่ได้” เสียงของเขาเข้มพอๆกับแสงตา

ครั้นแล้ว โดยไม่ทันรู้ตัว ข้อมือของหญิงสาวก็ถูกเขาดึงไปยืนอีกฟากที่ห่างจากลิฟต์ซึ่งมีคนมายืนรอประปราย

“เอ้า…พูดไป พูดใหม่”

น้องบนของคนทั้งหลายตกใจเหมือนกันที่หน้าตาเขาดูเอาจริงขณะยืนประจันกัน แลเห็นกันและกันไม่เกินหลา เครื่องหน้าตรงไหนไม่เคยพิจารณานอกจากคอยเหลือบตาดูแวบๆตอนเขาเผลอ บัดนี้ ทั้งหน้าผาก คิ้วตา ประกายจากการมองที่ค่อนข้างเคร่งขรึม จมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มสนิท บ่งบอกความนึกคิดที่เคยปิด หากบัดนี้เปิดกว้าง…ได้เดินทางมาถึง มาตรึงอยู่ตรงนี้…อย่างคนมีดี

แต่ ‘น้องบน’ เสียอย่าง ถ้าไม่กร่างไม่ใช่หล่อน

เคยกร่างกับปู่ย่าพ่อแม่พี่ชายอย่างไร ก็จะทำให้ชายตรงหน้ารู้ว่าเล่นกับหล่อนไม่ง่ายอย่างนั้น

“มีสิทธิ์อะไรมาบังคับให้ฉันพูดไม่พูด”

“มี…สิทธิ์ที่ผมเป็นลูกจ้างปรายมาคอยดูแลคุณปู่คุณย่าของเขา ไม่ให้มีคนไม่เข้าท่ามาทำให้ท่านวุ่นวาย”

“ก็แค่ลูกจ้าง…” อีกฝ่ายทำเสียงเยาะ “วุ่นวายยังไงถ้าคุณอยู่ส่วนของคุณ พี่สามเขาอยู่ส่วนของเขา เขาจะมาไม่มาก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะต้องมาพลอยโหนกระแสเอาหน้า”

คราวนี้ หล่อนแลเห็นสีโลหิตแล่นขึ้นจับแนวแก้มเขาจนแดงจัด

หรือจะแดงเพราะไวน์ที่จิบเมื่อครู่ก็ได้

จึงรู้ว่าหน้าตาเขาเริ่มส่งสีจนแทบได้ยินส่ำเสียงจากอารมณ์ภายใน

“แต่ท่านทั้งคู่อยู่ในความรับผิดชอบของผม” สมุทรไทลงเสียงกร้าวนิดๆ

เขาน่ะหรือจะยอมให้หล่อนนำความสนิทเสน่หาที่เครือญาติปรนเปรอมากดหัวเขาอย่างคนเจ้าอำนาจ

“แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่สาม ฉันถามแค่นี้” บนฟ้าส่งเสียงเบาๆ

เขากับหล่อนยืนประจันกัน หน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงหน้าต่างที่แลออกไปมีแต่ความอ้างว้างมืดมิด

เรือเดินสมุทรลำใหญ่เคลื่อนไหวเงียบกริบ ตรงข้ามกับอารมณ์เดือดสนิทของทั้งคู่

 

Don`t copy text!