ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 37 : พูดผิดพูดใหม่

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 37 : พูดผิดพูดใหม่

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-37-

“มันต้องเกี่ยวอยู่แล้ว” สมุทรไทเปล่งเสียง “ถ้าไม่เกี่ยวก็คงไม่รับอาสาไปตาม…ที่ที่จะไปก็คือกาสิโน”

เขายิ้มมุมปากนิดๆ…เชิงสะกิดหล่อน

‘หมอนี่ชอบการพนัน’

เมื่อคืนก็ไป คืนนี้ก็ไป คืนพรุ่งนี้ก็ไปอีก

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ‘คนดี’ อย่างคุณ”

“เกี่ยว…เกี่ยวตรงทำให้ผู้ใหญ่รอเหมือนคนไม่มีมารยาท”

“ถ้าเขาจะไม่มีมารยาท ก็ไม่ต้องการคนสอนอย่างคุณ”

ว่าพลางบนฟ้าก็สะบัดหน้า เตรียมเดิน

แต่ชายหนุ่มไม่ยอม จับข้อมือหล่อนแน่นดึงตัวไปยังลิฟต์ ตามคนในลิฟต์ลงไปยังชั้นห้า ณ ที่ที่ปู่ย่ากินไปรอไป

ยังไม่ทันนั่งลง น้ำตาก็ไหลจากหน่วยตางามของหญิงสาวในชุดหรู

ต่างหูเพชรซ้อนเกล็ดยาวก็แทบจะหมดความสกาวลงไป

“อ้าว…เป็นอะไรไปอีกล่ะลูก” ปู่ย่าเอ่ยเกือบพร้อมกันเมื่อเห็นหลานรักซับนัยน์ตา

“ผมไม่ให้คุณบนฟ้าไปตามคุณสามมุขที่ห้องกาสิโนน่ะครับคุณย่า”

“ดีแล้ว” ปู่พยักหน้า…มียิ้มแวบๆผุดขึ้นในดวงตาหลังแว่นใส “พี่เขาไม่ให้หนูไปน่ะถูกแล้ว…หนูเองก็ไม่ชอบบ่อนไม่ใช่หรือ ก็ตอนไปเวกัสกันนั่น หนูก็ยังเคยบอกปู่เลยนี่นา…จำไม่ได้หรือไง”

แต่จะทำให้น้ำตาแห้งเร็วนักก็ใช่ที่ น้องคนเดียวของพวกพี่ชายก็เลยยังใช้ทิชชูปิดตา ทำท่าคล้ายสะอื้น

ถึงตอนนี้ สมุทรไทไม่ตื่นเต้นโดยสิ้นเชิง หากเอ่ยกับผู้อาวุโส

“ผมคงต้องขออภัยที่เผลอดุน้องของปรายออกไปบ้างนะฮะ”

“โอ๋ย…จะเป็นไร้” ปู่ ณ บัดนี้ตัดซี่โครงแกะเข้าปากเป็นคำสุดท้าย พร้อมวางมืดและส้อมพลางซับริมฝีปาก

เมื่อครู่ที่หลานสาวลุกลี้ลุกลนจากไป เขาก็ได้แต่บอกคู่ชีวิต

‘ไม่ต้องคิดมาก…ดูมันเล่นกันดีกว่า ขืนเข้าไปยุ่งด้วย จะเหมือนกลายเป็นเหยื่อพวกมัน’

ย่าก็เลยเห็นด้วย จึงรับประทานปลาโซลซอสขาวอย่างสบายจนกระทั่งหมดจาน ทั้งหลานและชายหนุ่มก็ยังไม่โผล่มา

เมื่อเขาสุภาพขนาดนี้ ปู่ก็เลยต่อความให้รู้แล้วรู้รอด

“น้องบนนี่น่ะขี้แยจนเคย อะไรนิดก็น้ำตาไหล…ก็จะไม่ไหลได้ไงไท คนเป็นโขยงไม่มีซักคนเคยดุเขา เลยเกเรแบบนี้” ว่าแล้วผู้พูดก็หัวเราะ

“ปู่…ปู่…ปู่…” แต่อีกฝ่ายร้องวี๊ด…จนชายหนุ่มต้องหัวเราะออกมา

“ก็ดูเอา…” ประธานพยักหน้า ฝ่ายย่าก็พลอยขำ “แล้วนี่สามมุขจะขอเอาไปเลี้ยง…เฮอ…แล้วจะเอามาส่งคืนไหม…เมื่อไหร่…บุญ…เธอล่ะ…ว่าไง…คนนี้แหละตัวดี…ตามใจจนเห็นไหมล่ะ…พาไปอวดแขกได้รึนี่”

โธ่เอ๋ย…สมุทรไทก็เลยเอ็นดูหล่อน

“คงไม่ส่งคืนมังฮะ สามมุขอยากได้น้องบนใจจะขาด” เขาก็เลยสนับสนุนโดยมารยาท ทั้งๆนึกในใจ

ไอ้หมอนั่นน่ะหรือที่หล่อนจะไปอยู่กับมันจนวันตายเหมือนผู้สูงวัยคู่นี้

เขานั้นแทบจะไม่มีความหวังแม้กระทั่งเพียงปีแรก

เสร็จสิ้นการรับประทานรอบค่ำ ชายหนุ่มจึงขึ้นไปส่งผู้อาวุโสเหมือนทุกคืน ปู่กับย่าจึงเชิญเขาเข้าไปนั่งคุยต่อเหมือนทุกครั้ง

แต่บนฟ้าบอกทั้งคู่

“หนูจะกลับไปนอนนะย่าขา” เสียงของหล่อนขณะนี้ดีขึ้น แม้ไม่ดีมากหากก็ไม่ทำฤทธิ์

ไม่รู้ว่าคำของปู่หรือไรที่ไปสะกิดต่อมรู้สึกให้หล่อนนึกขึ้นได้ จึงดูคล้ายจืดลงไป

“นอนจริงเหรอ-อ-อ” ย่าลากเสียงพลางอ้าแขน “ถ้างั้นมาสวัสดีกันก่อน”

หลานเจ้าแง่แสนงอนของเธอก็เลยโผเข้าหา หากแต่สะอื้นไห้

“อ้าว…ลูก…เป็นอะไรอีกแล้วล่ะเนี่ย” ปู่ส่ายหน้า “ท่าทางจะเสียใจที่ปู่ว่าเมื่อกี้เหรอลูกเหรอ…โธ่ โธ่ โธ่…ปู่ก็ว่าไปยังงั้นละน่า…”

“สงสัยจะน้อยใจที่ป๊าว่าสามมุขเอาไปแล้ว คงเอามาคืนมั้ง” ย่าคาดเดาพลางหอมแก้มดังฟอด “โธ่เอ๊ย…ลูกเอ๊ย…อย่าน้อยใจเล้ย…หนูเองจะยอมแต่งงานกับเขาหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลยนี่ลูก”

“ไทว่าคู่นี้จะแต่งกันไหม” ปู่ก็เลยถามเขา ราวกับเขาเป็นหนึ่งในเครือญาติ

“ผมว่าแต่งครับ”

เพียงแค่สิ้นเสียงสมุทรไท น้องของเพื่อนก็เอาแต่กอดย่าพลางซบหน้าลงกับบ่าของเธอ

“ย่าขา…หนูไปละ” เพียงอึดใจเต็มจึงเลยไปกอดปู่ พลางลุกขึ้นหยิบกระเป๋าถือ เดินคอแข็งไม่เหลือบแลมาทางเขา ครั้นแล้วจึงเปิดประตูออกไป

“คงไม่พอใจที่ผมออกความเห็น” ชายหนุ่มก็เลยบอกยิ้มๆ

“ก็ช่างเถอะไท” ปู่ไม่เอาเรื่อง “ว่าแต่ลองตามไปดูให้ทีได้ไหมว่าดอดไปแวะกาสิโนหรือเปล่า”

สมุทรไทก็เลยนิ่งคิด

“อย่าดีกว่าครับคุณปู่ ให้แกเป็นตัวของตัวเองแล้วกันครับ สบายใจทั้งคุณปู่ทั้งน้องบน”

ประธานก็เลยพยักหน้า แววตาที่มองดูเขาแจ่มใส

“ไทเป็นผู้ใหญ่ดีจริงๆ…ดีแล้ว…บางทีเราเองเสียอีกที่เผลอตัว ไปตามดูเขาทุกฝีก้าว”

“ก็ต้องห้ามใจให้ได้น่ะครับ คุณปู่”

Don`t copy text!