ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 40 : ไม่ตลก

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 40 : ไม่ตลก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-40-

 

เพียงแต่ร่างของทั้งคู่พ้นไป ย่าก็บอกสมุทรไทว่า

“ไทก็อย่าถือคนบ้าเลยนะ ทั้งบ้าทั้งเมาหรือเปล่ายังไม่รู้” ผู้อาวุโสอดรนทนไม่ไหว “ไม่เคยเห็นใครพูดอะไรบ้าๆอย่างมัน…เหมือนพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

“ดูมันไปก่อน” ปู่นิ่งตรองอึดใจ จึงตัดบท อย่างน้อยก็เกรงใจหลานชาย…ปัน…ผู้ส่งสามมุขมาให้เลือก “ดูไปก่อน บางทีคนห่ามนี่มันก็ดูง่าย…เพียงแต่ใครได้มันไป ก็ต้องทนอาย”

โอ้โฮ…คุณปู่ของปราย แสบเสียจนมิรู้จะว่าอย่างไรถูก

ทันใดนั้น เสียงมือถือของเขาก็ดัง

“ปรายละมัง” ย่าถามอย่างตื่นเต้น

“ฮัลโหล…ปรายเหรอ…เออ…อ้อเหรอ…อือ…ก็…ไม่มีอะไรมาก…เพียงแต่…เออ…แล้วค่อยคุยกัน นี่กูก็นั่งอยู่กับคุณปู่คุณย่า…จะพูดกับกับท่านไหม”

ครั้นแล้วเขาจึงส่งมือถือให้ผู้อาวุโส

“ปรายเหรอลูก…สนุกซี…สนุกมาก…”

“ก็ทำไมจะไม่สนุกล่ะ” ปู่ขัดขึ้น “ถามมันด้วยซีว่า ไอ้ละครคณะนี้น่ะ ใครทำบท”

ชายหนุ่มอดขันไม่ได้

“นำแสดงโดยนางเอกพระเอกสติสตังไม่อยู่กะเนื้อกะตัวทั้งคู่ “ในที่สุดปู่ก็หัวเราะออกมา “ทะเลาะกันยันป้าย ดีที่ยังไม่ตบจูบ”

“แล้วมันเป็นยังไงมั่งย่า นายสามมุขของพี่ปัน”

“มันจะเป็นยังไง้ มันก็ตั้งตัวเป็นอริกับ…เอ้อ…ใครๆน่ะซี” ย่ายั้งชื่อสมุทรไทไว้ได้ แต่เขาก็รู้ “มันหาเรื่องไม่เว้นตะละชั่วโมง…น้องบนน่ะเหรอ…น้องเธอก็คือน้องเธอน่ะแหละ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ…ก็งั้นซี…มันโตแต่ตัวไม่รู้หรือปราย…ย่าน่ะสนุก…ปู่ก็…ถามเขาเองเอาไหม”

“ปู่ก็สนุกนะ ไม่ต้องห่วง…เออ…ก็ต้องดูมันเล่นกันไปจนขึ้นฝั่งน่าแหละ” เมื่อถึงขณะนี้ ปู่ของเขากลับมาอารมณ์ดีพอที่จะสนุกไปกับละครย่อยที่ทยอยกันเข้ามาปลุกเขาให้หายง่วง “ใจเย็นๆละกันลูก…น้องเราก็ไม่ใช่ไม่ร้าย…รับรอง…มันไม่ยอมให้ใครมาปล้ำมันบนเรือนี่หรอก…มันก็ตาแหลมเหมือนกัน…เออ…สวัสดีลูก”

สมุทรไทฟังจบก็ได้แต่รู้สึกว่าครบถ้วนกระบวนการที่อยากฟัง

เขาเองก็คิดเช่นนั้น

น้องบนไม่ใช่หมู

หล่อนเลือกนะ…ดังได้ยินมา ต้องรวย ต้องหล่อ ต้องดี

แม้ในรวย ในหล่อ ในดีจะมีส่วนเสีย ก็ไม่ว่ากัน

เข้าหลัก ปุถุชนไม่มีผู้ใดสมบูรณ์พร้อม

ก็ขอให้น้องบนได้คนที่ถูกใจ…ชายหนุ่มนึกหวังตั้งใจด้วยปรารถนาดี

 

ครั้นแล้วจึงขอตัวเดินไปดูสินค้า

ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมด้วยถุงใบย่อม

“อ้าว…นั่นซื้ออะไรไปฝากใครจ๊ะไท” ย่าทักถามราวกับเขาเป็นหลานสนิท

“ฝากเพื่อนน่ะครับคุณย่า…ผ้าพันคอกับกระเป๋าพื้นเมือง เป็นงานฝีมือของเขาน่ะฮะ…ผ้าพันคอนี่ก็เนื้อนิ่มมาก” ว่าพลางเขาจึงดึงผ้าออกมาให้อีกฝ่ายดู ย่าจับเนื้อผ้าแล้วชอบมาก จึงชวนเขาลุกจากเก้าอี้ ไปซื้อที่แผงลอยซึ่งถ้าเลือกเก่ง จะเลือกได้วัสดุชั้นดีราคาไม่แพง

ครั้นแล้วมาถึงโต๊ะที่ปู่ยังคงมองออกไปยังท้องฟ้า ที่บัดนี้ต่างก็แน่ใจว่าฝนจะโปรยลงมาในไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่ไม่เป็นไรเพราะนั่งอยู่ภายใต้หลังคา ร้านกาแฟ ย่าก็เลยยื่นผ้าให้ปู่ดู

ปู่ก็พยักหน้า หากปากก็เอ่ย

“แล้วนี่สองคนนั่นจะไปถึงไหน ฝนคงตกแน่ๆใช่ไหมไท”

“น่าจะตกครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างล่วงรู้ถึงอารมณ์ห่วงใย “แต่แถวนี้ไม่เป็นไรอยู่แล้วละฮะ…มีร้านให้เข้าไปนั่งไปหลบฝนตลอดทุกซอยครับ คือเป็นจัตุรัสที่ต้องเรียกว่าเป็นศูนย์กลางเมือง เพราะฉะนั้นก็มีทุกอย่างบริเวณนี้”

“ก็สองคนนั่นไม่เคยมา กลัวหลงไงล่ะ” ประธานยังคงพึมพำ

“คงกลับมาตอนใกล้ๆบ่ายโมงมังครับ เพราะถึงยังไงน้องก็จองคิวเข้าชมพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซีไว้นี่ฮะ”

จริงดังคาด เพียงไม่กี่อึดใจ ฝนไม่หนักมากก็โปรยสายลงมา

“ถ้าคุณปู่คุณย่าหิว เราทานกลางวันกันที่นี่ก็ได้ครับ…ผมว่าจะลองพิซซ่าของเขาสักหน่อย” สมุทรไทชวนคุย อย่างน้อยก็ช่วยดึงอารมณ์ของผู้สูงวัยให้กลับมาชื่นชมสิ่งแวดล้อมที่แม้จะมาสัมผัสเพียงผิวๆด้วยขัดข้องเรื่องเวลา แต่มาพบปะด้วยตาตนเองก็พอแล้ว…เนื่องจากยังมีวันข้างหน้าให้เลือกมาจำเพาะแห่งได้อีก

“พิซซ่า…กินที่กรุงเทพฯยังไม่เบื่อหรือไง”

“แทบจะไม่เคยทานเลยครับ…ตอนผ่านเนเปิ้ลส์ก็ลืมทาน…เพราะเนเปิ้ลส์นี่คือเมืองต้นกำเนิดพิซซ่าไงฮะคุณปู่”

“งั้นหรือ…”

“ครับ…เพราะงั้น คนที่เคยทานพิซซ่าที่อิตาลีแล้วติดใจ ก็ไม่ค่อยยอมทานพิซซ่าที่กรุงเทพฯ”

เรื่องเล่าเล็กน้อยของเขาช่วยจูงความสนใจของผู้สูงอายุจนพยักหน้าเกือบพร้อมกัน

“ถ้างั้น…เดี๋ยว…ค่อยสั่งพิซซ่ามาแบ่งกัน” ย่าบอกกล่าว ชาร้อนหมดถ้วยแล้ว จึงได้แต่มองสายฝนไปพลางๆ

แม้กระนั้นก็เป็นกังวลถึงหลานสาว ย่าก็เลยตัดสินใจเอ่ยต่อกับปู่

“ว่าแต่ว่า…ฉันนี่ไม่ชอบนายสามมุขสามมักอะไรนั่นเลยป๊า ถึงมันจะรวยก็เถอะ”

“เธอเคยชอบใครมั่ง ถามคำ” ปู่หันมาพยักหน้ากับสมุทรไทพลางเล่า “ก่อนหน้านายสามก็มีมาชอบสามคน แม่คนนี้ก็ติยันป้าย รวยแต่ไม่หล่อ หล่อแต่ไม่ดี ดีแต่ไม่รวย…ก็วนเวียนไปมาจนปวดหัว”

“เป็นธรรมดาละมังฮะ…เลือกคู่นี่ ใครๆก็ต้องเลือกทั้งนั้น”

“ไทคงเลือกได้แล้วละมัง” ย่าถาม “ว่าแต่ว่าเขาจะชอบผ้าพันคอกับกระเป๋าพื้นเมืองนี่ไหมจ๊ะ”

“คงชอบครับ” อีกฝ่ายก็เลยรวบรัดตอบคำ คือเขาเป็นประเภทชอบของแปลกที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นน่ะฮะ”

“ดีนะ…รสนิยมดี” ย่าก็เลยต้องชมไปแกนๆ หากก็มองเลยไปทางปู่

เห็นอีกฝ่ายกำลังมองสายฝนพรูตรงหน้า แม้กระนั้นหูก็ยังได้ยิน จึงมียิ้มแวบหนึ่งผุดขึ้นมา ขณะที่ใจนึก

‘โธ่เอ๊ย…ย่าเอ๊ย…’

ในที่สุด ชายหนุ่มก็สั่งพิซซ่า รอเพียงครู่ บริกรก็นำถาดแป้งขนาดกลางมาวางลงตรงกลางโต๊ะ พร้อมจานแบ่งและมีดส้อม

“น่าทานดี” ย่าพึมพำ

“ผมก็เลยสั่งอย่างพื้นฐานน่ะฮะ”

ครั้นแล้ว เขาก็ถามบริกรเพื่อให้อีกฝ่ายจาระไน ว่าหน้าพิซซ่ามีอะไรบ้าง

“ก็มีชีสมอซซาเรลลา มะเขือเทศ แฮม เห็ดแชมปิยอง มะกอกดำ”

ยังไม่ทันขาดคำ คนสองคนก็วิ่งเข้ามาในร้าน

 

Don`t copy text!