ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 43 : น้ำใจ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 43 : น้ำใจ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-43-

สมุทรไทดีใจที่ทั้งปู่และย่าไม่บ่นเมื่อย ตรงข้ามกับคนรักของหลานสาว คงตั้งใจพึมพำตลอดการเดินชม ไล่ไปทีละห้อง

“วีนัสอะไรนั่นดูๆ ก็สวยดีหรอก เสียแต่อ้วนอวบจนเกินงาม”

เสียงติเล็กติน้อยดังเรื่อยไปจนชายหนุ่มต้องพาปู่ประธานเดินเลี่ยงๆ มิให้เสี่ยงรำคาญหู เนื่องด้วยแต่ละห้องต้องใช้สมาธิดูและชม รวมทั้งอาจชื่นในอุรา

เมื่อได้พบภาพเขียนและรูปปั้นอันคือจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินอันดับหนึ่งจากสกุลช่างฟลอเรนซ์ซึ่งมีผู้ที่คนไทยรู้จักมากที่สุดก็คือ เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo Da Vinci) และ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo)

“คุณปู่เมื่อยหรือยังครับ” เขาถามหลังจากเข้าห้องนั้นออกห้องนี้มาได้สี่ห้าห้อง โดยเขาไม่ต้องบรรยายรวมทั้งไม่ควรบรรยาย

นั่นก็เนื่องด้วยงานศิลปะชั้นสูงเช่นนี้ จำต้องใช้สุนทรียภาพแห่งอารมณ์จำเพาะตน บางผลงานจึงเล่าขานได้ยาก นอกจากผู้รักชอบลึกซึ้งจนถึงชำนาญการ

ขอเพียงได้ผ่านตาว่านี่หรือนั่นฝีมือใครก็ใช้ได้แล้ว

แม้บางรายจะผ่านเลยไปจนหลงลืมภายในเวลามินาน ก็นับว่ายังดีที่ได้มาชมความโอฬารพันลึกระดับนี้

ห้องที่เรียงกันอยู่ถัดไปอีก เป็นห้องของราฟาเอล (Raphael) ท่านผู้นี้เป็นจิตรกร สกุลช่างโรม ผู้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเลโอนาร์โด ดา วินชี…

“ถ้าคุณปู่เมื่อยเมื่อไร ก็ออกไปนั่งพักหน้าห้องก่อนก็ได้นะครับ”

“ไอ้เมื่อยน่ะไม่เมื่อยเท่าไหร่ แต่หิวน้ำนี่ซี”

“ผมมีครับ” สมุทรไทตอบรับพลางดึงขวดน้ำดื่มที่เขาซื้อมาสำหรับผู้อาวุโส ออกจากกระเป๋าเป้

“ยายย่าเพลินหรือนั่น” ปู่ประธานพยักพเยิดไปที่สองหญิง มีชายคนนั้นเดินตามพลางมองดูภาพบนผนังอย่างลวกๆ เร็วๆ “ดูรู้เรื่องรึไง”

ชายหนุ่มก็เลยยิ้มๆ

“ไม่เป็นไรหรอกฮะคุณปู่…รู้บ้างไม่รู้บ้างก็ไม่เป็นไร รู้แค่รูปไหนถูกใจเราก็พอแล้วครับ จำได้ติดตาตรึงใจแค่รูปสองรูปก็อิ่มแล้ว”

“อือ…น่าจะจริงของไท” ปู่พึมพำพลางเดินตามเขาออกไปนั่งบนม้ายาวริมทางที่ตั้งวางไว้เป็นระยะตลอดทางเดินหน้าห้องแสนไกลจนถึงท้ายตึก…ครั้นแล้วจึงรับขวดน้ำที่เขาบิดฝาจนเปิดออกไปดื่ม ขณะพึมพำ “ค่อยยังชั่วคอแห้ง”

“คุณย่าก็อาจจะอยากนั่งแล้วเหมือนกัน”

“ก็ช่างเขาเถอะไท เขามีหลาน”

“แต่คงไม่มีน้ำละมังฮะ”

“เออ…คงไม่มี…แล้วนี่…นึกยังไงซื้อน้ำมา”

“น้ำสำคัญนี่ครับ”

ปู่ถึงกับหันมามองหน้า เนื่องด้วยรู้จักคำนี้ดีที่สุด

“จริงของไท…น้ำ…ไม่ว่าน้ำอะไร สำคัญทุกน้ำ” ประธานพึมพำ “แต่น้ำใจสำคัญที่สุด”

“ครับ”

ต่างคนต่างดื่มน้ำในขวดของตนจนปู่เอ่ยถาม

“ไทว่าสามนี่มันบ๊องไหม”

ชายหนุ่มแทบจะหัวเราะก๊ากออกมาทีเดียว

 

ปรายจ้างเขามาคราวนี้ มิเสียเที่ยว…ไม่ว่าจะเกี่ยวกันด้านไหน

แต่ด้านที่ทำให้รู้จักคนหน้าใหม่ถึงสี่คนนี้จึงนับว่าสำคัญต่อชีวิตของเขาสุดประมาณ

“แล้วคุณปู่ว่ายังไงล่ะฮะ”

“ปู่ว่า-า-า” ผู้อาวุโสลากเสียง “มันก็…เปิดเผยดีเหมือนกัน…ดีแล้วที่น้องบนพามันมา จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป”

“คือน้องจะได้ตัดสินใจได้ใช่ไหมฮะว่า ควรรับหมั้นดีไหม”

“ก็งั้นละซี” อีกฝ่ายพยักหน้า “ก็ไทไม่เห็นหรอกหรือว่า น้องบนมันก็คนขวางโลกเหมือนกัน…มันจะได้รู้ไงว่า ถ้าอยู่กับคนเหมือนๆ กัน เหมือนมารวมกันอยู่บนเรือ เถียงกันวันยังค่ำ มันจะยังเลือกหมอนี่อีกไหม”

“คุณปู่กำลังจะเปลี่ยนใจหรือไงครับ” เขาก็เลยลองชิมลาง “เปลี่ยนเป็นไม่เลือกคุณสามแล้วหรือฮะ”

“ม่า-ย ช่-า-ย” อีกฝ่ายลากเสียง หลังดื่มน้ำหลายอึกจนลำคอชุ่มฉ่ำ “จะเลือกไม่เลือกนี่มันต้องแล้วแต่เจ้าตัวมากกว่าใช่ไหม…เราไม่มีสิทธิ์ไปบังคับใจหลาน…แล้วหลานมันก็ไม่ยอมให้ใครมาบังคับมัน…”

“ครับ…จริงครับ”

“ตรงข้าม…มันรักใครเราต้องรักด้วย”

“ใช่ครับ”

“ไอ้เรื่องความรักนี่…บางทีเราก็ลืมๆ ไปเหมือนกัน” ปู่กล่าวต่อ พลางมองไปตามทางเดินที่มีนักท่องเที่ยวหญิงชาย ผู้ใหญ่ เด็กเดินเข้าๆ ออกๆ ตามประตูห้องนิทรรศการ บางคนเมื่อยก็นั่งพักบนม้ายาวถัดไป แลเห็นความสะอาดสว่างของแสงแห่งยามบ่ายฉายผ่านหน้าต่างโบราณสูงกว้างเข้ามากระทบพื้นหินอ่อนของพิพิธภัณฑ์ “ด้วยความที่เฒ่าชะแรแก่ชรา”

“ยังหรอกฮะคุณปู่ คุณปู่คุณย่ายังแข็งแรง” หากมิทันขาดคำ หลานสาวหนึ่งเดียวก็เดินนำ เกาะแขนย่ามาถึง มีดวงหน้าค่อนข้างเรียบแกมบึ้งของสามมุขตามมา

“ทำไมออกมาเร็วล่ะคะปู่”

“ก็ดูท่าคุณปู่ซี เบื่อเท่าผมหรือเบื่อกว่าผมอีกมั้ง” คนรักของหลานยั้งไม่อยู่ “แต่พี่น่ะตามใจคุณย่ากับน้องไง”

สมุทรไทจึงลุกขึ้นยืน

“คุณปู่จะเดินต่อไหมครับ”

“เดินซี…มาแล้วต้องดูให้ทั่ว”

“ตายเลยนะฮะ” สามมุขร้องยาวยืด “หืดขึ้นเลยครับ ดีไม่ดีจะเดินไม่ถึงรถนะคุณปู่”

“ทำไมพี่พูดยังงี้ล่ะ” น้องบนก็เลยหันไปทำตาเขียว “เผื่อเดินไม่ไหวก็ขึ้นแท็กซี่ ต้องกลัวอะไรกะแค่ไปให้ถึงรถ”

หนุ่มของหล่อนก็เลยเงียบ หากก็พึมพำ

“ตามใจน้องละกัน แต่นี่พี่ชักหิวน้ำแล้วนะ”

“ไปซื้อข้างล่าง” อีกฝ่ายส่งเสียงเด็ดขาด “มีน้ำขายเยอะแยะ แต่อย่าเอาเบียร์อัดเข้าไปละกัน”

“นี่…น้อง…น้องชักจะดุขึ้นทุกวันแล้วรู้ตัวไหม” ว่าพลางก็ผลุนผลันก้าวเร็วๆ ไปทางบันได

เพียงแต่ลับร่างสามมุข บนฟ้าก็แย้มยิ้มพริ้มพรายฟันขาวตัดกับริมฝีปากแดงอย่างนึกสนุกในท่าทางลุกลนของอีกฝ่ายจนปู่อดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ย

“น้องบน ถ้าหนูไม่ชอบมันจริง ก็อย่าหลอกมันไว้ใช้เลยนะ ขอที บาปกรรม”

สมุทรไทว่าจะไม่พลอยล่วงล้ำก้ำเกินการส่วนตนของหลานกับปู่ย่าแล้วทีเดียว หากก็กลั้นไม่อยู่

รอยยิ้มจึงพรูขึ้นไปซ่านเต็มนัยน์ตา 

Don`t copy text!