ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 44 : ห้าสิบปีมีคนเดียว

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 44 : ห้าสิบปีมีคนเดียว

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-44-

 

เพียงแต่พบสีหน้ากลั้นยิ้มของเขา บนฟ้าก็เม้มริมฝีปาก ด้วยรู้สึกว่าเขากำลังขบขันหยันเยาะที่หล่อนจับพลัดจับผลูอย่างไรไม่รู้ จึงมาจับคู่อยู่กับหนุ่มไม่ผึ่งผายงามสง่าดังเช่นสีผิวของเจ้าตัว พูดจาก็มั่วๆมุ่ยๆดุ่ยๆไปอย่างนั้น ไม่สมกับข้ามน้ำข้ามทะเลไปเล่าเรียนถึงอเมริกา มีอาชีพเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์

“ถึงไงก็ไม่เกี่ยวกับใครละกัน” หล่อนก็เลยเปรยขึ้นดังๆเชิงบอกกล่าว

“น้องบน” ย่าก็เลยโอบไหล่หลานเข้ามาขณะมองดูทีท่า

“เราเดินไปเลยดีกว่า” ปู่ขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นหลานเริ่มเอาเรื่อง “หนูอยู่กะย่าคอยสามก่อนแล้วกันนะ ถ้ายังไงก็พบกันตรงโน้นแล้วค่อยขึ้นชั้นสามด้วยกัน หรือถ้ากลัวจะกลับไม่ทัน ก็ไม่ต้องขึ้น”

สมุทรไทก็เลยไม่ออกความเห็น เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเหยื่ออารมณ์ของหญิงชายคู่นี้

“หรือไทว่ามีอะไรเด่นๆที่เราน่าจะไปดู ก็ไปเจาะเอาเป็นที่ที่ไป”

“ผมว่าเด่นพอกันทุกงานเลยนะครับ” ชายหนุ่มจึงตอบอย่างเป็นกลาง “แต่เด่นสุดคือภาพวีนัสที่คุณปู่คุณย่าก็เห็นแล้วเมื่อกี้”

“ถ้างั้นก็ไปดูอีกสักห้องสองห้องดีไหม”

“ตามใจครับ”

“น้องบนอยากดูต่อไหมล่ะลูก” ย่าถามด้วยเห็นหล่อนชะเง้อไปทางที่สามมุขลับตัวไป “หรืออยากลงไปตามแฟน”

“ว่าแต่ว่าขานั้นจะขึ้นมาอีกไหม หรือไปแล้วไปเลย เอาให้แน่ ถ้าไปแล้วไปเลย เราก็ลงไปมั่ง โทร.ถามดีกว่าลูก”

หญิงสาวก็เลยกดมือถือ

แต่อีกฝ่ายไม่เปิดเครื่อง

“ติดต่อไม่ได้หรอกค่ะ”

ทั้งปู่และย่าก็เลยชักสีหน้าไม่สู้ดี

“เออ…” ปู่ก็เลยเอ่ยออกมา เพราะไม่ชินกับเก็บความรู้สึก “มาแบบนี้ ขืนทำอะไรเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง…มันก็…ไม่ไหวนะ…หนเดียวพอ”

เพียงแต่จบคำปู่ น้ำตาน้องบนก็เอ่อพรูขึ้นเต็มตาราวกับกดปุ่ม จึงเมินหน้าไปอีกทาง ดึงกระดาษขึ้นมาซับ

ย่าแลเห็นก็เลยกอดแขนไว้

“ไม่เอาน่าลูก…ไม่มีใครว่าหนูหรอกจ้ะ”

“คุณปู่คุณย่าอยากลงข้างล่างก็ลงไปดีกว่าครับ” ในที่สุดชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นอย่างตัดสินใจได้ “ที่จริงเราก็ดูงานมาหลายห้องพอสมควรแล้ว งานนอกนั้นถ้าอยากทราบว่าใครเขียนอะไรหรือปั้นอะไรไว้บ้าง ก็ซื้อหนังสืออ่านไปพลางๆก็ได้นะฮะ เผื่อปีหน้าคุณปู่คุณย่าสนใจอยากมาที่นี่อีก ก็บินตรงมาเลยดีกว่า มากันเองก็ได้”

“ไทมาด้วยไหมล่ะ ถ้าไทมาด้วยก็จะมา” ปู่…ณ บัดนี้…มีแต่ชื่อชายหนุ่มอยู่ในลมหายใจเรียบร้อยแล้ว

“เอ้อ…ก็…ก็คงต้องดูก่อนฮะว่า…มีอะไรต้องทำมากไหมน่ะครับ ถ้าว่าง ผมก็มาได้”

“ไทจะทำอะไร กลับไปนี่ต้องไปเข้างานหรือไง”

“คือ…เอ้อ…” อีกฝ่ายแบ่งรับแบ่งสู้ “ผมก็…สมัครงานไว้สองสามแห่งแล้วครับ”

“มาทำที่บริษัทปู่ไหมล่ะ” ประธานถามตรงกับคำสั่งของปรายราวกับนัด

เขาเองก็รู้…มีใครอีกคนเงี่ยหูฟังทั้งๆหันหลังให้

แต่ตัวเขานั้นออกเดินไปข้างหน้าตามโถงทางเดินกว้าง เพดานสูง ไปสู่บันไดทางลง

ปู่ก็เลยเดินตามเขา มีย่าหันไปเกี่ยวแขนหลาน

“ย่าเมื่อยแล้ว” เธอตัดบทเพื่อให้หมดเรื่องกันไป กันมิให้อีกฝ่ายแผลงฤทธิ์

ตวัดตามองเขา ก็เห็นอีกฝ่ายดูจะทวีความสนิทกับปู่จนรู้สึกว่าอันดับหนึ่งของคนรักกำลังจะถอยร่นลงมา…จึงแกล้งเอ่ยดังๆ

“ปู่ขา…แล้วปู่จะเอาพี่สามมาด้วยไหมคะ”

ประธานก็เลยหันมา ตอบอย่างที่อยากตอบเพราะบัดนี้กำลังคันปาก

“เอามาทำยาอะไร้ แค่นี้ก็ป่วนตายชักแล้ว”

หลานก็เลยร้องเสียงยาว

“ปู่…ปู่…” หากก็หัวเราะตบท้าย “เดี๋ยวเขาไม่เอาขันหมากมาหมั้นหนู ปู่ก็จะเสียดายไปเท่านั้นละ”

“ซ้าา-ธุ” ปู่ลากเสียงกลับจนย่ายิ้มพราย “ขอให้ไม่มาจริงๆละกัน จะได้ไม่ลำบากใจ”

ยิ้มก็เลยผุดขึ้นบนริมฝีปากชายหนุ่ม

ปู่ช่วยให้หายกลุ้มดีเหมือนกัน

พบสามมุขเดินเตร่ไปมาท่ามกลางผู้คนด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ สมุทรไทก็เลยแข็งใจถาม

“ทำไมคุณสามไม่ขึ้นไปอีกล่ะฮะ”

แววตาจากแว่นดำคงแทบจะเข้ามาขย้ำเขาละกระมัง เห็นได้จากริมฝีปากหุบสนิทดูขึงขังไร้รอยยิ้ม หากก็ไม่ตอบเขา

ปู่ยังคงเอาใจหลาน จึงแค่นถาม

“ทำไมปิดมือถือซะล่ะสาม”

“จะไม่กลับขึ้นไปก็ไม่ยักบอก” ฝ่ายน้องบนต่อว่า

“ขอโทษด้วยฮะ” อีกฝ่ายตอบอย่างเสียไม่ได้ “ก็มันรำคาญไงล่ะ น้องคงรู้อยู่แล้วว่ารำคาญอะไร”

“ถ้างั้นก็ไปไป” ปู่ตัดบท “ไปหาไกด์ เขาคงมารอแล้ว”

“พรุ่งนี้ก็ถึงโมนาโคแล้วครับ” สมุทรไทก็เลยช่วยทำลายบรรยากาศที่มักจะตึงเครียดขึ้นแทบทุกครั้งด้วยฤทธิ์ของลูกชายผู้ที่ห้าสิบปีมีคนเดียว

เมื่อบวกกับลูกหญิงผู้เจ็ดสิบปีมีเพียงหนึ่ง เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า จะเป็นมหกรรมอันแสนจะตื่นตา น่าสยดสยองสักเพียงไหน

อยากให้ถึงวันนั้นทันทีที่กลับถึงบ้าน

“ดีจังเลย อยากไปโมนาโคมาตั้งนานแล้วละไท” ย่าบอกดังๆ “ตั้งแต่เจ้าหญิงเกรซยังอยู่โน่นแน่ะ”

“ผมเองเคยมาแล้วหนหนึ่ง แต่พอดีมีเวลาไม่มากฮะคุณย่า”

บนฟ้าก็เลยได้ยินเสียงชิ้วเบาๆจากสามมุขผู้กำลังหมั่นไส้

“เวลายังเหลืออยู่อีกหน่อยนะครับ คุณย่าจะแวะซื้ออะไรอีกสักนิดก็ได้นะฮะ” ชายหนุ่มบอกกล่าว

“ดีเหมือนกัน” ย่าพยักหน้า

เขาก็เลยพาเข้าร้านสรรพสินค้าริมทางซึ่งเพียงแต่ก้าวเข้าไป ก็พบนักท่องเที่ยวชาวจีนเต็มร้าน

“คนจีนเดี๋ยวนี้เขาทั้งรวยทั้งสมัยใหม่กันจัง” ย่าเอ่ยกับหลานสาวผู้ทำหน้าเมื่อยเพราะไม่ชอบคนแน่น “เที่ยวทั่วทั้งยุโรปอเมริกาเอเชีย”

Don`t copy text!