ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 49 : เพราะหึงหรือเพราะหวง

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 49 : เพราะหึงหรือเพราะหวง

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-49-

 

ค่ำนี้จึงเป็นค่ำที่รสอาหารไม่ชวนสำราญต่อการกินด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายของชายหนุ่มและหญิงสาว จำเพาะปู่เท่านั้นที่ปริปากกับสมุทรไท

“พรุ่งนี้เราจะถึงโมนาโคแล้วใช่ไหม…ได้ยินแต่ชื่อมานาน ไม่เคยมาซักที พอนึกว่าจะมา…จะมา…ก็มักมีเหตุให้มีงานมั่ง  มีเรื่องอะไรต่ออะไรมาขัดจังหวะมั่ง…เลยอด…”

แม้กระนั้น ชายหนุ่มก็ตอบเท่าที่จำเป็น สายตาที่มองผ่านสามมุขไปยังปู่ ดูก็รู้ว่าเห็นเหมือนไม่เห็น

“ผมเคยมากับอาจารย์หนเดียวคราวที่มาฟลอเรนซ์นั่นแหละครับ”

“ยังดี ยังเคยมา…น้องบนเองก็ยังไม่เคยมาใช่ไหมลูก” ผู้อาวุโสทอดเสียงเอาใจ เมื่อรู้สึกว่าค่ำนี้ หลานรักค่อนข้างเงียบ…แกมเหงา…ตอนที่เดินไปตักอาหาร แม้มีคนรักตามไป ก็ราวกับไม่เคยอี๋อ๋อประจ๋อประแจ๋กันมาก่อน คล้ายขาดตอนกันไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ครั้นกลับมานั่งที่โต๊ะก็กินเงียบๆ มีย่าคอยถามว่าที่ตักมานี่น่ะอร่อยไหม หลานก็แค่พึมพำในไรฟัน จนปู่ต้องสะกดกลั้นความห่วงใย ‘โธ่เอ๊ย…ลูกเอ๊ย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายขนาดนี้ จะไปอยู่กับใครเขาได้’

“ไม่เคยค่ะ” หล่อนเข็นตอบออกมาได้ หากก็ก้มหน้า

สมุทรไทนั่งปลายโต๊ะ จึงแลเห็นทุกคน

‘หมอนั่น’ ก็พลอยเงียบไป หากก็เคี้ยวเอาๆติดต่อกันไป สเต็กในจานคงเปื่อยนุ่มพอสมควร นับว่าได้อานิสงส์จากอาหารที่ส่วนใหญ่ไม่ต้องติ

“แต่ก็ดูเหมือนจะไม่แปลกตาเราสักเท่าไหร่ใช่ไหมป๊า” ย่าใบบุญถามไถ่ “อาจจะเป็นเพราะชินกับชื่อเสียงเมืองนี้มาหลายสิบปี”

“เป็นเมืองที่คุณย่าจะต้องชอบแน่นอนครับ” ชายหนุ่มตอบคำ “แต่อากาศยังไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ถ้าคิดว่าเราไปจากเมืองร้อนแล้วอยากได้อากาศเย็นไม่มีร้อนเลยน่ะนะครับ”

“ไม่ร้อนไม่เย็นก็ดีเหมือนกัน” ปู่รู้ดีว่าตนเองควรต้องเป็นผู้ทำลายความเงียบเพื่อให้การรับประทานมื้อนี้ดำเนินไปจนจบรายการ จะได้ถอนใจโล่งอก

เมื่อครู่…ตอนที่สมุทรไทขอตัวไปปรับความเข้าใจกับหลาน…ทั้งปู่และย่าก็ได้แต่นั่งมองตากันจนอ้ำอึ้ง

ในที่สุดย่าก็เป็นฝ่ายเอ่ย

‘ที่จริง ถ้าน้องบนรักษาตัวดี ไม่เสียทีนายสาม มาคราวนี้ก็ถือว่าดีเหมือนกัน จะได้เห็น…เอ้อ…’ ย่าเกือบจะหลุดคำว่าสันดานออกมาแล้ว แต่เกรงจะกระเทือนความรู้สึกปู่ที่มิรู้ว่ายังถือหางเพื่อนชายของหลานคนใหญ่อยู่หรือไม่ จึงเพียงแต่ลงเสียงเบาะๆ ‘เอ้อ…ธาตุแท้เขาไง…ว่า…จะไปกันได้ไหม’

แม้กระนั้น อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่ง

หากแท้จริงแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ครุ่นคิดบางอย่าง

นี่ถ้าทั้งห้าคนว่าอันใดว่าตามกัน…งั้นเหรอ เออ เจ้าคะ ไปด้วยกัน เขาก็จะบรรยายให้ฟังล่วงหน้าดอกว่า พรุ่งนี้ บรรดาท่านและเธอจะละเมอหาเมืองนีซและโมนาโคกันเพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านเอเซ่ (Eze) ที่จะไปแวะเป็นแห่งแรก

“ถ้าคุณปู่อยากทราบก็ลองอ่านในสมุดคู่มือของเขาก่อนก็ได้ครับ” ชายหนุ่มก็เลยตัดบท ตัดอารมณ์ซมซานของหมอนั่นผู้กำลังเคี้ยวสเต็กเนื้อเซอร์ลอยน์ราวจะให้แหลกไปกับฟันในพริบตา

เหตุไฉนเขาจะไม่ล่วงรู้ว่ามันกำลังหึงสา…ยิ่งหนึ่งน้องนางเดียวผู้นั่งตรงข้าม แต่หมั่นหันไปตอบคำย่าโดยไม่มองตรงมาแม้เพียงแว่บ หากเขาขืนบรรยายให้มันเกิดหัวร้อนจนถึงขั้นไม่มันก็เขา…ปู่กับย่าก็จะยิ่งไม่เข้าใจ พานจะเข็ดหลาบการเดินทางไกลที่มี ‘แบดบอย’ สองนายมาห้ำหั่นกันอยู่ตรงหน้า

อย่ากระนั้นเลยนะ…ถึงอย่างไรก็มิใช่หน้าที่ของผู้ชายชื่อสมุทรไท

จึงได้แต่ถามถึงของหวานหลังอาหารที่ย่าและปู่ต้องการ

ปู่ชอบผลไม้ แต่ย่าอยากได้เค้กกับไอศกรีม

เขาก็เลยถือโอกาสลุกไป

 

แต่…ที่ไหนได้…กำลังเลือกดูหมู่จานที่มีเค้กชนิดต่างๆวางเรียง ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาผ่านไรฟัน

“ถ้ามึงยังขืนมานัวเนียกะน้องบนอีกละก็…อย่าว่ากูไม่เตือน”

สมุทรไทก็เลยทำไม่ได้ยิน…แต่ในทีในท่าของเขาเท่านั้นที่อีกฝ่ายรู้ ‘เดี๋ยวกูก็เฉือนซะนี่’

แกล้งเดินเลือกไปทีละโต๊ะที่มีทั้งเค้ก คัสตาร์ด เครม บรูเล พุดดิ้ง และอื่นๆหลากรสหลายสี มีทั้งผลไม้ และไอศกรีม ในที่สุดก็ตักอย่างละน้อยละหน่อยลงในจานเล็ก ถือกลับมาวางตรงหน้าผู้อาวุโส

“แหม…นี่ถ้าไม่ได้ไทละก็ คงเหนื่อยกว่านี้” ปู่เอ่ยตอนที่ยังไม่มีเงาของสามมุข

“ผมก็ดีใจครับที่ได้มารับใช้คุณปู่คุณย่า รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก”

“ทุกคนโชคดี” ประธานตอบยิ้มๆมีนัย พลางก็มองหน้าหลาน “ใช่ไหมลูก ใช่ไหมน้องบน…ว่าแต่ว่า…ทำไมวันนี้นางฟ้าถึงดูไม่มีฤทธิ์เลยล่ะลูก ไม่เห็นเหาะได้เหมือนทุกวัน”

“ปู่…น่ะ…” หลานร้องเสียงยาว เก้อเขินนิดๆเมื่อมองจากหางตา รู้สึกว่าเขากำลังจับจ้อง

“ถ้ามีอะไรทำให้ไทไม่พอใจ เราก็ขอโทษด้วยนะไทนะ” ย่ารีบเอ่ยระหว่างสามมุขยังไม่กลับจากโต๊ะบุฟเฟ่ต์

“การเดินทางไกลกับคนที่ไม่สนิทกันมาก่อนก็สอนเราเหมือนกันครับ…ที่จริงผมกลับชอบด้วยซ้ำเพราะได้เรียนรู้”  ชายหนุ่มจึงตอบเธออย่างมีความหมาย “ถือเป็นกำไรชีวิตนะฮะคุณย่า”

“ไทอารมณ์เย็น” ปู่ให้คะแนน “ ‘บางคน’ ไม่ไหว อารมณ์ร้อน…แต่คงไม่ได้เย็นเพราะอยู่กับคุณปู่คุณย่าหรอกนะ…ไม่งั้นน้องบนจะร้อนจัดขนาดนี้ได้ไง”

“ปู่…” อีกฝ่ายเริ่มงอนขึ้นมาใหม่ หากไม่เหมือนครั้งใดที่ผ่านมา

เนื่องด้วยรู้สึกเพียงว่าเนื้อตัวร้อนผ่าวเป็นระยะ…ร้อนแล้วเย็น…แล้วร้อน…หัวอกหัวใจก็รอนไป…

ไม่รู้สึกว่าชายปลายโต๊ะเป็นใครที่ไม่สมควรมาร่วมขบวนกับบุคคลชั้นนำ

“แล้วไทถ่ายรูปได้เยอะไหม”

“ได้มากครับ”

สามมุขเดินถือจานกลับมาพอดี พลางเหลือบมองทุกคนในที่นี้ ราวจะตรวจสอบสีหน้าว่ากำลังนินทาเขาอยู่หรือไม่

“ว่างๆก็เอามาให้ปู่ดูมั่ง ส่วนใหญ่ถ่ายรูปอะไร”

พอดีเขาแลเห็นสามมุขเหยียดยิ้มพร้อมโพล่ง

“คงถ่ายตอนอีแร้งสู้กับตะกวดมังฮะ”

Don`t copy text!