ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 50 : รอยร้าว

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 50 : รอยร้าว

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-50-

 

ปู่นิ่งไปทันที สีหน้าย่าเปลี่ยนเป็นเรียบ ก้มลงมองจานที่มีสตรอเบอรี่สองซีก แครนเบอรี่ ราสเบอรี่ กับเค้กเล็กๆ มีไอศกรีมเคียงมาเหมือนไม่เคยเห็น

นึกไม่ออกเลยว่าชายคู่หมายของหลานจะหยาบคายก้าวร้าวกับผู้ที่เขาคิดว่า ‘ต่ำต้อยกว่า’ ถึงเพียงนี้

แต่เรื่องดีก็เกิดตามเมื่อความวามวาวเอาจริงจากแสงตาตรงข้ามเขม็งมอง

“พี่สาม…ทำไมพี่ถึงชอบโพล่งอะไรแย่ๆ ออกมา เพื่อนพี่ปรายเขาทำอะไรให้พี่ไม่พอใจ…พูดออกมาได้ตรงนี้เลย…อย่าเก็บไว้”

ใครเลยจะนึกออกว่า ‘ห้าสิบปีมีเพียงหนึ่ง’ จะตกตะลึงด้วยวาจาจาก ‘ผู้ที่หาไม่ได้ในเจ็ดสิบปี’

สามมุขก็เลยบอกปู่ เสียงแข็งเมื่อครู่ค่อยอ่อนลง

“ขอโทษด้วยครับ…คือ…มันอดโมโหไม่ได้ เมื่อกี้…ที่…เขามีสิทธิ์อะไรถึงเข้าไปในห้องน้องบน…”

“มีนะพี่สาม…มี…” บนฟ้า…ณ บัดนี้…เปลี่ยนจากเด็กหญิงเล็กๆ ช่างอ้อน ดึงตัวตนที่ซ้อนอยู่ออกมา…เป็นหน้าตาอันเด็ดขาดของผู้ใหญ่

“ใครออกใบรับรอง” อีกฝ่ายตั้งกระทู้ หากก็เสตักคาโบนาราเข้าปาก

“ปู่ออก” ผู้สูงวัยจากหัวโต๊ะบอกเรียบๆ เพราะตนเองก็ต้องระงับอารมณ์ให้สมเป็นประธาน “เราเองเป็นคนบอกให้ไทไปทำความเข้าใจกับน้องบน…เรื่องอะไรนะหนู…ดูซี..แป๊ปเดียว ปู่ยังลืมแล้วเลย…”

“ก็ไม่สลักสำคัญอะไรนี่ปู่ ลืมน่ะดีแล้ว” แก้วตาขวัญใจตอบคำ “หนูเองยังลืมไปแล้วเลย…”

“แต่ผมไม่ลืม” คนปลายโต๊ะบอกกล่าว

“ก็พูดออกมาซี…” ดีว่าขยัก ‘เว้ย’ ไว้ทัน

ดังนั้น สมุทรไทจึงย่อความ

“ก็คุณนั่นเอง…ตัวการ…คุณบนฟ้าอุตส่าห์มาขอโทษแทน…ก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า กว่าจะขึ้นบก…น้องสาวเพื่อนจะต้องตกที่นั่งขอโทษแทนคุณอีกกี่ครั้ง”

ดังหนึ่งนักเลงถูกตีตรงท้ายทอย…สามมุขวางส้อมจนกระทบขอบจานเสียงดัง หันมาขบฟันดังหนึ่งจะบดมันจนเป็นผง

“นี่…นี่…สาม…ไงๆ ปู่ก็ขอละนะ…ขอก่อนขอที…คณะนี้มาเที่ยว มาดูของแปลกของฝรั่ง ไม่ได้มาบั้งเนื้อกัน” ก็ยังดีที่ปู่กินผลไม้พวกเบอรี่หมดไปแล้วครึ่งหนึ่ง “ถ้าอยากบั้งใคร เอาไว้กลับไปบั้งที่บ้าน”

ปู่ใช้คำว่า ‘บั้ง’ เหมือนบั้งเนื้อบั้งปลาก็ยิ่งนึกภาพแล้วเสียวไส้

ย่าก็เลยเงยหน้าขึ้นพูดกับสามมุขทั้งๆ ไม่เคยนึกว่าจะเอ่ยคำใดมาก่อน แต่เมื่อถึงบทตอนจำเป็น เธอก็เห็นว่าต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“สามก็แค่คนใจร้อนไปนิดเท่านั้นแหละ ย่ารู้ จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไร” เธอก็เลยมอบปิยะวาจาให้เขา

อีกฝ่ายจึงหยิบส้อมขึ้นมาใหม่ จิ้มคาโบนาราเข้าปาก สีหน้าราวอยากฆ่าใครสักคนคลายลงไป

7 นาฬิกาวันรุ่งขึ้น เรือก็ถึงโมนาโคหรือราชรัฐโมนาโคอันเป็นประเทศเอกราชเล็กที่สุดอันดับ 2 ของโลก แต่มีพลเมืองหนาแน่นที่สุด คือราว 3 หมื่นคน ตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอเรเนียนตอนใต้ของฝรั่งเศส ดังนั้นชาวโมนาโคส่วนใหญ่จึงใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ แซมด้วยอิตาเลียนและอังกฤษ มีราชวงศ์กริมัลดีปกครองดินแดนนี้สืบมากว่า 700 ปี

ประมุขแห่งรัฐองค์ปัจจุบันคือเจ้าชายอัลแบร์ตที่ 2 เป็นพระราชโอรสองค์เดียวของเจ้าชายเรนิเยร์ และเจ้าหญิงเกรซ (เคลลี) อดีตดาราภาพยนตร์นามกระเดื่องแห่งฮอลลีวู้ดที่ทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี

เช้านี้ มัคคุเทศก์เป็นหญิงฝรั่งเศส ท่าทางมีไมตรี พานักท่องเที่ยวขึ้นรถที่แล่นมาจอดใกล้เรือนิดเดียว พาไปสู่แห่งแรกในวันนี้ นั่นก็คือเชิงเขาเพื่อพาชมโบสถ์เก่าที่อยู่บนหน้าผา

“แล้วนี่คุณปู่คุณย่าจะขึ้นไหวไหมฮะ” สมุทรไทถามอย่างหนักใจ

บนฟ้าค่อยกระปรี้กระเปร่าขึ้นบ้างขณะมองไปยังเนินตรงหน้าซึ่งมีทางขึ้นไปยังหมู่บ้านที่ผู้นำทางบอกว่าชื่อ ชุมชนเอเซ่ (EZE) เป็นชุมชนน่ารักมีเสน่ห์ หนึ่งในเมืองมรดกโลกขนาดจิ๋ว

“ใครอยากเข้าสุขาก็มีห้องให้เข้าทางขวามือ” ไกด์สตรีบอกกล่าว

“ไหวซี…ไม่ไหวได้ไง…บุญ…ไหวไหม”

“ต้องไหว” ย่าหันมายิ้มกับเขา

สามมุขจึงบอกหญิงสาว

“ถ้าน้องไม่ไหวก็เกาะพี่ดีกว่า พี่เอาน้องขึ้นไปได้แน่รับรอง”

บนฟ้ามิว่ากระไร…ดูเหมือนหล่อนจะเงียบลงไปมาก ไม่ยั่วล้อต่อคำกับเพื่อนชาย พาย่าและตนเองเข้าห้องน้ำ ตามคำบอกกล่าวของผู้พาขึ้นไป มีสมุทรไทพาปู่เดินนำ สามมุขรั้งท้าย

เนินพาไปเพียงครู่จึงถึงเชิงเขาที่แลขึ้นไปเห็นซองแคบอันเรียงรายด้วยตึกเก่าแก่หลังคาต่ำขนานกันไปทั้งสองข้าง ทางบนเขาแห่งชายฝั่งริเวียร่าริมทะเลเมดิเตอเรเนียนเลยทีเดียว

“ท่าทางบ้านช่องของเขาข้างบนคงสวยเหมือนกันนะ” ปู่ประธานยืนพักขาบนลานเล็กๆ เชิงคีรี

“เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ครับ…ราวสองพันปีที่แล้ว ตรงนี้ก็เป็นเพียงที่อยู่ของคนป่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองฮะ” ชายหนุ่มบอกกล่าว “เมื่อกี้ไกด์เขาก็เล่ามาในรถแล้วไงครับว่า ถ้าไม่เหนื่อยเดินขึ้นเขา แค่แอซหมู่บ้านเดียวก็อิ่มใจแล้วฮะ”

ครั้นแล้วเขาจึงหันไปถามย่า

“คุณย่าขึ้นข้างบนไหวไหมครับ ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวผมจะหาร้านกาแฟให้นั่ง…แล้วจะขออนุญาตพาคุณปู่ขึ้นไปชมโบสถ์เก่าข้างบนครับ…คือ…ถึงเคยมาแล้ว…แต่ก็ยังอยากได้ภาพชายหาดริเวียร่าวันนี้กลับไปอีก”

“ไหวซีจ๊ะ ยังไงๆ ก็ต้องไหว มาทั้งทีแล้วนี่ก็มรดกโลก” ย่าใบบุญตอบอย่างใจสู้

“ถ้างั้นก็…พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปต่อนะครับ”

“พร้อมแล้วยังย่า” บนฟ้าถาม

“ไปได้” ปู่ตอบแข็งขัน

แต่สามมุขยืนนิ่ง มองขึ้นไปยังซอกแคบที่มีขอบทางเป็นหินธรรมชาติทั้งก้อนใหญ่ก้อนเล็กอัดแน่น ตรงกลางปูด้วยหินทำใหม่ สีชมพูหม่นพาดยาวขึ้นไปเป็นขั้นตามความลาดเทยักเยื้อง

เจ้าตัวก็ได้แต่ถอนหายใจเนื่องด้วยไม่รู้สึกสนุก

Don`t copy text!