ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 52 : จังหวะหัวใจ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 52 : จังหวะหัวใจ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-52-

สมุทรไทพาปู่ประธานมาถึงยอดเขาที่มีโบสถ์เก่าแก่เหนือผาสูงที่ต่ำลงไปคือขอบน้ำสีครามสด งดงามด้วยประกาย ไหลแล่นไปจนถึงขอบฟ้าไกลโพ้น โทนจากแสงแดดกระทบยอดคลื่นลิบลิบอันเริงเล่นเต้นรับกัน ขณะที่ตะวันใกล้ตรงศีรษะ

‘เฟรนช์ ริเวียร่า’ ปรากฏเป็นแนวยาวประชิดติดขอบน้ำ อ้อมโค้งไปตามเขตคามอันประดับประดาด้วยแผ่นดินเรียวเล็กแหลมยาว ยื่นออกไปทางขวามือ ถัดเข้ามาคือปราการกำแพงเก่าสมัยที่โรมันเข้าครอบครอง สร้างป้อมแข็งแกร่งบนภูผาเพื่อระวังระไวข้าศึก

“คุณปู่ลองดูในกล้องนี่นะครับ ขยายใหญ่กำลังดี พอที่จะเห็นรายละเอียดข้างล่าง” สมุทรไทพาประธานเข้าไปชมโบสถ์แล้วกลับออกมา มายืนเด่นอยู่บนลานกว้างด้านหน้า นำกล้องขยายที่แขวนอยู่กับคอมาให้ผู้อาวุโสได้ดูบ้าง

แต่ย่าใบบุญกับหลานและคนรักยังมาไม่ถึง

“สงสัยจะมัวช็อปกันเพลิน”

ยังไม่ทันจบคำ…บนฟ้าก็เดินนำหน้า พาย่ากับหน้าตาเริ่มยู่ยี่ของชายอีกคนมาด้วย

“พอดีเจอร้านขายผ้า ก็เลยซื้อผ้าพันคอเติมมาอีกห้าผืน” ย่ารายงาน “สวยมากเลยป๊า ผ้าที่นี่สวยมาก”

‘ป๊า’ คร้านจะว่ากระไรเรื่องนักช็อปของฝ่ายหญิง

ก็พอดี หลานสาวผู้เคยเย่อหยิ่งลากเสียง

“ปู่ขา ขอหนูดูวิวทะเลหน่อยได้ไหมคะ” ประกายจากดวงตาวาบนิดหนึ่ง

“กล้องของไทเขานะ” ปู่ว่าพร้อมยิ้มมุมปาก

“ต้องขออนุญาตเจ้าของก่อน ของเขาแพง”

คราวนี้ ชายหนุ่มก็เลยหัวเราะ

หล่อนเพิ่งเห็นเขาหัวเราะนาทีนี้ สีสันจากหน้าตาดูกระจ่างราวทะเลกว้างตรงหน้า…อือ…เขาคือใครกันนะ…ลืมถามปราย…แต่กะจะโทรศัพท์คุยทีไร ชั่วโมงก็ล่วงเลยไปจนถึงเวลานอนที่พี่ชายมักจะกดปิดมือถือ นำมันวางไว้บนโต๊ะทำงานนอกห้องนอนที่เขาใช้พักผ่อนอย่างเดียว ไม่นำเครื่องมือสื่อสารไปวางไว้ข้างเตียงเหมือนใครหลายคนที่มักจะแยกไม่ออกระหว่างเครื่องกับคน

“อยากดูก็ดูซีฮะ…จะได้ทราบว่าตลอดชายหาดริเวียร่า คือตั้งแต่ตรงนี้ไปจนถึงกลางเมืองนีซ ราว 20 กิโลจากตรงนี้ น่ามาเที่ยวมาพักขนาดไหน”

ปู่พยักหน้าอย่างเข้าใจและเห็นด้วยเมื่อยกกล้องส่องทางไกลขึ้นดูภาพขยายราวกับอยู่ชิดใกล้แค่มือเอื้อมอย่างชื่นตาตื่นใจ

“เอ้อ…หนูอยากดูก็ดู…ไทอนุญาตใช่ไหม”

เขาก็เลยช่วยยกสายคล้องกล้องจากคอปู่มาสู่คอขาวสวยของหลานอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่ราวจะดื่มเลือดเขาให้จงได้

ด้วยกิริยาละมุนละไมอ่อนโยน…แฝงความ ‘เป็นต่อ’ อย่างแยบยลไว้ในทีในท่า

“มาทั้งทีจะไม่เห็นของจริงได้ยังไงล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆอยู่ข้างหูของหล่อน ขณะที่หญิงสาวถือกล้องไว้มั่น ไม่คิดจะแกล้งเขาดุจวันก่อน วันที่หล่อนยังอ่อนความเข้าใจ ยังเขลาต่ออารมณ์ความรู้สึกที่ลึกกว่า “ไม่งั้นก็จะเรียกหาแต่เฟรนช์ ริเวียร่า ที่คนเป็นเศรษฐีจะต้องเคยมา ถ้าไม่มาก็น้อยหน้าใครๆ…คุณปู่คิดยังงั้นไหมครับ”

“เอ…ไม่เคยคิดเลยนะ…เศรษฐีคนไหนคิดยังไงก็ไม่เคยคิดตาม ไม่เคยเอาอย่างใคร” ปู่ตอบอย่างถือตน

“เหมือนหนูเลย” คนที่ถือกล้อง ตาดู แต่หูฟัง โดยเฉพาะเสียงที่ดังอยู่ข้างๆ…อย่างใกล้…ใกล้นี๊ดดเดียว…พลอยสมทบคุย หากปากก็ร้อง “อื้อฮือ…ชายหาดริเวียร่าของดาราทั้งหลายแล้วก็ศิลปินทั้งพิภพ อาจรวมทั้งนักโบราณคดีประวัติศาสตร์ด้วยก็ได้ใช่ไหมคะปู่…”

ทั้งปู่และชายหนุ่มยิ้มนิดๆพร้อมกันอย่างนึกรู้…

“ทำไมถึงจะไม่ใช่ล่ะ…” ผู้สูงวัยออกเสียงอย่างสำราญ

“อู๊ย…ดูซิคะปู่…ย่าอยู่ไหน…มาดูกับหนู…เจ้าของเขายืนเฝ้าอยู่นี่แล้ว ไม่หวงกล้องแล้วย่า…เอ้าค่ะ…สวยมากทั้งฟ้าทั้งน้ำเลยละ”

อีกฝ่ายจึงค่อยๆยกสายคล้องออกจากคอหญิงสาว ท่ามกลางสายตาอีกคู่ที่ยืนดูอยู่ห่างออกไป แม้มีแว่นกันแดดกั้นไว้ หากก็รู้ได้จากริมฝีปากเหยียดตึง ราวกับเจ้าตัวกำลังจะโดดผึงเข้าหา

ภาพของคนทั้งสี่ มีปู่ย่า บนฟ้าและชายลูกจ้างกำลังคลุกคลีนัวเนียกันอยู่ไม่ห่าง พลังดันแห่งความโกรธจึงราวกับโลดออกมา

แต่เสียงของย่าดังขึ้น

“หาดของเขาก็สวยนะ แต่ทรายไม่ละเอียดเท่าไหร่ ถนนเลียบหาดของเขาก็น่าสบายมาก น้ำทะเลสีสวยจังเลยน้องบน ตึกรามหรูหราเต็มไปหมด”

“ชอบหมู่บ้านเอเซ่ที่สุดเลยค่ะย่า ชอบกว่าตึกสวยๆข้างล่างนั่นหลายเท่า”

“ย่าก็ชอบ”

“ปู่ก็ชอบ หมู่บ้านนี่เหมือนของโบราณ…ถ้าเทียบกับตึกหรูข้างล่าง ชอบตรงนี้มากกว่า”

สมุทรไทก็เลยบอกปู่

“ใจตรงกับผมเลยฮะ ผมชอบหมู่บ้านเอเซ่ที่สุด เคยมาแล้วก็อยากมาอีก…กลับไปนี่คงต้องพาปรายไปเลี้ยงขอบคุณสักหน่อยที่ส่งผมมากับคุณปู่คุณย่า”

มีสวนพฤกษชาติอยู่บนยอดเขานี้ด้วย แต่ต้องเสียค่าเข้าดู รวมทั้งเวลาก็กระชั้นเข้ามาทุกขณะ เพียงแค่ทัศนียภาพอันแสนวิเศษของแนวหาดริเวียร่าที่เต็มไปด้วยตึกซ้อนตึก ทอดตัวเป็นแนวยาวตามรูปโค้งแห่งชายฝั่งทะเลตอนใต้ของฝรั่งเศส มีผืนน้ำสีครามแกมเขียวสดตัดกับครอบแก้วสีฟ้าแห่งนภากาศตรงหน้า ก็ชวนให้จำเริญทั้งสายตาเลยลึกลงไปถึงสายใจจนไม่มีที่บรรจุ แต่มัคคุเทศก์ก็กะเวลาให้ชมความน่ารักน่าจับใจจากภูผาตั้งแต่ขอบน้ำเบื้องล่างไปจนถึงขอบฟ้าเบื้องโน้นไม่เกิน 1 ชั่วโมง

แล้วนี่เวลาก็ใกล้ครบกำหนดที่จะต้องลงจากหมู่บ้านเจ้าเสน่ห์อันสรรทำสรรจัดจากหินภูเขาจนกลายเป็นมรดกชิ้นเล็กของโลกที่ซ่อนอยู่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

ขาลงนี้ ปู่ถึงกับต้องเกาะแขนสมุทรไท ฝ่ายบนฟ้ายื่นแขนให้ย่า

แม้สามมุขจะเสนอตัวเข้ามา เธอก็ปฏิเสธ

“ไม่ต้องหรอกสาม น้องบนแข็งแรง พาไปได้” เธอทอดเสียงมิให้ฟังดูแข็งขันเกินไป

แต่ก็หาได้จริงดังย่าว่าไม่ เพราะก้าวผิดจังหวะอย่างไรไม่รู้ จู่ๆหญิงสาวก็สะดุดขาของตัวเองทรุดลงไป ย่าก็เลยเซไปเกาะสามมุขไว้ ฝ่ายชายนั้นทั้งหิ้วถุง ทั้งเกร็งแขนรับผู้สูงวัย ก็แทบจะไม่ไหวเหมือนกัน

ชายหนุ่มก็เลยปล่อยแขนปู่ พลางบอก

“อย่าเพิ่งออกเดินนะฮะ” ครั้นแล้วจึงหันไปประคองหล่อนให้ลุกขึ้น พลางถาม “เป็นยังไงไหมฮะ ขาเคล็ดหรือเปล่า”

บนฟ้าเกาะแขนเขา ยันตัวยืนตรง พลางหันมา

เขาจึงแลเห็นแววตาแจ่มใส แข่งแสงกับท้องฟ้าอันราวคริสตัลเบื้องบน

“ขอบคุณนะคะ”

น่าแปลกที่ใจเขาเต้นแรง…แรงมากจนชวนให้ตกใจ โลหิตในกายตัวที่เมื่อครู่นอนนิ่งอยู่ในท่อธาร ก็กลับไหลพล่านรุนแรง

นี่ถ้าเสื้อที่สวมใส่มิใช่แขนยาว มือปู่ที่ยื่นมาเกาะอีกครั้งคงต้องตั้งคำถาม

สงสัยไทกำลังไข้ขึ้น

Don`t copy text!