ลามิลืม บทที่ 36 : ตัดใจตอนนี้จะดีกว่าไหม?

ลามิลืม บทที่ 36 : ตัดใจตอนนี้จะดีกว่าไหม?

โดย : กุลวีร์

ลามิลืม นวนิยายออนไลน์ โดย กุลวีร์ ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวของทิวพนม สัตวแพทย์หนุ่มผู้มองโลกในแง่ดี มีหัวใจอบอุ่นงดงาม จะต้องผ่านความทุกข์ และการจากลาอีกกี่ครั้ง คงมีแต่ความรัก หัวใจอันเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเท่านั้น ที่จะพาให้ชายหนุ่มผ่านวันเวลาอันยากลำบากไปได้ในที่สุด

หนึ่งเดือนแล้วที่เขาต้องมาอาศัยอยู่กับสองพี่น้อง ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางจนทำให้เขาคิดว่าเป็นบ้านของตนเอง แต่ก็รู้ดีที่พักอาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้คือทรัพย์สินของเพื่อนชาย ส่วนบ้านของเขาที่ถูกไฟไหม้จนไม่เหลือหลอ ก็ปล่อยพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นที่ว่างเปล่าซึ่งยังมีเศษไม้และเถ้าถ่านที่จะค่อยๆ สลายหายไปตามกาลเวลา จนกลายเป็นพื้นที่รกร้างในที่สุด

ทิวพนมไม่คิดจะไปปลูกบ้านเพื่อออกไปอยู่คนเดียวในเวลานี้ เขาต้องใช้เวลาเยียวยาหัวใจตัวเองที่พบกับความสูญเสียจนไม่เหลือใครในครอบครัว แม้แต่บ้านก็ยังไม่เหลือ รวมทั้งข้าวของเกือบทุกอย่างอันตรธานไปพร้อมเปลวไฟ เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีติดกาย

ชายหนุ่มยังโชคดีที่มีมิตรแท้เป็นที่พึ่งและให้ที่พักพิงยามทุกข์ยาก สองพี่น้องยังดูแลความรู้สึกของเขาให้รู้จักคำว่าปลง ทุกสิ่งไม่อาจครอบครองได้ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของใด

ทิวพนมจึงใช้ชีวิตราวกับเป็นคนในครอบครัวของเลอมาน หากสิ่งที่เขาพอจะสังเกตเห็นคือมาลินทร์นั้นมีอาการอ่อนเพลียง่ายและเบื่ออาหารบ่อย หญิงสาวคงทำงานหนักหรือจะคิดมากกับเรื่องสูญเสียที่เขาได้เจอ

ส่วนผู้หญิงอีกคนที่เป็นลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เอื้อเอ็นดู ในระยะเวลาที่เขาผ่านวันคืนโหดร้ายและทุกข์ตรมมาได้ เป็นช่วงที่ตติยาไปต่างประเทศพอดี หลังจากหล่อนกลับมาเจอกันก็ตามติดเขาเหมือนอย่างเคยซึ่งดูจะเป็นห่วงเป็นใยตัวเขามากกว่าแต่ก่อน จนเขาเหมือนจะรำคาญแต่ก็ต้องรักษาท่าที ให้ความเป็นกันเองและมอบไมตรีแก่ตติยาเช่นเคย ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ เขายังคิดกับหล่อนไม่ต่างจากน้องสาวเหมือนมาลินทร์

ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกวันหลังเลิกงาน เขาจะได้เลอมานมาช่วยดึงตัวตติยาไป ไม่ให้มารบกวนชีวิตเขามากเกินควร ทั้งที่รู้ว่าฝ่ายหญิงนั้นอาจไม่ชอบใจ แต่ก็ยอมไปกับเลอมานโดยดี เพราะไม่อยากขัดใจเขา

เลอมานชอบบ่นให้เขาฟัง ที่ตติยาทำเป็นไปกับเพื่อนชาย ก็หวังจะให้เลอมานช่วยทำให้เขาใจอ่อน ยอมพัฒนาความสัมพันธ์กับตติยาเสียที แต่เขายังยืนยัน ไม่เคยคิดเกินเลยกับหญิงสาว เนื่องจากรู้ดีว่าเพื่อนชายรอวันที่ตติยาจะมองกันมากกว่าพี่ชายคนสนิท

เลอมานจึงอดทนทำดีอย่างไม่ย่อท้อ เผื่อสักวันจะชนะใจหญิงสาว ยามนี้ก็เช่นกันที่เขาต้องให้เพื่อนชายออกไปรับประทานอาหารกลางวันกับตติยาเพียงสองคน เพราะอ้างว่ามีเคสด่วนต้องรีบรักษาเข้ามากะทันหัน

หากแท้จริง ทิวพนมยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องตรวจของตนตั้งแต่เลอมานออกไป จนเข้ามาหาเขาอีกครั้ง

“ทำไมแกมาคนเดียวล่ะ” เขาถาม หากสายตายังมองเลยไปทางด้านหลังเพื่อน เผื่อจะมีหญิงสาวตามหลังมา

“ตันหยงถูกพ่อเรียกให้ไปเรียนรู้งาน แต่ฉันว่าน่าจะเป็นข้ออ้างมากกว่า ตันหยงคงรู้ว่าถ้าเข้ามาเจอแกอีก แกคงไม่ชอบใจ แล้วกินอะไรหรือยัง” เลอมานถามเขา

“กำลังจะไปหาอะไรกิน ช่วงบ่ายฉันไม่รีบเข้าเวร กะจะนั่งพักคิดไรเรื่อยเปื่อยสักพัก”

เลอมานนั่งบนเก้าอี้ เหมือนจะไม่สนใจคำของเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “แย่ไปหมดเลย ดูท่าตันหยงจะเอาจริงกับแก”

“อะไรอีกล่ะวันนี้ ตอนออกไปก็ยังดีๆ กันอยู่”

“ก็ดีแค่อยู่ต่อหน้าแกเท่านั้นแหละ พอไปนั่งกินข้าวกับฉัน ก็ยิ้มนิดๆ แต่หน้าจะนิ่งๆ มากกว่า แล้วก็เหมือนเคย มาปรับทุกข์กับฉันว่าแกไม่สนใจกันบ้างเลย” เลอมานถอนหายใจ

“แต่ตันหยงยอมไปกับแก มันก็ดีแล้ว” ทิวพนมพยายามให้เพื่อนชายมองโลกในแง่ดี

“ที่ตันหยงยอมไปกับฉัน เพราะมาอยู่ที่นี่ไม่รู้จักใครสักคนนอกจากฉัน แก และลิน จะให้ไปปรับทุกข์กับใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉัน”

“แกลองพยายามอีกหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันทำตัวไม่สนใจตันหยงสักพัก อีกหน่อยคงรู้เองแหละว่าฉันไม่ได้คิดเหมือนกัน”

“แกทำมาเกือบเป็นเดือน ตันหยงยังไม่เลิกชอบแกเลย ตันหยงยังยอมรับกับฉันว่าชอบแกมาก จนฉัน อยากจะเป็นแก แล้วให้แกมาเป็นฉัน ได้ยินทีไรก็อดอิจฉาแกทุกครั้งไม่ได้ ที่ได้หัวใจตันหยงไปครอง” เลอมานถอนหายใจยาวอีกหนึ่งที

“ฉันเห็นใจแกนะ บางทีฉันก็ไม่เข้าใจผู้หญิงหรอก เอาเหตุผลอะไรกับการเลือกรักใครสักคน ถ้าเป็นฉัน หากรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการเรา เหมือนที่เราต้องการเขาก็แค่ทำใจ ออกมาอยู่ห่างๆ ดีกว่า หรือฉันเคยผิดหวังมาก่อนจึงรู้ว่าควรทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าไม่มีทางสมหวัง”

“พอเถอะ ยิ่งพูดก็จะยิ่งเครียดไปตามๆ กัน ฉันไม่คิดอะไรแล้ว ฉันจะพยายามเป็นพี่ชายที่แสนดีของตันหยงไปก่อนแล้วกัน ฉันก็เห็นใจนะที่ตันหยงไม่มีเพื่อนปรับทุกข์สักคน เผื่อความเห็นใจ จะทำให้ตันหยงหันมาชอบฉันในวันหนึ่งก็ได้”

เลอมาสร้างความหวังให้ตัวเองเพื่อมีกำลังใจที่จะสมหวังกับหญิงสาวในดวงใจ

“ฉันคิดออกแล้ว ฉันจะบอกตันหยงตรงๆ ไปเลยว่าคิดยังไง บางทีการบอกให้รู้เพื่อจะได้ยอมรับความจริงตั้งแต่ตอนนี้ อาจจะเจ็บน้อยกว่าการปล่อยเวลาให้นานไปเพื่อให้รู้เอง จะได้ไม่ต้องมาหวังอะไรกับฉันอีก”

“แบบจบแต่เจ็บอย่างนั้นใช่ไหม ถ้าตันหยงเจ็บจนเกิดเหตุไม่ดีจะทำยังไง” เลอมานถามเขา

“ฉันเชื่อ ถ้าตันหยงยังมีแกจะไม่เกิดเรื่องร้ายอย่างแน่นอน” ทิวพนมเชื่อมั่นในตัวเพื่อนสนิท ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือหญิงสาวสุดที่รัก เลอมานก็คงจะไม่ปล่อยให้ทุกข์ตรมหรือจมอยู่กับความเศร้าเป็นเวลานานและจะไม่ยอมให้ความคิดชั่ววูบทำลายชีวิตได้แน่นอน ถ้ายังมีเพื่อนชายผู้นี้อยู่เคียงข้าง

ทิวพนมคาดว่าตติยาคงมาหากันหลังเลิกงานเหมือนทุกวันที่เคยเป็น เขาต้องพูดคุยกับหญิงสาวให้กระจ่างใจในเย็นวันนี้ และนัดแนะเลอมานให้มายืนรออยู่หน้าห้องตรวจของเขา ที่คิดจะทำทั้งหมดแค่อยากให้เลอมานมีทางสมหวัง เพื่อใช้เป็นคำขอบคุณและตอบแทนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เพื่อนเคยมอบให้กันเรื่อยมา

เขาก็ไม่รู้ว่าชีวิตใครจะอยู่หรือไปก่อนกัน คิดได้ต้องลงมือทำ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

หวังว่าการตัดสินใจทำในครั้งนี้ จะไม่ทำร้ายจิตใจของตติยามากจนเกินที่เลอมานจะรักษาให้หายได้ พอไม่นานวันเวลาที่มีเลอมานคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้กัน อาจทำให้หญิงสาวเห็นค่าและคิดจะรักเพื่อนชาย ทิวพนมอยากให้เป็นไปตามที่คิดไว้เท่านั้นก็พอ

หลังจากที่เขาบอกความรู้สึกที่แท้จริงในใจให้ตติยาได้รับรู้ หญิงสาวคงจะเข้าใจกับคำพูดนั้นแล้วตัดใจจากเขาได้ในที่สุด อีกไม่นานเลอมานก็จะสมหวังและมีความสุขชื่นมื่นกับคนที่แอบรักมานาน นี่คือสิ่งที่เพื่อนอย่างเขาจะมอบให้ ถ้าวันหนึ่งเขากลายเป็นผู้จากไปแบบปัจจุบันทันด่วน

เวลาที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อตติยาเปิดประตู ก้าวขาเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่ยคำตัดพ้อให้เขาได้ยิน

“กี่วันแล้วก็ไม่รู้ ที่ตันหยงมาชวนพี่ทิวไปทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่พี่ทิวก็ให้ไปกับพี่เลอตลอด วันนี้พี่ทิวไปกับตันหยงได้ไหมคะ”

ทิวพนมยังไม่รู้จะเริ่มต้นพูดเข้าเรื่องอย่างไร ได้แต่นั่งมองอีกฝ่ายเดินมาใกล้ๆ กัน

ตติยาก็พูดขึ้นอีก “เมื่อไหร่พี่ทิวจะเบื่อบ้านของพี่เลอสักที ถ้าเบื่อก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของตันหยงได้นะคะ ตันหยงชวนพี่ทิวทุกวันไม่เห็นใจกันบ้างเลยเหรอ ซันไชน์ก็รอพี่ทิวอยู่ที่บ้านทุกวัน”

นอกจากหญิงสาวจะมาเทียวไล้เทียวขื่อเขาทุกวี่วัน ยังมีคำชักชวนให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของฝ่ายหญิงก็ได้ยินแทบทุกวันไม่ต่างกัน

“ตันหยงจะให้พี่เข้าไปอยู่ในบ้านฐานะอะไรครับ พ่อของตันหยงคงไม่เห็นด้วยหรอก ที่จะให้พี่ไปอยู่ที่บ้านนั้น” ทิวพนมเพิ่งจะหาทางเข้าเรื่องที่ต้องการบอกตติยาได้

“แหม…พี่ทิวก็พูดอย่างนี้ จะให้ตันหยงตอบอะไรดีล่ะคะ” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะอย่างเหนียมอาย “ถ้าไม่อยากให้พ่อถาม พี่ทิวก็ไปขอตันหยงสิคะ เราจะได้อยู่บ้านหลังเดียวกันอย่างสะดวกใจ”

“ตันหยงคงจะหวังกับพี่มากไป พี่มีเรื่องจะบอกให้รู้เหมือนกัน”

“พี่ทิวพร้อมจะย้ายไปอยู่กับตันหยงใช่ไหมคะ เมื่อไหร่คะ ตันหยงจะรีบไปบอกพ่อ” ตติยาโพล่งถามอย่างลืมตัว

ทิวพนมได้แต่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธคำถามแรกและยังรับไม่ได้ที่หญิงสาวมองไม่ออกที่ตัวเขาไม่เคยคิดเหมือนกันเลย

“ไม่ใช่อย่างที่ตันหยงคิดหรอกครับ พี่ยังอยู่บ้านของเลอตามเดิม ไม่เคยเบื่อด้วย”

“อุตส่าห์หลงดีใจ นึกว่าตันหยงจะมีหวังบ้าง”

เขาปล่อยให้เวลาล่วงเลยมามากแล้ว จึงเริ่มเข้าเรื่องสักที “ตันหยงฟังพี่ดีๆ นะ พี่ไม่เคยคิดอะไรกับตันหยงเกินกว่าความเป็นพี่เป็นน้องเลย” เขาพยายามจ้องหน้าหญิงสาวเพื่อให้รู้ว่าเขาพูดจริงจากใจ “อยากให้เข้าใจกันบ้าง ตันหยงคิดกับพี่เหมือนพี่ชายก็พอ พี่รู้ว่าตันหยงคิดกับพี่ยังไง อย่าคิดอย่างนั้นเลยนะครับ”

“ไม่มีวันที่พี่ทิวคิดกับตันหยงมากกว่านั้นเลยเหรอคะ” ตติยาเพิ่งจะพูดออกมาได้ หลังจากทำหน้าตาตื่นตกใจเมื่อได้ยินคำของเขา

“ตัดใจจากพี่เถอะนะ ตันหยง พี่ยอมพูดตรงๆ วันนี้ก็เพื่อไม่อยากให้ความหวังกับตันหยงอีกต่อไป แต่เรายังเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนร่วมงานได้เหมือนเดิม”

“แต่พี่ทิวคือผู้ชายแสนดีที่ตันหยงหวังจะใช้ชีวิตด้วยกันนะคะ” หญิงสาวยังไม่ลดละความพยายาม โน้มน้าวใจเขา

“ยังมีผู้ชายที่แสนดีกว่าพี่นะครับ แต่ตันหยงไม่เคยมองเห็นก็ได้” เขาพยายามทำให้ตติยานึกถึง เพื่อนสนิท หากอีกฝ่ายเหมือนจะไม่เคยนึกถึงเลย

“ไม่มีหรอกค่ะ ที่นี่มีพี่ทิวคนเดียวที่ตันหยงมองเห็น ขอโอกาสให้เราสองคนได้เรียนรู้กันนะคะ บางทีตอนนี้พี่ทิวกับตันหยงยังไม่สนิทใจกันมากพอหรือต้องคุ้นเคยกันมากนี้ก็ได้ค่ะ”

“อย่าพยายามเลยครับ พี่รู้ พี่คงคิดกับตันหยงแค่น้องสาวเท่านั้น ทำความเข้าใจกันวันนี้ ดีกว่าปล่อยเวลาให้นานไป คนที่จะเจ็บมากที่สุดก็จะเป็นตันหยงไม่ใช่พี่”

“พี่ทิวรู้ว่าตันหยงจะเจ็บ แล้วมาบอกกันทำไมคะ”

“ในฐานะพี่ชาย พี่เป็นห่วงตันหยง ไม่อยากให้ต้องมาหวังอะไรในตัวพี่ พี่รู้ใจตัวเองดี ถึงพี่จะไม่มีใคร พี่ก็ไม่คิดจะเปิดใจให้ตันหยงเข้ามาได้เลย พี่ขอโทษด้วยนะ” แม้บางคำอาจจะรุนแรงเกินไปสำหรับหญิงสาว แต่เขาจำเป็นต้องเอ่ย

“พี่ทิวใจร้าย” หล่อนพูดเสียงดัง “พี่ทิวไม่รู้หรอกในชีวิตตันหยง แค่อยากเจอผู้ชายที่แสนดีที่รักเราคนเดียวไม่คิดจะทำร้ายใจกัน แต่พี่ทิวก็ยังทำร้ายใจกันจนได้ ตันหยงเกลียดพี่ทิว ได้ยินไหมคะ ตันหยงเกลียดพี่ทิว” ตติยาตะโกนใส่หน้าเขา

ทิวพนมคาดว่าอีกไม่นานหญิงสาวคงจะหายโกรธเคืองกัน แม้จะตั้งรับไม่ทันกับถ้อยคำท้ายๆ ที่ตติยาตะเบ็งเสียงใส่เขา

ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวปาดน้ำตา แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้อง

ผู้ชายแสนดีที่หล่อนอยากเจอนั้นก็คงยืนรออยู่หน้าห้องตรวจของเขา เลอมานจะต้องช่วยปลอบโยนหญิงสาวให้คลายโศกศัลย์ได้

สิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณแก่เพื่อนชายนั้นอาจจะไม่เป็นตามที่คิดไว้ เมื่อมีคนเหมือนจะสมหวังในรัก ก็ย่อมมีคนไม่อยากให้คนที่เคยรักต้องมีความรักที่สมหวัง ทิวพนมไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้ อาจเกินความคาดหมายจนสร้างความสะเทือนใจอย่างมหาศาล

 

เมื่อถึงเวลาเลิกงานของเลอมาน ชายหนุ่มก็แอบมานั่งเฝ้ามองอยู่ไกลๆ จนเห็นตติยาหายเข้าไปในห้องนั้น เวลาผ่านไปสักพัก เลอมานก็ยืนรอด้วยความพะวักพะวง ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นเพียงบานประตูห้องตรวจของหมอแมว เขาแน่ใจว่าหญิงสาวคงไม่เข้าใจในสิ่งที่ทิวพนมทำตามที่บอกกันไว้ เพื่อให้ตติยาตัดใจแล้วตนก็จะถูกมองเห็นและมีโอกาสเป็นคนในหัวใจของหล่อน แม้จะได้ยินเสียงคนพูดคุยกันในห้อง แต่จับใจความไม่ได้เลย

ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เขารีบก้าวขาเข้าไปใกล้ ในช่วงเวลาเดียวกับที่ตติยาพาตัวเองออกมาจากห้องโดยด่วน หล่อนเงยหน้ามองเลอมาน ชายหนุ่มเห็นแววตาสองข้างของหญิงสาวมีสีแดงจางๆ และขอบตายังเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา บ่งบอกถึงการร้องไห้อย่างแน่นอน

ตติยารีบก้าวขาเดินไปให้ห่างกัน เลอมานพยายามเดินตามหลัง ไม่ให้หญิงสาวต้องคลาดสายตาจนถึงลานจอดรถยนต์ของโรงพยาบาล เขาเร่งฝีเท้าเพื่อให้มือฉุดรั้งแขนของอีกฝ่ายไว้ได้

“ตันหยงเป็นอะไร หยุดคุยกับพี่ก่อนสิ” เขาถาม ทั้งที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนั้น

ตติยาหยุดเดิน ยกแขนเช็ดน้ำตาให้หายไปจนไม่มีเหลือ หันหน้ามาต่อว่าเขาราวกับเขาเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าว “เพื่อนของพี่เลอใจร้ายมากเลย ไม่คิดหรือไงว่าตังหยงก็เจ็บเป็น ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนผู้ชายอย่างพี่เลอสักหน่อย”

“ทิวทำอะไรตันหยงเหรอ” เลอมานยังถามอีก ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ

“พี่ทิวบอกไม่เคยชอบตันหยง ไม่เคยรู้สึกเหมือนที่ตันหยงรู้สึก คิดกับตันหยงแค่น้องสาว ใจร้ายมาก มาบอกกันทำไม คงสะใจที่มาหลอกให้เราหลงรัก สุดท้ายก็ไม่รักกันเลย” ตติยาพูดด้วยเสียงเครือคล้ายจะร้องไห้อีกครั้ง แต่หล่อนพยายามข่มไว้ไม่ให้เสียใจจากคนที่มองผิดไป ถ้าไม่เคยเห็นค่ากัน จะมัวชอกช้ำให้ได้อะไรขึ้นมา

เลอมานเข้าใจในทันที ทิวพนมทำอย่างปากว่าจริงๆ

“ช่างมันเถอะ ทิวคงคิดดีแล้วที่พูดไปอย่างนั้น พี่ว่าก็ดีเหมือนกัน ตันหยงจะได้ไม่เหนื่อยหรือเสียเวลาไปมากกว่านี้ หรือเจ็บตอนนี้แค่นิดเดียวเอง” ทั้งที่เขาอยากเข้าไปโอบกอดเพื่อให้อีกฝ่ายร้องไห้บนไหล่เขา แต่ก็ทำได้เพียงยืนส่งคำพูดให้กำลังใจ “ไม่เป็นไรนะ พี่จะอยู่กับตันหยงเอง รู้สึกอย่างไรก็พูดออกมาเถอะ ระบายออกมาให้หมด ไม่ต้องเกรงใจกัน เดี๋ยวก็คงหายดี”

“ตันหยงต้องขอบคุณพี่เลอที่ไม่เคยเบื่อกัน พี่เลอคือพี่ชายที่ดีคนหนึ่งที่ตันหยงเคยเจอมาเลย บางทีตันหยงอาจจะเอาแต่ใจ พูดมาก หรือขี้แยไปสักหน่อย แต่พี่เลอก็ไม่เคยว่าหรือทำหน้าตาไม่พอใจกัน”

แม้จะท้อใจ หากเลอมานยังพยายามฝืนยิ้มอย่างยินดีที่จะตติยายังให้ความสำคัญกับเขา แม้จะไม่ใช่ฐานะที่ตรงใจก็ตาม

“ไม่ต้องเสียใจหรอก ผู้ชายบนโลกนี้มีอีกตั้งเยอะ สักวันตันหยงคงจะได้เจอผู้ชายดีๆ สักคน” เขาเอ่ย พร้อมยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าหญิงสาว แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะเลื่อนมือไปเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มของหล่อน

“เห็นด้วยที่สุดอย่างที่พี่เลอพูด แต่ตันหยงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ทิวไม่ลองให้โอกาสเพื่อเรียนรู้กันก่อน ค่อยมาตัดสินใจแบบนี้”

เลอมานรู้ดี เพราะทิวพนมทราบว่าหญิงสาวตรงหน้านี้คือคนที่อยู่ในดวงใจเขาเสมอมาและอยากให้เขาสมหวัง เมื่อรอคนที่ใช่ให้เข้ามาในชีวิต หล่อนกลับมาเจอกันอีกครั้ง เขาก็ไม่อยากปล่อยให้ผ่านเลยไป ขอทำดีที่สุด แม้สุดท้ายอีกฝ่ายจะไม่รักก็ไม่เป็นไร เลอมานยังยกมือลูบศีรษะหญิงสาว ทำราวกับตติยาคือน้องสาวของเขาก็ไม่ปาน

“ทิวคงไม่อยากรักใครอีกแล้ว อาจจะเข็ดไปอีกนาน” เขาหาข้ออ้างให้ทิวพนม

“พี่ทิวไม่น่าจะนำอดีตมาตัดสินปัจจุบันเลยนะคะ”

“ตันหยงจะทำยังไงต่อไปล่ะ ต่อให้ชอบเพื่อนของพี่มากแค่ไหน คงจะยากที่มันจะรักตอบ หรือจะกลับไปอยู่กรุงเทพอีกไหม” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่ให้หญิงสาวนึกถึงแต่ทิวพนม

“ตันหยงไม่กลับไปกรุงเทพอีกแล้วค่ะ กลัวเจอพี่รัณย์ กลัวใจไม่แข็งพอ ไม่แน่ตันหยงอาจจะไปต่างประเทศสักปีสองปีก็ได้ ถ้าอยู่ที่นี่แล้วคงไม่มีประโยชน์อะไร”

เลอมานใจแป้วขึ้นมา เมื่อได้ยินความคิดของหญิงสาว ถ้าหล่อนไกลจากเขาอีกจะเป็นเช่นไร หรือเขาต้องรอให้กลับมาพบกันอีกครั้ง จึงค่อยรักกันได้

เหตุใดหนทางที่จะสมหวังในความรัก มันช่างมืดมนยากเย็นเสียจริง

“พี่เลออย่าทำหน้าเสียหรือไม่สบายใจเลยคะ ตันหยงแค่คิดเผื่อไว้ก่อน ยังไงตันหยงก็ยังอยากอยู่ที่นี่ช่วยพ่อช่วยพี่ทำงาน อุตส่าห์เสียเวลาเรียนรู้แล้ว ก็ต้องแสดงฝีมือให้พ่อเห็นบ้าง ผิดหวังจากผู้ชายคนเดียวไม่ทำให้ตันหยงเสียงานหรอกค่ะ” ตติยาเริ่มพูดคุยด้วยน้ำเสียงปกติและปราศจากความโศกเศร้า

เลอมานยิ้มได้อีกครั้ง เมื่อได้ยินคำของหญิงสาวซึ่งทำใจได้เร็วกว่าที่คิด เขานั้นพร้อมเสนอตัวเป็นมากกว่าพี่ชาย แต่ก็ปากหนักไม่กล้าเอ่ยออกไปเสียที จนตติยาพูดขึ้นอีกครั้ง

“คิดๆ ดูแล้ว ตันหยงก็เสียดายผู้ชายดีๆ อย่างพี่ทิวนะคะ อุตส่าห์ทอดสะพานให้ตั้งหลายเดือนก็ยังรับประทานแห้วอยู่ดี” คนพูดขำออกมา

“บางทียังมีผู้ชายดีๆ ที่จะไม่ทำเหมือนเพื่อนพี่ คนคนนั้นอาจยังรอให้มองเห็นก็ได้นะ”

“ใครเหรอคะ” ตติยาถาม พร้อมทั้งทำหน้าตาครุ่นคิด

เลอมานทำเป็นเหลียวหน้าเหลียวหลังเพื่อมองหาคนที่หญิงสาวถามถึง เขาอยากจะบอกว่าเป็นตัวเองเต็มทน แต่ยังยั้งปากไว้ เพราะกลัวหญิงสาวจะตีตัวออกหาก เขาแกล้งทำเหมือนพูดเล่นๆ ทั้งที่เป็นความจริง “ถ้าบอกว่าเป็นพี่ล่ะ”

ตติยาทำตาโต หัวเราะออกมาเสียงดัง “พี่เลอน่ะเหรอ จะมาสนใจเด็กกะโปโลอย่างตันหยง”

เขาอยากถามว่าตนนั้นพอมีสิทธิ์ไหม ที่หล่อนจะเปิดใจให้กัน หากก่อนจะเอ่ยดั่งใจคิด ตติยาก็พูดขึ้นมา จนเขาต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นหายไปในลำคอ

“อย่ามาชอบตันหยงเลยค่ะ ตันหยงไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่เลอ ขอให้เป็นพี่ชายไปอย่างนี้ดีกว่า ตันหยงสบายใจมากกว่า แค่มีพี่เลอเป็นพี่ก็ไม่เบื่อไม่เหงาแล้ว แต่ถ้านึกว่าต้องเป็นแฟนกัน ก็ไม่รู้สิคะ มันบอกไม่ถูก รู้สึกว่ามันไม่ใช่”

อย่างน้อยตติยาก็ไม่ได้รังเกียจเขา ถือซะว่าเอาความเป็นพี่ชายไว้บังหน้าเผื่อสักวันจะขยับสถานะเป็นมากกว่านั้นก็ได้

“ตันหยงไม่เสียใจหรือผิดหวังแล้วเหรอที่ทิวไม่คิดเหมือนกับตันหยง” เลอมานแปลกใจที่หญิงสาวดูมีสีหน้าสดใสแย้มยิ้มขึ้นมาได้ ต่างจากตอนแรกที่ยืนคุยกันซึ่งมีท่าทีเศร้าสร้อยที่พบความผิดหวัง

“เสียใจไปคงไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงก็เปลี่ยนใจพี่ทิวไม่ได้อยู่ดี ยิ้มดีกว่าค่ะ ถ้าตันหยงอยู่กับพี่เลอ จะรู้สึกสนุกสบายใจอย่างที่บอกค่ะ”

คนที่เตรียมตัวจะมาปลอบประโลมหญิงสาวต้องพบความเสียดาย เมื่ออีกฝ่ายทำใจได้เร็วกว่าที่คาดไว้ หากเลอมานก็ดีใจที่หญิงสาวยิ้มได้เพราะตัวเขา

ทั้งสองคนยืนคุยกันตรงพื้นที่โล่งในลานจอดรถของโรงพยาบาล แม้จะเป็นช่วงใกล้ค่ำ ความสลัวเริ่มครอบคลุมทั่วบริเวณ ทว่ายังมีใครบางคนที่คอยเฝ้ามองดูสองคนนั้นมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเห็นถึงท่าทีสนิทสนมและยืนหัวร่อต่อกระซิกกัน กระทั่งภาพฝ่ายชายยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ฝ่ายหญิงก็อยู่ในสายตาของผู้ที่แอบเฝ้ามอง ถึงจะอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลมากก็ยังเห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวเสมือนใบมีดที่เข้าไปเชือดเฉือนใจให้เจ็บแสบ

หิรัณย์กำมือแน่นชกต้นไม้ที่ใช้กำบังกาย เพื่อให้ความเจ็บที่มือแบ่งเบาความเจ็บที่ใจกับภาพบาดตาบาดใจที่ได้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่วันแรกที่มาง้อจนวันนี้ก็ยังเห็นคนทั้งสองซึ่งจะอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาจะเห็นฝ่ายชายพาอดีตคนรักไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ก่อนจะขับรถไปส่งที่บ้านฝ่ายหญิง

หิรัณย์คิดอยู่เสมอ เพราะตติยามีผู้ชายคนใหม่ตามติดอยู่ชิดใกล้จึงไม่สนใจจะกลับไปคืนดีกัน วันนี้จึงตัดสินใจกระทำการบางอย่าง ในเมื่อไม่ได้ตัวหญิงสาวมาครอบครองก็ต้องไม่มีคนอื่นได้ตัวและหัวใจของตติยาไปครอบครองเช่นกัน

ผู้ที่ซุ่มดูเพื่อรอโอกาสเหมาะให้ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ

จนเวลานั้นก็มาถึงเมื่อทนปวดใจไม่ได้จริงๆ หิรัณย์สวมหมวกกันน็อกเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว รีบผละออกจากต้นไม้ทันที เดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้เคียงใกล้แล้วขึ้นคร่อม ติดเครื่องยนต์อย่างเร่งด่วน ไม่สนว่าจะมีใครได้ยินและไม่กลัวใครจะจำกันได้ เพราะยืมมาใช้และยังใส่หมวกกันน็อกไม่ให้ใครเห็นหน้าค่าตา มือข้างหนึ่งหยิบของบางอย่างที่เหน็บไว้ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็ขี่รถมุ่งตรงเข้าไปใกล้คนทั้งสองที่ยังยืนคุยกันอย่างชื่นบาน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น

เลอมานได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านหลังทั้งที่แปลกใจเพราะที่ยืนอยู่นั้นเป็นลานจอดรถยนต์แต่ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงและสนใจแค่หญิงสาวตรงหน้า

ตอนที่เขาเห็นหน้าตาตื่นตกใจของตติยา ก็รับรู้ถึงเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่มระดับความดังเหมือนอยู่ใกล้กระชั้นชิด ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของหญิงสาว ผสานเสียงปืนพร้อมเสียงร้องของทิวพนม เลอมานหันหน้าไปทางด้านหลัง เห็นคนสวมหมวกกันน็อกกำลังเหน็บปืนเข้าที่เอว ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปเร็วรี่จนลับสายตา

 



Don`t copy text!