ลายรักบนพักตรา บทที่ 16 : มิตรใหม่ 

ลายรักบนพักตรา บทที่ 16 : มิตรใหม่ 

โดย : จรัสพร

ลายรักบนพักตรา โดย จรัสพร เรื่องราวของสามพี่น้องผู้ถือกำเนิดมาในครอบครัวศิลปินทำหัวโขนที่แม้ลวดลายบนหัวโขนจะแสนงดงาม หากชีวิตของสามพี่น้องกลับไม่สวยงามอย่างโขนบนเวที คลื่นลมที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า จะหล่อหลอมให้พวกเขาเป็นไม้แกร่งหรือพังทลาย อ่านออนไลน์กันได้ในอ่านเอาเว็บไซต์ที่มีนิยายสนุกๆ มากมาย

**************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เสียงหยอกเย้าอย่างสนุกสนานของผู้เป็นปู่ดังประสานกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของทารกน้อยแว่วมา ทำให้บรรยากาศที่เคยเงียบสงบของเรือนไม้สีเขียวกลางสวนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากมาย

สองวันแล้วที่เอกรงค์พาลูกชายมาอยู่บ้านสวนริมน้ำ คืนแรกพ่อให้เขาอุ้มลูกเข้าไปในห้องพระ จุดธูปส่งให้เขากราบไหว้บอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้าน ผีเรือน เพื่อให้พ่อหนูเอกลักษณ์ อยู่บ้านปู่อย่างสบายไม่มีอะไรมารบกวน

ในวันแรกที่เอกรงค์พาลูกมาขออยู่ด้วย หลังจากแขกและเพื่อนรักของพ่อกลับไปแล้ว เขาออกมานั่งคุกเข่ากราบเท้าขออภัยพ่อและขอโทษน้องสาวด้วยความเสียใจ ชายหนุ่มพูดทุกสิ่งที่เขาได้รับรู้จากพ่อตาและเมียซึ่งทำให้เขาทนไม่ได้จนต้องหอบลูกน้อยหนีออกมา

ครูทศเห็นใจลูกชายจึงยอมให้อภัย บรรจงวาดเมื่อได้ฟังสิ่งที่พี่ชายเล่าแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจ จึงขอรับหน้าที่ดูแลพ่อหนูเอกลักษณ์เอง เพราะอีกไม่กี่วันพี่ชายของเธอก็จะต้องกลับไปทำงานแล้ว

เอกรงค์ช่วยพ่อทำหัวโขนเหมือนตอนเด็กๆ ปีนี้ครูทศเกษียณแล้วแต่ทางวิทยาลัยยังเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษอยู่จึงไปเฉพาะวันที่มีชั่วโมงสอน บรรยากาศการทำหัวโขนก็ยังคงเหมือนเดิม ครูทศเปิดเพลงเซียมซีเสี่ยงรักแล้วร้องตามทั้งที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่เช่นเคย และเมื่อลุกไปเข้าห้องน้ำลูกชายก็ไปเปิดเพลงสิบหมื่นยักคอยักไหล่ร้องตามอย่างสุขใจ ครูโสภณอมยิ้มเมื่อครูทศเดินออกจากห้องน้ำมาเปลี่ยนเพลงกลับไปเป็นเพลงเดิม แม่สาลีที่มานั่งเล่นกับตาหนูอยู่ใกล้ๆ ถึงกับหัวเราะออกมา

หุ่นกระบอกชุดพระอภัยมณีวาดเพิ่งส่งไปเมื่อวานนี้ ทางวิทยาลัยขอเอาไว้จัดแสดงผลงานของนักศึกษาทันที แน่นอนที่สุดคะแนนของบรรจงวาดคงผ่านชั้นปี 1 ขึ้นปี 2 ไปได้อย่างเรียบร้อย เหลืออีกปีเดียวก็จะเรียนสำเร็จระดับอนุปริญญา

ตอนนี้หญิงสาวจะต้องทำหุ่นกระบอกชุดใหม่ขึ้นมาตามที่โดดเด่นสั่งไว้ถือเป็นการหารายได้ไปในตัว หุ่นกระบอกชุดนี้บรรจงวาดตั้งใจว่าจะทำเป็นพิเศษ ขั้นตอนการวาดหน้าพระอภัยมณี เจ้าหล่อนนึกไปถึงคิ้วเข้มตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาได้รูปของใครคนหนึ่ง

ในส่วนของนางเงือกเธอคิดจะจำลองความงดงามแกมเศร้าของรักสมุกพี่สาวผู้จากไปเอาไว้อย่างสุดฝีมือ ส่วนนางผีเสื้อสมุทรถึงแม้จะเป็นยักษีแต่ก็ต้องใส่เค้าความงามของน้าสาลีที่เธอรักลงไปด้วย และพระฤๅษีย่อมต้องเป็นเค้าหน้าเปี่ยมเมตตาของลุงโสภณ หุ่นกระบอกชุดนี้เมื่อเขียนหน้าเสร็จบรรจงวาดคงหวงแหนเป็นที่สุด

 

สายไหมกลับมาบ้านเห็นบิดานั่งหน้าเครียดอยู่ หล่อนไปเที่ยวบางแสนกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานถึงสามวันสองคืน หญิงสาวเป็นคนไม่คิดอะไรมาก เมื่อออกจากบ้านไปเที่ยวแล้วก็ลืมเรื่องบาดหมางที่เกิดขึ้นไปหมด

“ไง กลับมาแล้วเหรอ นังตัวดี”

“กลับมาอยู่นี่แล้วไงจ๊ะพ่อ ลูกผัวฉันไปไหนกันหมดล่ะ หรือยังไม่ออกมาจากห้อง” หญิงสาวเดินผ่านบิดาจะเข้าไปในห้องส่วนตัว

“ไม่ต้องเข้าไปหรอกไม่มีใครอยู่ ผัวแกมันหอบลูกหนีไปสองวันแล้ว”

 

สายไหมมายืนอยู่หน้าบ้านพ่อสามี หล่อนออกจากบ้านมาอย่างไรไม่รู้ได้ รู้แต่ว่าต้องมาตามลูกและผัวกลับบ้านเท่านั้น ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปตีระฆังก็มีมือของใครคนหนึ่งมาคว้าไม้ตีระฆังเสียก่อน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเห็นร่างสูงของชายหนุ่มผู้มีคิ้วดกเข้มตาคม แล้วแอบอุทานในใจ ‘แม่เจ้า ใครกันนี่ หล่ออย่างกับพระเอกหนังแขกแน่ะ’

“ขอโทษนะครับ คุณมาหาครูทศเหรอครับ”

เจ้าของร่างสูงตาคมถามหล่อน สายไหมรีบปฏิเสธแล้วบอกว่าเธอเป็นภรรยาเอกรงค์จะมาตามเขากับลูกชายกลับบ้าน

บรรจงวาดเป็นผู้มาเปิดประตูรั้ว สายไหมรีบผลุบเข้าไปในรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว ขณะที่หญิงสาวเจ้าของบ้านยกมือทำความเคารพแขกหนุ่มผู้มาเยือน

“ผมจะมาคุยเรื่องหุ่นชุดพระอภัยมณี พอดีเจอพี่สะใภ้ของคุณอยู่หน้าบ้าน”

“อ้อ ค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรมากไปกว่านั้น

เมื่อเดินนำโดดเด่นเข้าสู่ตัวบ้านก็ได้ยินเสียงของสายไหมทะเลาะกับพี่ชายดังลั่น บรรจงวาดหน้าชาด้วยความอับอายคนที่เดินตามมาแต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวจึงพาเขาเดินเลี่ยงไปที่ศาลาท่าน้ำแทนที่จะพาขึ้นไปบนบ้านอย่างทุกครั้ง

เรือกาแฟตาปู๊ดผ่านมาพอดี โดดเด่นร้องเรียกให้หยุดเขาสั่งโอเลี้ยงหวานๆ แก่ๆ แล้วสั่งนมเย็นสีชมพูให้หญิงสาว

“คุณจะไม่ถามก่อนเหรอคะว่าฉันจะดื่มอะไร”

“ไม่หรอกคุณเหมาะกับนมเย็นสีชมพู ผมรู้ว่าคุณต้องชอบแน่ๆ”

“ผิดค่ะ ดิฉันชอบโอเลี้ยงหวานๆ แก่ๆ นมเย็นสีชมพูยกให้คุณนะคะ”

บรรจงวาดรับถุงเครื่องดื่มจากตาปู๊ดแล้วส่งถุงนมเย็นสีชมพูให้ชายหนุ่ม เขารับไปดูดแล้วส่งสายตาเป็น ประกายพราวด้วยความขบขันมาให้หล่อน ผู้ชายคนนี้ดวงตาพูดได้ หญิงสาวสบตาแล้วรีบเมินหน้าหนีขอตัวขึ้นบ้านไปนำหุ่นกระบอกมาให้ชม

“สายไหมกลับไปเถอะ ปล่อยพี่กับลูกอยู่ที่นี่ พ่อกับวาดจะดูแลตาหนูเอง”

“ไม่ ถ้าพี่ไม่กลับฉันก็จะอยู่มันที่นี่แหละ พ่อกับน้องพี่คงยุละสิ คนอะไรยุให้ผัวเมียเค้าเลิกกัน”

เอกรงค์อุ้มพ่อหนูน้อยไว้ในอ้อมอก สายไหมพยายามดึงแขนลูกออกมาจากสามี ทารกน้อยทั้งเจ็บทั้งตกใจร้องไห้จ้า บรรจงวาดเดินขึ้นมาบนบ้านพอดี เห็นการยื้อยุดแล้วอดสงสารหลานชายไม่ได้ หญิงสาวเหลียวหาบิดาหวังจะให้มาช่วยก็พบว่าครูทศนั่งทำงานอยู่ตรงที่ประจำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครูโสภณเดินเข้าไปช่วยน้าสาลีในครัว หลีกเลี่ยงที่จะอยู่ท่ามกลางการวิวาท

พี่ชายของหล่อนเบี่ยงตัวหลบแต่สายไหมไม่ยอมปล่อยแขนลูกทำให้ทารกน้อยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด บรรจงวาดสุดจะทนจึงเข้าไปปลดมือพี่สะใภ้ออกจากแขนหลานชาย เอกรงค์ส่งลูกชายให้น้องสาวเพื่อที่จะหันไปกันสายไหมที่กำลังโมโห แต่ช้าไปเพราะอีกฝ่ายกระชากผมบรรจงวาดแล้วเงื้อมือจะฟาดไปที่หน้าของน้องสามี มือหนึ่งยื่นมาจับข้อมือของหล่อนไว้แล้วบิดอย่างแรง สายไหมร้องลั่น

โดดเด่นเห็นบรรจงวาดหายไปนานจึงขึ้นมาตามหญิงสาว ได้เห็นว่าเธอกำลังถูกทำร้ายทั้งที่ไม่มีทางต่อสู้จึงเข้าไปช่วยไว้

ครูทศวางงานในมือเดินมากลางวงวิวาท รับหลานจากมือลูกสาวไปกอดไว้อย่างแนบแน่น

“เอกลักษณ์ของตาเป็นเด็กดีนะลูก”

กอดปลอบขวัญหลานชายจนหยุดร้องไห้แล้วส่งให้ลูกสะใภ้ไป ท่ามกลางความแปลกใจของเอกรงค์และบรรจงวาด แต่ครูทศไม่ให้ลูกๆ แปลกใจนาน

“เอกกับสายไหมแต่งงานมีลูกกันแล้วก็ควรจะอยู่ด้วยกัน ทำหน้าที่พ่อแม่ให้เอกลักษณ์มีความสุขที่สุดและเติบโตเป็นคนดี เอกโตแล้วต้องรับผิดชอบครอบครัว กลับไปอยู่กับเขาเถอะนะลูก”

ครูทศพูดจบแล้วก็กลับไปนั่งทำงานต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คำพูดของพ่อราวกับประกาศิต     เอกรงค์ไปเก็บของแล้วพาสายไหมออกไปจากบ้านทันที เขาไม่อาจเข้าไปลาพ่อและทุกคนในบ้านเพราะกลัวจะระงับอารมณ์โศกเศร้าไม่ได้ สายไหมก็ดูจะหมดฤทธิ์เดชในบัดดลเดินตามสามีออกจากบ้านไปเดี๋ยวนั้น

หลังจากเอกรงค์กลับไปแล้ว โดดเด่นเดินไปสวัสดีครูทศและผู้ใหญ่อีกสองท่านที่ช่วยกันลำเลียงอาหารออกมาจากครัว วันนี้แม่สาลีทำข้าวหน้าไก่ แนมด้วยไข่ต้มยางมะตูม และกุนเชียงทอด กลิ่นอาหารหอมฉุยโชยมา โดดเด่นรีบไปรับโถเบญจรงค์ใส่หน้าไก่ผัดเข้มข้นจากมือแม่สาลีมาตั้งโต๊ะ

“คุณโดดเด่น พ่อคุณมีน้ำใจจริงๆ วันนี้น้าทำข้าวหน้าไก่อยู่กินด้วยกันนะจ๊ะ”

“ได้พบคุณน้าสาลีก็รู้แล้วละครับว่ามีลาภปากแน่ๆ” โดดเด่นหยอดคำหวานให้แม่สาลีปลื้มใจ

บรรจงวาดเลี่ยงไปล้างหน้าล้างตา ยังรู้สึกตกใจและเจ็บตึงศีรษะที่โดนพี่สะใภ้จิกดึงเมื่อครู่ โชคดีที่โดดเด่นมาช่วยเอาไว้ทันมิฉะนั้นคงโดนตบแน่นอน เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปร่วมวงกับทุกคนที่รอรับประทานกลางวันอยู่

แม่สาลีตักข้าวใส่จานแล้วตักหน้าไก่ราดข้าวตักไข่ต้มยางมะตูมผ่าซีกสีส้มสด แถมกุนเชียงทอดแบบกรอบนอกนุ่มในอีกหลายชิ้น โรยผักชีและพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบส่งให้บรรจงวาดเป็นคนสุดท้าย หญิงสาวพนมมือไหว้แล้วรับจานข้าวมา ทุกคนตักกินอย่างเอร็ดอร่อยและต่างพูดคุยชื่นชมฝีมือของแม่สาลีไม่ขาดปาก ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่พร้อมใจกันทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เมื่อรับประทานมื้อกลางวันเสร็จ โดดเด่นเปิดซองหนังใส่ธนบัตรออก หยิบเงินออกมาจำนวนหนึ่ง ส่งให้บรรจงวาดต่อหน้าทุกคนในบ้าน บรรจงวาดไม่กล้ารับเพราะเป็นเงินจำนวนมาก ครูทศเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

“คุณยังไม่ต้องรีบจ่ายเงินหรอก พวกวัตถุดิบต่างๆ รวมถึงผ้ายก เครื่องประดับอะไรพวกนี้ของที่บ้านพอมีใช้อยู่ เดี๋ยวรองานเสร็จแล้วค่อยว่ากันดีกว่า เงินทองเยอะแยะจะทำให้ทำงานลำบากเสียเปล่าๆ”

“ผมแค่อยากให้กำลังใจคนทำงานเท่านั้นแหละครับครู หุ่นที่ลูกสาวครูสร้างขึ้นมานั้นผมเห็นแล้วว่าไม่ได้ใช้แค่ฝีมือแต่ใส่หัวจิตหัวใจของศิลปินลงไปด้วย ผมปลาบปลื้มมากเลยอยากให้มีทุนสำหรับทำงานแบบสบายๆ น่ะครับ ไม่ได้คิดจะตีค่าตีราคาอะไรเลย”

คำตอบของโดดเด่นนั้นทำให้ครูทศรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมา บรรจงวาดรู้สึกแต่เพียงว่าแค่เขาเห็นถึงคุณค่าผลงานของเธอเท่านี้ก็ดีใจมากแล้ว แน่นอนที่สุดหุ่นชุดที่เขาสั่งทำนี้หญิงสาวจะถอดหัวจิตหัวใจทำให้สมกับที่เขาเอ่ยชมออกมาเลยทีเดียว

นับแต่วันนั้นโดดเด่นก็พาตัวเองเข้ามาเป็นแขกประจำของบ้านสวนริมคลองในวันหยุดอีกคนหนึ่ง ด้วยข้ออ้างที่ว่ามาดูหุ่นกระบอก เขาเข้ามาเสมือนหนึ่งในสมาชิกของบ้าน บางวันก็มาช่วยครูทศตอกหนัง บางทีก็ขอให้ครูโสภณสอนเขียนลายหัวโขน แต่ที่ประจำของเขาส่วนใหญ่จะช่วยแม่สาลีขูดมะพร้าว ตำน้ำพริกแกงอยู่ในครัวราวกับเป็นลูกหลาน เรียกว่าได้ใจแม่สาลีไปเต็มๆ

ครูทศพอจะสังเกตทีท่าของชายหนุ่มผู้นี้ออกว่ามาติดพันลูกสาว หากแต่การแสดงออกของเขานั้นไม่ถือสนิทเกินไป อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ไม่เคยมีท่าทีเกินเลย หรือจ้องหาจังหวะจะอยู่สองต่อสองกับลูกสาวของเขาจนน่าเกลียด

ถ้าถามบรรจงวาดว่ารู้ตัวไหมที่มีชายหนุ่มมาตีสนิทติดพัน ตัวหล่อนเองก็คงบอกได้ว่าไม่กล้าคิด เพราะนอกจากการพูดคุยเรื่องหุ่นกระบอกที่กำลังทำอยู่แล้วก็แทบจะไม่ได้พูดคุยเรื่องอื่นกันเลย คนที่สนิทที่สุดน่าจะเป็นน้าสาลีมากกว่าเพราะเข้าคู่กันได้ราวคอหอยกับลูกกระเดือก ที่สำคัญนอกเหนือจากวันหยุดเขาก็ไม่เคยเยี่ยมกรายมาให้เห็นทั้งที่วิทยาลัยและที่บ้าน อย่างนี้จะเรียกว่าเขามาติดพันได้อย่างไร

 

วงสังสรรค์ยามเย็นวันหยุดที่บ้านครูทศจึงมีชายหนุ่มมาร่วมสร้างความครึกครื้นในฐานะนักร้องเสียงทองด้วยอีกคนหนึ่ง และยามครูทศหยิบไวโอลินมาสี โดดเด่นก็จะหยิบเมาท์ออร์แกนมาเป่าประสานอย่างไพเราะ แม่สาลีเปลี่ยนคู่ร้องคนใหม่จนครูโสภณแอบงอน เพลงดวงจันทร์ที่โดดเด่นเอื้อนเสียงทุ้มนุ่มหูออกมานั้นช่างมีเสน่ห์นัก แม่สาลีถึงกับเคลิ้มว่าเธอเป็นเชลยสาวนามดวงจันทร์ผู้พบรักกับมังราย นายกองพม่ากระนั้น

วันหนึ่งแม่สาลีพูดถึงกุ้งแม่น้ำตัวโตที่เด็กๆ เคยงมได้จากบันไดท่าน้ำหน้าบ้านซึ่งไม่มีใครลงไปงมมานานแล้ว โดดเด่นนึกสนุกขอยืมผ้าขาวม้าของครูทศลงไปงม ได้กุ้งมาเผาจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือบรรจงวาด ครูทศซึมไปเมื่อเห็นกุ้งเผา ภาพครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าในวันเก่าย้อนมาให้คิดถึง

การทำหุ่นกระบอกของบรรจงวาดคืบหน้ามาพักใหญ่จนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย หญิงสาวบรรจงประดับลายรักบนพักตราหุ่นกระบอกทุกตัวจนเรียบร้อย

หุ่นกระบอกตัวน้อยตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามตั้งอยู่บนโครงไม้เรียงกันราวกับมีชีวิต พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ นางเงือก ผีเสื้อสมุทร และพระฤๅษี เสื้อผ้าและเครื่องประดับถูกเย็บประกอบขึ้นอย่างประณีต บรรจงวาดเย็บถุงกำมะหยี่สำหรับบรรจุกล่องแก้วที่ครูโสภณทำพิเศษขึ้นมาเพื่อบรรจุหุ่นกระบอกแต่ละตัว แต่ละกล่องจะวัดขนาดตามทรงหุ่น หญิงสาวแอบใจหายที่บัดนี้หุ่นกระบอกเสร็จเรียบร้อย เขาคงไม่แวะมาอีกแล้ว

ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกวันหยุดเรือนไม้ชายน้ำแห่งนี้มีชายหนุ่มนามโดดเด่นมาเป็นสีสันแห่งความสนุกสดชื่น เขาเป็นคนหนุ่มที่สามารถคุยกับคนตระหนี่ตัวอย่างครูทศและครูโสภณได้อย่างถูกคอ เป็นลูกมือทำกับข้าวและลูกคู่ร้องเพลงที่เข้าขาของแม่สาลีได้ดี ทุกคนในบ้านนี้คงจะคิดถึงเขาไม่น้อย

โดดเด่นเชิญครูทศ ครูโสภณ แม่สาลี และบรรจงวาดไปบ้านเขาในวันที่มารับหุ่นกระบอก ชายหนุ่มนำทุกคนลงเรือยอชต์ที่ท่าน้ำหน้าบ้าน ความหรูหราของพาหนะที่โดดเด่นใช้นั้นบ่งบอกถึงฐานะอยู่กลายๆ เขาสร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวในทุกครั้งที่ได้พบกัน และครั้งนี้ก็เช่นเคยเรือยอชต์หรูเข้าเทียบท่าที่หน้าคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเจ้าหน้าที่ชายแต่งกายคล้ายพนักงานโรงแรมมาช่วยกันลำเลียงหุ่นกระบอกขึ้นจากเรืออย่างเรียบร้อย เขาขอให้ทุกคนรอที่ล็อบบีแล้วนำพนักงานพร้อมหุ่นขึ้นไปที่ห้องพักผ่อน

ใช้เวลาพอสมควร ชายหนุ่มจึงกลับลงมานำทุกคนขึ้นลิฟต์ไปยังเพนต์เฮาส์ส่วนตัวที่เขาครอบครองพื้นที่ทั้งหมดบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียม ซึ่งรายรอบไปด้วยกระจกสามารถเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาในมุมที่งดงามที่สุดได้อย่างถนัดตา เขาผลักประตูบานที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนพาทุกคนเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ตลอดเวลาครูทศ ครูโสภณ แม่สาลี รวมถึงบรรจงวาด ต่างเงียบกริบไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา จนกระทั่งเมื่อเข้าไปในห้องนั้นทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า…

Don`t copy text!