ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 10 : สู่ก้นบึ้ง

ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 10 : สู่ก้นบึ้ง

โดย : พิมพ์อักษรา

ล่ารักสุดขอบฟ้า นิยายออนไลน์ โดย พิมพ์อักษรา หญิงสาวชาวเชียงใหม่ผู้หลงใหลในความงามของอักษร แม้เธอจะเคยมีผลงานวนิยายมาแล้วหลายเรื่อง หาก ล่ารักสุดขอบฟ้า เป็นผลงานในแนวจินตนิยายที่ อ่านเอา ภาคภูมิใจนำเสนอ และเป็นหนึ่งในนิยายได้รับรางวัลชมเชยจากโครงการอ่านเอาก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

——————————–

ภาคต้น : นาวาแห่งดินแดนอันเหน็บหนาว

– 10 –

 

เปรี้ยง… อสนีบาตฟาดลงมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน ประกายไฟแลบสว่างวาบกลางราตรีสีนิล เสียงแผ่นดิน แผ่นน้ำสะเทือนสั่นไหวครืนครั่น ชะรอยจ้าวสมุทรคงพิโรธที่ชาวเรือละเว้นการบวงสรวงบูชาพระองค์ก่อนออกทะเลกระมัง

จนเมื่อสายฟ้าฟาดลงมาอีกครั้ง เรือบรรทุกเอียโลหลายสิบชีวิตที่เริ่มร้าวจึงแตกเปรี๊ยะ และค่อย ๆ ปริแยกออกจากกัน เสียงกรีดร้องระงมลั่นดังมาจากทั่วสารทิศ รวมทั้งชีวิตใต้ท้องเรือ

“ข้าบอกให้จับตัวมันไว้อย่างไรเล่า” โปนินตวาดซ้ำหากลูกสมุนที่เหลือส่ายหน้า เวลาเช่นนี้ไม่ควรจะสนใจหญิงเป็นโรคมากไปกว่าเอาตัวรอดจากพายุคะนองเช่นนี้ พวกมันไม่ฟังอีกต่อไป ต่างวิ่งขึ้นบันไดหนีกันจ้าละหวั่น

“นังฮันน่า เจ้าเป็นสายลับจากที่ไหน แล้วนี่เจ้าหญิงอะไรของเจ้า” ผู้คุมใจทมิฬปรี่เข้ากระชากแขนฮันน่าข้างหนึ่ง นักโทษสาวอีกข้างหนึ่ง “ที่แท้เจ้ากับไอ้โรอันก็ตั้งใจจะพานักโทษหนีนั่นเอง เจ้าแฝงตัวมาแกล้งทำเป็นโสเภณี ส่วนไอ้โรอัน ที่แท้มึงมาหลับนอนกับนางผู้นี้มาตลอดแล้วคิดจะพานางหนีใช่หรือไม่ อย่าอยู่เลย ตราบใดที่โปนินคนนี้ยังอยู่ เรือจะพินาศเพียงใดข้าก็จะต้องฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด”

พริบตานั้นอาญญ่าผลักโปนินล้มลง เปิดทางให้สายลับเมืองไฟหยิบกริชเล็กที่ติดตัวอยู่พุ่งปราดเข้าเสียบกลางช่องอกโปนินอย่างรวดเร็ว เลือดแดงฉานทะลักพุ่ง ซีมายน์และสองคณิกาหวีดร้องขึ้นพร้อมกันต่อภาพสยดสยองตรงหน้า

“ไปเดี๋ยวนี้” ทาวีญออกคำสั่งเสียงกร้าว ฉุดทั้งมือซีมายน์และฮันน่าลุกขึ้น เหลือบมองไปที่อาญญ่า หยุดที่จาร์ลแล้วชะงักไป

“จาร์ล… ฆ่ามัน” เสียงโปนินสั่งกระท่อนกระแท่น มือกุมทรวงอก “มัน…หลอกแก ฮันน่าหลอกใช้…แก”

หัวหน้าผู้คุมสินค้ามองบุรุษร่วมเผ่าพันธุ์ด้วยอารมณ์หลากหลายปนเป และเมื่อมองฮันน่ากับโรอันเขาก็ยิ่งสับสน หัวใจปั่นป่วน…

หรือฮันน่ากับโรอันรู้จักกันมาก่อน พวกเขาแฝงตัวมาเพื่อชิงเจ้าหญิงอะไรนี่ออกไป แล้วไมตรีที่นางมีให้เขานั้นเล่า เป็นเพียงมารยาตบตาเท่านั้นหรือเป็นเรื่องจริง…

อีกทั้งโรอันเล่า โอ… นัยน์ตาเขียวอันลึกล้ำและเรือนกายผึ่งผายนั้นได้มอบให้เจ้าหญิงนักโทษอัปลักษณ์ผู้นี้น่ะหรือ… จริงหรือที่โรอันมาหลับนอนกับนางตลอดมา ถึงจาร์ลตั้งใจจะเลือกฮันน่าแต่ก็อดเจ็บวูบไม่ได้เมื่อได้เห็นบุรุษเมืองไฟอีกครั้ง

“จาร์ล… ฆ่ามัน” เสียงโปนินทำให้มือจาร์ลที่กำดาบสั่นระริก นัยน์ตาเขียวของชายเมืองไฟจ้องมาอย่างแน่วนิ่งและแข็งแกร่งอย่างพร้อมสู้ แขนข้างหนึ่งกอดนางนักโทษเอาไว้อย่างหวงรัก ครั้นสบตาฮันน่า เขาก็ได้เห็นแววเต้นระริกในดวงตานาง มันเต็มไปด้วยความดีใจ สมใจ คาดหวัง และหวาดกลัว

“ข้าไม่เคยหลอกท่าน…สักเรื่องเดียว” นางกล่าวนิ่งสงบ จังหวะเดียวกับที่โปนินคว้าดาบในมือจาร์ลเสียบเข้ากลางอกอาญญ่าผู้ทรยศ นางกรีดร้องลั่น ดิ้นอึกอักอย่างทรมาน

ทาวีญใจหายวูบ ดวงตาประกายดั่งดาวของนางเมื่อหลายราตรีก่อนผ่านแวบเข้ามา โธ่… อาญญ่าเอ๋ย

ขุนพลเมืองไฟจึงจ้วงกริชเข้าไปที่ท้องโปนินอีกครั้งอย่างไม่ต้องคิด…

“นี่สำหรับอาญญ่า นางจะไม่ตายเปล่า”

ข้างฝ่ายฮันน่าสูดลมหายใจลึกยาว ก่อนจะหยิบขวานใกล้มือจามเข้าที่หัวโปนินอย่างแรงซ้ำอีกครั้ง

“อ๊ากกก…..” เสียงร้องโหยหวนของผู้คุมนักโทษดังก้อง ดิ้นกระเสือกกระสนทุรนทุรายก่อนจะขาดใจตาย

จาร์ลตัดสินใจได้วินาทีนั้น

“รีบไป”

ทาวีญปิดดวงตาอาญญ่าลงช้า ๆ จุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผาก ได้ยินเสียงนางพึมพำแผ่วเป็นครั้งสุดท้าย

“ขอให้เจ้ากับผู้หญิงที่เจ้ารักโชคดีนะ ข้ารักเจ้าโรอัน”

ซีมายน์น้ำตาซึม ขณะที่ฮันน่าดุนหลังนางให้ขึ้นบันได

“เจ้าหญิงมากับหม่อมฉัน จาร์ลรู้วิธีเอาเรือคัลฮอลอยกลางทะเลถ้าเรือแตก”

“เอดิน่า พี่ไม่ได้ทิ้งข้าไปจริง ๆ ด้วย แล้วเหตุใดพี่ถึงกลายมาเป็นนางคณิกาเล่า”

“ก็เพราะพระพี่นางของเจ้าหญิงเป็นผู้ยัดเยียดสภาพนางกลางเมืองให้หม่อมฉันอย่างไรล่ะเพคะ” ฮันน่าอธิบายได้เท่านั้นเพราะสายฝนกระหน่ำลงมารุนแรงเมื่อพ้นบันไดใต้เรือขึ้นมาด้านบน ฟ้ามืดมีแสงแวบปลาบแปลบออกมาเป็นระยะ พายุหมุนมหึมาเคลื่อนตัวมาทีละน้อยขณะที่คลื่นยักษ์โถมถาเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

ทาวีญกอดซีมายน์ไว้แน่นเมื่อเห็นนางอกสั่นขวัญแขวน หยาดพิรุณชำระคราบยางไม้ออกไปเกือบหมดสิ้น เผยดวงหน้าแอร่มงามที่ตระหนกหวาดหวั่นกับพายุคลั่งเบื้องหน้า

“ข้ารักท่าน” เจ้าหญิงแห่งเอียโลกระซิบ

“ข้าก็รักท่านซีมายน์” ทาวีญประทับจุมพิตอย่างหวงแหนดื่มด่ำ จนเมื่อเรือเริ่มแยกแตกฮันน่าจึงร้องเรียก

“มาทางนี้ มากับจาร์ลและหม่อมฉัน เราจะลงเรือคัลฮอกัน ท่านจาร์ลทำไมยังยืนนิ่งอยู่เล่า”

ท่ามกลางพายุคลั่งและสายฝนซัดกระแทกมิหยุดยั้ง จาร์ลกลับยืนนิ่งหน้าแดงก่ำราวร่ำสุรา ดวงตาสีเงินเยียบเย็นมิต่างจากน้ำแข็งมองคนทั้งสามด้วยแววว่างเปล่า แวบหนึ่งฮันน่าเห็นความปวดร้าวและเหี้ยมเกรียม

“โลกช่างโหดร้ายนัก ความรักไม่มีอยู่จริง”

พริบตานั้นเอง เขาผลักฮันน่าลงไปในรอยแยกเรือ ลงสู่ความอนธการใต้มหานทีโดยมิทันให้นางตั้งตัว

ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ร่างจะร่วงลงสู่ผืนน้ำนั้น หญิงสาวชาวซาร์กอนนึกถึงเสียงหัวเราะในวัยเยาว์ยามวิ่งเล่นกับเจ้าหญิงซีมายน์ มีเจ้าหญิงอาเมเลียให้ความรักความอบอุ่นมิต่างจากมารดาแท้ ๆ ทดแทนที่นางต้องสูญเสียนางฮาวาไปตั้งแต่ยังเล็ก ตามมาด้วยภาพอลันที่กอดรักพร่ำพรอดคำหวานให้ตายใจ จากนั้นก็ทอดทิ้งนางไปอย่างเลือดเย็น และภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาคือภาพบุรุษเอียโลผมสีเงินที่ทำเหมือนเป็นตะวันฉายแสงในความมืดให้อบอุ่นใจในวันนี้ แต่แล้วก็กลับย่ำทำลายมันในวาระสุดท้ายของชีวิต ด้วยดวงตาและดวงจิตของปีศาจไร้หัวใจ

“เอดิน่า…” เจ้าหญิงเมืองน้ำแข็งกรีดเสียงร้องสุดชีวิตเมื่อร่างพี่เลี้ยงสาวในวัยเยาว์ดิ่งลงสู่คลื่นคลั่งเบื้องล่าง และถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ทาวีญรีบฉุดหญิงสาวให้ออกวิ่งทันที

“หนีเร็ว มันจะฆ่าพวกเรา”

จาร์ลเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป ดวงตาเจ็บปวดและอำมหิตเบือนจากฮันน่าที่ร่วงลงเบื้องล่างมาสู่บุรุษเมืองไฟที่หลงฝันใฝ่ ในใจอื้ออึงไปด้วยคำว่าหลอกลวง… ทรยศ… มารยา ไม่มีใครรักเขา ไม่มีใครต้องการเขาสักคน แม้ฮันน่าก็แกล้งตบตาไปอย่างนั้นตามมารยาหน้าที่หญิงคณิกา นางอาจรู้จักโรอันมาก่อนและรวมหัวกันหลอกปั่นหัวเขาเล่น เป้าหมายคือจะพาหญิงผู้นี้หลบหนี…

แล้วดูชายฟูโอโคนัยน์ตาเขียวตรึงใจผู้นี้เล่า มันก็กลับลักลอบเอากับนางเจ้าหญิงนักโทษผู้นี้ที่ฝนได้ชำระคราบเปรอะปรุจอมปลอมออกเสียสิ้น นางเป็นหญิงงามที่มิได้มีโรคร้ายใด ๆ

หลอกลวง มากเล่ห์…ทุกคน

ดาบที่คว้าคืนจากโปนินมาได้ยังอยู่ดีในมือ มันพวกนี้ต้องตายด้วยน้ำมือเขา

พวกคนลวงโลกทั้งหลาย…

จาร์ลก้าวประชิดสองหนุ่มสาวที่ยืนหมิ่นเหม่หันหลังอยู่บนปลายขอบรอยแยกของเรือที่ตั้งชัน

เจ้าหญิงซีมายน์บีบมือคนรักแน่น ใจเต้นแรง ฟ้ามืดไร้จันทร์เช่นนี้นางไม่เหลือทางเลือกใด ๆ

นึกถึงวันเพ็ญคืนนั้นที่ขอพรเทพีเดเนีย… ขอให้ข้ากับเขาได้ครองรักกันตลอดไป

ใช่… นางขอพรจันทร์ไปแล้ว

ขณะที่ปลายดาบเงื้อขึ้นนั้นเองทีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาอีกครั้งตรงเข้ายังดาบเงินแวววาวที่เพิ่งดื่มเลือดอาญญ่าไป ประกายไฟแล่นพล่านไปทั่วร่างสูงของชายผมสีเงิน ตาสีเทาเหลือกลานเมื่อกระแสไฟได้ผลาญพร่าพลังชีวิตไปจนสิ้น

สองร่างโอบกอดกันแนบแน่น ริมฝีปากพร่ำคำรักคำสัญญา

“เราจักไม่พรากจากกัน ข้ารักท่านเสมอโรอัน”

“ชีวิตและหัวใจของข้าจักมีแต่ซีมายน์ ไลแลคของข้าตลอดไป”

“ท่านจะพาข้าไปอยู่เมืองไฟด้วยกันใช่ไหม แล้ววันหนึ่งท่านจะพาข้าไปเยือนซาร์กอนสักครั้ง”

“ข้าจะอยู่กับท่านเสมอ และจะพาท่านไปทุกที่ที่ท่านต้องการ ที่ใดมีข้าก็จักมีท่าน”

ทันใดนั้นคลื่นใหญ่ได้ม้วนโอบเหมือนอสุรกายเงื้อมปีกเข้ากวาดกลืนสรรพสิ่งแล้วกระชากกลับให้จมดิ่งลงสู่ก้นนทีในที่สุด 

 

Don`t copy text!