ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 34 : ทาสีคนใหม่

ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 34 : ทาสีคนใหม่

โดย : พิมพ์อักษรา

ล่ารักสุดขอบฟ้า นิยายออนไลน์ โดย พิมพ์อักษรา หญิงสาวชาวเชียงใหม่ผู้หลงใหลในความงามของอักษร แม้เธอจะเคยมีผลงานวนิยายมาแล้วหลายเรื่อง หาก ล่ารักสุดขอบฟ้า เป็นผลงานในแนวจินตนิยายที่ อ่านเอา ภาคภูมิใจนำเสนอ และเป็นหนึ่งในนิยายได้รับรางวัลชมเชยจากโครงการอ่านเอาก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

——————————–

ภาคปลาย : สู่แดนศิลา

– 34 –

 

อากาศในดันสแตนร้อนอบอ้าว บ้างก็ฝนตก วนเวียนกับลมอุ่นเป็นครั้งคราว ทำให้ชาวน้ำแข็งครั่นเนื้อครั่นตัวกับความแปรปรวน นับวันรอกลับคาบสมุทรนอร์เดนสู่อากาศเย็นเยือกที่คุ้นเคย… ตีเมืองไฟไม่แตกอีกทั้งเสียกำลังพลไปมาก ต้นไกลีนก็ได้มาเพียงน้อยนิด อาวุธยุโธปกรณ์อันเลื่องลือที่พระราชาอลันฝันใฝ่ก็เข้าไม่ถึง แม้แต่ผลึกมายาก็ยังไร้วี่แวว

ไพร่พลล้วนกังขา เดินทางรอนแรมมาแสนไกลเพื่อพบกับความสูญเสียและว่างเปล่าเช่นนั้นหรือ…

หากก็ได้เพียงคิดเท่านั้น ทุกคนล้วนเกรงกลัวพระราชอำนาจราชันแลราชินีจนมิกล้าตั้งคำถาม

ข้างฝ่ายเนริซาก็พระทัยเย็น อดทนรออยู่ในดันสแตนอย่างสงบ และตั้งหน้าตั้งตารอข่าวคราวจากพระสวามีกับโคลิน จนกระทั่งวันหนึ่งม้าเร็วก็นำสาส์นจากกองทัพพระราชาอลันมาแจ้งว่าจะมาถึงในอีกไม่เกินสองราตรี พระนางจึงสั่งให้ตั้งกระโจมประทับขึ้นเป็นพลับพลาชั่วคราว เตรียมเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้พรักพร้อมรับรองพระราชา

“ทรงรักพระราชาเหลือเกินนะท่านซิกริด” นางกำนัลผู้หนึ่งกระซิบ “ทรงทนอยู่อย่างลำบากอัตคัดมาได้ตั้งนมนาน พอพระราชาจะเสด็จมาเท่านั้นก็ทรงลุกมาจัดการใหญ่โต อยากให้พระสวามีได้ประทับสุขสบาย”

ซิกริดไม่ตอบ นางมักเก็บงำความคิด ความรู้สึกเสมอ… จับตามองพระราชินีเงียบ ๆ

สายวันถัดมาพิราบจากโคลินก็นำอีกข่าวดีมาแจ้งราชินีแห่งเอียโล พระเนตรนางเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าเรื่องที่พระราชาอลันจะเสด็จมาเสียอีก หัตถ์ที่ยึดแขนซิกริดสั่นเล็กน้อย

“โคลินจัดการนางซีมายน์เรียบร้อยด้วยกริชพิษ ช่างเป็นข่าววิเศษที่สุด”

ทรงหันมาแย้มสรวลมีความสุขให้คนสนิทเห็นเป็นครั้งแรก

“หมดเสี้ยนหนามเสียที ต่อจากนี้ข้าจะได้นอนหลับสนิทแล้ว… ไปเถิด ไปเตรียมต้อนรับพระราชากัน ข้าต้องการเครื่องนอนแลเครื่องเสวยชั้นเลิศ พวกเจ้าจงไปเสาะหาจากตลาดไปจนถึงชุมทางการค้าใหญ่ ๆ กำชับว่าเราต้องการสิ่งที่ดีที่สุด มิใช่เหมือนทุกครั้งที่เอาแต่ของจืดชืด ไร้รสนิยมมาให้”

ราชินีผู้เย็นชามาตลอดทรงมีท่าทีตื่นเต้นหน่อย ๆ นิ่งคิดไปครู่หนึ่งจึงเสริม

“จัดหาข้าทาสเพิ่มสักหน่อยก็คงดี พวกเรามีแต่สตรีปวกเปียกกันไม่กี่นางเท่านั้นคงจะรับใช้ดูแลอลันได้ไม่ดีเท่าไร ข้าเห็นที่ชุมทางมีแหล่งค้าทาสอยู่ในหลืบหนึ่ง เจ้าจงไปติดต่อมาให้ข้าคัดเลือกเสียที่นี่ แจ้งว่าข้ามีเหรียญทองมากมายเป็นค่าตัว”

เมื่อตะวันตกดิน พ่อค้าแหล่งมืดจึงนำขบวนทาสหลากเชื้อชาติกว่ายี่สิบชีวิตมายังพลับพลาให้ราชินีต่างแดนเลือก ล้วนเป็นทาสหนุ่มสาวรูปร่างสูงใหญ่ดูแข็งแรงทรหด ส่วนใหญ่มีผิวสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน บางคนเท่านั้นที่มีผิวสีขาวผมสีทองแบบบาราไนอัส

“เหล่าบุรุษนั้นแข็งแรงกำยำ รับใช้ทำงานหนักได้ทรหดอดทนนัก ส่วนมากมาจากมัซซา ส่วนสตรีเหล่านี้รับใช้ได้สารพัดตั้งแต่หุงหาอาหาร ทำความสะอาด ปรนนิบัติพัดวี ไปจนถึงร้องรำทำเพลง นางที่มาจากโมลจะขับร้องแลดีดพิณได้ไพเราะ ส่วนพวกที่มาจากอับฮาอีนจะชำนาญการปลูกพฤกษาแลทำความสะอาด”

เนริซายกหัตถ์ข้างหนึ่งเป็นสัญญาณให้พ่อค้าหยุดพูด

“ชายห้า หญิงเจ็ด” ชี้พระดัชนีไปยังเหล่าทาสหน้าตาขึงขัง รูปร่างตรงดูแข็งแรงสิบสองคน ก่อนจะชะงัก

“แล้วนางคนนี้เล่า เหตุใดจึงตัวเล็กบอบบางกว่าทาสีนางอื่น” ทรงหยุดที่ทาสีร่างบอบบางอ้อนแอ้น เนื้อตัวสีคล้ำดุจกาแฟมีรอยขีดข่วนฟกช้ำ รอยแผลตกสะเก็ดแผ่เต็มซีกแก้มขวา

“นางเกิดในถิ่นกันดารแร้นแค้นนอกเมืองมัซซารา ตัวเล็กขี้โรคก็เลยถูกขายเป็นทาสตั้งแต่ยังเยาว์ แต่นางมีความสามารถมากนัก ขับร้องได้ไพเราะ ปรุงเครื่องหอมได้เป็นเลิศ ทั้งยังคล่องแคล่วการงานดีนักแล”

“ข้าต้องการทาสีรับใช้ ไม่ต้องการนางร้อง” ตรัสเสียงกระด้างก่อนหรี่เนตรลง หากนางชำนาญการปรุงเครื่องหอมก็น่าสนใจ เอียโลนั้นไร้สิ่งจรรโลงใจละเอียดอ่อน บางทีทาสีนางนี้อาจสอนคนของพระนางให้รู้จักอบปรุงเครื่องสุคนธาได้ เพิ่มทาสีมาอีกสักนางคงไม่สิ้นเปลืองกี่มากน้อย แลจะใช้งานให้หนักสมค่าตัวเลยทีเดียว

“เพิ่มนางคนนี้ด้วยก็แล้วกัน” ตรัสจบก็ผินหลังกลับเข้าพลับพลากระโจมรวดเร็วราวพายุ ซิกริดรู้หน้าที่ ส่งเหรียญทองถุงใหญ่ให้เป็นค่าตอบแทนแล้วกวาดต้อนข้าทาสที่มาใหม่ไปยังกระโจมเล็กด้านหลัง เริ่มต้นสั่งสอนและใช้งานนับแต่บัดนั้น

มิได้สังเกตนางทาสีตัวคล้ำจากมัซซาราผู้ลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก…

ความมืดคลี่คลุมผืนโพยมอีกครา ดาริกาส่องแสงวิบวับดารดาษ พระราชินีแห่งเอียโลแย้มสรวลอย่างโล่งพระทัย… รัตติกาลไร้เดือน จบสิ้นกันทีหนอ ต่อให้ซีมายน์รอดจากคมกริชก็มิอาจรอดจากพิษได้ ไม่ว่าใครโดนพิษซาคากีก็ล้วนถึงฆาตทั้งสิ้น ยาถอนพิษปรุงได้จากพืชนอร์เดนเท่านั้น ไม่มีทางที่พระน้องนางจะมียารักษาได้

หากขณะที่ทรงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้นเอง หางพระเนตรก็เหลือบเห็นจันทร์เสี้ยวเรียวโค้งดุจเคียวกะพริบแสงอ่อนจางอยู่ริมฟ้า ซ่อนอยู่หลังม่านเมฆและทิวเขาสูง ดวงหทัยเนริซาแทบหยุดเต้น… สัญญาณจากเทพีจันทรา ว่าซีมายน์ยังไม่สิ้นชีพ…

เป็นไปได้อย่างไร… หากโคลินไม่โกหก ก็แสดงว่ามีผู้ช่วยให้นางรอดได้…

เนริซาพระหัตถ์สั่น เรียกหานางซิกริดแล้วลงมือจารข้อความลงกระดาษจากใยต้นมาคา… ให้สกุณานำสารส่งกลับไปยังโคลินเป็นการด่วน

มิได้สังเกตว่านางทาสีใหม่ที่พูดได้แต่ภาษามัซซาเรียนและกำลังเติมน้ำมันหอมจากดอกบัวลงเตาลอบฟังหูผึ่งอยู่ด้วยใจเต้นแรงไม่แพ้กัน…

พระราชินีต้องการสังหารใครกันหนอ

 

“เทพโอดินาร์ทรงโปรด ในที่สุดท่านก็ตามมาได้ ทิลด้า…” ซีมายน์ทรงร้องด้วยความปราโมทย์เมื่อหญิงร่วมแผ่นดินปรากฏกายขึ้น ณ ปากถ้ำแห่งหนึ่ง ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใด ๆ มีแต่ดวงตาที่แห้งแล้งเศร้าหมอง

“ไซวินด์นำพวกเรามาถึงถ้ำลึกทางตะวันตก ลัดเลี้ยวไปตามไหล่เขา ลงสู่ใต้ดินหลายชั้นซับซ้อนกว่าจะมาโผล่ที่นี่ ท่านตามมาถูกได้อย่างไรในเวลาอันสั้น” ทาวีญกังขา “หรือมีทางลับย่นระยะอีก”

“ใช่ มีทางลับอยู่มากมายในป่าหินเหล่านี้ มีผู้ค้นพบมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว” นางตอบเสียงเหนื่อยอ่อน ไซวินด์ยกมือนางขึ้นจูบอย่างรักใคร่

“ไฟรน์กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีเหลือเกินแล้ว ข้าเตรียมหมูอบหญ้าฝรั่นกับรากไม้ที่ไฟรน์ชอบไว้ให้”

“โธ่ นั่นเป็นเสบียงที่ข้าเตรียมให้เจ้านะไซวินด์ เจ้ากลับเก็บไว้ให้ข้า” ดวงตาทิลด้าอ่อนแสงลงเมื่อพูดกับชายหนุ่มคนรัก “ข้าคิดไม่ผิดที่รักเจ้าและไม่เลือกอยู่กับบิดา…”

ไซวินด์คว้าร่างนางมากอด “ข้าจะไม่มีวันทำให้ไฟรน์เสียใจที่รักข้าเป็นอันขาด”

อดีตนางคณิกาเงยหน้าจากอ้อมกอด สบตาผู้ร่วมทางทั้งสองที่มองมาอย่างใคร่รู้แล้วเริ่มต้นเล่า

“ข้าบอกบิดาว่าเราต่อสู้กันและข้าเพลี่ยงพล้ำ พวกท่านใช้ผลึกมายาหายตัวออกไปจากถ้ำ แต่ท่านพ่อไม่เชื่อข้า เพราะไม่ได้ยินเสียงเอะอะต่อสู้ใด ๆ อันที่จริงเขาก็คงนึกสงสัยตั้งแต่ข้าขันอาสาแล้วละ แต่เพราะเขารักข้ามากจึงไม่อยากขัดใจ” เสียงนางเครือลง “น้ำตาท่านพ่อไหลตอนบอกว่าข้าทรยศได้ลงคอ เขาคิดว่าข้าสมคบกับพวกท่านเพราะต้องการผลึกมายาไว้กับตัวเช่นกัน ข้าก็ยืนยันว่าข้ารักเขาดุจบิดาแท้ ๆ ที่ทำไปเพราะต้องการอยู่กับไซวินด์เท่านั้น ไม่ได้ต้องการเป็นราชินีมัซซา…”

ทิลด้าสะอื้นอย่างหนัก ท่าทางหัวใจสลายที่ต้องอำลาดันนาไคลน์อย่างคนทรยศ นางเล่าต่อไปว่าเขาไม่กล้าฆ่านางกับมือ จึงสั่งขังนางไว้ในถ้ำ ให้คนเอาหินมหึมาปิดปากถ้ำเอาไว้แน่นหนา กะจะให้นางอดตายอยู่ในนั้น นางรอให้แน่ใจอยู่กึ่งราตรีก็ค่อยกลับเข้าประตูกล เดินผ่านอุโมงค์ออกมา แล้วค่อยเปลี่ยนใช้เส้นทางลับอื่นจนมาพบพวกเขาที่นี่

ไซวินด์กอดประโลมนางอยู่ครู่ใหญ่ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นถามสรุป

“พวกท่านจะตามหาผลึกมายาต่อหรือไม่… พวกเราสองคนชักเริ่มท้อเข้าทุกที แต่ในเมื่อตอนนี้หนีออกมาจากพวกดันคลอชได้แล้วก็คงจะไปตามทางที่ตั้งใจไว้”

“ท่านจะไปที่ใดหรือ”

“เมืองโมล… ข้าฝันจะไปที่นั่นมานานแล้ว แต่ไซวินด์เกรงว่าข้าจะถูกจับขายเป็นนางโลมอีก” นางหัวเราะเบา ๆ “หรือไม่ก็คงจะอยู่ที่ใดสักแห่งในอนาโตเลีย ดินแดนอันอบอุ่น”

“ข้าอยากตามหาผลึกมายาให้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นก็คงไปใช้ชีวิตสุขสงบสักแห่ง” ซีมายน์คลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อวาดฝันถึงชีวิตในซาร์กอน “ในอนาโตเลียเช่นพวกท่าน”

“เช่นนั้นเราอาจต้องแยกกันเมื่อพ้นชายป่า ข้าจะเข้าทางมัซซาแล้วค่อยออกทะเล ข้ามไปอนาโตเลีย”

ขบวนน้อย ๆ อันประกอบด้วยสองคู่รักจึงไม่อ้อยอิ่งเสียเวลา รีบออกเดินทางด้วยกระหายจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กันเต็มที จนเมื่ออาทิตย์ล่วงพ้นกลางฟ้าไป สมาชิกทั้งสี่ก็หยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสตรีนอนจมกองเลือดอยู่ข้างโขดหิน เมื่อขยับเข้าไปใกล้จึงได้ยินเสียงร้องครางฮือ ๆ ไม่เป็นภาษา ทิลด้าแตะชีพจรและอังใต้จมูกอย่างคล่องแคล่ว

“นางยังไม่ตาย”

จังหวะนั้นผ้าคลุมหน้าจึงเลื่อนหลุดจากปลายจมูกเผยให้เห็นใบหน้าของผู้บาดเจ็บเต็มตา ทาวีญและซีมายน์ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน

“มาติเน่…”

ข้าหลวงสาวหอบหายใจรวยริน อ้าปากจะเอื้อนเอ่ยเมื่อเห็นหน้าผู้มาพบ หากก็หมดแรงสิ้นสติไปเสียก่อน

“โธ่เอ๋ย ใครทำร้ายเจ้าอย่างนี้” ซีมายน์ทั้งตกใจและเวทนา ยอบกายลงข้างร่างโชกเลือดแล้วพลันชะงักเมื่อเห็นของเหลวสีเขียวขุ่นปนกับโลหิต กลิ่นหวานเอียนลอยอวลปนกลิ่นคาว หญิงสาวเบิกตากว้าง

“พิษซาคากี…” นางครางตัวสั่นเทิ้ม “พิษจากโทรลล์และดอกซาคก์… มีเฉพาะในเอียโลกับตอนเหนือของนอร์เดนเท่านั้น ข้ารู้จักพิษนี้ดี และรู้ว่าต้องถอนพิษอย่างไร” ซีมายน์จำได้มิลืมว่าพบพิษซาคากีอยู่ในโอสถที่ถวายพระพี่นางเนริซา… พิษร้ายที่ทำให้นางต้องอาญากลายเป็นนักโทษนับแต่นั้น

“ถ้าเช่นนั้นท่านก็รักษานางได้น่ะสิ” ทิลด้าว่า ก่อนจะคุกเข่าลงข้างร่างมาติเน่

“เราช่วยกันห้ามเลือดก่อนเถิด” สตรีสองนางเพียรห้ามเลือดอย่างแข็งขัน จากนั้นซีมายน์ก็สั่งการให้สองบุรุษต้มน้ำและนำสมุนไพรละแวกนั้นมาบดทำยา ทิลด้ากับนางคอยเอายาป้ายที่แผลเพื่อประคองอาการพลางนึกเวทนานางมาติเน่จับใจ เคราะห์กรรมอันใดต้องมาเจอพิษร้ายแรงเช่นนี้

พิษจากเอียโล…

เอียโล… พลันก็ระลึกถึงนักฆ่าปริศนา… ผู้มีดวงตาสีฟ้าอมเทาซีดแบบคนแดนน้ำแข็ง เป็นไปได้อย่างนั้นหรือว่านักฆ่าผู้นั้นเป็นชาวนอร์เดน เหตุใดจึงมีคนนอร์เดนคิดสังหารนางเล่า

อดีตเจ้าหญิงจากเอียโลพลันขนลุกชัน หนาวเยือกไปทั้งกายเมื่อสำรวจเครื่องแต่งกายของข้าหลวงสาวแล้วพบว่าเป็นภูษาของ ‘ท่านหญิงไลแลค’ ทั้งสิ้น

ถ้าเช่นนั้นก็เป็นไปได้ว่าคนที่ทำร้ายมาติเน่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นซีมายน์!

เหลือบมองชายคนรักก็เห็นเขามองสบมาด้วยความเข้าใจเช่นเดียวกัน… มาติเน่รับเคราะห์แทน

ขณะที่รำพึงโศกสลดในใจ จู่ ๆ คนเจ็บก็ลืมตาขึ้นช้า ๆ มือข้างที่ไม่โดนฟันเลื่อนจับแผลที่ท้องตามสัญชาตญาณ ทุกสายตาต่างตกตะลึงเมื่อเห็นแผลฉกรรจ์ค่อย ๆ แห้งลงทีละน้อยต่อหน้าต่อตา มาติเน่ขยับตัวลุกขึ้นช้า ๆ แม้ยังไม่ถนัดนักแต่ก็ไร้วี่แววเจ็บปวดสาหัสอย่างเมื่อครู่

“พวกท่านช่วยชีวิตข้าไว้”

“ท่าน…” ทิลด้าเงยหน้ามองคนรักทาวีญ “ท่านรักษานางได้จริง ๆ ด้วย”

Don`t copy text!