ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 36 : ทำเพราะรัก

ล่ารักสุดขอบฟ้า บทที่ 36 : ทำเพราะรัก

โดย : พิมพ์อักษรา

ล่ารักสุดขอบฟ้า นิยายออนไลน์ โดย พิมพ์อักษรา หญิงสาวชาวเชียงใหม่ผู้หลงใหลในความงามของอักษร แม้เธอจะเคยมีผลงานวนิยายมาแล้วหลายเรื่อง หาก ล่ารักสุดขอบฟ้า เป็นผลงานในแนวจินตนิยายที่ อ่านเอา ภาคภูมิใจนำเสนอ และเป็นหนึ่งในนิยายได้รับรางวัลชมเชยจากโครงการอ่านเอาก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

——————————–

ภาคปลาย : สู่แดนศิลา

– 36 –

 

มาติเน่ค่อย ๆ ลืมตาช้า ๆ เห็นเพียงแสงดาวพรายพร่างกลางรัตติกาล จำได้ว่าตนฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ตอบคำถามเรื่องถูกทำร้ายได้ไม่กี่ประโยคก็อ่อนแรง หมดสติไปอีกครั้ง… ความหลับใหลนั้นช่างยาวนาน ดุจดำดิ่งลงสู่ห้วงน้ำลึกสุดพสุธา รอบกายมีแต่ความมืดเวิ้งว้างไม่สิ้นสุดก่อนจะค่อย ๆ ลอยขึ้นทีละน้อย ๆ กลับมาสู่จิตแลกายาตนอีกครั้ง…

แว่วเสียงสนทนายาวเหยียด นางคาลียาลูกสาวหัวหน้าเผ่าดันคลอชมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรก็ชวนให้สงสัยนัก หากฟังไปจนจบก็พอปะติดปะต่อเรื่องได้…

นางมีผลึกมายา…

หญิงสาวพยายามขยับตัวหากก็ทำได้ยากเย็นนัก จึงได้แต่นอนฟังไปจนจบความ เมื่อคาลียาหรือนามแท้จริงว่าทิลด้ากับคนรักจากไปได้ครู่ใหญ่นางจึงตัดสินใจเปล่งเสียง

“ท่านหญิง… ท่านทาวีญ”

ทั้งคู่ปราดเข้ามาทันที

“มาติเน่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว เพียงแค่ปวดแผลเล็กน้อยเท่านั้น” หญิงสาวเสียงเครือ “ข้าขอบพระคุณท่านทั้งสองเหลือเกินที่ช่วยชีวิตข้า”

“ข้าไม่ได้ทำอันใดหรอก ธิดาดันนาไคลน์เป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้า”

“ข้าทราบแล้ว ได้ยินพวกท่านสนทนากันเมื่อครู่ อย่างไรก็ต้องขอบพระคุณที่ไม่คิดทอดทิ้งข้า”

“โธ่ พวกเราจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเป็นคนดี ช่วยเหลือดูแลพยาบาลข้ามาตลอด”

นางมองหน้าอดีตพระคู่หมั้นเจ้าชายราฟาเอลแล้วสะอื้น

“ข้ามิได้ดีถึงเพียงนั้นหรอก ข้าขอโทษนะท่านหญิง…”

อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“ขอโทษข้าทำไม”

“ข้าเป็นคนนำเรื่องท่านทั้งสองไปทูลองค์ชายเอง… ข้ามันเห็นแก่ตัวนัก ทำให้พวกท่านถูกเนรเทศ”

“ไม่เป็นไร…” ฝ่ายนั้นตอบเสียงแผ่ว “ไม่ช้าไม่เร็วข้าก็ต้องเปิดเผยทูลความจริงอยู่ดี”

“เจ้ารักองค์ชายอย่างนั้นหรือ” อดีตขุนพลถาม เขาจับความรู้สึกคนได้อย่างว่องไว

มาติเน่อ้ำอึ้ง ท่าทางนางอ่านง่ายนักหรืออย่างไร ทาวีญจึงทักได้ราวกลับอยู่กลางใจนางกระนั้น หรืออาจเป็นเพราะความรักในใจนางมันล้นเอ่อจนควบคุมเก็บงำไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่คนโง่เขลาอย่างเจ้าหญิงเลวิน่าก็ยังมองออก

“ทำไมไม่ตอบเล่า มาติเน่” สุรเสียงเย็นที่คุ้นเคยกังวานก้องลานใต้หินผา วรองค์สูงชะลูดแห่งเจ้าชายราฟาเอลปรากฏขึ้นตรงนั้น เกศาสีทองกับพระเนตรสีอำพันเรืองสว่างกลางเวิ้งมืด พระบาทย่างช้า ๆ เข้ามาใกล้ทั้งสามชีวิต

“เจ้าทำเพราะรักข้าหรือ”

พระเนตรจับจ้องอยู่แต่นางข้าหลวง จงใจมองข้ามชาย-หญิงคู่นั้นไปเสีย ความร้าวรานแล่นจับพระทัยทันทีที่เห็นทั้งสองยังครองรักกันด้วยดี

“เจ็บไหม… เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือ พวกข้าได้ยินเสียงเจ้าร้องก็ตามหาเจ้าอยู่นาน แต่ก็บังเอิญพบดงงูเข้าเสียก่อน กว่าจะรอดกันมาก็สาหัสมิน้อย ถึงออกตามหาเจ้าอีกครั้ง” ทอดสุรเสียงอ่อนโยนแล้วทรงปราดเข้าประคองข้าหลวงสาวที่เบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกด้วยมิเคยเห็นท่าทีเช่นนี้มาก่อน

“หม่อมฉันถูกคนทำร้ายเอาสาหัสเพคะ แต่ได้ท่านทั้งสองช่วยชีวิตไว้เพคะ”

“เท่ากับเจ้าเป็นหนี้บุญคุณคนทรยศคู่นี้สินะ” สุรเสียงเย็นชา พระเนตรคมกล้ายังไม่เหลือบแลไปทางอดีตขุนพลและพระคู่หมั้น

“ท่านทาวีญกับท่านไลแลคพยายามช่วยหม่อมฉันไว้สุดความสามารถทั้งที่จะปล่อยให้ตายไปเสียก็ได้… พระองค์เมตตาด้วยเถิดเพคะ พวกเขามิได้มีจิตคิดร้ายต่อใครและยังภักดีต่อพระองค์ยิ่งชีวิต”

“พวกเขาสั่งให้เจ้ามาอ้อนวอนเช่นนั้นกระมัง”

“หามิได้เพคะ หม่อมฉันทูลด้วยตนเองด้วยความสัตย์จริง พวกเขาปรารถนาจะเริ่มชีวิตใหม่ในดินแดนห่างไกล แต่ก็ระงับฝันไว้เสียเพราะต้องการช่วยตามหาผลึกมายาให้พระองค์ให้ได้เสียก่อน ไม่ได้คิดเก็บไว้เพื่อตัวเอง เรื่องนี้หม่อมฉันยืนยันได้เพคะ ได้ยินพวกเขาคุยกันเต็มสองหู” มาติเน่ละล่ำละลัก ก่อนจะทูลเรื่องบุตรีดันนาไคลน์นำผลึกมายาหนีไปให้ฟังอย่างย่อ ๆ

หากยังมิทันที่ราฟาเอลจะรับสั่งอันใด เจ้าหญิงเลวิน่าก็นำไพร่พลตามเข้ามาเสียก่อน

“เจ้าพี่มาอยู่ที่นี่เอง พวกเราตามหากันให้ควั่ก เสด็จที่ใดก็บอกกล่าวกันบ้างสิเพคะ ประเดี๋ยวเจองูยักษ์เหมือนเมื่อตอนบ่ายเข้าก็แย่กันพอดี ข้าตัดหัวงูอย่างท่านไม่ได้หรอกนะเพคะ… อ้าว นั่นพวกเจ้า” เจ้าหญิงแห่งฟูโอโคทรงชะงักเมื่อทอดพระเนตรหนึ่งชายกับอีกสองหญิงถนัด หวีดสุรเสียงแหลมอย่างปราโมทย์

“ท่านทาวีญ โอ เทพโอไรกอนดลให้ท่านมาพบพวกเราจนได้ ข้าดีใจเหลือเกิน” พระนางปราดเข้าไปหาอดีตขุนพล เตรียมสวมกอดโดยไม่สนสายตาใครทั้งนั้น แต่กลับชะงักเพราะสุรเสียงเฉียบขาดของพระเชษฐา

“หยุดเดี๋ยวนี้เลวิน่า เจ้าเป็นราชสตรีแม้อยู่กลางป่ากลางเขาก็ไม่ควรทำตัวน่าเกลียดเช่นนี้ แล้วบุรุษที่เจ้าหมายมาดก็มิใช่คนของฟูโอโคอีกต่อไป”

“ข้าไม่หยุด! ก็เห็นอยู่ว่าท่านทาวีญโดนนางจิ้งจอกหลอกปั่นหัว ข้าจะทำให้เขาตาสว่างเอง”

“หากเจ้าพูดเรื่องนี้อีกคำเดียวข้าจะตัดลิ้นเจ้า” รับสั่งนี้ได้ผลเพราะเจ้าหญิงเลวิน่าถอยจากร่างทาวีญทันใด กระทืบพระบาทอยางกริ้วจัด

เจ้าชายราฟาเอลประทับนิ่งอยู่อึดใจก็ตรงเข้ากุมมือบุตรสาวแม่ทัพเมเนส จ้องไปในดวงตาสีน้ำเงินที่มีแววประหม่าเก้อเขิน และยังคงไม่เหลือบเนตรมอง ‘คนทรยศ’ ทั้งสองแม้สักแวบยามรับสั่ง

“เจ้ารักข้าใช่ไหมมาติเน่ เหตุใดข้าถึงไม่เคยรู้สึกตัวมาก่อนหนอว่าเจ้าคือคนที่อยู่เคียงข้างข้าเสมอมา เข้าใจไปว่าเจ้าทำตามหน้าที่เท่านั้น ต่อไปนี้ข้าจะเป็นผู้ปกป้องเจ้าเอง จะไม่ยอมให้พบอันตรายเช่นนี้อีก…”

มาติเน่ก้มหน้างุดหากอีกฝ่ายกลับเชยคางขึ้นมา

“ต่อไปนี้เจ้าจักมิใช่นางข้าหลวงพยาบาลอีกแล้ว เจ้าคือคู่อภิเษกของข้า กลับถึงฟูโอโคเมื่อใดจะเริ่มอภิเษกทันที… พวกเจ้าจงรับรู้ทั่วกันเถิด” ทรงหมายรวมถึงไพร่พลบริวารในขบวนที่ยืนออเป็นประจักษ์พยาน ขณะที่พระขนิษฐาทรงกรีดร้องแหลมขึ้นมา

“ไม่ได้นะเพคะ จะยกนางขึ้นมาไม่ได้ เจ้าพี่มิได้ขาดแคลนนารีถึงขั้นต้องยกนางข้าหลวงเป็นชายานะเพคะ ยังมีเจ้าหญิงอีกหลายแว่นแคว้นที่พร้อมเป็นคู่อภิเษก”

“นี่คือประกาศิตของข้า” ราฟาเอลขึงเนตรใส่พระน้องนาง ทั่วบริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบอยู่หลายอึดใจ กระทั่งเจ้าของดวงเนตรสีม่วงรู้สึกตัวขึ้นมาก่อน

“หม่อมฉันและทาวีญขอแสดงความยินดีด้วยเพคะ ฟ้าสางเมื่อไร เราสองคนจะรีบไปให้พ้นทางมิให้เป็นที่ขัดเคืองพระหฤทัยเพคะ”

ราตรีนั้นคณะเจ้าชายราฟาเอลตั้งกระโจมอยู่บริเวณลานหินใต้ชะง่อนผาที่พบมาติเน่ การไม่รับสั่งขับไล่ถือเป็นพระอนุญาตกลาย ๆ ให้เขาและคนรักอาศัยค้างแรมด้วยอีกคืน ซีมายน์อยู่ร่วมกับนางมาติเน่เพื่อคอยพยาบาลให้นางแข็งแรง ส่วนทาวีญต้องแยกไปนอนกับพวกทหาร ทว่ากลับกลุ้มกังวลจนนอนไม่หลับ ออกมาครุ่นคิดลำพังกลางแสงดาว

ตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น เขายังไม่มีโอกาสอธิบายและขอพระราชทานอภัยสักคำ และในครั้งนี้ก็มิทรงเปิดโอกาสให้เขาพูดหรือเข้าเฝ้าใกล้ชิด ทรงประทับอยู่ในกระโจมและให้มหาดเล็กเฝ้าอย่างแข็งขัน พร้อมกับให้คนรายงานอาการของ ‘พระคู่หมั้นคนใหม่’ มาเป็นระยะ

ขอเพียงโอกาสกราบทูลความจริงเท่านั้น จะกริ้วอย่างไรก็ยอม… ไม่อยากให้เข้าพระทัยผิดว่าสหายที่เติบโตมาด้วยกันทรยศแลหมิ่นพระเกียรติด้วยการเป็นชู้กับพระคู่หมั้น

ทาวีญผู้มักเก็บงำอาการความรู้สึกเป็นนิตย์ถอนใจเฮือกหลายครั้งในค่ำคืนนี้… พรุ่งนี้เขาต้องไปโดยไม่มีโอกาสแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น

“ท่านทาวีญ”

ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อเห็นผู้มาใหม่ วรองค์เล็กบางแห่งเจ้าหญิงเลวิน่าเคลื่อนมานั่งข้าง ๆ อย่างเป็นกันเอง แสงดาวจับพระพักตร์ขาวซีดให้ยิ่งเผือด สุรเสียงที่รับสั่งอ่อนโยนกว่าทุกคราว

“ขอข้านั่งคุยกับท่านสักหน่อยเถิด… เราไม่ได้คุยกันเช่นนี้นานเท่าไรแล้วหนอ… คงตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่กระมัง”

“องค์หญิงมิควรประทับอยู่กับบุรุษยามวิกาลเช่นนี้ กระหม่อมจะทำให้เสื่อมพระเกียรติ”

“ท่านอย่าเพิ่งอ้างธรรมเนียมอันใดเลย ข้าอยากพูดคุยกับท่านในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง มิใช่เจ้าหญิง”

เลวิน่าทรงเริ่มต้นเจรจาอย่างเรียบร้อยจนทาวีญประหลาดใจ คอยลุ้นว่าพระนางจะผรุสวาทด่าทอ ‘นางจิ้งจอกร้อยเล่ห์ไลแลค’ อย่างที่ทรงทำเป็นนิสัยหรือไม่ หากพระนางยังคงลักษณาการสุขุม ควบคุมพระอารมณ์อย่างดีจนเขาต้องตั้งใจฟัง

“ท่านก็รู้ว่าข้าคิดอย่างไรกับท่านมาตลอด… จริงอยู่ข้าเสียใจที่ท่านหลงนางหญิงต่างชาติผู้นั้น มิอาจแสร้งทำเป็นมิเกลียดชังนางได้ ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังรักท่านเสมอและยังหวังว่าท่านจะมองเห็นหัวใจที่แท้ของข้าในสักวัน”

“ขอบพระทัยองค์หญิงที่มอบความรู้สึกทรงค่าเช่นนั้นให้กระหม่อม” เขาทูลจากใจ “กระหม่อมมีความหวังดีต่อพระองค์เสมอ”

“หวังดีกับข้า ถ้าเช่นนั้นก็รับความหวังดีของข้าบ้างเถิด… ทาวีญ ข้าขอพูดตามตรงจากใจ ข้าเห็นท่านมาตั้งแต่เยาว์วัย ทราบดีว่าท่านเป็นคนเช่นไร ท่านเป็นคนดี เก่งกาจ แลภักดีต่อฟูโอโค ต่อเจ้าพี่ยิ่งกว่าผู้ใด อนาคตของท่านกำลังรุ่งโรจน์ ศัตรูได้ยินนามท่านก็ครั่นคร้าม ข้าราชบริพารเหล่าทหารก็ล้วนศรัทธาในคุณความดีแลประโยชน์ที่ท่านทำเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ท่านมีชีวิตที่ดีและมีค่ายิ่งสำหรับพวกเรา… แต่ท่านกำลังจะโยนมันทิ้งไป เพียงเพราะความหลงต่อรูปโฉมอิสตรีเท่านั้นหรือ”

ทาวีญนิ่งไปนาน อันที่จริงเขาควรมีคำตอบให้พระนางทันที หากถ้อยรับสั่งเป็นการเป็นงานครั้งแรกของเจ้าหญิงฟูโอโคทำให้เขาต้องทบทวน ตรึกตรองความรู้สึก ความเชื่อ และตัวตนของเขาอีกครั้ง…

“หากท่านเลือกนาง ท่านจะกลายเป็นเพียงชายร่อนเร่เพนจร ไร้เงินทอง ไร้เกียรติ ท่านทนเห็นตัวเองตกต่ำลงอย่างนั้นได้หรือ แลท่านอาจยิ่งทำให้นางตกต่ำลงไปอีก หากท่านอ้างว่ารักนางนักก็มิควรให้นางต้องลำบาก แม้แต่นางเองหากรักท่านจริง ก็มิควรฉุดท่านลงต่ำ”

ชายหนุ่มคล้ายถูกกระแทกอย่างจังในจุดอ่อน… เขากำลังทำให้สตรียอดรักลำบากอยู่หรือไม่

“หากท่านขอพระราชทานอภัยเจ้าพี่ ข้าเชื่อว่าอย่างไรเจ้าพี่ก็คงให้อภัย เว้นโทษให้ท่าน ท่านเป็นชายชาตรีจะทนกับความยวนยั่วของสตรีงามได้อย่างไร… เชื่อข้าเถิดท่านทาวีญ ท่านยังมีโอกาส”

อดีตขุนพลนิ่งคิดอยู่พักใหญ่ ดวงตาสีเขียวอมน้ำตาลจับจ้องยังผืนนภาราวต้องการเค้นหาคำตอบจากหมู่ดาราน้อยใหญ่ที่กะพริบแสงยั่วเย้า จ่อมจมอยู่ในภวังค์แลถ้อยรับสั่งของอีกฝ่ายจนไม่ทันรู้สึกตัวว่ามีร่างหนึ่งยืนฟังอยู่เงียบ ๆ หลังแนวสนและฉุกใจกับความคิดที่ว่าตนเองอาจเป็นตัวถ่วงชีวิตทาวีญ

หากก็ยังไม่เทียบเท่าความสะท้านสะเทือนใจเมื่อเห็นเขานิ่งไปนานราวกับจำนนด้วยเหตุผล

น้ำตาเอ่อคลอนัยน์เนตรสีอาเมทิสต์ หญิงสาวยกมือขึ้นอุดปากไว้มิให้เสียงสะอื้นหลุดลอดออกไป เมื่อตั้งสติได้จึงค่อย ๆ ถอยหลังออกมาเงียบ ๆ

และด้วยเหตุนั้นเองจึงไม่ได้ยินคำตอบของชายคนรัก ที่ผ่านการตรึกตรองทบทวนหัวใจมาอย่างดี

“ความรักของกระหม่อมมีค่ากว่าเกียรติยศเงินทองนัก เมื่อสูญเสียยศถาก็หาใหม่ได้ แต่ผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจ สูญไปมิรู้จะหาได้อีกหรือไม่… กระหม่อมตั้งปณิธาณไว้แน่วแน่ว่าอย่างไรก็จะไม่ทำให้คนรักต้องลำบาก ในเมื่อนางสู้สละทุกสิ่งเพื่อกระหม่อม กระหม่อมก็ต้องสู้เพื่อนางเช่นกัน”

 

ทาวีญยอดรัก

เมื่อท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าก็คงออกเดินทางไปได้ไกลแล้ว ให้อภัยข้าเถิดที่เดินจากมา ใช่ว่าข้าต้องการละทิ้งความฝัน หมดสิ้นความรักในตัวท่าน หรือถูกบังคับข่มขู่ให้เขียนขึ้นมา แต่เป็นเพราะข้ารักท่านสุดหัวใจ จึงไม่อยากเห็นคนที่ข้ารักต้องเป็นทุกข์ ต้องลำบากบนเส้นทางที่ต้องตกกระไดพลอยโจนมาเท่านั้น เมื่อไม่มีข้า ท่านอาจตัดสินใจทุกเรื่องได้ดีขึ้น และสามารถกลับคืนสู่ฐานันดรแลเกียรติยศที่ท่านเคยมีได้ นี่คือสิ่งที่ข้าจะทำเพื่อคนรักของข้าได้

ข้าคงจะหาหนทางไปซาร์กอน ข้ายังฝันจะเยือนดินแดนของพระมารดาอยู่มิเสื่อมคลาย แม้วันนี้ไม่มีท่านร่วมทางอีกแล้วก็ตาม

จงอย่าตามหาข้า โปรดเดินหน้าและใช้ชีวิตให้มีความสุข เก็บความรักของเราสถิตไว้แต่เพียงในดวงหทัยก็พอ อย่างน้อยเพื่อให้รู้ว่าชีวิตนี้เราสองก็ได้พานพบกับความรักที่งดงามแล้ว

รักท่านเสมอ

ซีมายน์

 

หญิงสาวม้วนกระดาษลงบนกระบอกไผ่แล้วนำไปฝากทหารนายหนึ่งที่กระโจมชาย พร้อมกำชับหนักแน่นว่าให้มอบให้ทาวีญตอนรุ่งสาง จากนั้นจึงกระชับย่ามหนัง สวมเสื้อคลุมอีกชั้น ตวัดผ้าคลุมหน้าสีน้ำเงินขึ้นเหลือเพียงนัยน์เนตรสีไลแลค ย่างเท้าออกค่ายประทับทีละน้อย ยึดเอาดาวเหนือสุกสว่างนำทาง

       ลาก่อน…

หันไปมองกลุ่มกระโจมอีกเป็นครั้งสุดท้าย กะพริบตาไล่หยาดน้ำที่เอ่อคลอขึ้นมาอีกครา ก่อนจะหันกลับเดินสู่ดงหินในความอนธการเบื้องหน้า การเดินบนพื้นหินขรุขระในความมืดมิดมิใช่เรื่องง่าย แต่ละย่างก้าวหนักอึ้งและผ่านไปเชื่องช้า

พรึบ!

เงาดำมหึมาลอยผ่านหน้าก่อนตกบนพื้น  ซีมายน์ชะงักเมื่อสายตาปรับรับภาพตรงหน้า… เงาทะมึนสูงใหญ่ที่ว่า…เป็นของบุรุษชุดดำ… มือสังหารที่เคยลงมือกับนางและมาติเน่ไม่ผิดแน่ นางจำรูปร่างและท่าทางของมันได้ดี นึกสงสัยแกมหวั่นใจมาตลอดว่านักฆ่าผู้นั้นเป็นใคร มุ่งร้ายต่อนางด้วยเหตุใด… พิษจากเอียโลที่มาติเน่เผชิญทำให้ซีมายน์หวาดกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริง

หากครั้งนี้นางหลบเลี่ยงความจริงไม่พ้นเสียแล้ว แน่ใจยิ่งกว่าทุกคราเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะหึ ๆ ปลดผ้าคลุมหน้าและศีรษะออก เผยให้เห็นดวงหน้ายาวอันประกอบด้วยจมูกโค้งหนาและดวงตาเยียบเย็นสีเทาอมฟ้า กับเรือนผมสีเงินแบบชาวเอียโล ดวงหน้าที่พระนางจำได้ไม่ลืม

โคลิน…

ผู้จับพระนางคุมขังบนหอคอยน้ำแข็งตามอาญาที่ถูกกล่าวหาต่อหน้าธารกำนัล แลตีตรวนจับใส่ใต้ท้องเรือ… ทิ้งท้ายด้วยคำหลอกลวงให้นางยึดถือว่า

‘พระราชินีทรงกำชับว่าให้เจ้าหญิงน้อยเอาตัวรอดออกมาให้ได้นะพระเจ้าค่ะ’

อดีตเจ้าหญิงน้อยใจดิ่งวูบ ข้าช่างเขลาเหลือเกินที่เชื่อในองค์พระพี่นาง

“ตายยากเหลือเกินเจ้าหญิงน้อย… คราวก่อนข้าสะเพร่าไม่ดูให้ดีว่าใช่พระนางหรือไม่ ครั้งนี้ข้าจะไม่พลาดซ้ำอีก”

นางกลั้นใจเมื่อถาม

“พี่หญิงส่งเจ้ามาเอาชีวิตข้าหรือ โคลิน…”

มือสังหารหนุ่มเลิกคิ้ว เหยียดยิ้มเยาะ

“ทรงถามเพราะไม่รู้จริง ๆ หรือเพื่อถ่วงเวลาพระเจ้าข้า”

ซีมายน์แทบอยากร้องไห้ออกมาตรงนั้น

“ทรงบอกให้ข้าเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ แต่ก็คิดจะสังหารข้า… โอ เทพโอดินาร์ช่างเล่นตลกกับชะตามนุษย์นัก” ตรัสเสียงขมปร่า “ข้าทำอันใดให้พี่หญิงเกลียดชังข้าหรือ”

“ต้องขอประทานอภัยที่พระนางคงไม่มีโอกาสได้ถามพระราชินี” โคลินย่างสามขุมเข้ามา ดวงตามุ่งร้ายหมายมาด

“ไม่” นางเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ข้าต้องการถามพี่หญิงด้วยตัวเอง…”

“ทรงมีอุบายอันใดอีกก็ไม่มีประโยชน์ พระนางต้องตายเสียในราตรีนี้”

“ถ้าทรงปรารถนาให้ข้าตาย ข้าขอตายด้วยพระหัตถ์พระนางเถิด” รับสั่งอย่างปลงตกหากเจือด้วยความขมขื่นเศร้าสร้อย

“จับข้าไปให้พระราชินีของท่านเถิด ไปให้พระนางเห็นข้ากับตาและเป็นผู้ปลิดชีพข้าด้วยองค์เอง ข้าไม่หนีหรอก ข้าก็ปรารถนาจะได้ยินด้วยตัวเองว่าทรงต้องการให้ข้าตาย”

หญิงสาวยื่นแขนออกไปหานักฆ่าคู่พระทัยราชินีอย่างเด็ดเดี่ยว

Don`t copy text!