รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 19 : ความนัยอันซับซ้อน

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 19 : ความนัยอันซับซ้อน

โดย : ปราณธร

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม นวนิยายมาเฟียแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมเรื่องล่าสุด โดย ปราณธร นักเขียนดาวรุ่งพุ่งแรงเจ้าของนวนิยาย Best seller หลายเรื่องที่นักอ่านชื่นชอบและได้รับการถ่ายทอดเป็นละครโทรทัศน์ยอดนิยม อ่านออนไลน์ เรื่องนี้ได้ที่ อ่านเอา…ที่นี่ ที่เดียว

**************************

– 19 –

งานเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆ เพื่อตอบแทนเรื่องช่วยขายภาพในงาน จัดขึ้นที่ภัตตาคารอาหารจีนไม่ไกลจากหอศิลป์ โสรยาให้เจ้าภาพอย่างธนิสร์เปิดห้องพิเศษ และสั่งอาหารชุดใหญ่ของทางร้านมาเลี้ยงเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างเต็มที่

ด้วยความที่ทุกคนรู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว บรรยากาศงานเลี้ยงจึงดำเนินไปได้ด้วยดี กระทั่งหัวข้อสนทนาวกมาที่เรื่องงานของมัทมีนาในสัปดาห์หน้า

ความจริงมันไม่ควรเป็นเรื่องแปลก เพราะมัทมีนากับเพื่อนๆ ก็ไปๆ มาๆ ระหว่างบริษัทกับหน้างานเป็นปรกติ แต่คราวนี้เมื่อเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเรื่องจะเข้าออฟฟิศวันจันทร์ที่จะถึง แล้วมัทมีนาก็บอกว่าตนจะต้องเข้าออฟฟิศด้วย ทั้งกลุ่มกลับเงียบลงกะทันหัน

มัทมีนาซึ่งโดนโสรยาเจ้ากี้เจ้าการจัดให้นั่งติดกับธนิสร์ กวาดตามองเพื่อนๆ รอบโต๊ะอย่างงุนงง

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ ก็เงียบ”

เพื่อนๆ ทำหน้าลำบากใจในทีแรก แต่ก็รู้ว่าเรื่องอย่างนี้ ปิดไปก็เท่านั้น

“คืออย่างนี้…อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์แกไม่ได้เข้าออฟฟิศเลยใช่ไหม แล้วที่ออฟฟิศก็เลยมีปัญหา”

“มีคนมาหาแกสามครั้ง แต่ไม่เจอแก”

“ใคร”

“ทายสิ”

มัทมีนาขยับหัวคิ้วเรียวสวยของตัวเองเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะตอบได้ในทันที เพราะคนที่จะมาหาเธอโดยไม่นัดล่วงหน้า และติดต่อกันไม่ได้จนต้องมาเก้อนั้น มีอยู่คนเดียว

“…อย่าบอกนะว่า…”

“ถูก”

หญิงสาวมีสีหน้าเครียดขรึมทันควัน “…ทำไมไม่เห็นมีใครส่งข่าวบอกฉันว่าคุณทิชามาที่ออฟฟิศอีก”

“พวกเราไม่ได้เจอเองนี่ โน่น คนเจอ” เพื่อนโบกมือไปทางผู้ช่วยเจ้าภาพ

โสรยาทำหน้าแหยเหมือนเพิ่งยื่นมือออกไป แล้วพบว่าของที่รับมา เป็นของร้อน

“แหม พี่จะโทร.ไปกวนคุณมีนได้ยังไงล่ะคะ คุณมีนทำงานอยู่ พี่ปุ้ยรู้เข้า พี่ก็โดนเอ็ดสิ เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องไปกวนคนทำงาน อีกอย่าง…พอเขามา เขาก็แค่เดินไปแจ้งดาด้า…เพื่อนพี่ที่เป็นประชาสัมพันธ์แล้วช่วยคุณมีนคราวก่อนน่ะค่ะ ว่าจะขอพบคุณมีน ดาด้าบอกเขาแล้วว่าคุณมีนไม่เข้าออฟฟิศ แต่เขาไม่เชื่อ นั่งรอ”

“ก็ท่าเดิมเหมือนที่พี่โสเล่าให้ฟังคราวก่อนนั่นละ” เพื่อนของมัทมีนาเสริม “นั่งเงียบๆ รอเหยื่อ พอเจอปุ๊บ พุ่งเข้าแหกอกทันที”

“ใช่ค่ะ” โสรยาเสียงอ่อน “…ตอนแรกดาด้าแล้วก็คุณไก่ที่เป็นรปภ.บอกว่าน่าจะเข้าไปเชิญเขากลับ แต่พี่กลัวว่าขืนไปไล่แล้วเขาลุกขึ้นมาอาละวาดอีกจะยุ่ง คนที่ได้รับผลกระทบคือคุณมีน พี่ก็เลย…เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาผู้ใหญ่ พี่ปุ้ยกับพี่มัดก็ไปคุยให้ แล้ว…ทุกคนก็เลยรู้เรื่องกันหมด”

“แล้วผู้ใหญ่ว่ายังไงบ้างคะ”

“ก็เห็นด้วยนะคะที่ไม่ไปยุ่งกับแก แต่พี่คิดว่าคุณมีนคงต้องมีบทสรุปเรื่องนี้ให้ทางผู้ใหญ่แล้วล่ะค่ะ เขาคงไม่ชอบกันนักที่จะต้องมานั่งระแวงว่าเมื่อไหร่จะเกิดเรื่องให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหายอีก ดีไม่ดี…พี่ว่าวันจันทร์นี้แหละที่เขาจะเรียกคุณมีนไปคุย”

บรรยากาศงานเลี้ยงซึมเซาลงทันที แต่ยังดีที่เมื่อครู่ทุกคนได้กินกันจนอิ่มแล้ว

“…มีนคงต้องคุยกับเขาจริงๆ สักครั้งแล้วมั้งคะ”

“จะคุยได้เหรอคะ”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

“จริงๆ พี่ก็มีอีกวิธีนะคะ” โสรยาเสนอด้วยสีหน้าสดชื่นขึ้น ทั้งยังมีแววเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม “ในเมื่อคุณทิชาอะไรนั่นเข้าใจผิดว่าคุณมีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เพื่อนคุณมีนหายตัวไป ทำไมไม่หาบอดี้การ์ดสักคน แล้วไปบอกเธอล่ะคะว่าฉันมีหนุ่มอยู่แล้วนะเอ้อ ฉันไม่เกี่ยว”

เพื่อนๆ ของมัทมีนา ทั้งผู้ชายผู้หญิง รีบหันไปทางอื่นเพื่อกลั้นหัวเราะ เพราะรู้จุดประสงค์ของโสรยา

พวกเขาอายุขนาดนี้แล้ว ทำไมจะดูไม่ออกว่าเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่พยายาม ‘เสนอขาย’ พี่ชายของตนให้มัทมีนา ดูได้จากการแจกบัตรให้เพื่อนทั้งกลุ่มของเธอมางานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ตอนพิธีเปิดก็ดันให้เธอเข้าไปยืนถ่ายรูปร่วมกับแขกผู้มีเกียรติและศิลปิน กระทั่งเก้าอี้ในงานเลี้ยงเล็กๆ นี่ยังจัดให้ทั้งคู่นั่งใกล้กันอีก

แต่การพยายามโดยไม่ปกปิดความรู้สึก มันก็ดูดี ดูน่ารักกว่าพยายามซ่อนเร้นอำพราง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดอะไรมากนัก นอกเสียจากจะอยาก ‘เล่นด้วย’

“พูดอย่างนี้ แสดงว่าพี่โสมีตัวเลือกหนุ่มๆ ให้มานีมันใช่ไหมครับ ผมหรือเปล่า”

“โอ๊ย จะเป็นคุณไปได้ยังไงล่ะคะ เดี๋ยวแฟนคุณก็มาแหกอกคุณมีนอีกคน”

“อ้าว แต่ผมเป็นเพื่อนมันนะ เมียผมก็รู้จักมัน ขอให้ช่วยนิดหน่อย ได้อยู่แล้ว”

“พี่ขอแนะนำในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ของอย่างนี้อย่าขอภรรยาเป็นอันขาดค่ะ มันจะก่อให้เกิดความระแวงขึ้นมาในชีวิตคู่”

“เพราะฉะนั้น?”

โสรยาฉีกยิ้มอ่อนหวาน “เพราะฉะนั้น พี่ว่าหาคนว่างๆ ดีกว่า เป็นต้นว่า…พี่ชายของพี่”

พูดมาถึงตรงนี้ มัทมีนาก็หันไปทางธนิสร์ เห็นเขาก้มหน้านิดๆ แก้มขาวๆ เป็นสีแดงระเรื่อ หูแดงเถือก ดูเขินอายเป็นอย่างยิ่ง

ความจริง ธนิสร์ก็เป็นผู้ชายที่ดูดี ลักษณะท่าทีมีความอ่อนโยนของพวกศิลปิน มากกว่ามั่นใจในตัวเองแบบพวกนักธุรกิจ เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าใจผู้หญิงและดูแลพวกเธอได้อย่างดีเยี่ยม แต่สิ่งสำคัญสำหรับมัทมีนา คือเธอไม่ต้องการคุณสมบัติเหล่านั้น เท่าใครสักคนที่อยู่ในใจมานานถึงสิบห้าปี

เหตุผลของเธอง่ายๆ แค่นี้…แต่เธอคงไม่สามารถบอกใคร

“…มีนกลัวแต่ว่าถึงคุณทิชาจะเชื่อ แต่มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรน่ะสิคะพี่โส”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ พี่ว่ามันใช้ได้นะคะ”

“มันอาจจะใช้ได้ แต่ปัญหาจริงๆ มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอกค่ะ เพื่อนมีนเขาทะเลาะกับ…ภรรยาของเขา แล้วเขาก็หนีหายไป เพราะฉะนั้นต่อให้เขารู้แล้วว่ามีนเป็นแค่เพื่อน เขาก็ต้องมาถามหาคนเอามีนอยู่ดี เพราะมีนเป็นคนเดียวตอนนี้ ที่รู้ว่าทศอยู่ที่ไหนและคว้าได้ง่ายที่สุดด้วย ไม่เหมือนน้องๆ และแม่ของเขา ที่ต่อให้เจอกันจังๆ ก็ยังปลอดภัยจากสายตาคนรอบข้างด้วยสถานะของคนในครอบครัว ต่างจากมีนที่จะได้ผลมากที่สุดในตอนนี้ เพราะฉะนั้น…การอ้างเรื่องมีคนของตัวเองแล้ว ได้ประโยชน์น้อยมากในกรณีนี้ค่ะ”

โสรยาหันไปมองพี่ชาย พอเห็นเขาหยุดเขินแล้วแต่ทำหน้าอึดอัดแทน เธอก็ร้อนใจ

“แต่…ยังไงมีคนอยู่ด้วยตอนคุยกับคุณทิชา ก็ยังดีนะคะ”

ใจมัทมีนาอยากจะบอกว่าเมื่อถึงตอนนั้น เธอคงจะเลือกเพื่อนๆ มากกว่าคนไม่คุ้นกันอย่างธนิสร์ แต่การจะตัดรอนอย่างสิ้นเชิง มันก็ไม่ดี

ยิ่งเจ้าตัวอยู่ตรงนี้ด้วย เธอคงไม่หักหาญน้ำใจ

“ใช่ค่ะ พี่โสพูดถูก ถ้าอย่างนั้น…เอาไว้ถ้าคุณทิชามาอีก มีนจะบอกพี่โสนะคะ”

 

ธนิสร์รู้ว่าการตอบของมัทมีนา แม้ไม่ทำลายน้ำใจ แต่ก็นับว่าใช้ประโยชน์จริงไม่ได้ เพราะมันมีความนัยซับซ้อนยอกย้อนซ่อนอยู่

มัทมีนาสัญญาว่าหากเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เธอจะบอกโสรยาทันที หากฟังเผินๆ ก็คงหมายรวมได้ด้วยว่าโสรยาสามารถส่งข่าวบอกธนิสร์ แต่เมื่อถึงตอนนั้นจริงๆ ธนิสร์จะเหาะมาช่วยทันได้อย่างไร แล้วจะให้โสรยาต่อรองขอเวลานอกเหนือจากนั้นของมัทมีนาให้พี่ชาย เธอก็ใช้เรื่องทิชากรเป็นทัพหน้าเสียแล้ว จะให้เปลี่ยนเป็นขอเรื่องอื่นทันที ก็ดูจะไม่สวยเท่าไร

คิดแล้ว ธนิสร์ก็ชักจะท้อใจ

“คุณมีนคงไม่ชอบผู้ชายแบบพี่หรอกโส…” ชายหนุ่มบ่นอย่างเหงาๆ ขณะเดินอยู่ในลานจอดรถ “…เธอเป็นคนฉลาด คงดูออกว่าพี่ไม่เหมาะกับเธอ”

“พูดอะไรน่ะพี่ไทด์!” โสรยาเอ็ดพี่ชายด้วยความกระวนกระวาย “อะไรคือไม่เหมาะ ตอนนี้พี่ไทด์มีชื่อเสียงแล้วนะ เงินทองก็มี หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ทำไมผู้หญิงจะไม่ชอบ”

“แต่…”

“หรือพี่ไทด์ชอบผู้หญิงอื่นแล้ว”

“เปล่า พี่ชอบคุณมีน” หนุ่มศิลปินตอบเสียงอ่อน “…คุณมีนเป็นคนเก่ง พี่ชอบ โสเองก็บอกไม่ใช่เหรอว่าขนาดเจอคนมาดักตบ คุณมีนยังไม่โวยวาย ไม่ร้องไห้เลย พี่ชอบผู้หญิงเข้มแข็ง”

“นั่นแหละๆ คุณมีนนี่แหละเหมาะกับพี่ไทด์ที่สุดแล้ว อะไรกัน เพิ่งมีโอกาสเจอกันเป็นเรื่องเป็นราวไม่กี่ครั้ง ก็จะถอดใจแล้วเหรอ ไม่ต้องกลัวไปหรอก เดี๋ยวโสช่วย ยังเหลือโอกาสอีกเยอะ”

“แล้วถ้าเกิดคุณมีนมีคนที่ชอบอยู่แล้วล่ะ” บางครั้งอารมณ์ละเอียดอ่อนก็บอกธนิสร์อย่างนั้น

โสรยาหันมาทำตาเขียวทันควัน “จะมีได้ยังไง โอ๊ย พี่นี่บ้าหรือโง่หา คิดเข้าไปได้ ผู้หญิงมีแฟน เราก็ต้องเห็นแฟนเขาสิ นี่ตั้งแต่คุณมีนโดนดักตบ ก็ไม่เห็นจะมีใครมารับมาส่ง มาช่วย ผู้หญิงมีแฟนแล้วไม่มีทางเป็นอย่างนี้แน่ เลิกคิดอะไรให้ตัวเองหดหู่เสียทีเถอะ มันไม่เข้าท่า!”

ธนิสร์ไม่กล้าเถียง จึงพยักหน้ารับ แต่ถึงอย่างนั้น โสรยาก็ยังไม่วายกังวล เดินเร็วๆ ตรงไปยังจุดที่จอดรถยนต์ของเธอกับพี่ชายพร้อมกับคิดอะไรมากมายในหัว ขึ้นรถแล้วก็ยังไม่เลิกคิด ดูจริงจังเคร่งเครียด

คนเป็นพี่ไม่กล้าส่งเสียงรบกวน จึงได้แต่สงบปากสงบคำ ขับรถพาน้องสาวกลับบ้านไป

 

หลังจบกิจกรรมในแต่ละวัน ก็ดูเหมือนจะเป็นประเพณีไปแล้วที่เพื่อนๆ จะต้องส่งรูปถ่ายที่ได้จากช่วงเวลาที่มีร่วมกัน ให้กันในภายหลัง

มัทมีนาเอง เมื่อกลับถึงบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็คิดจะส่งรูปถ่ายที่ได้จากการไปเดินดูนิทรรศการอื่นๆ ให้เพื่อนๆ ด้วย ทว่าเมื่อเข้าไปในห้องสนทนาของกลุ่ม เธอพบว่าทุกคนไม่ได้แค่ส่งรูป แต่คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องของเธอกับพี่ชายของโสรยาไปด้วย อย่างออกรสออกชาติ

“อะรูปวันนี้ คัดมาให้ ถ่ายหมู ถ่ายหมู่ ถ่ายเดี่ยว เซลฟี่ ยังไม่ได้แต่งนะ ไปแต่งกันเอาเอง งานนี้ฉันว่าก็โอเคดีว่ะ นานๆ ทีได้เสพงานศิลป์ รู้สึกมีอารยธรรมขึ้นมาบ้าง หลังต้องรบราฆ่าฟันกับพวกช่างแล้วก็ลูกค้าเรื่องมากตลอดเวลา ภาพถ่ายเขาสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะเว้ย ดูสิๆ ดูภาพนี้ หางปลามีรูปหัวใจ โคตรสวย เพาะได้ยังไงวะ”

“เขาเลี้ยงขายด้วยนะ ถ้าแกอยากเลี้ยง”

“ตัวละเป็นแสน เกิดเลี้ยงแล้วตายภายในวันเดียว ฉันกรี๊ดลั่นโลกเลยนะเว้ย”

“ฉันมีรูปตอนพิธีเปิด”

ว่าแล้วเพื่อนอีกคนก็ส่งรูปตอนมัทมีนายืนรวมกลุ่มอยู่กับแขกผู้มีเกียรติหลังแถบริบบิ้นเข้ามาในกลุ่มสนทนาของแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์

เพื่อนสองสามคนเห็นรูปแล้วหัวเราะเป็นตัวหนังสือทันที

“อิเวร! เห็นรูปแล้วกูนึกถึงหน้ามานีตอนมันโดนพี่โสดันให้ไปยืนข้างพี่ไทด์ตอนตัดริบบิ้นเลยว่ะ แม่งหันมาสบตากับกูเหวอๆ แต่พอตากล้องมายืน มันก็รีบทำหน้าสวยสู้กล้อง!”

“เดินออกก็ไม่ได้นะเว้ย พี่โสมีประกบหลัง โคตรโจ่งแจ้ง!”

“แต่ฉันว่าพี่ไทด์ไม่ใช่สเป็กแกอย่างแรง มานี”

“ใช่ๆ เขาขี้อายไปว่ะ ไม่รู้ดิ ก็คุยได้ตามปกตินะ แต่แบบ…เหมือนพูดเท่าที่จำเป็น พูดแบบ…กลัวผิด อะไรเงี้ย เหมือนหน่วงเวลาไปศูนย์จุดห้าวิ”

“เออจริง กูก็ว่างั้น นึกว่ารู้สึกไปคนเดียวนะเนี่ย”

“มึงไม่ได้รู้สึกไปคนเดียวไอ้ปิ๊บ กูก็รู้สึก แม่งเหมือนคุยกับแอพว่ะ ต้องใช้เวลาประมวลผลนิดนึง เราถามหรือชวนคุยปุ๊บนะ มีการคิดก่อนพูดเกือบทุกครั้งเลยนะเว้ย”

“ไม่ใช่เขาสุขุมรอบคอบหรือวะ ได้ข่าวว่านางก็เป็นนักธุรกิจนะ จะพูดอะไรคงต้องระวังบ้างแหละ”

“มันไม่เหมือนกันสิ”

“หรือแกจะมีอะไรผิดปกติ อย่างดาวน์”

“มันก็ไม่น่าใช่หรอก แกออกจะไปทางหน้าตาดีนะเว้ย แต่กูว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่สังเกตเหรอ”

“อะไร”

“ดูเขาหงอน้องสาวอยู่นะ”

“เออเฮ้ย! ใช่ๆๆ ฉันก็ว่างั้น นึกว่าคิดไปคนเดียวนะเนี่ย”

“ไม่ๆๆ กูก็คิด คือพี่โสแกไม่ได้เกรี้ยวกราดอะไรเลยนะเว้ย หวานๆ ยิ้มๆ ของแกตามปกติ แต่เวลาบอกอะไรพี่ไทด์ เหมือนพี่ไทด์ต้องทำตาม แล้วพี่ไทด์ก็ทำจริงๆ ด้วยนะเว้ย ทุกครั้งเลยละ”

“ใช่ๆ เห็นด้วยๆ ยกมือ คือดูพี่แกให้พี่โสจัดการแทบทุกเรื่องเลย ตั้งกะพาไปยืน บอกให้คุยกับคนโน้นคนนี้ กำกับการแสดงให้ทุกอย่าง นี่ถ้าแดกเองไม่เป็น กูก็นึกว่าหุ่นยนต์ละ”

ทุกคนหัวเราะอีกรอบหนึ่ง บางคนก็ด่าเพื่อนเอาสนุก จากนั้นก็คุยต่อเพราะยังมีเรื่องคุยอีกมาก

“เอาจริงๆ เราว่าคนพี่น่ะบรรยากาศศิลปินเต็มๆ ตัว ส่วนนักธุรกิจน่ะ เราว่าคนน้อง พี่โสนั่นแหละ”

“แต่พี่โสแกบอกว่ากิจการทางบ้านเป็นของพี่ไทด์นะ”

“เอ้า เขาสร้างภาพให้พี่ชายเขาไง เขากะขาย ตอนนี้เล็งมานีเป็นลูกค้าอยู่ก็ต้องบอกสิว่าพี่ชายฉันดี พี่ชายฉันเลิศ ไม่งั้นจะขายออกได้ไงวะ”

“เออ เป็นไปได้ มานี แกว่าไง”

“วู้ มานี มาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมเงียบวะ”

“กำลังไล่อ่านข้อความกับดูรูปอยู่”

“อ้อ อยู่”

“แล้วแกว่าไง เรื่องพี่ไทด์ มานี”

“ไม่ว่าไง” มัทมีนาพิมพ์ข้อความตอบเพื่อน “พี่ไทด์เขาคงไม่ได้อย่างที่พวกแกว่าหรอก ก็คุยกับฉันได้เป็นปกติ น่าจะเป็นคนสุภาพมากกว่า ไม่ดีหรือไงคนคิดก่อนพูด ปกติเจอแต่พูดก่อนคิด”

“เฮ้ยๆๆ ทำไมดูจริงจังวะ ชักกลิ่นตุๆ”

“พูดเป็นเล่น แกชอบเขาเหรอมานี”

“เอาแล้วๆ ผู้ชายไม่มีปากมีเสียง หน้าตาดี แถมรวยอีกต่างหาก เข้าทางๆ นี่ถ้าพ่อผัวแม่ผัวเป็นใบ้กับตาบอดด้วยนะ ผู้ชายในฝันชัดๆ”

เพื่อนๆ หัวเราะกันอีกครั้ง มัทมีนาไม่ถือสาหรอก เพราะรู้ว่าเพื่อนๆ หยอกเล่น อีกทั้ง…ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีคนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแล้ว

“ฉันแต่งภาพเสร็จแล้วว่ะ ลงเฟซแล้วแท็กเลยนะ ใครไม่เอาบ้าง”

“แท็กมาเลย แท็กมาเลย ทางโล่ง”

“อัพขึ้นเลย เดี๋ยวฉันเอารูปถ่ายคู่กับศิลปินคนดังแห่งยุคขึ้นตาม”

“มายังๆ รออยู่”

หลังจากนั้นทุกคนก็ง่วนอยู่กับการอัพรูปถ่ายขึ้นสื่อสังคมออนไลน์ของตน มัทมีนาเองก็รอดูรูปจากเพื่อนๆ ซึ่งจะมาปรากฏที่หน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอจากการ ‘แท็ก’ ถึง แต่ครั้นรูปถ่ายขณะเธอร่วมอยู่ในพิธีเปิดนิทรรศการปรากฏให้เห็น โดยมีธนิสร์ยืนอยู่กับเธอราวคนสนิทสนมชิดเชื้อ มัทมีนาก็อดคิดถึงผู้ชายอีกคนไม่ได้…

เป็นคนที่ทิ้งเงาของเขาไว้ในใจเธอมาตลอดสิบห้าปี

เมื่อภาพของมัทมีนาปรากฏขึ้นบนสื่อออนไลน์ ในลักษณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อามันต์ก็เห็นว่ารอบกายเธอมีแต่คนที่เขาไม่รู้จัก

ไม่ว่าจะเป็นคนที่เธอกอดคอถ่ายรูปอย่างสนิทสนม หรือผู้คนที่แม้จะรู้จักกันเพียงผิวเผิน แต่เมื่อยืนอยู่รวมกัน พวกเขาเหล่านั้นก็ยังดูกลมกลืน เป็นคนในสังคมเดียวกันกับเธอ

ที่นั่นเหมือนเป็นโลกที่แตกต่าง และไม่มีที่ให้เขายืนอยู่

ปากของเขาเคยพูด เคยย้ำกับทศทิศไม่รู้กี่หน ว่าอาชีพของเขาไม่ได้ผิด ก็แค่ขายของที่คนกลุ่มหนึ่งต้องการ แต่ความจริงแล้ว เขารู้อยู่แก่ใจลึกๆ ว่า…ไม่มีทางที่คนเราจะกลับดำให้เป็นขาวได้อย่างแท้จริง

อามันต์มองดูรูปของมัทมีนาอย่างเหม่อๆ กระทั่งสัมผัสได้ว่ามีความเคลื่อนไหวในบ้าน ค่อยเงยหน้าขึ้น รออีกพักหนึ่ง…เดวิดก็เข้ามาในยิม เดินอ้อมเวทีมวยมาหาเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พับขนาดเล็กฟากตรงข้าม

“นายอภิบาลกับเมียย้ายตามมาอยู่ในบ้านคุณทศกับลูกสาวทั้งสองคนแล้วครับลู เมื่อครู่นี่เอง”

อามันต์รับทราบข่าวนั้นด้วยความสงบ

ในที่สุด เวลาที่รออยู่ก็มาถึง

“…ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือเถอะ เสียเวลาไปเยอะแล้ว ยังเหลืออีกคนให้ต้องจัดการ”

“ครับ”

“อ้อ” อามันต์ทักไว้ก่อนเดวิดจะผละไป

ลูกน้องชะงัก แล้วหันกลับมา

อามันต์ล้วงเอาปืนพกสั้นออกมาส่งให้ “พยายามคุมสถานการณ์ให้อยู่ อย่าให้เรื่องมาเกิดละแวกบ้าน”

เดวิดรับสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น…มาไว้กับตัว

“…ไม่ต้องห่วงครับลู ผมกับเลงโบจะระวัง”

Don`t copy text!