รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 23 : ดิตถ์

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 23 : ดิตถ์

โดย : ปราณธร

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม นวนิยายมาเฟียแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมเรื่องล่าสุด โดย ปราณธร นักเขียนดาวรุ่งพุ่งแรงเจ้าของนวนิยาย Best seller หลายเรื่องที่นักอ่านชื่นชอบและได้รับการถ่ายทอดเป็นละครโทรทัศน์ยอดนิยม อ่านออนไลน์ เรื่องนี้ได้ที่ อ่านเอา…ที่นี่ ที่เดียว

**************************

– 23 –

ในความอบอุ่นที่หัวใจเพิ่งเปิดรับเข้ามา เมื่อต้องกลับมาอยู่คนเดียวในบ้าน ต่อให้เปิดไฟสว่าง ความเงียบก็ขับไล่ความรู้สึกดีๆ นั้น ดึงให้อามันต์หวนนึกถึงความหนาวเหน็บเย็นเยียบ เมื่อครั้งเดินทางกลับไปยังที่ที่เขาสูญเสียลูกเมีย

เหมือนเวลาผ่านไปไม่นาน แต่ความจริงแล้ว…นานถึงสิบกว่าปี นานจนบางครั้ง ใบหน้าของคนที่เขาเคยรักอย่างสุดจิตสุดใจก็เริ่มเลือน ต้องอาศัยหยิบรูปขึ้นมาดูจึงจะจำได้ทุกส่วน แต่สิ่งที่โหดร้ายกว่านั้นก็คือ แม้ภาพในความทรงจำจะพร่าเลือน แต่เมื่อใดที่ปล่อยให้ใจมีเวลาได้หวนระลึกถึง ความรู้สึกต่างๆ จะค่อยๆ รื้อฟื้น…ทั้งความรัก ความอาลัย ความสงสาร ความหวาดกลัว และความรู้สึกผิดอันหนักหน่วง เหมือนมีหินมากดทับหัวใจ

อาจไม่ทรมานแทบจะขาดใจตายเหมือนตอนที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความพลัดพรากใหม่ๆ แต่มันยังหน่วงเหนี่ยว ฉุดรั้ง ทำให้เขาเหมือนวิญญาณร้ายที่ยังวนเวียน ยึดติดอยู่กับมัน

ต่อให้ได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตที่แสนดีกับมัทมีนา อามันต์ก็ไม่แน่ใจว่าจะตัดขาดจากมันได้อย่างแท้จริง

“…เดฟ”

ชายหนุ่มพึมพำเรียกลูกน้องคนสนิทหลังยืนนิ่งอยู่กลางโถงบ้านกว้างได้ครู่หนึ่ง เดวิดซึ่งเป็นคนกระโดดจับเมษมารุตจากข้างหลังเมื่อเช้านี้ เดินออกมาปรากฏตัวใกล้ๆ

“ครับ ลู”

“…นายว่าเลงโบจะดีใจไหม ถ้าจบเรื่องนี้แล้วฉันจะเลิก”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” เดวิดตอบทันที “อาจจะไม่ดีใจ ถ้าคิดว่าลูจะเลิกแล้วหยุดส่งเงินรักษาแม่กับพ่อมันในโรงพยาบาล ไหนจะหนี้ก้อนโตที่ลูชดใช้แทนพ่อแม่มันในบ่อน มันพูดออกบ่อยไปว่าทั้งชีวิตก็คืนให้ลูไม่หมด หมอนี่มันเป็นคนจริงจัง คิดมาก”

“ก็คงต้องคุยกันว่าจะไม่เลิกส่งเงินค่ารักษา”

คนสนิทพยักหน้ารับ…ง่าย แค่สงสัยบางอย่าง “แต่คุณท่านจะยอมหรือครับ”

“คุณท่านไม่ใช่ปัญหาหรอก ขอแค่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะเขาไม่เดือดร้อนอะไรถ้าฉันจะมาหรือฉันจะไป โดยเฉพาะ…ถ้าฉันอ้างเหตุผลที่เกี่ยวกับมือสังหารที่ไทเป หรือนายไม่คิด?”

เดวิดก้มหน้าทันที “…ผมกับปีเตอร์ไม่กล้าคิดครับ”

อามันต์เข้าใจความหมายของเดวิด

ไม่ใช่ไม่กล้าคิด แต่คิดแล้วต้องรีบถอยห่างจากความคิดนั้นมากกว่า

ในโรงงานผลิตเครื่องกระสุนปืนและวิจัยอาวุธของอามันต์ ไม่ได้มีเพียงอามันต์คนเดียวที่มีสิทธิ์สั่งการ แต่ในนั้นยังมีหุ้นส่วนอยู่อีกคนหนึ่ง

โมวินหรืออเล็กซ์เป็นลูกชายคนเดียวที่สืบทอดคุณลักษณะของ ‘คุณท่าน’ มาได้อย่างลูกไม้หล่นใต้ต้น เด็ดขาด ฉลาดเฉลียว ทว่า…คนเราไม่มีทางเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว

ลูกชายของท่านอาจจะใจกว้าง แต่ก็ไม่ได้ใจกว้างกับเขาได้ทุกเรื่องเหมือนบิดา

ในสายตาของโมวินหรืออเล็กซ์ เขาอาจเป็นผู้มีพระคุณ เคยช่วยลูกสาวของตนซึ่งเป็นเหยื่อของความขัดแย้งไว้ได้โดยบังเอิญ ตั้งแต่สมัยที่คุณท่านยังฟาดฟันกับคู่แข่งทางธุรกิจกาสิโนไม่จบ แต่การทดแทนบุญคุณของคนเรา มีกำหนดระยะเวลาในใจยาวนานไม่เท่ากัน

คุณท่านผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน รู้เช่นเห็นชาติคนมาเกือบทุกประเภท เมื่อจะตอบแทนบุญคุณ ก็ให้เขาได้ทุกอย่างเท่าที่เขาร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เส้นสาย หรือช่องทางทำมาหากิน เมื่อเขาเลือกที่จะเปิดโรงงานผลิตเครื่องกระสุน เพื่อจะได้ดูมีอำนาจพอจะไปไหนมาไหนได้สะดวก คุณท่านก็ช่วย ใช้ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ ในขณะที่อำนาจบริหารและเงินทอง อามันต์มีสิทธิ์ตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

หัวจิตหัวใจของผู้ชายคนนี้ แข็งแกร่งไม่คลอนแคลนเอาจริงๆ

แต่ลูกชายคนเดียวของท่าน…ไม่เหมือน

อามันต์เป็นคนริเริ่มขอทำโรงงานผลิตเครื่องกระสุนปืน และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีทำให้มันกลายเป็นบ่อเงินบ่อทองอีกแหล่งหนึ่งของตระกูล แต่เมื่อมันเริ่มพัฒนาเป็นบริษัทวิจัยอาวุธปืนร่วมกับกองทัพเมื่อสองปีก่อน โมวินก็เริ่มอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร มากกว่าได้ชื่อว่าเป็นหุ้นส่วนลม

และด้วยความที่อเล็กซ์เป็นลูกของคุณท่าน มีหรือจะถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วม เพียงแต่…เมื่อผลประโยชน์กองเดียวมีสิทธิถึงสองคน ความขัดแย้งมันก็ตามมาในที่สุด

“ฉันคงผิดเองนั่นละ…ไหนๆ บริษัทก็ก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้แล้ว อเล็กซ์คงไม่อยากให้ฉันทำลายมันจนย่อยยับลงไปกับมือ เขาเคยคุยกับฉันแล้วครั้งหนึ่งว่าอย่าขายกระสุนปืนให้พวกต่อต้านรัฐบาลที่ไหน เพราะบริษัทเองก็ได้ชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพ มันอาจจะทำให้เดือดร้อนไปถึงระดับผู้นำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉันมันดื้อ พอพวกที่มาติดต่อขอซื้อลับๆ บอกว่าถ้าไม่ได้กระสุนล็อตนี้ไป เขาจะไม่มีอะไรไปคุ้มกันให้เด็กๆ ได้หนีออกจากพื้นที่สงคราม ฉันก็แอบขายให้ อเล็กซ์คงเอือมฉันเต็มที”

“บางที ถ้าลูส่งข่าวไปบอกว่าจะถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้”

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” อามันต์ยกมุมปากขึ้นยิ้ม “อย่างแรก…ฉันทู่ซี้เพื่อคดีลูกเมียมาจนถึงป่านนี้ จู่ๆ บอกจะเลิก เขาก็เชื่องั้นหรือ”

“เขาอาจจะเชื่อก็ได้ครับ เพราะมันไม่มีข่าวอะไรเลยตลอดสิบห้าปี”

“นั่นสิ ทำไมคนระดับคุณท่าน กับแค่หาข่าวเรื่องใครเป็นฆาตกรในคดีลูกเมียฉัน กลับไม่ได้อะไรสักอย่างหลุดรอดออกมา มีแค่เจ้าหน้าที่ที่บอกปัดส่งๆ ว่าหาหลักฐานไม่เจอ ไม่มีพยาน จบแค่นั้น นายรู้ใช่ไหม เดฟ?”

คราวนี้เดวิดเม้มปากและเลือกที่จะเงียบ

อามันต์คิดแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แต่เขาไม่คิดจะกล่าวโทษปีเตอร์กับเดวิด ที่ไม่เคยสะกิดให้เขารู้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อามันต์แสดงออกว่าสำนึกในบุญคุณของคุณท่าน และเห็นอเล็กซ์เป็นเพื่อนที่ดี คอยช่วยเหลือเจือจุนกัน

ด้วยบรรยากาศแบบนั้น ถ้าปีเตอร์กับเดวิดเอ่ยว่าสิ่งที่เขาเชื่อ เป็นเรื่องไม่จริง เป็นภาพลวงตาที่เขาคิดเอาเองฝ่ายเดียว เขาจะเชื่อหรือ

ด้วยความสัจจริง…ไม่มีทาง

เดวิดกับปีเตอร์ต่างหาก เป็นเพื่อนที่ดีไม่เคยเปลี่ยน

นานมาแล้ว อามันต์เจอทั้งสองคนในตอนที่เขาใช้เงินของเจตน์จนใกล้จะหมด แล้วคิดโง่ๆ ว่าจะลองเสี่ยงเอาเงินที่เหลือเข้าไปต่อทุนในบ่อนเล็กๆ ไม่ไกลจากชายแดนแห่งหนึ่ง ทั้งคู่เห็นเขาเป็นคนไทยด้วยกันจึงเตือนและพาไปหางานทำอย่างอื่น ซึ่งเขาก็เลือกที่จะค้าขายเล็กๆ น้อยๆ โดยมีพวกเขาคอยช่วยเหลือและร่วมลงทุน

มีกำไรก็เอามาแบ่งกัน ขาดทุน ทั้งคู่ก็แค่หัวเราะขำอย่างคนใจนักเลง ให้อะไรไปแล้วไม่คิดทวงหรือจดจำว่าเป็นบุญคุณ มันจึงเป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นอกเห็นใจกันอย่างบริสุทธิ์ มีการเกาะกลุ่มรวมตัว ใครมารังแกก็สู้ หอบหิ้วกันจนหนีพ้น กระทั่งพัฒนาเป็นความเชื่อใจ ไว้ใจ เพื่อจะได้ชีวิตรอดไปด้วยกันในต่างแดน

แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในวันหนึ่ง มีคนขับรถไล่ล่ากันจนมาประสบอุบัติเหตุตรงหน้าเขากับเพื่อนๆ อามันต์เห็นกับตาว่าพวกมันตั้งใจจะฆ่าเหยื่อซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวไร้ทางสู้ เพื่อจะได้ไม่เป็นตัวถ่วง

ปีเตอร์กับเดวิดพยายามพาเขาออกจากเหตุชุลมุน แต่อามันต์ไม่อยากให้เด็กสาวคนนั้นตายไปง่ายๆ เหมือนลูกและเมียของเขา เขาจึงเสี่ยงเข้าไปช่วยโดยไม่ห่วงชีวิต มีเพียงไม้กระจอกๆ ท่อนหนึ่งกับความบ้าเลือด เช่นเดียวกับตอนเขากระโดดเข้ากองไฟไปช่วยมัทมีนากับเด็กอีกสี่คน หลังได้ยินทั้งหมดร้องขอความช่วยเหลือ

จำได้ว่าเขาฟาดไม้ใส่พวกมันไม่นับทีเพื่อระบายอารมณ์กับพวกเดนมนุษย์ ที่ดีแต่รังแกเด็กกับผู้หญิง พวกมันยิงโดนเขาด้วย แต่ตอนนั้นเขาไม่เจ็บ กระทั่งอเล็กซ์มาถึงแล้วทุกอย่างจบลง เขาโดนหามส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็ได้เข้าไปอยู่ในความดูแลของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง มีบ้านอยู่ มีเงินเดือน มีคนสนับสนุน

แน่นอน…เขาย่อมต้องขอให้คุณท่านช่วยเรื่องคดี แต่เรื่องก็ยังคงถูกปิดบังอยู่ในเงามืด ไม่สามารถจับมือใครดมได้สักคน

อามันต์เคยคิดว่าฆาตกรอาจจะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากจนสามารถปกปิดเรื่องนี้ได้อย่างมิดชิด แต่ก็ไม่เคยคิดถึงในอีกแง่หนึ่ง กระทั่งมือสังหารถูกส่งมาหาเขาที่ไทเป ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คนใกล้ชิดสามารถทำได้ ในขณะที่คนไกลไม่มีทางรู้ว่าเขาจะไปไหนมาไหน

แล้วคนที่จะปิดบังเขาได้เล่า…เป็นใคร

ไม่ใช่คนที่อยู่ใกล้จนสามารถยกฝ่ามือปิดแผ่นฟ้าเหนือดวงตาเขาได้อย่างนั้นหรือ

“ฉันมันไร้เดียงสาเอง…” อามันต์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความขมขื่นในใจลึกๆ “…เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน คิดแต่ว่าคนเราติดหนี้บุญคุณก็ต้องหาทางทดแทนเขา แล้วก็คิดว่าการอยู่ในฐานะผู้มีพระคุณช่างประเสริฐเลิศลอย เอาแต่เชื่อแบบนั้นจนนายกับปีเตอร์ก็ไม่กล้าบอกให้ฉันรู้ตัว แต่ก็ดีแล้วละ ถ้าบอกตั้งแต่เนิ่นๆ เราคงจะแตกคอกัน สุดท้ายก็พากันตายหมดทั้งสามคน”

“ลู…” เดวิดเสียใจ “ดงเสือมันอยู่ไม่ง่าย ผมกับพีทรอวันที่ลูพร้อมถอยมาตลอดเลยนะ”

“แน่ใจเหรอว่าถอนตัวได้ง่ายๆ” อามันต์ถาม…แล้วก็ตอบเองด้วยการส่ายหัว “…มันอาจจะไกลเกินถอยแล้วก็ได้ เดฟ ตอนนี้ในมือฉันมีเส้นสายที่เป็นของฉันเอง ถ้าฉันตั้งใจจะขอความช่วยเหลือจากลูกค้าแลกกับสินค้าจำนวนหนึ่ง มีหรือที่จะไม่ได้มือดีมาสักสิบยี่สิบคน นายคิดหรือว่าอเล็กซ์จะเสี่ยงเชื่อฉัน เพียงเพราะฉันพูดคำเดียวว่าจะถอย ไม่หรอก…ทางเดียวที่คนในวงการเรา จะตัดความวุ่นวายยุ่งยากทั้งปวงทิ้งไปอย่างหมดจด มีแต่ฉันจะต้องหายไปจากโลกนี้”

“แต่…มันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้นะครับ”

“ใช่ ยังไงฉันก็ต้องบอกเขาอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้เราต้องให้ทศทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด ก่อนอเล็กซ์จะหาตัวเราเจอ ฉันปล่อยข่าวไปกับดีไปแล้วว่า ฉันจะกลับไปภายในหนึ่งถึงสองเดือนพร้อมงานใหม่”

ฟังแล้วเดวิดสบายใจขึ้น เพราะอย่างน้อย…อามันต์ก็รู้จักอเล็กซ์ดีพอสมควร

ไม่ต้องเสียแรงตามล่า แถมยังมีงานใหม่ติดมือกลับไปด้วย ช่างเป็นเหตุผลที่คน ‘ต้องการ’ จะเชื่อและพร้อมจะลองรอดู

การรู้เขารู้เรา หรือรู้จักฝ่ายศัตรู ทำให้อามันต์วางแผนนำหน้าได้ก้าวหนึ่งเสมอ

“ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือเรื่องที่ต้องจัดการอีกเรื่องเดียว” เดวิดเอ่ย

อามันต์มองออกไปนอกบ้านอย่างเคร่งขรึม “…เตรียมคนไว้ก็แล้วกัน”

 

ข่าวล่าสุดที่เรวัตนำมาให้ทิชากร เช้าวันที่เธอต้องพักผ่อนอยู่ในห้องพักบนคอนโดมิเนียมกลางเมือง คือครอบครัวทางพ่อของทศทิศเกิดเรื่อง

“ตอนนี้ลูกเลี้ยงของนายอภิบาลโดนจับแล้วทั้งสองคน ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพา และร่วมกันฆ่าผู้อื่น และอื่นๆ อีกหลายกระทง ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่ของสองคนนี้ ก็โดนแจ้งข้อหาก่อกวนความสงบและละเมิด จากบรรดาคนที่นางไปขอความช่วยเหลือ ยังมีข้อหาทำร้ายร่างกายจากคนอีกสองสามคน”

เรวัตบอกรวดเดียวจบ ขณะเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่มด้วยตัวเองถึงในครัว ซึ่งทิชากรก็ไม่ทักท้วง คล้ายว่าการเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายรับรู้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองคนสนิทสนมกันได้เร็วขึ้น

เพียงแต่ทิชากรไม่เห็นว่าเรื่องนั้นมันจะสำคัญตรงไหนเลย

“นายเอาเรื่องนี้มาบอกฉันทำไม”

เรวัตชะงัก มองทิชากรนิ่งอยู่สองอึดใจ ก่อนจะทำหน้าเบื่อ

“…นั่นสินะ…คุณมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ถึงจะเกิดมามีพ่อเป็นนายพล ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะรู้เรื่องพวกนี้ไปด้วย”

“นี่ ถ้ามาเพราะแค่จะหาเรื่องหลอกด่า ไม่ต้องมาก็ได้นะ”

เจ้าของห้องบอกพร้อมนั่งลงบนชุดเก้าอี้รับแขกด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่ไม่ได้หงุดหงิดหรืออารมณ์ขุ่นมัว เพราะเมื่อรู้จักเรวัตได้พักหนึ่ง เธอก็เริ่มชินแล้วกับปากของชายหนุ่ม

ถึงเขาจะปากเสียและติดจะหยิ่ง แต่ไม่ใช่คนใจดำอำหมิต ถึงเวลาจำเป็นก็เป็นที่พึ่งให้เธอได้

“ที่ฉันต้องการรู้คือทศอยู่ที่ไหน แล้วพ่อที่แยกไปมีครอบครัวใหม่ของเขาเกิดเรื่องโดนตำรวจจับ มันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องรู้ด้วยหือ”

“คุณครับคุณ” เรวัตเดินมานั่งที่ชุดเก้าอี้รับแขกด้วย “ไม่ใช่ว่าพักก่อน พ่อของนายทศทิศกลับไปวนเวียนก่อกวนขอเงินลูกชายหรือไง”

“ใช่ เรื่องนั้นฉันรู้ เขาบอกฉันเองว่าเดือดร้อนเรื่องนี้อยู่”

“แล้วคุณทำยังไง”

“ฉันก็บอกว่าเรื่องของเขา เขาต้องจัดการเอง”

เรวัตทำหน้าเซ็งสุดขีดพร้อมๆ กับนึกฉงนว่า ทำไมทิชากรถึงได้…คิดแต่จะได้ ไม่เห็นใจใครเอาเสียเลย

“…เอาละ เอาเป็นผมจะสรุปให้ฟังสั้นๆ ก็แล้วกันนะ คืองี้…ระหว่างที่คุณกับนายทศทิศมีปัญหากัน คุณมีปัญหาสองอย่าง คือเรื่องท้องกับเรื่องเขาไม่ยอมแต่งงาน แต่เขามีปัญหาอยู่ถึงสามอย่าง นั่นคือหนึ่ง แม่ของเขาป่วย สอง พ่อของเขากลับมารังควาน และสาม มีผู้หญิงเร่งเรื่องแต่งงานชนิดที่ไม่สนใจว่าผู้ชายกำลังจะตายหรือไม่ ถูกไหม”

ทิชากรเม้มปาก ไม่ตอบ หน้าบึ้งมากกว่าเดิมเล็กน้อย

เรวัตกล่าวสืบไป…

“และในขณะที่คุณยังมีปัญหาสองข้อเท่าเดิม รู้ไหมว่าทางนั้นแก้ปัญหาไปได้สองแล้ว ก็คือย้ายบ้านพาแม่หนี แม่สามารถรักษาตัวได้สงบๆ สอง พ่อของเขาคงจะกลับมารังควานไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ครอบครัวใหม่ของตัวเอง โดนแจ้งความไม่รู้กี่กระทง ข้อหานั้นข้อหานี้ อีนุงตุงนังไปหมด จบไปอีกหนึ่ง เหลืออีกปัญหาเดียวคือ…คุณ”

ทิชากรหันมาให้ความสนใจแล้วคราวนี้

“นายหมายความว่าไง”

“ผมยังไม่ฟันธงนะ ผมเดาเล่นๆ” เรวัตเอนหลังพิงพนักโซฟาท่าทางกวนๆ แต่ก็มีความจริงจังแฝงอยู่ “ผมว่าเขาคงค่อยๆ เคลียร์ปัญหาชีวิตอยู่ อะไรทำนองนั้น ที่น่าทึ่งคือเขาทำได้สำเร็จด้วยสิ”

“นายต้องการจะบอกอะไรกับฉันกันแน่ สิบตรีเรวัต”

“อย่าเรียกยศได้ไหม ไม่ได้ปลื้มกับมัน เอาละ…ผมจะพูดตรงๆ ก็ได้ว่าตอนนี้ผมสงสัยว่าฝ่ายนั้นต้องการเคลียร์หนี้ ปิดบัญชีทุกบัญชี และบัญชีสุดท้ายที่เกี่ยวกับนายทศทิศก็คือคุณ”

ทิชากรเริ่มมีสีหน้าไม่ดี “พูดบ้าๆ ปิดบัญชีอะไร ทศไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเป็นคนใจดี และเขาเป็นคนธรรมดา”

“ผมว่าคุณก็ไม่ได้มั่นใจในคำพูดตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ใช่ไหม” เรวัตยิ้มให้ “ในเมื่อคุณเองก็เล่นงานเขาหนักมือออกขนาดนั้น ทั้งไปเล่นงานด้วยตัวเอง ทั้งให้สินบนเพื่อนร่วมงานคอยบอกเวลาเขาจะมากรุงเทพฯ ไหนจะให้พี่บุไปสะกดรอยตามเขาอีก

“ถามจริง…คุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กนิดเดียวจริงเหรอ ใช่…หมอนั่นเป็นคนธรรมดา เพราะฉะนั้นคุณควรจะลองเอาใจเราไปนั่งในใจเขาบ้าง คนธรรมดาไม่ได้เจอเรื่องอย่างนี้ทุกวันจนชินชาได้หรอกนะคุณ โลกของพวกเขาสงบสุข แต่วันดีคืนดี มีคนมายืนด่า มีคนมาชี้หน้า มีคนมาก่อกวนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน คุณว่ามันทนได้ไหมล่ะ”

“ดังนั้นนายก็เลยคิดว่าเขากำลังจะแก้แค้นทุกคนที่ทำกับเขาใช่ไหม”

“ไล่หมาจนจนตรอก มันไม่แว้งกัดสิแปลก”

“แต่เขาเป็นคนธรรมดานะ เขาจะเอาอะไรมาจัดการ ลูกน้องก็ไม่มี ยังไงฉันก็ว่ามันดูอภินิหารเกินไป”

“นั่นเป็นปัญหาทางความคิดของคนอย่างพวกคุณ มันมีกรอบอยู่ คุณดูหน้าผมนี่…” เรวัตชี้หน้าตัวเอง “หน้าตาน่ารักขนาดนี้ คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไง น่ารักเหมือนหน้าตาไหม”

“ปากเสียยิ่งกว่าโถส้วม!”

“ผมเสียยิ่งกว่านั้นยังได้นะ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ “ผมเคยเป็นทหารพราน ประจำอยู่เขตพื้นที่อันตราย ผมไม่ตกใจนะ ตอนยิงพวกผู้ก่อการร้ายตายครั้งแรก ไม่แม้แต่จะฝันร้ายเลยด้วย แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าคนธรรมดาอย่างทศทิศจะสู้ไม่เป็น ความคิดคับแคบนะคุณนี่”

“แล้วเขาจะสู้ยังไง ไหนนายบอกมาสิ”

“สู้เองไม่ได้ก็ให้คนอื่นสู้สิ มีเงินเสียอย่าง”

“สรุปแล้ว…” ทิชากรเริ่มหน้าซีด สุดท้ายทนไม่ไหว ลุกพรวดพุ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียน จากนั้นก็ร้องไห้…ส่งเสียงสะอื้นเบาๆ

เรวัตได้ยินก็รู้สึกผิด ตามไปช่วยลูบหลังเธอ ส่งน้ำให้ล้างปากด้วย “เอาละๆ ผมขอโทษที่ไซโคคุณมากไป ผมแค่อยากเตือนให้รู้ว่าช่วงนี้คุณควรระวังตัวหน่อย บรรยากาศมันมีอะไรไม่น่าไว้ใจ”

“เขาจะทำร้ายฉันจริงหรือ…” หญิงสาวเค้นเสียงแหบพร่าถามคนที่อยู่เป็นเพื่อนเธอในยามทุกข์ “…ทศเขาเกลียดฉันขนาดนั้นเลยหรือเรวัต”

“ผมจะไปรู้ใจเขาได้ยังไงเล่า หน้าก็ยังไม่เคยเจอสักครั้ง แต่…ถ้าคุณแน่ใจว่าเขาเป็นคนดี จนคุณยอมทำทุกอย่างแต่ไม่ยอมเสียเขาไป เขาก็คงไม่เปลี่ยนไปมากนักหรอก คนเราจะเปลี่ยนแปลงปุบปับได้ยังไง อย่างดีก็แค่…ทำไปตามอารมณ์”

“เขาจะทำยังไง เรวัต…เขาจะฆ่าฉันเลยหรือเปล่า”

“คิดไปถึงไหนเนี่ยคุณ” ชายหนุ่มพยุงเธอให้ลุกขึ้น แล้วประคองให้ไปนั่งที่โซฟาตามเดิม เปิดกระเป๋าสะพายเธอ หยิบยาดมยื่นให้ “…เท่าที่ผมสังเกตดู ผมว่าเขาละมุนละม่อมอยู่นะ เขาแค่พาแม่เขาหนี แล้วก็แค่ทำพี่บุเดี้ยง จากนั้นก็แค่ทำให้พ่อของเขาติดธุระวุ่นวายจนไม่มีปัญญามารังควานเขาอีก ไม่มีใครตายสักคนเดียว ที่ผมสันนิษฐานคือเขาอาจจะทำอะไรสักอย่างที่ทำให้คุณไม่สามารถกลับไปวุ่นวายกับเขาได้”

ด้วยข้อสันนิษฐานที่กว้างขนาดนี้ ทิชากรไม่สามารถเดาได้จริงๆ ว่าทศทิศคิดจะทำอะไร

ที่แน่ๆ …แค่คิดว่าเขาจะทำอย่างนั้นกับเธอจริงๆ ทิชากรก็ปวดร้าวแล้ว

“…ฉันแค่…” หญิงสาวร้องไห้ “ฉันแค่…”

รักเขา…

เรวัตเข้าใจ…

“…ผมคิดว่าถ้าทศทิศปฏิเสธเรื่องลูก เขาก็น่าจะหาทางตัดขาดจากคุณให้ได้ ด้วยการทำอะไรสักอย่างที่จะไม่ต้องเกี่ยวข้องกับคุณต่อไป เช่น ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ด้วยเหตุผลแบบที่คุณเองก็ปฏิเสธไม่ได้ อย่างการทำให้เรื่องตั้งครรภ์แดงออกมา”

“ไม่นะ” ทิชากรส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนกทันที “ต้องไม่ใช่ตอนนี้ ฉันไม่ยอมให้พ่อกับแม่รู้เรื่องตอนนี้แน่ จนกว่าฉันจะได้ตกลงกับทศก่อน”

“ไม่ เป้าหมายไม่ใช่พ่อแม่คุณหรอกคุณทิชา” เรวัตว่า “เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าถึงยังไงพ่อแม่คุณก็ยังเป็นพ่อแม่ของคุณ ต่อให้พวกท่านรู้เรื่องแล้วโมโห มันก็ไม่แน่หรอกว่าจะจบลงตรงที่เลิกยุ่งกับทศทิศ เพราะบางที…พ่อแม่คุณอาจจะบังคับให้เขารับผิดชอบคุณก็ได้ จริงไหม เพราะฉะนั้นเรื่องจะดีสำหรับเขาที่สุดก็ต่อเมื่อทุกคนต้องรู้ด้วยว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ เขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ดังนั้นทางเดียวที่มีคือ เขาต้องหาตัวผู้ชายของคุณให้เจอ”

“แต่ผู้ชายคนนั้นไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเขาทำอะไรไว้กับฉัน”

“ยอมรับหรือไม่ยอมรับไม่ใช่ปัญหา” เรวัตตอบอย่างเชื่อมั่น “ขอแค่หาเจอก่อน แล้วก็ไม่จำเป็นด้วยว่าถูกคนหรือไม่ถูกคน ขอแค่เขามีส่วนเกี่ยวพันถึงคุณจริง ทศทิศจะโยนเรื่องนี้คืนให้หน้าตาเฉยเลยก็ได้ ให้คุณไปจัดการกันเอาเอง”

ทิชากรต้องหลับตาลงเพื่อข่มอาการพะอืดพะอมวิงเวียนที่ย้อนกลับมาเล่นงานอีกครั้งหนึ่ง

“…เหมือนที่ฉันเคยทำกับเขาใช่ไหม”

“ด้วยเวลาที่มีไม่มาก ผมว่าเขาน่าจะเลือกทำอย่างนี้ละ แต่ถ้าคนของเขาเก่งมากๆ แล้วเขาไม่รีบร้อน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหาตัวจริงให้เจอก่อน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ขอแค่มีพยานมาช่วยยืนยันหรือชี้หน้าคุณเพิ่มเติมอีกสักคน ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้นจริงๆ มันก็จบเกม”

ทิชากรเงียบ หันไปมองท้องฟ้าผ่านกระจกหน้าต่างอย่างเหม่อๆ นึกถึงสิ่งที่เธอทำกับเขา แล้วมันกำลังจะย้อนกลับมาสนองคืน น้ำตาก็ร่วงหล่น

เข้าใจแล้วว่าเขาขมขื่นแค่ไหน…

“…หรือฉันควรจะหยุดได้แล้ว…เรวัต”

“คุณพูดจริงเหรอ”

“…ใช่”

“ถ้าอย่างนั้น…ผมก็ดีใจนะที่คุณอย่างนั้นได้เสียที แต่หยุดตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วละคุณทิชา ไม่แน่ว่าหินก้อนนั้น…เขาอาจจะขว้างไปแล้วก็ได้ น่าเสียดายที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะขว้างไปที่ไหน ยกเว้น…” เรวัตทิ้งประโยคไว้เล็กน้อย “…คุณจะยอมบอกเสียทีว่าพ่อที่แท้จริงของเด็กเป็นใคร”

“ในเมื่อนายบอกว่าฝ่ายนั้นมีหนทางทำได้มากมาย เพราะงั้นแล้ว การบอกชื่อเขามันจะได้ประโยชน์อะไร เรวัต”

“ผมมีวิธีของผม แต่เราต้องแน่ใจก่อนว่าฝ่ายนั้นมีหมากมีเบี้ยไหนบ้างในมือ เราจะได้วางแผนรับมือขั้นต่อไปถูก และผมจะไม่โกหกคุณว่าจะไม่บอกใครเลย เพราะผมไม่มีคนในมือ ไม่เหมือนพี่บุ ตอนนี้ผมกับคุณ…เราสองคนคงทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากเดิมพันว่าฝ่ายนั้นจะหาผู้ชายตัวจริงของคุณเจอ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น…มันจะง่ายกว่าใช้คนที่เราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาทำร้ายเรา”

ทิชากรหลับตา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ แต่สุดท้าย…เธอก็ยอมบอกความจริงกับเขา เพื่อนใหม่ที่อยู่กับเธอ คอยดูแลยามเธออ่อนล้ากับปัญหาที่เผชิญ

“…เขาเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมของพี่พีม…ชื่อดิตถ์”

Don`t copy text!