รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 31 : คนที่จากไป

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม บทที่ 31 : คนที่จากไป

โดย : ปราณธร

รักอันตรายหัวใจซ่อนคม นวนิยายมาเฟียแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมเรื่องล่าสุด โดย ปราณธร นักเขียนดาวรุ่งพุ่งแรงเจ้าของนวนิยาย Best seller หลายเรื่องที่นักอ่านชื่นชอบและได้รับการถ่ายทอดเป็นละครโทรทัศน์ยอดนิยม อ่านออนไลน์ เรื่องนี้ได้ที่ อ่านเอา…ที่นี่ ที่เดียว

**************************

– 31 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

ค่ำคืนที่ความหนาวเหน็บ ครอบครองหมดทั้งห้วงความรู้สึก ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า พาให้คนทรมาน

แต่ถึงอย่างไร มัทมีนาก็ไม่อาจจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้นได้ตลอด เพราะยังมีพ่อ แม่ และน้องชายให้คำนึงถึง

ทุกคนรู้ข่าวในเช้าวันรุ่งขึ้นว่าอามันต์จากไปแล้ว และพากันเป็นห่วง มัทมีนาจึงไม่อาจซ้ำเติมด้วยการทำหน้าเศร้าโศกให้พวกเขาเห็น และยิ่งไม่อาจกอดเก็บเอาความทุกข์มาบ่มเพาะให้จิตใจอ่อนแอลง ในขณะที่อามันต์อาจต้องการความช่วยเหลืออยู่

เธอไม่ได้ละเลยคำเตือนของเขา เรื่องที่ว่าหากธนิสร์เกี่ยวข้องกับการสูญเสียครานั้น แล้วยังสามารถหลบหนีและปกปิดมาได้นานถึงสิบห้าปี แสดงให้เห็นว่าคนคนนี้มีเบื้องลึก เพราะฉะนั้นอย่าไปแวะเวียนข้องเกี่ยว แต่ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่เหลือให้เลือก มัทมีนาก็อยากจะลองดู

ทว่า…หญิงสาวเองก็ลืมนึกไปเหมือนกันว่า ผู้มีสิทธิ์เปิดหรือปิดประตูทางออกนั้น ไม่ได้มีแค่เธอ

เมื่อถึงวันที่ต้องเข้าออฟฟิศเพื่อประชุมเรื่องงานตามปกติ มัทมีนาก็ได้ข่าวว่าโสรยา…คนคนเดียวที่จะเชื่อมไปถึงธนิสร์…ลาออกจากงานแล้ว

 

“ลาแบบไม่ยื่นเอกสารด้วยนะเว้ย พี่ปุ้ยบอก นางโทร.มากริ๊งเดียว ขอลาออกนะคะ จบ”

ซานิเพื่อนที่ไปงานเลี้ยงด้วยกันในหอศิลป์วันเกิดเหตุ มีข่าวมาบอกเล่าสู่กันฟังเพียงแค่นี้ แม้มัทมีนาจะถามหาสาเหตุ เพื่อนก็ส่ายหัว ยิ่งตอนเกิดเรื่อง ซานิกับเพื่อนผู้ชายอีกคนของเธออยู่ในร้านอาหารทั้งคู่ พวกเขายิ่งไม่ได้รู้มากไปกว่าเธอ

มัทมีนาจึงลองไปถามกรกานต์คนรับเรื่องลาออกของโสรยา รุ่นพี่ซึ่งสนิทสนมรักใคร่กันดีกับมัทมีนา ไม่รู้สาเหตุเช่นกัน แต่ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมให้เล็กน้อยว่า…

“บริษัทก่อนหน้าที่เขาเข้าไปทำงาน เขาก็อย่างนี้ไม่ใช่เหรอ ทำที่ละปีสองปี”

“คะ?”

“ทำไมทำหน้าแปลกใจล่ะ” กรกานต์หัวเราะขำ “สมัยนี้เด็กๆ อย่างพวกเธอก็ทำไม่ใช่เหรอ ทำบริษัทนั้นปีนึง ไม่ชอบใจก็ลาออกไปหางานใหม่ แล้วก็ทำตรงนั้นอีกสองปี พอได้ค่าประสบการณ์มาประดับเรซูเม่แล้วก็ลาออกไปที่ใหม่ อัพเงินเดือนขึ้นนิดหน่อยไปเรื่อยๆ”

ไม่ใช่…

มัทมีนารู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไร เพราะเท่าที่รู้มา บ้านของโสรยากับธนิสร์มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว เป็นพวกเศรษฐีเก่า ดังนั้นเหตุผลที่เปลี่ยนงานบ่อยจึงไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือน แต่เป็นเหตุผลอื่น

มัทมีนาอยากรู้เรื่องของสองพี่น้องนั้นเพิ่มเติม จึงลองค้นข้อมูลเพิ่ม โชคดีที่ตอนนี้ธนิสร์เป็นคนมีชื่อเสียง ข้อมูลและประวัติความเป็นมาของเขาจึงพอมีอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก แม้มันจะไม่ลึกซึ้ง แต่ก็พอจะทำให้มัทมีนาต่อยอดไปถึงจุดที่เชื่อมโยงกับคนที่จะช่วยเธอได้

ธนิสร์เคยเรียนในโรงเรียนมัธยมชายล้วนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนเดียวกับที่วิวิธและนิธาน เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอจบการศึกษามา

เมื่อเธอลองขอให้เพื่อนไปค้นข้อมูลช่วงที่ธนิสร์เรียนอยู่ที่นั่น เพื่อนก็รับปากว่าจะหามาให้โดยไม่เกี่ยงงอน

ด้วยความรวดเร็วในยุคสื่อสาร ใช้เวลาเพียงสองวัน เพื่อนก็ส่งข้อมูลที่เธอต้องการมาให้ทางโทรศัพท์ หลังจากนั้นก็คุยกันผ่านโปรแกรมสนทนาแบบสามารถเห็นหน้ากัน

“ภาพที่ส่งให้ก็มีพวกรูปถ่ายจากหนังสือรุ่น มีทั้งรุ่นเดียวกับเขา แล้วก็รุ่นน้องรุ่นพี่อย่างละปี สมัยก่อนเขาไม่ได้ชื่อนี้ด้วยนะเว้ย เขาเปลี่ยนชื่อ แต่ดูจากนามสกุลแล้วก็ภาพถ่าย ก็คนเดียวกันแหละ มอปลาย หน้าตาไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไหร่”

“ส่วนพี่สาวคุณธนิสร์ที่ชื่อโสรยา ถามพวกที่อยู่บริษัทที่พี่โสของแกเคยไปทำงานอยู่ให้แล้ว ปรากฏว่าแกเคยทำงานบริษัทเดียวกับไอ้ภาพแล้วก็ไอ้ต๊อบ ไอ้ภาพบอกว่าแกทำงานเก่ง ขยันมากด้วย ทำงานเหมือนพรุ่งนี้จะไม่ได้ทำอีก ไม่รู้จะชอบทำงานอะไรขนาดนั้น ทำจนมีคนเขม่นว่าเกินหน้าเกินตา แกเลยลาออก”

“ด้านไอ้ต๊อบบอกพี่โสน่ารัก นิสัยรวย ชอบพาน้องๆ ไปกินข้าวฟรี มีหนุ่มมาจีบหลายคน แกก็คุยด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลือกใครสักคน”

“คนอื่นล่ะ”

“หมดแล้ว”

“หา”

“พี่โสของแกทำงานมาแค่สองบริษัท มานี ถ้ารวมที่ทำงานแกด้วย ก็คือสามแห่งเอง”

“เฮ้ย ได้ยังไง หน้าที่แกในออฟฟิศ ประสบการณ์ต้องเพียบสิ แล้วถ้าเทียบอายุ…ตกลงแกเริ่มทำงานตั้งแต่อายุเท่าไหร่เนี่ย”

“เฮ้ย ชักจะลึกเกินไปแล้วมั้งมานี แค่มีผู้ชายมาจีบ แกต้องคุ้ยประวัติเขาเสียขนาดนี้เลยเหรอวะ นี่เริ่มรู้ความจริงแล้วนะเว้ยเนี่ย ว่าทำไมมันไม่เคยมีแฟนเลย”

“เออว่ะ ซักสะอาดขนาดนี้ ใครเจอใครก็เผ่น อย่าบอกนะว่าคุณอาแกเผ่นไปแล้วถึงได้มาหาข้อมูลผู้ชายอีกคนอยู่เนี่ย ไม่ได้นะเว้ย กูจองคุณอาเป็นเพื่อนเขยแล้ว คนอื่นเท่ไม่เท่า ไปไกลๆ เลย”

เพียงแค่เพื่อนหยอกล้อให้เธอคิดถึงคนที่จู่ๆ ก็หายหน้าหายตาไป มัทมีนาก็แสบร้อนนัยน์ตา ดีที่กลบเกลื่อนได้ด้วยการแกล้งปัดของหล่นจากโต๊ะจนต้องก้มลงเก็บ ทำให้เพื่อนไม่เห็น

เธอเคยบอกเหตุผลในการขอข้อมูลจากเพื่อนว่า โสรยาพยายามให้ธนิสร์เข้ามาทำความรู้จัก จึงอยากรู้ประวัติคร่าวๆ ของสองพี่น้องนั่น ซึ่งเธอก็ไม่ได้โกหกนิธานกับวิวิธ เพียงแต่ความจริงที่เหลือ ที่ซ่อนอยู่…มัทมีนาไม่ได้บอกเพื่อน เพราะไม่ต้องการให้พวกเขากังวล

พอคุมอารมณ์ได้ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น

“แล้วพวกนายไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่อยากรู้เป็นคุณอาของพวกแก”

“แหมะ…” เพื่อนกลั้นหัวเราะแทบแย่ “ก็ไม่บอก ไม่งั้นจะช่วยสาวออกมาให้ลึกกว่านี้”

“แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง ไงก็ขอบใจมากนะ ไว้ว่างตรงกันจะเลี้ยงขนม”

“เกรงใจอะไรวะเพื่อน คราวก่อนได้นายกับคุณอาช่วยเรื่องไอ้ต้าไว้ เหนื่อยกว่านี้อีก ล้งเลี้ยงอะไร ได้ข่าวว่ารีสอต์ตเปิดใหม่กลางทุ่งดอกกระเจียวที่เราเคยไปอาสากันตอนนู้น สวยขึ้นอีกนะเว้ย ไว้ไปกันดีกว่า”

มัทมีนาหัวเราะ “ได้ จดไว้ในสมุดเลย ว่างเมื่อไหร่ไปกัน”

“เดี๋ยว มานี” วิวิธรั้งเพื่อน

“หือ”

“ความจริง…พวกเรามีเรื่องเกี่ยวกับพี่โสของแกที่ยังไม่ได้บอกอีกเรื่อง”

“อ้าว”

“คือตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะบอกดีหรือเปล่า มันเป็นเรื่องที่ผู้ชายดีๆ เขาไม่ควรพูดกัน แต่…เรากับนิ่งปรึกษากันแล้ว เราเลือกแกมากกว่าคนอื่นที่ไม่รู้จักว่ะ”

ยิ่งพูดก็ยิ่งดูร้ายแรงขึ้นทุกขณะ มัทมีนาเริ่มกังวลใจ

“มีอะไรนิ่ง บีม บอกมาเถอะ เรารับได้ เรากับพวกนายไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้จักกันเสียหน่อย เรารู้ว่าพวกนายไม่ได้มีนิสัยชอบนินทาผู้หญิงให้เสียหายหรอก”

“ขอบใจ”

“คือ…ที่ไอ้ต๊อบมันเน้นพูดเรื่องพี่โสของแกมีผู้ชายมาจีบเยอะ ก็เพราะมันแบบ…มันอยากให้เราถามมันตรงนี้แหละ มันบอกว่าพี่โสของแกมีพฤติกรรมแปลกๆ ประมาณว่าถ้าชอบก็ยอม…กับคนนั้นคนนี้ แล้วแกก็จะขอให้ผู้ชายขอแกแต่งงาน”

“ฮะ?”

“ไอ้ต๊อบมันยืนยันด้วยว่ามันเคยโดน ทีแรกยังคิดอยู่เลยว่าเขาท้องอยู่หรือเปล่า ถึงได้รีบ แต่ตอนปฏิเสธ แกก็ยอมเลิกดีๆ นะ แค่เศร้าไปพักหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไปคบคนใหม่ คือมันก็ไม่ได้ถี่จนน่าเกลียดหรอกนะเว้ย ไม่ได้ฟีลลิ่งเจ้าชู้อะไร ก็เหมือนๆ พยายามคบหาตามปกติ แต่มันไม่ลงตัว ก็เลิกแล้วไปหาใหม่ ไอ้ต๊อบมันเคยถามคนอื่นที่โดนเหมือนกัน มันก็ว่าแปลก ไม่รู้จะรีบไปไหน ตอนแกทำงานอยู่ที่เดียวกับไอ้ต๊อบเนี่ย ปีกว่าได้ ก็มีสามคน”

เป็นเรื่องลับที่ถ้าไม่ใช่เพื่อนหามาให้ มัทมีนาคงไม่มีทางรู้

“…เข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะบีม นายด้วยนิ่ง”

“ไม่เป็นไร แกเป็นผู้หญิง ดูเยอะๆ น่ะดีแล้ว ดูยันโคตรเหง้าสักหลาดเขาก่อนจะตัดสินใจน่ะดี อย่าไปเหมือนไอ้ต้า ไม่ดูตาม้าตาเรือ หนอย ทำเป็นมั่นหน้า รักคนนี้ อดีตไม่สน คนอื่นไม่เกี่ยว เป็นไงล่ะมึง เกิดเรื่องทีคนอื่นจะตายเอา พูดแล้วหงุดหงิดอีกแล้วเนี่ย ป่านนี้ยังอาลัยอาวรณ์ คนดีๆ รออยู่เสือกไม่มอง ไอ้ตาถั่ว!”

วิวิธยังคงโมโหแทนนิธานที่จนป่านนี้ยังไม่ได้ลงเอยกับสวิตตาเสียที

มัทมีนาเอาใจช่วยเพื่อนสนิท หลังจากนั้นเธอก็ขอตัวออกจากกลุ่มสนทนา เพื่อมานั่งไล่ดูภาพถ่ายและข้อมูลที่เพื่อนส่งมาให้ แต่ไม่ว่าจะดูอย่างไร…เธอก็ไม่รู้ว่านายธนิสร์เมื่อสิบห้าปีก่อน เข้าไปเกี่ยวข้องกับการตายของภรรยาและลูกน้อยของอามันต์ตอนไหน ด้วยวิธีใด ในเมื่อตอนนั้นเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี เกิดมาในครอบครัวฐานะดี ได้รับการศึกษาดี

ไหนจะโสรยาอีก…

มัทมีนาสงสัยจริงว่า โสรยาจะรู้ไหมว่าพี่ชายของตัวเอง…มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม

โสรยารู้อยู่แล้วว่าจะไม่มีวันหนีพ้น แม้จะตะเกียกตะกายจนสุดตัว

นับตั้งแต่คืนที่พี่ชายของเธอกลับมาพร้อมความผิดใหญ่หลวง ครอบครัวของโสรยาก็มีกล่องความลับอันน่ากลัว ตั้งอยู่กลางบ้านกล่องหนึ่ง

พ่อกับแม่บอกว่าทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันปกปิด อย่าให้ใครล่วงรู้ว่ามีมันอยู่ในบ้านของเธอ จากนั้นก็ยัดเยียดมันลงมาในมือ สั่งให้โอบอุ้ม ทั้งที่เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

ความลับนั่นทำให้ธนิสร์เป็นบ้าไปแล้วคนหนึ่ง

พี่ชายของเธอมีอาการทางจิต หวาดกลัวเสียงร้องขอให้ช่วยของเด็ก และเสียงอ้อนวอนของผู้หญิง แต่พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมพาไปรักษาตัว กลับเก็บเขาไว้ในบ้านแล้วให้ญาติที่เป็นหมอมาดู ให้ญาติที่เป็นอาจารย์มาสอนหนังสือ โดยบอกเพียงธนิสร์ป่วยด้วยสาเหตุอื่น ไม่ใช่การไปฆ่าคนตายมาถึงสองคน

โสรยากลัว…และร่ำๆ จะบ้าตามไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอจึงยังครองสติอยู่ ความสุขอย่างเดียวของเธอคือการได้ออกนอกบ้านไปเรียนหนังสือ หรือไม่ก็ออกไปพบผู้คน…ใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ถึงอย่างนั้น โสรยาก็ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีคนรัก ไม่มีใครที่เธอไว้ใจได้สักคน

เธอรู้…ว่าเป็นเพราะเธอเองที่ไม่สามารถเปิดใจให้คนอื่น โลกของเธอถูกบีบให้แคบลงด้วยคำว่าความลับบ้าๆ นั่น แต่เธอจะทำอะไรได้เล่า ในเมื่อ ‘พวกเขา’ เป็นคนในครอบครัว

เวลาผ่านไปนานนับสิบปี อาการธนิสร์ค่อยดีขึ้น ยอมออกไปพบปะผู้คน ไม่เอาแต่ซ่อนตัวเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ความลับเหมือนเดิมอีก มิหนำซ้ำ…งานอดิเรกที่เขาทำขณะซ่อนตัวอยู่ในบ้านอย่างการเลี้ยงปลาสวยงาม ยังกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

แน่นอน ญาติๆ ที่ไม่รู้เบื้องลึกพากันสรรเสริญว่าธนิสร์เก่ง ส่วนพ่อกับแม่ก็บอกว่าธนิสร์เยี่ยม ขนาดอยู่กับบ้าน ยังสามารถประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจ

แต่พวกท่านไม่ได้นึกถึงเลยว่า คนที่เหนื่อยยากอยู่เบื้องหลังคือใคร

โสรยา

เธออุตส่าห์ตั้งใจเรียนในสาขาวิชาที่จะสามารถพาเธอไปทำงานไกลบ้าน แต่หน้าที่ของลูก…หน้าที่ของสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ฉุดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน ทำงานอย่างที่อยากทำไม่ได้ ต้องดูแลธุรกิจให้พี่ชาย ในขณะที่เขามีหน้าที่รักษาตัว ใช้เวลาอย่างสุขสบายไปเรื่อยๆ ถ่ายรูป เลี้ยงปลา

ไม่ยุติธรรม…

ความเหนื่อยยาก ความลำบาก ที่กดลงมาบนหลังไหล่ที่ใช้แบกรับภาระที่ไม่ต้องการ ทำให้โสรยาสั่งสมความคิดในด้านลบมากขึ้นทุกวัน เคยเผลอคิดแม้กระทั่ง…ถ้าเพียงแต่ไม่มีเขา…ไม่มีเจ้าของความลับ เธอจะมีความสุขมากกว่านี้ แต่มันก็ไม่เลวร้ายถึงขั้นคิดจะฆ่า เพราะสำหรับเธอแล้ว การฆ่า…ได้ส่งผลลัพธ์ที่น่ากลัว ไม่เพียงต่อตนเอง ยังเลยเรื่อยไปถึงคนรอบตัว เหมือนที่พี่ชายของเธอได้ทำให้เห็น

โสรยาแค่ไม่อยากอยู่กับธนิสร์ ไม่อยากโดนผูกติดกับความลับ เธอจึงพยายามหาวิธีหนีที่พ่อกับแม่จะไม่มีทางปฏิเสธ และแล้วก็คิดได้สองวิธี นั่นคือหนึ่ง…เธอจะแต่งงานไปอยู่ที่อื่น หรือไม่ก็สอง…ต้องมีใครสักคนที่ยินดีรับช่วงดูแลธนิสร์

ในช่วงที่อาการของพี่ชายเธอ ดีขึ้นจนแทบจะแยกเขาจากคนปกติไม่ออก โสรยาจึงฉวยโอกาสขอพ่อกับแม่ออกมาทำงานข้างนอก และแสวงหาชายหนุ่มที่พร้อมจะพาเธอออกไปให้พ้นพันธนาการอันน่ากลัว แต่น่าเสียดาย…ผู้ชายที่คบหากันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีใครขอเธอแต่งงานสักคน

โสรยาเสียใจและเริ่มหมดหวัง เพราะอายุก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่แล้ว ในวันที่เธอขอให้ธนิสร์มารับที่ทำงาน พี่ชายของเธอก็พบผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญ เป็นผู้หญิงที่ทั้งสวย ร่าเริง ฉลาดเฉลียว ภายนอกดูเข้มแข็งแต่มีความอ่อนโยน ใจดี

และทันทีที่ธนิสร์บอกว่าตกหลุมรักมัทมีนา โสรยารู้สึกเหมือนแสงแห่งความหวังอันสว่างจ้า สาดเข้ามาในโลกอันทึบทึม มัทมีนาเป็นความหวังสูงสุดเท่าที่โสรยาจะหาเจอ มิหนำซ้ำเมื่อคบหากับมัทมีนาแล้ว เธอยังพบผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความประทับใจได้แม้ยังไม่ได้เห็นตัวด้วย

อามันต์เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นแต่สงบนิ่ง เหมือนไม้หลักที่เหมาะจะเป็นที่ยึดเหนี่ยว ไม่เหมือนผู้ชายหลายคนที่เคยแวะเวียนเข้ามาในชีวิต โสรยาหวังเหลือเกินที่จะมีโอกาสได้ทิ้งกล่องแห่งความลับนั้น แล้วโบยบินไปอยู่กับเขา แต่ความฝันเพิ่งเริ่มต้น มันก็พังทลายลงแล้วเมื่อจู่ๆ ธนิสร์ก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก

มีคนเห็นเขากรีดร้องเหมือนเป็นบ้านับสิบคน ภาพพจน์ของหนุ่มศิลปินนักธุรกิจที่โสรยาปั้นแต่งให้เขาอย่างสุดชีวิต หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ พ่อกับแม่ก็ต่อว่าเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่คำชม และให้การสนับสนุนสุดตัว

เวลาธนิสร์ตื่นขึ้นมาร้องไห้ตอนกลางคืน โสรยาก็จะร้องไห้ด้วยความขมขื่น เธอเฝ้าวนเวียนคิด เฝ้าวนเวียนถามตัวเองจนเกิดอาการเครียด ว่าทำไมวันนั้นธนิสร์ต้องกลับมาสารภาพผิด ทำไมพ่อกับแม่ต้องบอกความลับที่เธอไม่ต้องการจะรู้ แล้วทำไมเธอจึงไม่สามารถดิ้นหลุดจากบ่วงนี้ได้สักที

กระทั่งเช้าวันหนึ่ง…มีข้อความส่งเข้ามาในสมาร์ตโฟนของเธอข้อความหนึ่ง เป็นข้อความสั้นๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของโสรยาเกิดความหวัง เธอจึงรีบเช็ดน้ำตาตัวเอง ลุกขึ้นมาแต่งตัว ผัดหน้าหวีผม กินข้าว กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นเหมือนเมื่อหลายวันก่อน ค่อยโทร.กลับไปหาเจ้าของข้อความนั้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“คุณมีน ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง พี่สบายดีค่ะ แต่พี่ไทด์นี่สิ แย่เลย…”

 

ตอนที่รอให้โสรยามีการตอบกลับข้อความ มัทมีนายอมรับว่าเสี้ยวหนึ่งในใจ แอบหวังว่าโสรยาจะไม่สนใจเธอ เพราะการเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้เท่ากับไม่ฟังคำเตือนของอามันต์ แต่ในเมื่อโสรยาโทร.กลับมาบอกว่าธนิสร์ป่วย อยากให้เธอไปเยี่ยม มัทมีนาก็คิดว่าโอกาสได้เปิดประตูครั้งสุดท้ายให้แล้ว และเธอจะไม่ปล่อยให้มันลอยหายไป เหมือนที่ไม่อาจคว้าเขาไว้ได้ในคืนนั้น

มีหลายอย่างที่มัทมีนาต้องเตรียมก่อนจะไปหาโสรยาที่บ้าน ทั้งเตรียมตัว เตรียมใจ วางแผนการ ถึงวันนัด…หญิงสาวก็จัดหากระเช้าผลไม้สำหรับเยี่ยมไข้ แล้วขับรถตรงไปตามพิกัดที่ฝ่ายนั้นให้มา

บ้านของโสรยากับธนิสร์ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยเก่าแก่บนถนนสายเศรษฐกิจอันดับหนึ่งในกรุงเทพฯ มีกำแพงรั้วยาวเหยียด ต้นไม้หลังกำแพงล้วนสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทางหนึ่งดูร่มรื่น แต่อีกทางกลับดูมืดครึ้มทึบทึม

จอดรถริมรั้วหน้าบ้านได้ มัทมีนาก็ลงไปกดกริ่งไฟฟ้าริมประตูเล็ก รอสักพักก็มีคนวิ่งออกมาถาม เมื่อเธอบอกว่ามีนัดกับโสรยา เด็กในบ้านก็กดประตูใหญ่ให้เลื่อนเปิด

มัทมีนาหมุนตัว ตั้งใจจะกลับขึ้นรถ แต่กลับชนเข้ากับแผงอกของใครบางคนเต็มแรง

Don`t copy text!