มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 24 : เพราะตัดทิ้งราคาเลยตก

มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 24 : เพราะตัดทิ้งราคาเลยตก

โดย : เนียรปาตี

มาลัยใบพฤกษ์ นิยายออนไลน์สนุกๆ มีให้อ่านออนไลน์ที่อ่านเอา โดย เนียรปาตี เรื่องของแพทย์หนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน ชอบช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยจิตใจเมตตา หากโลกอีกใบของเขากลับตรงข้าม ความรักที่มีต่อเพศเดียวกันกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาชายหนุ่มออกเดินทางไปในเส้นทางที่โลดโผน ซับซ้อน ซ่อนเร้น สุดท้ายแล้วความรักที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

 “ปังสังขยา กับเนยนมน้ำตาลครับ”

“อุ๊ย! ไม่ได้สั่งจ้ะ”

“พี่ไม่ได้สั่งหรอกครับ ผมเอามาให้” ชายหนุ่มยังคงยื่นเพื่อให้ฝ่ายนั้นรับไป ขณะพยักไปอีกทาง “ผมเปิดร้านนมข้างๆ นี่ไงครับ”

“เพิ่งมาวันนี้เหรอ ไม่เคยเห็นมาก่อน”

“ครับ เพิ่งมาวันแรก ผมชื่อชิระนะครับ พี่ปักเป้า”

ผู้ฟังสะดุดหูจึงถาม

“เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเหรอ ชื่อชิระ”

“เปล่าครับ คนไทยนี่แหละ ไทยแท้เลย ผมชื่อวชิระครับ แต่ใครๆ เรียก ชิระ จนชิน”

“ยังเด็กอยู่เลย มีกิจการเป็นของตัวเองละ แต่ก็ดีแล้วละ เป็นนายตัวเองดีกว่าเป็นลูกจ้างใคร” ชื่นชมแล้วทึกทักเอาว่า “เรียนจบแล้วสิ”

“เพิ่งจบเลยครับ งานเดี๋ยวนี้ก็หายากจัง ผมกับแฟนเลยตกลงกันว่า เปิดร้านนมกับขนมปังปิ้งกันดูก่อน”

หน้าที่กำลังชื่นเพราะมีชายหนุ่มมาปราศรัยด้วยเหี่ยวลงไปเมื่อได้ยินคำว่า ‘แฟน’ สะกดคำพูดหยอกเย้าทีเล่นทีจริงว่า ‘ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ’ แฟนเราน่ะ

“แล้วแฟนไปไหนซะล่ะ มาคุยกับพี่อย่างนี้ แฟนไม่ว่าเอาเหรอ”

“ไม่ว่าหรอกครับ พี่คุยสนุกดี ผมชอบ”

ปักเป้าไม่รู้ว่าตัวคิดไปเองหรือไม่ว่า หางเสียงของชายหนุ่มตอนที่เขาว่า ‘ผมชอบ’ นั้น มันมีความประหม่าเขินอาย คล้ายหนุ่มสารภาพรักสาวที่ตนแอบชอบแต่ไม่กล้าบอก

“แฟนผมมาช่วยตอนบ่าย กลับไปก่อนแล้วครับ เพราะพรุ่งนี้มีสัมภาษณ์งาน” หยุดถอนหายใจอย่างนึกระอาในจังหวะชีวิตของมนุษย์ “ตอนเราหางาน ร่อนใบสมัครไปทั่ว รอเท่าไหร่ไม่มีคนเรียก พอเราเริ่มจะทำอะไรของตัวเองก็ดันติดต่อมา ทำให้ใจไขว้เขวไปอีก”

“พูดแบบนี้แปลว่า…”

“ถ้าแฟนผมได้งาน ผมก็ต้องทำร้านคนเดียว เงินที่มีก็คงพอแค่ซื้อของขาย ไม่เหลือจ้างคนช่วย”

“ค่อยๆ คิดไปน่า เพิ่งเริ่มเอง มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอก” ปักเป้าเอื้อเฟื้อ ยกมือทุบบ่าที่ตอนนี้แข็งตึง

วชิระเดินอ้อมไปข้างหลัง จับบ่าสองข้างกดแรงๆ แล้วค่อยปล่อยให้คลาย

“ผมนวดได้นะครับ ตอนอยู่ที่บ้านได้ค่าจ้างนวดจากญาติบ่อยๆ ไว้วันไหนพี่ไม่วุ่น ผมนวดให้ หรือเก็บร้านแล้ว ผมนวดบ่าให้พี่ก่อนกลับบ้านก็ได้”

ปักเป้าใจคอไม่ดี รู้สึกหวั่นไหวที่ชายหนุ่มจู่เข้ามาถึงตัว…แต่จะให้ผลักออกไปเหรอ ไม่มีทางหรอก ชอบไปเสียอีก

“ผมขอไลน์พี่ได้ไหม เผื่อไว้ติดต่อกัน”

ปักเป้าให้ด้วยความเต็มใจ ในเช้าวันต่อมา ตื่นขึ้นก็พบว่าวชิระส่งรูปดอกบัวมาทักทาย แทนการส่งภาพหรือสติกเกอร์สวัสดีวันจันทร์ รูปดอกบัวต่างสีต่างพันธุ์ถูกส่งมาถึงปักเป้าทุกเช้าจนเจ้าหล่อนรอคอย เซฟเก็บไว้ทุกรูปแล้วพบว่าเขาช่างใส่ใจ ส่งให้สม่ำเสมอและไม่ซ้ำรูปเลย

เล่าเรื่องนี้ให้น้ำอบฟังก็ถูกขัดคอ

“รูปจากเน็ตทั้งนั้น น่าปลื้มตรงไหน”

“ปลื้มตรงคนส่งย่ะ นี่! ดูนี่” ปักเป้ายื่นโทรศัพท์แทบกระแทกหน้าเพื่อน “แต่ละรูปไม่ซ้ำกันเลย ต่อให้หาจากเน็ต เขาก็ใส่ใจเลือกไม่ให้ซ้ำย่ะ”

“จะว่าผู้ชายมาแอ๊วงั้นเหอะ ใหม่ ยุ้ย ได๋ มาครบทีมเลย” น้ำอบว่า

ปักเป้าเบะปากสะบัดหน้า โนสนโนแคร์ แม้จะถูกแขวะว่า ‘ใหม่ ยุ้ย ได๋’ อันมีความหมายเดียวกับ มโน ที่แปลว่า เพ้อเจ้อ คิดไปเอง อันมาจากชื่อดาราหญิงสามคนคือ ใหม่-สุคนธวา เกิดนิมิตร ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม และ ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ

ผลจากการขัดคอของน้ำอบปรากฏในรูปของการรับภาระเพิ่ม จัดเตรียมข้าวของให้ร้านนมของวชิระ หลังจากเตรียมของร้านยำเสร็จ โดยได้ค่าจ้างเท่าเดิม

 

คนรอสัมภาษณ์มีราวสิบคนในขณะที่ตำแหน่งว่างมีแค่สอง ว่าน แฟนสาวของวชิระจึงตั้งใจว่าจะต้องทำให้เต็มที่ งานเดี๋ยวนี้หายากยังกับอะไรดี คนจบปริญญาตรีมีเกลื่อนถนนแทบจะเดินชนกันตาย วุฒิการศึกษาที่ได้แทบไม่มีความหมายอะไรเลย

“สู้ๆ นะว่าน ชิระเอาใจช่วย”

หญิงสาวยิ้มรับกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองก่อนเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์งาน วชิระคิดว่าอีกไม่นานก็คงเสร็จ ถ้าว่านได้ทำงานที่นี่ก็ดี อย่างน้อยก็มีเงินเดือนเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ และโชคดีที่ว่านจบมาตรงสายกับตำแหน่งที่รับสมัคร

“พี่ชิระ!” เสียงเรียกดังขึ้น แล้วเจ้าตัวเดินเข้ามาหา “มาทำอะไรที่นี่ครับ”

“อรุษ”

“แหม…เรียกซะห่างเหินเลย เรียกอ้นดีกว่านะ” น้ำเสียงเบิกบาน ดีใจที่ได้พบเขาอีกครั้ง “พี่ชิระมาสมัครงานเหรอ”

ส่ายหัวน้อยๆ พยักไปทางห้องสัมภาษณ์

“มาส่งแฟนน่ะ”

รอยยิ้มหุบลงไปเมื่อได้ยินคำว่า ‘แฟน’ ไม่ได้คิดว่าพี่ชิระจะไม่มีแฟนหรอก แต่ก็ไม่อยากเห็นว่าหวานชนิดต้องมาส่งและนั่งคอยฝ่ายนั้น

“อ้นล่ะ มาทำอะไรที่นี่”

“มาเดินเล่นฮะ เบื่อๆ”

ถ้าเป็นคนทั่วไปได้ยินคงนึกหมั่นไส้ รวมถึงวชิระในตอนนี้ คำตอบของอรุษถือว่ากวนอวัยวะเบื้องล่างทีเดียว มีอย่างที่ไหนมาเดินเล่นแก้เบื่ออยู่หน้าห้องผู้จัดการฝ่ายบุคคล แทนที่จะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น

ครั้นเด็กหนุ่มพูดต่อจึงกระจ่าง ความรู้สึกเปลี่ยนไป

“ลักษณ์มาถ่ายละครที่นี่ ตรงสระน้ำน่ะครับ อ้นเบื่อๆ ก็เลยเดินมาทักทายพี่ๆ ที่รู้จัก” บอกแล้วจึงเปลี่ยนเรื่องถาม “สัมภาษณ์เสร็จแล้วพี่ชิระไปไหนต่อฮะ ไปทักลักษณ์หน่อยสิ ได้เจอพี่ชิระคงดีใจ อ้นพาไปเอง ไม่มีใครว่าหรอก ที่นี่โรงแรมของแม่อ้น”

อย่างนี้นี่เอง…วชิระคิดพร้อมกับเห็นว่าปฏิกิริยาจากคนที่รอสัมภาษณ์เปลี่ยนไป เล็งแลมาทางเขาด้วยสายตาไม่นิยม

“พี่ชิระทำงานที่ไหน ไม่มาสมัครที่นี่ล่ะฮะ จะได้อยู่ใกล้ๆ แฟน”

“ไม่มีตำแหน่งน่ะ ตอนนี้พี่เปิดร้านนมที่ตลาดโต้รุ่ง”

อรุษเม้มปากน้อยๆ อย่างผิดหวัง ถ้าเขาทำงานที่นี่ก็ดีสิ จะได้มีโอกาสพบกันบ่อยๆ

แฟนสาวของวชิระออกมาจากห้องสัมภาษณ์แล้ว เขาก็แนะนำให้รู้จักกัน คุยกันอีกสองสามคำก็ขอตัวกลับ

หากกระนั้น วชิระและว่านก็ไม่วายได้ยินเสียงว่ากระทบ

“เหลือลุ้นแค่ตำแหน่งเดียว เด็กเส้นได้โควตาไปแล้วหนึ่ง”

ว่านอึดอัดใจตั้งแต่นาทีนั้น จากการสัมภาษณ์ หล่อนมั่นใจว่าต้องได้งานนี้เพราะหล่อนจบมาตรงสายและบรรยากาศในการสัมภาษณ์ส่งเสริมให้คิดไปทางนั้น แต่เหตุการณ์ที่บังเอิญได้รู้จักลูกเจ้าของโรงแรมกลับกลายเป็นว่า ถ้าหล่อนได้งานนี้ก็เป็นเพราะเป็นเด็กเส้น หญิงสาวจึงตั้งปณิธานไว้ว่า หล่อนจะต้องพิสูจน์ให้ใครก็ตามที่อาจจะตั้งแง่หรือมีอคติต่อหล่อนยอมรับให้ได้ว่า หล่อนได้งานนี้มาด้วยความสามารถของตนเองจริงๆ

 

เพื่อนจากอเมริกามาพบปักเป้าในวันหนึ่ง

โอมิกา เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อปีหนึ่งเล่นละครเวทีของคณะ รับบทเป็นกะเทยร้านเช่าดีวีดี…แทบจะเล่นเป็นตัวเองก็ได้ ชื่อโอมิกาก็เลยกลายเป็นชื่อที่ใช้มาตั้งแต่นั้น จนเพื่อนจำไม่ได้แล้วว่าชื่อเล่นดั้งเดิมคืออะไร เรียนจบแล้วทำงานประจำอยู่พักหนึ่งเพื่อเก็บเงินไปขุดทองที่อเมริกา ครั้นได้ตามเป้าก็ลากกระเป๋าไปตั้งรกราก ปากกัดตีนถีบอย่างไรไม่มีใครรู้ชัด เพราะเท่าที่เจ้าตัวอวดในเฟซบุ๊กมีแต่ภาพ ‘ชีวิตดี๊ดี’ เฮฮาปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยง ครั้นจะเงียบหายก็หายไปนานจนคิดว่าเจ้าตัวลาโลกไปแล้ว

โอมิกาชวนปักเป้าไป ‘ขุดทอง’ ที่อเมริกาหลายครั้ง แต่ปักเป้าสองจิตสองใจ ครั้นโอมิกาหาลู่ทางสร้างรายได้และปักหลักมั่นคงแล้ว บินกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดคราวนี้จึงตรงมาหาปักเป้า ตั้งใจจะโน้มน้าวให้ไปใช้ชีวิตสนุกสนานที่อเมริกาด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง

ปักเป้าดีใจที่ได้พบหน้าเพื่อนเก่า แม้ไม่สนิทกันจี๋ แต่ก็รู้จักนิสัยใจคอกันดีประมาณหนึ่ง

กำลังวุ่นวายเมื่อโอมิกาไปถึง จึงทำยำให้จานหนึ่งแล้วบอกให้นั่งคอยอยู่ที่ร้านนม โอมิกาไม่ขัดข้องเพราะเจ้าของร้านหล่อถูกใจ ได้แทะโลมเล่นพอสนุกเป็นการฆ่าเวลา เห็นปักเป้าส่งตาเขียวตาขวางมาเป็นระยะก็รู้ว่าเพื่อนสาวคิดอย่างไรกับเด็กหนุ่มคนนี้ จึงยิ่งยั่ว

วชิระทำนมเย็นให้ปักเป้าเมื่อหล่อนมานั่งคุยกับโอมิกาแล้วกลับไปเก็บร้านต่อ โอมิกาไม่เสียเวลาอ้อมค้อม พุ่งเข้าวัตถุประสงค์ที่มาพบทันทีว่า

“ไปหากินทางนู้นเหอะ รับแขกที…” โอมิกาทำท่าถูนิ้วให้รู้ว่าหมายถึงเงิน “สบายกว่าหล่อนคลุกยำจนกล้ามขึ้นแน่ๆ แล้วกะเทยมีนมผมยาวอย่างหล่อนเนี่ย ไอ้กันชอบ ขนาดว่าหน้าผีหรือดูไม่เหมือนชะนีนะ มันยังเอาเล้ย…ไอ้ที่หล่อๆ หุ่นดี หน้าตี๋ เกาหลีเสียอีก ที่ขายไม่ค่อยออก”

“ฉันเฉาะแล้ว ได้ทำตามความฝันแล้ว ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอีก”

โอมิกาอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าปักเป้าแปลงเพศแล้ว หล่อนมิได้ติดตามเพื่อนฝูงมากมาย…ว่าให้ถูกก็คือ หล่อนอยากอวดว่าตนมีชีวิตที่แสนดี น่าอิจฉา แต่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าแท้จริงแล้วต้องปากกัดตีนถีบอย่างไร จึงไม่สนใจชีวิตคนอื่น…รู้ว่าปักเป้าตัดน้องชายไปแล้ว ก็แสดงความผิดหวังออกมา

“เสียราคาหมด จบสิ้นกัน” โอมิกาบ่นอย่างเสียดาย สายตาที่มองปักเป้าผิดหวังที่สินค้าชิ้นนี้ไม่อาจสร้างรายได้อีกต่อไป “นี่ถ้าหล่อนยังไม่เฉาะนะ คิวจองยาวเป็นเดือนแน่ๆ เพราะลูกค้าฉันมันชอบกะเทยมีงู จะหน้าสวยหน้าผียังไงก็ได้ แต่ต้องมีงู” โอมิกาย้ำ

“ฉันไม่ได้อยากไปขายตัวที่เมกานี่ แล้วฉันก็อยากเป็นหญิง ไอ้ติ่งนั้น…จะเก็บเอาไว้ทำไม” บอกกับเพื่อนถึงความปราถนาว่า “ฉันแค่อยากเป็นผู้หญิงเต็มตัว”

“อม…มาพูดก็ไม่เชื่อ” โอมิกาห่อปากพูดถึงอวัยวะหนึ่งโดยไม่ออกเสียง ยักคิ้วหลิ่วตาไปทางชายหนุ่มแล้วถามว่า “เนี่ย คนเนี้ย ไม่อยากได้เป็นผัวเหรอ บอกมาดีๆ นะ อย่าตอแหล คนนี้ใช่มะ ที่หล่อนบอกว่าส่งดอกบัวมาให้ทุกเช้า”

“อือ” ปักเป้าตอบอย่างเขิน เหมือนสาวน้อยเอียงอายที่มีคนจับได้ว่าแอบมีความรัก

“ถวายบัวกันไปกี่ยกแล้วล่ะ”

“อีบ้า! น้องเขามีแฟนแล้ว”

“แล้วไงยะ ใครแคร์” โอมิกาเสียงสูง “มีแฟนแล้วมีชู้ไม่ได้หรือไง ไหนๆ หล่อนก็เฉาะมาแล้ว จะเก็บไว้ให้หยากไย่ขึ้นรึไงยะ ไม่เอาอะไรทะลวงมั่ง ระวังรูตัน”

“ฉันมีวิธีของฉันละกันย่ะ”

“แยงโมลด์หรือผัวผัก” โอมิกาคะนองสนุกปาก “มะระ มะเขือ บวบเหลี่ยมน่ะ ให้ยังไงมันก็ไม่เหมือนของจริง” โน้มหน้าลงมาชิดใกล้ ลดเสียงเบาลงกว่าเดิม “ไอ้น้องเนี่ย มันเองก็สนใจหล่อนอยู่ใช่มะ”

ปักเป้าไม่ตอบ แต่ผลักเพื่อนออกไปทำท่าเอียงอายแทนการบอกว่า มาถามอะไรอย่างนี้

“ถ้าฉันต้องมีอะไรกับใครสักคน คนแรกฉันก็อยากให้เป็นคนที่ฉันรัก”

“แล้วหนุ่มนี่ใช่ไหมล่ะ แหม…ยิ่งดูยิ่งเปรี้ยวปาก อยากรู้จังว่านมข้นเต็มกระป๋องรึเปล่า”

“อีทะลึ่ง คุยดีๆ ลากลงต่ำอยู่นั่น” ปักเป้าว่า “ฉันยอมรับนะว่าฉันรู้สึกดีกับเขา สิ่งที่เขาทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอมันก็แปลว่าเขาใส่ใจเราใช่มะ แต่น้องเขามีแฟนแล้ว น่ารักด้วย รู้ไหม…บางทีฉันก็รู้สึกผิดนะที่ทำแบบนี้ เหมือนแอบคุยกันไม่ให้แฟนเขารู้ เหมือนเป็นชู้เขาเลย”

“ค๊า…มงลงแล้วหนึ่ง” โอมิกาลากเสียงยาวประชด “แม่สาวน้อย แม่กุลสตรี อีพรหมจารีสีชมพู ผู้เอา…มาจ่อถึงปาก ขอให้หยากไย่เกาะจนแทงไม่เข้าทีเถ้อ…ดัดจริตนัก”

“ขอฉันเก็บเขาเป็นความสัมพันธ์ดีๆ แบบนี้เรื่อยไปไม่ได้เหรอ”

“ค่ะ” โอมิกากระแทกเสียง “กีอยากปากตอแหลอย่างนี้ ก็อย่ามีเลยผัวน่ะ กล้วย อ้อย มะระ มะเขือ ก็เปลี่ยนวนไปละกัน” หันไปทางชายหนุ่มที่เก็บร้านเสร็จแล้ว ร้องเสียงหวาน “น้องจ๊ะ ปิดร้านแล้วไปไหนต่อ ไม่เที่ยวกันมะ”

“เที่ยวไหนครับ”

“ที่ไหนก็ได้ ชอบร้องเพลงป่าวล่ะ ไปเกะกันมะ” หรี่ตาแลไปทางปักเป้า หากยังจ้อกับวชิระ “พี่ปักเป้านี่เขาอมไมค์เก่งนะ ยิ่งไมค์ใหญ่ๆ นี่ของชอบเลย โหนได้ถึงไหนถึงกัน”

“อีบ้า!” ว่าเพื่อนแล้วรีบแก้ “อย่าฟังมันพูดมากนะ ชิระ อีนี่มันเลอะเทอะ เพ้อเจ้อ”

“ไม่เป็นไรครับ พวกพี่คุยกันสนุกดี ตกลงว่าไปเกะกันใช่ไหมครับ”

“ใช่จ้ะ ต้องฮัลโหลโทรรายงานที่บ้านก่อนรึเปล่า” โอมิกาเย้า

“ไม่ต้องครับ คืนนี้ผมฟรี ว่าน…แฟนผมน่ะครับ ไปเอาต์ติงกับที่ทำงาน”

“อย่างนี้นี่เอง แมวไม่อยู่หนูร่าเริงเหมือนกันนะเรานี่ เอาเป็นว่าคืนนี้ไม่แตกไม่เลิก โอเค๊”

“อะไรแตกครับ” วชิระแกล้งย้อนทั้งที่รู้ทันว่าหมายถึงอะไร

“ร้องเพลงจนคอแตกไง” ยักคิ้วหลิ่วตาตอบ “นี่คิดอะไรทะลึ่งละสิ”

โอมิกาหันมากระซิบกับปักเป้า

“แม่ชงให้เข้มขนาดนี้แล้ว ถ้าหล่อนยังดัดจริตจะเล่นบทนางพรหมจารีต่อ ฉันก็หมดคำพูดกับหล่อนแล้ว อีปักเป้า”

 

กฎหมายไทยกำหนดให้ปิดสถานบริการได้กี่โมงไม่เป็นปัญหาสำหรับโอมิกาและนักเที่ยวที่รู้ว่าถ้าจะหาที่เที่ยวให้ได้จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก มีเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงเช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อนั่นแหละ…ขอให้รู้เถอะ

โอมิกาพาไปที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อไปถึงมันดูเป็นตึกร้างที่ผู้พักอาศัยหลับพักผ่อนกันหมดแล้ว กดกริ่งหน้าร้านอย่างมีจังหวะคล้ายให้สัญญาณบางอย่าง ประตูด้านในก็แง้มนิดหนึ่ง ราวคนในบ้านถูกรบกวนจึงต้องตื่นมาดูว่าใครมาหาดึกดื่นอย่างนี้

ส่งถ้อยคำไปอย่างคุ้นเคย ประตูก็เปิดกว้างขึ้น โอมิกาจึงพาปักเป้าและวชิระก้าวผ่านประตูเหล็กพับเข้าไปด้านในอย่างง่ายดาย เหมือนมาหาเพื่อนคนหนึ่งที่บ้าน

สั่งเครื่องดื่มแล้ว โอมิกาก็เรียกเด็กหนุ่มคนหนึ่งมานั่งใกล้ๆ ในขณะที่ปักเป้าไม่จำเป็นต้องเรียก เพราะโอมิกา ‘ชง’ ทุกทางให้จิ๊จ๊ะจี๋จ๋าอยู่กับพ่อค้านมสด

ราวตีสามครึ่งในสภาพที่เมาแต่ก็มีสติรับรู้ โอมิกาก็พาปักเป้าและวชิระไปโรงแรมที่ตนพักอยู่ กระซิบบอกเพื่อน

“ใช้ห้องตามสบาย ฉันนอนเล่นข้างนอกรอ หล่อนจะร้องดังแค่ไหนก็เชิญ”

“อีบ้า” ปักเป้าว่า แต่ท่าทีเอียงอาย “น่าจะไปส่งฉันที่หอมากกว่า”

“แหม…หล่อนไม่ต้องกลัวฉันแอบดูหรอกย่ะ” โอมิกาว่า “ที่นี่น่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องพะวงว่าไอ้หนุ่มน่ะ จะเป็นประเภทตีสี่ยกขา ตีห้ายกเค้า”

เพราะกะเทยหลายคนเจอประสบการณ์แบบนี้ หน้ามืดตามัวชวนผู้ชายขึ้นห้อง เสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว ผู้ชายออกจากห้องไป แต่ไม่ไปมือเปล่า หยิบเอาข้าวของเท่าที่จะฉวยได้ติดมือไปด้วย

 

อยู่กันตามลำพังสองคนในห้อง ทั้งปักเป้าและวชิระก็ประหม่า แม้ว่าแอลกอฮอล์ในร่างกายจะช่วยให้กล้า…ท้าทายกับความคิดย่ำก้าวถอยสองก้าวอยู่เป็นระยะ หลายนาทีในความรู้สึกของทั้งคู่ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ในที่สุดชายหนุ่มก็ขยับเข้ามารวบตัวปักเป้า เคล้าเคลียที่หัวไหล่แล้วจึงค่อยเลื่อนไปสู่จุดอื่นช้าๆ ล้วงมือเข้าไปปลดตะขอบรา ฝ่ามือโอบสองถันขยำเบาๆ

ปักเป้าซ่านไปทั้งตัว จะว่านี่เป็น ‘ครั้งแรก’ ของหล่อนก็ว่าได้

ที่สำคัญ มันเป็นไปด้วยความเต็มใจของหล่อน ที่จะให้วชิระเป็น…คนแรก

แต่ไหนแต่ไรมา คนรอบตัวคิดว่าหล่อน ‘ได้ผู้’ มานานแล้ว เพราะปักเป้าเป็นคนลุค ‘แรง’ เที่ยวเก่ง ตามหาตัวไม่เจอก็ไปควานหาตามสถานที่เที่ยวกลางคืนสักแห่งก็จะพบ หล่อนเที่ยวแบบนักเที่ยวทั่วไป มิได้ไปตามบาร์เกย์ที่มีเด็กเต้นและออฟออกมาถ้าพึงใจ ส่วนซาวน่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะสถานที่นั้นกันคนที่ดู ‘ไม่เป็นชาย’ มิให้เข้าไป ปักเป้าอยากเห็นบรรยากาศข้างใน แต่จนใจจะเข้าไปสำรวจด้วยตนเอง เพราะอกยาคุมและผมยาวที่ไว้เคลียบ่าฟ้องความ ‘ไม่แมน’ อย่างเห็นชัด

หล่อนสนุกกับการดื่มและเต้น ชนแก้วทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในที่เที่ยวไปเรื่อยๆ ด้วยความเป็นกะเทยกล้านี่แหละ ปักเป้าจึงเป็นเหมือนนางนกต่อให้เพื่อนหญิงที่เรียกกันอย่างสนิทสนมในกลุ่มว่า นางพวกชะนีง่อย แม้ปักเป้าจะเป็นคนกลางให้เพื่อนชะนีได้คุยกับ ‘ผู้’ แต่ก็มีหลายครั้งที่ ‘ผู้’ สนใจกะเทยแต่งหญิงอย่างหล่อน

เต้นๆ กันอยู่ ปักเป้าก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ‘ผู้’ ก็ติดตามไป เต้นคู่กันสองคนในห้องน้ำ

หรือบางทีออกจากผับ ชวนกันไปที่ห้อง…เพื่อนชะนีทั้งหลายก็วี้ดว้ายอวยพร

น้อยคนที่จะรู้…หรือไม่เชื่อว่า ปักเป้าไม่เคย ‘เสร็จ’ และไม่เคยมีความสุขจากการร่วมรักไม่ว่าครั้งไหน เพราะปักเป้ามักหยุดกลางคันเสมอ หล่อน ‘ทำ’ ให้ตามที่ฝ่ายชายร้องขอ เขาก็สนุกกับร่างกายของหล่อนจนถึงขั้นตอนที่จะทะลวงถ้ำสำรวจภายใน แหย่ได้นิดเดียวปักเป้าก็ขืนตัวและผลักเขาออกโดยแรง อารมณ์ที่อุตส่าห์สร้างมาตั้งนานหายไปดุจใครเอาน้ำเย็นราดสาดเข้ามาดับไฟที่กำลังโหม สะดุดกึกพลางแปรเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว คว้าเสื้อผ้าสวมลวกๆ จากไป

ปล่อยให้ปักเป้าอยู่เป็นนางกะเทยอารมณ์หญิงผู้รักษาพรหมจรรย์ไปฝ่ายเดียวด้วยข้อหา ป่วงยาคุม

เคยคบกับผู้ชายเป็นตัวเป็นตนบ้าง จนถึงวันที่พร้อมจะพลีกายทอดตัวให้ ก็จบลงที่จุดเดิม หากเจ็บมากกว่า เพราะผู้ชายบอกว่า เพราะหล่อนไม่เหมือนผู้หญิง

ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง

วันที่ปักเป้าเป็นหญิงเต็มตัว และ ‘น้องตรุษจีน’ กำลังจะเห็นหน้าพ่อเป็นครั้งแรก

“พี่รู้สึกไม่ดีเลย ชิระ” ปักเป้าครางออกมาทั้งที่เลือดในกายวิ่งวนซู่ซ่าตามสัมผัสที่ชายหนุ่มแล่นเรื่อยไปด้วยปลายจมูกของเขา “รู้สึกผิดต่อว่าน ถ้าว่านรู้ ว่าต้องเสียใจมากแน่ๆ”

ว่าน…เด็กสาวคนนั้นเป็นแฟนวชิระ หล่อนทำงานในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งจึงไม่ได้มาช่วยงานที่ร้านนมเต็มที่ เพราะความไฟแรงของหล่อนทำให้หอบหิ้วงานกลับมาทำที่บ้าน ถ้างานไม่หนักหนาหรือหล่อนอยากพัก หล่อนจึงจะมาที่ร้านนม

หล่อนน่ารักกับปักเป้าเช่นเดียวกับที่วชิระมีไมตรีให้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราต่างเต็มใจทั้งคู่ แล้วว่านเองก็ดีกับพี่นี่นา”

“เพราะดีนี่แหละ พี่ถึงกังวลว่า ที่เราทำอยู่นี้จะทำร้ายว่านหรือเปล่า” ปักเป้าพึมพำ “พี่ไม่อยากเป็นชู้”

วชิระไม่ตอบหากเลื่อนมือต่ำลงไป ในนาทีต่อมา กางเกงผ้าสีสดก็หลุดไปกองแทบเท้า เหลือเพียงชั้นในบางจิ๋วที่ปกปิดร่างของปักเป้าเป็นชิ้นสุดท้าย มือของชายหนุ่มสั่นทีเดียวเมื่อจับขอบลูบไม้เลื่อนลงช้าๆ แล้วตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

เขานิ่งไป…ชะงักงันคล้ายถูกสาป

ปักเป้าเอะใจ ทำไมเขาไม่ทำต่อ หล่อนกำลังเคลิบเคลิ้มทั้งอารมณ์และปรารถนาในชีวิต เขานิ่งไปจนหล่อนต้องถาม

“หยุดทำไมล่ะ ชิระ…ทำไมไม่ทำต่อ”

“พี่…แปลงเพศแล้วเหรอครับ” เสียงเขาสั่นราวกลัวจะทำร้ายความรู้สึกหล่อน หากแทรกริ้วผิดหวังอยู่ในที

“ใช่จ้ะ” ปักเป้ายิ้มตอบอย่างภูมิใจ

ทว่าสีหน้าของวชิระแปรไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขาหมดอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ยืดตัวขึ้น มองหาเสื้อผ้าของตนแล้วสวมใส่ดังเดิม

“อ้าว…ทำไม…” ปักเป้ากระดากที่จะพูดไปตรงๆ ว่า ทำไมไม่ทำกันต่อให้จบเพลง “หรือว่าพี่…ไม่เหมือนผู้หญิง”

“ผมผิดเอง” วชิระเอ่ยออกมา “ผมเข้าใจว่าพี่ยังไม่ได้แปลงเพศ เพราะพี่เองก็ไม่ได้ดูเหมือนผู้หญิงจริงสักเท่าไหร่ ถ้าต้องมีอะไรกับกะเทยแปลงเพศ ผมไปมีอะไรกับผู้หญิงแท้ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ แฟนผมก็มี”

ปักเป้าอึ้งไปราวกับใครเอาค้อนมาทุบที่ศีรษะจนมึน แล้วยังทุบซ้ำอีกหลายหนอย่างไม่ปรานี

“ที่ผมมีอะไรกับพี่เพราะผมอยากลองว่า กะเทยที่ยังไม่แปลงเพศจะเป็นยังไง ผมเสียใจนะที่ต้องหยุดแค่นี้ ผมขอโทษพี่จริงๆ”

ว่าจบวชิระก็ออกจากห้องไป ปักเป้าตกใจปากคอสั่นพูดอะไรไม่ออกอีกหลายนาที จนโอมิกากลับเข้ามาในห้องอย่างประหลาดใจ ว่าทำไมคู่นี้ ‘ฟีเทอริ่ง’ กันเร็วนัก แล้วชายหนุ่มยังสาวเท้าออกไปอย่างไม่สบอารมณ์อีก

“เกิดอะไรขึ้น อีปักเป้า”

“มันไม่เอากู เพราะกู ‘เฉาะ’ แล้ว” ปักเป้าสรุปในประโยคเดียวแล้วเหมือนรู้ว่าตัวเองพูดได้ ถ้อยคำก่นด่าหยาบคายจึงตามมาอีกเป็นกระบุง “เจ็บใจที่สุดตรงที่มันว่า กูไม่เหมือนหญิง”

“ก็กูบอกแล้ว…” โอมิกาลากเสียงยาว “ชายแท้ที่อยากได้กะเทยหญิงน่ะ เขาชอบแบบที่มีงูนะ บางคนถึงขนาดขอเป็นรับ ให้กะเทยเป็นฝ่ายเย…”

โอมิกาปลอบใจปักเป้าให้สงบสติอารมณ์เสียก่อน หากที่เสียดายที่สุดก็คืออุตส่าห์ซ่อนกล้องไว้ คิดว่าจะได้คลิปไปขายอีกสักเรื่อง…แต่ช่างเถอะ ช่วงต้นคลิปก็น่าจะพอตัดไปหลอกขายได้บ้าง หันมองปักเป้าที่นอนบนเตียงราวสาวน้อยผู้ผิดหวังในความรักอันบริสุทธิ์ก็ถอนใจแรงเหนื่อยหน่าย

กูบอกแล้วว่า กะเทยมีงูน่ะ ขายดี

นี่เสือกไปตัดทิ้ง ก็ราคาตกแบบนี้แหละ



Don`t copy text!