เมฆพรางจันทร์ บทที่ 19 : อุบัติเหตุที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 19 : อุบัติเหตุที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

มาสอาภาเล่าวีรกรรมของตัวเอง ตอนสมัยเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายให้คุณอาภา ชีวิน และวายชีวาฟังอย่างสนุกสนาน พอเล่าไปสักพัก ชีวินก็ขอตัวออกไปรับอาหารจากพนักงานส่งด้านนอก

คนเป็นลูกคะยั้นคะยอให้มารดารับประทานอาหารจนหมดเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ชีวินแอบยกนิ้วให้ผู้หญิงที่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของมาสอาภาอย่างชื่นชม

คุณศศินเปิดประตูเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับปิ่นโตอาหาร

มาสอาภามองหน้าบิดาด้วยสายตาแสดงชัดว่าคิดถึง พร้อมกับทำความเคารพพร้อมรอยยิ้ม รู้สึกตัวเองโชคดีมากที่วันนี้มาแล้วได้เจอครบทั้งพ่อและแม่

“สวัสดีค่ะพ่อ”

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่พยักหน้ารับคำทักทายนั้น ก่อนจะเลิกคิ้วถามภรรยาซึ่งนั่งยิ้ม และมองอีกฝ่ายซึ่งในสายตาเขาเห็นเป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรสาวตนด้วยสายตาอ่อนโยน

“ใครหรือคุณ”

“หนูคนนี้ชื่อม่านเมฆค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของยัยมาส ลูกสาวเรา” คุณอาภาตอบ “หนูเมฆเล่าวีรกรรมยัยมาสตอนเป็นนักเรียนให้ฉันฟังเยอะเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าลูกสาวเราจะแสบขนาดนั้น”

คนเป็นพ่อฟังแล้วยิ้มละมุน ก่อนจะมองดวงหน้าหวานใสของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ซึ่งนอนหลับไม่รู้เรื่องบนเตียงโรงพยาบาล

“ถ้าบอกว่าไม่แสบสิแปลก… ” มาสอาภาได้ยินพ่อพึมพำขำๆ แล้วหันไปถามแม่ “แล้วคุณกินอะไรบ้างหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ หนูเมฆแลกกับเรื่องเล่าของยัยมาส เผลอๆ แป๊บๆ ฉันกินเกี๊ยวปลาหมดกล่องเลยค่ะ”

สามีของคนถามจึงยิ้มออก “ดีแล้ว ผมจะได้ไม่เป็นห่วงมาก ขอบใจมากนะหนู”

‘หนูเมฆ’ อมยิ้ม พยักหน้าอย่างตื้นตัน แม้จะทรมาน อึดอัดคับข้องใจกับความลับที่บอกไม่ได้ก็ตาม แต่ได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่บ้างก็มีความสุขแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพ่อกับแม่ไม่ว่าอะไร หนูขอมาหามาสทุกวัน เอ่อ…บ่อยๆ ได้ไหมคะ”

วายชีวาดึงแขนห้ามปากคนอาลัยอาวรณ์พ่อแม่ไม่ทัน รายนั้นจึงได้แต่กอดอก ฮึดฮัดในใจ

ชีวินอดแซวไม่ได้ “ถ้ามาเยี่ยมเพื่อนบ่อยๆ สามีคุณจะไม่ว่าเอาเหรอครับ”

คนถูกถามตอบไม่ถูก ทว่าพวงแก้มแดงก่ำ ส่วน ‘น้องสาวสามี’ หันไปมองคนถามด้วยสายตาค้นหา

“หนูแต่งงานแล้วเหรอ…ดีจัง” คุณอาภาเอ่ยออกมา น้ำเสียงเริ่มสั่นเครืออีกครั้ง “มาสก็กำลังจะแต่งงานเหมือนกันนะ แต่ดันมาเป็นแบบนี้เสียก่อน”

มาสอาภาวางหน้าไม่ถูกจริงๆ ว่าควรจะเขินหรือควรจะเศร้า หน้าเธอที่แสดงออกมาตอนนี้คงประหลาดพิลึก

แต่สถานการณ์พิพักพิพ่วนก็คลี่คลายลง เมื่อเสียงโทรศัพท์ของคุณศศินดังขึ้น

“ครับ ผู้กอง ตอนนี้ผมอยู่โรงพยาบาลครับ”

ทุกคนในห้องเงียบ พร้อมกับตั้งใจฟังโดยอัตโนมัติ เมื่อได้ยินว่าปลายสายที่โทร.เข้ามาเป็นตำรวจ น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุของเธอเอง

คนรับโทรศัพท์หน้าซีดลงเรื่อยๆ ขณะนิ่งฟังคู่สนทนา แล้วค่อยๆ วิเคราะห์ร่วมไปกับนายตำรวจเจ้าของคดี

“ลูกสาวผมทำธุรกิจส่วนตัวของตัวเองก็จริง แต่ผมแน่ใจว่าทุกคนรู้ดีว่า มาสอาภา คือ ทายาทของแสงสยาม เบฟฯ” คนเป็นพ่อถอนหายใจ กลัวที่สุดในชีวิตก็คือ ครอบครัวจะมีปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ เพราะธุรกิจเครื่องดื่มเป็นอะไรที่เติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็วและไม่มีวันตาย แต่การต่อสู้แข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง เขามั่นใจในตัวเองว่าทำทุกอย่างโดยสุจริต “ทางตัวผมมั่นใจว่าตัวเองไม่มีศัตรูที่ไหน ผมไม่เคยขัดขาใคร แต่เรื่องธุรกิจมันไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ลูกสาวของผมอาจจะกลายเป็นเป้าหมายของคนพวกนั้น แล้วใช้เรื่องอุบัติเหตุมาเอื้อประโยชน์ให้ใครสักคนที่อยากทำลายพวกเรา”

ฟังที่พ่อพูดแล้วใบหน้าของคนเป็นลูกก็ซีดเผือด ชาวาบไปทั้งตัว กลืนน้ำลายลงคอ ขณะหันไปมองวายชีวาที่นั่งนิ่งฟังอยู่เช่นกัน เธอไม่อยากให้เรื่องราวเป็นอย่างที่คาดเดาเลย

คืนวันนั้นที่เธอประสบอุบัติเหตุ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดพลาด ปกติเธอเป็นคนขับรถเร็ว แต่ไม่เคยเอาไม่อยู่

ใช่…เธอเหยียบเบรกรถแล้ว แต่พบว่าเบรกมีปัญหา!

แล้วใครกัน…ที่ต้องการให้เธอ…ตาย

“ครับ ผมเข้าใจว่าต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง ถ้าทางคุณได้ความคืบหน้ายังไง รบกวนแจ้งผมด่วนเลยนะครับ…ได้ครับ” คุณศศินรับคำคู่สนทนาก่อนจะวางสาย หันมามองหน้าภรรยา ยอมรับว่าบทสนทนากับตำรวจเมื่อครู่ ทำให้ตกใจไม่น้อย

“ใครกันคะคุณ ใครที่มันคิดร้าย ใครที่มันทำแบบนั้นกับลูกสาวของฉัน” คุณอาภาสอบถามสามี น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปไม่นาน ไหลพรั่งพรูออกมาอีกระหว่างคร่ำครวญ “ยัยมาสไม่มีศัตรูที่ไหน ลูกของฉันเป็นเด็กนิสัยดี มีเมตตา แกไม่เคยไปเกะกะระรานใครสักหน่อย มุ่งมั่นทำธุรกิจของตัวเอง แล้วคนคนนั้นทำไมจะต้องมุ่งร้ายลูกฉันแบบนี้”

“คงต้องรอตรวจพิสูจน์ที่รถยัยมาสอีกที ยังไงผมก็จะให้ตามหาความจริงอย่างละเอียดแน่ๆ คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลย” คุณศศินปลอบภรรยา พลางส่งสายตามองเพื่อนลูกสาวทั้งสองคนให้มาช่วยปลอบอีกแรง

ยมทูตสาวเอื้อมมือจับไหล่บางของมาสอาภาเอาไว้เพื่อเรียกให้มีสติ คนถูกเรียกจึงกะพริบตา ขับไล่ความคิดน่ากลัวในสมองและหัวใจ พยายามฝืนยิ้ม  “ใช่ค่ะแม่ หนูว่าแม่พักผ่อนเยอะๆ ดูแลตัวเอง กินอาหารให้ครบทุกมื้อ หนูเชื่อว่า…อีกไม่กี่วัน มาสก็จะฟื้นค่ะ” ประโยคท้าย คล้ายกับจะยึดเป็นคำมั่นให้ตัวเองมากกว่าปลอบประโลมมารดา

มาสอาภาน้ำตาคลอ สงสารมารดาจับใจ มือบางกำเข้าหากันจนแน่น

เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดนี้!

 

เพราะเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน หลังจากฟื้นขึ้นมาในร่างนี้…มาสอาภาจึงยังพอประคองสติได้อยู่ หญิงสาวเก็บความข้องใจและคำถามมากมายไว้ตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล เมื่ออยู่กันตามลำพังกับยมทูตสาวจึงรีบพูดทันที

“คุณไวน์รู้หรือเปล่าว่าใครเป็นคนทำ ใครกันที่คิดจะฆ่าจะแกงฉันขนาดนี้ มันต้องเกลียดกันเบอร์ไหน รถฉันต้องโดนทำอะไรสักอย่างที่ระบบเบรกแน่ แต่ไฟคอนโซลไม่แจ้งเตือนเลยนะ เอ ปกติ รถราคาขนาดนี้ ระบบความปลอดภัยไม่น่าห่วย”

ผู้ถูกถามส่ายหน้าไปมา “ถึงฉันจะดูสวย ดูฉลาด ดูเหมือนจะล่วงรู้อะไรต่ออะไรหลายอย่าง แถมยังดูซีรีส์มาเยอะมาก แต่เรื่องที่เกี่ยวพันกับชะตาชีวิตแบบนี้ ‘เรา’ ไม่รู้กันหรอก”

“ใครกันนะ ใคร…หรือจะเป็นไอ้พี่รุจ” คนนั่งเบาะข้างกำหมัดแน่นขณะคิดถึงใบหน้าเฉยชาของภาณุรุจ “ต้องเป็นมันแน่ๆ ที่คิดจะฆ่าฉัน เป็นไปได้ไหมคะว่าไอ้พี่รุจมันวางแผนทั้งหมด ส่งคนมาเฉือนสายเบรก หรือมาเจาะท่อน้ำมันเบรก ปล่อยลมยาง ส่งคนขับบิ๊กไบค์มาป่วนฉันด้วย แหม…ต้องเป็นมันแน่ๆ มันน่าฆ่าให้ตายคามือจริงๆ”

“คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนไหมยัยบ๊อง ไอ้พี่รุจนั่นมันกำลังจะแต่งงานกับเธออยู่แล้ว อีกอย่างเธอก็โง้โง่ ใสซื่อด้วย หลอกง่ายหลอกดายขนาดนั้นอีก มันจะวางแผนฆ่าเธอตอนนี้ทำไม สู้หลอกให้เธอแต่งงานด้วย ได้ฟันเธอ แถมได้เงินเธอมาปรนเปรอตัวเองกับผู้หญิงอีกคน ฟินจะตาย” วายชีวาวิเคราะห์ตามความจริง “หรือถ้าจะวางแผนจัดฉากฆ่าเธอจริงๆ มันควรได้ทุกอย่างไปหมดแล้วไหมยะ หลังแต่งงานแล้วเกิดเหตุการณ์นี้สิ มันเป็นคนทำชัวร์ๆ”

“แหม…ฉันก็ไม่ได้อะไรกับเขาขนาดนั้น”

วายชีวาเบะปาก “ไม่ต้องพูดดีเลยย่ะ ตอนแรกก็คลั่งไคล้มันจะตายไม่ใช่เหรอ อยากจะทำภารกิจให้เสร็จ เพื่อจะได้เตรียมตัวแต่งงานนี่ ไง…พอมาเจอลุงแซ่บกว่า หล่อกว่า แจ่มกว่า เลยอยากกินลุงขึ้นมาเลยว่างั้น”

“บ้าไปแล้ว พูดอะไรคะคุณไวน์” มาสอาภาหน้าร้อนฉ่ากับประโยคสุดท้าย

ใครอยาก ‘กิน’ ลุงกัน!

“เธอนั่นแหละที่อยากกินเขา อย่ามาเถียง” ยมทูตปากแจ๋วพูดต่อ “ฉันจะบอกความลับให้อีกอย่างหนึ่ง… ซิกซ์แพ็กลุงอะโคตรแน่น ฟิตปั๋งหกลูกเน้นๆ นะเธอ แถมเรียงตัวเป็นลอนสวยงาม ฉันเคยเห็นครั้งนึง กำเดาแทบพุ่งเลยนะจ๊ะ ถ้าไม่ติดว่ากลัวโดนเขาถีบนะ ฉันอยากจะลองลูบ ลองจับ ลองไล้วนบนซิกซ์แพ็กเขาสักที”

“คุณไวน์!” ไม่เข้าใจว่าบทสนทนาแสนจะจริงจังเรื่องหาตัวคนทำร้ายเธอ กลายเป็นอยากเห็น อยากลูบ อยากจับ อยากไล้วนซิกซ์แพ็กของดับปราณไปได้อย่างไร

“จริงเหรอคะ…” ถามออกไปแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอ

“แหม ทำเป็นหยอดถามเสียงอ่อนหวาน จริงสิเธอ ฉันจะโกหกทำไม ยินดีด้วยค่ะซิส ซิกซ์แพ็กหกลูกของอีลุงนั่นเป็นของหล่อนคนเดียวย่ะ นังคนทำบุญมาดี!” วายชีวาพูดหน้าตาเฉย ส่วนคนฟังกัดริมฝีปากแน่น หน้าแดงก่ำ “แต่เขามั่นคงกับเธอมานาน และที่สำคัญคือ เขารักเธอคนเดียวนั่นแหละ”

“ถ้าบอกว่าเขารักฉันมั่นคงกับจริงๆ แล้วทำไมแต่ละชาติที่ฉันฝัน ชีวิตฉันถึงมีแต่โดนหลอก โดนทรยศ และเจ็บช้ำจากความรัก ถึงขนาดฆ่าตัวตายทุกชาติเลยล่ะคุณไวน์” มาสอาภาอดถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้

“นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องหาคำตอบจากเขาเอง”



Don`t copy text!