เมฆพรางจันทร์ บทที่ 23 : ล่องหน?

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 23 : ล่องหน?

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

มาสอาภานอนลืมตาโพลง หัวใจเต้นรัว หน้าแดงก่ำ มาตั้งแต่ดับปราณหายตัวจากไปราวๆ ตีสอง หลังจากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าจุมพิตของยมทูต…เย็น หรือ ร้อน

ริมฝีปากบางขยับเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ขณะคิดถึงรสสัมผัสแปลกประหลาดเมื่อสักครู่ใหญ่นั่น

โอ๊ย…มันดี มันฟิน มันตื่นเต้นมากค่า

จะได้จูบอีกไหม…

คิดฟุ้งซ่านอะไรอีกแล้ว

แต่เดี๋ยวก่อนนะ…เธอควรโฟกัสภารกิจก่อนสิ ลืมตาตื่นมาเช้านี้ เวลาจะเหลือแค่เก้าวันเอง มันงวด มันขมวดเข้าทุกทีแล้ว!

มาสอาภาสะบัดหัว ขับไล่ความคิดสุดวาบหวามออกไป พยายามวางแผนตามหาความจริงจากข้อมูลที่ภาณุรุจพูดออกมา

หรือควรจะทำดีกับเขาสักหน่อย ด้วยการไปเยี่ยมเยียนที่บริษัท อย่างน้อยก็ได้ดูลาดเลาพี่ดินไปในตัว

คิดวกไปวนมาอยู่สักครู่ เธอก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

เช้านี้ม่านฝนก็ไม่อยู่บ้านอีกแล้ว…

มาสอาภารู้สึกตัวตื่นตอนราวๆ แปดโมงครึ่ง เธอรีบจัดการทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ ก่อนจะออกมาจากห้อง

อยากจะเมินอาหารเช้าที่นัง…เอ่อ ยัยพี่สาวเจ้าของร่างทำไว้ให้ แต่คนเราจะต้องยึดคติที่ตั้งมั่นไว้สิ

อาหารเช้าสำคัญที่สุด

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ไม่มีอะไรตกถึงท้อง สมองไม่แล่น

วันนี้ต้องใช้สมองเยอะด้วย…กินสักหน่อยก็แล้วกัน

หลังจากจัดการอาหารบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว มาสอาภาก็ทำแบบเมื่อวาน ตรวจสอบหน้าต่าง ประตูทุกบาน แล้วล็อกกลอนจากด้านใน

“อรุณสวาทจ้ะที่รัก” เสียงทักพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงใคร

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณไวน์” มาสอาภาทักตอบเพื่อนบ้านด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะมองเลยไปที่ผู้ชายตัวโตซึ่งยืนอยู่ฝั่งคนขับรถ “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณ…ปราณ”

เรียกแค่นี้ก็พอ เรียกดับปราณเต็มยศ แลดูมืดตึ๊ดตื๋อเหลือเกิน

“แหม วันนี้ดูอารมณ์ดีกันนะยะ ทั้งเธอแถวนั้น ทั้งลุงแถวนี้ ต่างดูมีความสุข สดชื่น รื่นเริงใจกันไม่น้อย หน้าตาเบิกบานเป็นจานเชิง” วายชีวาหรี่ตามองสลับไปมา “ดู ยู แฮฟ ซัมติง จิงเกอเบล กันหรือเปล่าน้า”

“คุณไวน์ ซัมติงอะไรกัน พูดไปเรื่อย” มาสอาภาหน้าแดงก่ำ เสหัวเราะกลบเกลื่อน ขณะมองริมฝีปากของยมทูตหนุ่มไม่วางตา แล้วเผลอเม้มปากตัวเองเข้าหากัน

“อุ๊บ…จูปาจุ๊บกันแล้วแน่ๆ มีเหลือบมองปากลุงเขาแล้วแอบขง แอบเขิน ถามจริงได้ลูบ ได้คลำ ได้ไล้วนบนซิกซ์แพ็กของลุงหรือยัง แน่นปั๋งเด้งดึ๋งสู้มือมากแน่เลย ฉันคิดไว้อยู่แล้ว เอ่อ…ว่าแต่ลุงเขาแซ่บไหมเธอ บอกฉันหน่อยสิยัยมาส”

“เอาถุงดำครอบหัวอีกรอบไหม” ดับปราณถามตัวปั่นปากแจ่มเสียงขรึม

วายชีวาทำตาโต แหวใส่จอมข่มขู่

“อีลุง ฉันช่วยลุงทุกอย่าง ยังจะมีหน้ามาเอาถุงดำครอบหัว เดี๋ยวเหอะ ฉันจะฟ้องพี่ชายฉันแน่ๆ”

“เมื่อวานฉันบอกเขาไปแล้ว เขาหัวเราะจนหงายท้อง พร้อมชมฉันด้วยว่าเยี่ยมมาก” ดับปราณแจ้งข่าวให้ยมทูตขี้ฟ้องหน้าตาเรียบเฉย

“ไอ้เจ้านั่นมันวอนหาเรื่อง…ไอ้… ”

แล้ววายชีวาก็สบถออกมาอีกมากมาย จนมาสอาภาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ เพราะรู้ว่า ‘เจ้านั่น’ ที่อีกฝ่ายกำลังอวยพรยกใหญ่เป็นใคร…ยิ่งใหญ่แค่ไหนในโลกหลังความตาย

“เรื่องปกติภายในครอบครัวน่ะ ไม่ต้องตกใจ ปกติเขาหยอกล้อกันแรงกว่านี้… ” ยมทูตหนุ่มบอกมาสอาภาเสียงขรึม “ขึ้นรถเถอะ ออกเดินทางสายกว่านี้ รถติดแน่ๆ”

 

การจราจรช่วงราวๆ เก้าโมงกว่าค่อนข้างหนาแน่นเป็นปกติ เหตุการณ์รถติดเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะมนุษย์หรือยมทูต

“ลุง เราพารถวาร์ปไปเลยได้ไหมอะ น่าเบื่อจัง ขยับได้ทีละจิ๊ดเอง” วายชีวาเสนอทางออกง่ายๆ ก่อนจะร้องตกใจที่จู่ๆ รถคันข้างๆ ก็เบียดหัวรถทิ่มจะมาแทรกด้านหน้า “เฮ้ย! ไอ้เวรนี่ขับรถยังไงวะ…เดี๋ยวลงไปแจกดอกไม้สักหน่อยดีมั้ง”

“ใจเย็นหน่อยวัยรุ่น” ดับปราณหัวเราะขำกับท่าทางหัวร้อนของรุ่นน้อง “แล้วจะให้วาร์ปไปทั้งรถ คือเธอลืมไปหรือเปล่าว่า สมัยนี้เขามีกล้องติดหน้าหลังรถยนต์เกือบทุกคันแล้วนะ อยากออกข่าวเรื่องแปลกผ่านจอเหรอ”

มาสอาภาหัวเราะจนตัวโยน ขณะจินตนาการว่ารถทั้งคันหายไปจากท้องถนนอันแสนวุ่นวาย

“ถ้าวาร์ปไปจริงๆ รถคันข้างๆ กับคันข้างหลังเราคงตกใจแน่ๆ ค่ะ”

“ก็…มันน่าเบื่ออะ” วายชีวาซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง ทำปากยื่นใส่มือใหญ่ที่กุมมือบางไว้ตลอดการเดินทาง “แล้วก็หมั่นไส้คู่รักหวานแหววประจำปีนี้ด้วยอะ นี่เธอ…ลุงเล่าให้ฟังหมดหรือยังว่าเขาทำเพื่อเธอมากขนาดไหนฮะมาสอาภา”

คนถูกถามพยักหน้าเร็วๆ “เล่าแล้วค่ะคุณไวน์ ฉันถึงได้ยิ้มไม่หุบอยู่นี่ไง คุณปราณรักฉันมากจริงๆ นะ ขอบคุณนะคะ” ประโยคท้ายเธอหันไปยิ้มหวานให้ ‘คุณปราณ’

“พวกคลั่งรัก…น่าเบื่อมาก เหม็นความรักคละคลุ้งไปหมดทั้งรถแล้ว” เจ้าหล่อนบ่นพึมพำ “ถึงรถจะติด ขยับได้ทีละนิด พวกเธอก็ยินดีปรีดาสินะ แต่ฉันไร้คู่ อยู่เปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ชนลี่ก็ไม่อยู่ เหงาจริงจัง”

“ทำไมพูดมากขนาดนี้”

“พวกมีคู่ บ่ฮู้ดอก”

มาสอาภาขำกับการทุ่มเถียงอย่างไม่มีใครยอมใครระหว่างยมทูตทั้งสองตน จนกระทั่งรถมาถึงจุดหมายปลายทาง คือลานจอดรถของบริษัทแสงสยาม เบฟเวอเรจ

“แล้วเธอจะเข้าไปหาพี่ชายบุญธรรมนั่นได้ยังไง” วายชีวาที่นั่งเบาะหลังถามขึ้น หลังจากมาสอาภาเล่าคร่าวๆ ถึงเรื่องที่ภาณุรุจสารภาพเมื่อวานนี้ให้ฟัง “จะเดินไปบอกโต้งๆ ถามเขาซื่อๆ ตรงๆ คงไม่ได้ไหม ใครมันจะโง่บอก”

“ฉันว่าจะเข้าไปปั่นหัวไอ้พี่รุจ แล้วให้ไอ้พี่รุจไปหาพี่ดิน แล้วคุณพาฉันไปแบบล่องหนได้ไหม เราไปแอบในห้องทำงานพี่ดินกัน ให้เขาเถียงกัน คุยกัน เผื่อเราจะได้ยินข้อมูลอะไร”

“จะเอาแบบนั้นเหรอ” ดับปราณเลิกคิ้วถามมาสอาภาที่นั่งเบาะข้างคนขับ

“ชอบวิธีนี้ก็บอกมานะลุง ไม่ต้องมาเก๊กเนียนถามเขา แหม…ตาเยิ้มเชียวนะ” วายชีวาเบะปากรู้ทันใส่ดับปราณ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มไหล่คนเสนอความคิดเรื่องให้ยมทูตพาล่องหนไปในห้องทำงานพี่ชาย เพื่อล้วงความลับ “ยัยมาสเธอพลาดแล้วละ วิธีที่เธอเสนอออกมานี้มันเข้าทางลุง ได้กอดแฟนไว้แน่นๆ ยืนซบกัน อกชนอก คงจะได้เรื่องได้ราวได้ความลับออกมาหรอกย่ะ ได้แค่ล้วงอย่างอื่น!”

“คุณไวน์! พูดอะไรออกมา จะล้วงอะไรกัน” มาสอาภาหน้าแดงแจ๋ ใครจะไปรู้กันเล่า…ว่าวิธีล่องหนต้องแนบแน่นแบบนั้น เข้าใจว่าพาไปยืนเก๋ๆ ที่ไหนสักแห่งแต่ไม่มีใครเห็น อะไรแบบนี้ต่างหาก!

“ถ้าเราทำเอง…หมายถึงไปตามที่ต่างๆ โดยไม่ให้ใครเห็น…ทำได้ แต่ถ้ามีมนุษย์…เวทมนตร์ล่องหนจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ…กายนั้นต้องอยู่ชิดกันแบบแนบแน่น” ดับปราณอธิบายวิธีการ ‘ล่องหน’ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จนมาสอาภาเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้าร้อนผ่าว จินตนาการเริ่มเตลิด

“ทำไมฟังลุงพูดวิธีล่องหนแล้วมันเซ็กซี่ขยี้ใจจังอะ ส่วนเธอ…อยากล่องหนกับเขาก็พูดไปตามตรงยัยมาสเอ๋ย ลุงเขาพร้อมพลีกายให้เธอตลอดนั่นแหละ” วายชีวายังกระหน่ำแซวไม่ยั้ง “แต่ถ้าให้ดี รออีกนิดกันเถอะจ้ะพ่อจ๋าแม่จ๋า พอทุกอย่างคลี่คลาย เข้าที่เข้าทาง อยากจะล้วง จะควักกัน ก็ตามสบาย”

“ถุงดำสองใบ ครอบตามด้วยถุงใสอีกชั้น ทุบให้น่วมสักสามสี่ที แล้วค่อยส่งไปเฝ้าสวนฤทัยสวรรค์” ดับปราณเอ่ยลอยๆ ทำเอายมทูตปากดีถึงกับยกมือปิดปากตัวเองแน่น แต่ไม่วายส่งสายตาขุ่นใส่รัวๆ

“ลุง มีความหลังอะไรฝังใจกับถุงดำปะเนี่ย” วายชีวาที่โดนขู่ตวาดถามเสียงดังลั่น ก่อนจะหันไปยุยงมนุษย์คนเดียวในรถคันนี้ “ร้ายกาจมาก เปลี่ยนแฟนเถอะเธอ ลุงเขาร้ายเกินไป ไม่เหมาะกับผู้หญิงสวยๆ ดีๆ แจ่มๆ แบบเธอหรอกยัยมาส”

มาสอาภาหัวเราะร่วน แล้วตอบออกไปด้วยดวงตาวิบวับเป็นประกาย “พอดีผู้หญิงสวยๆ ดีๆ แจ่มๆ แบบฉัน ชอบพระเอกร้ายๆ อะค่ะคุณไวน์”

 



Don`t copy text!