เมฆพรางจันทร์ บทที่ 30 : Secret Boss

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 30 : Secret Boss

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

ทุ่งหญ้าสีเขียวละมุนปรากฏในสายตาของมาสอาภา เธอยิ้มขณะมองไปรอบกาย ที่มีแต่ความสวยงามของธรรมชาติ ลมพัดระรื่นชื่นใจ

สบายใจจัง…

จู่ๆ วงแขนอุ่นก็โอบรัดรอบร่างเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วๆ “สบายใจขนาดไหนก็ต้องกลับได้แล้ว”

“ทำไมล่ะคะ… อยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เหรอ” เธอเหลียวหน้าไปถาม ก่อนจะโดนขโมยหอมไปหนึ่งที “คุณขี้โกงจังค่ะ เดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็หอม ปล่อยเลยนะ”

“ปล่อยได้ยังไง ตามดูแลมาตั้งสามร้อยกว่าปีแล้ว”

“คำพูดนี้คุ้นจังเลย”

“กลับกันเถอะ พ่อ แม่ แล้วก็ ฉัน รอเธออยู่” เขาออดอ้อนเบาๆ พร้อมทั้งแนบริมฝีปากลงบนแก้มนุ่ม “เวลาใกล้จะหมดแล้ว วันนี้วันสุดท้ายนะ”

“กลับไปแล้วได้อยู่กับคนหล่ออย่างคุณ น่าสนใจมากค่ะ” พูดจบก็หัวเราะคิกคัก แล้วจู่ๆ วงแขนอบอุ่นก็หายไป รอบตัวเต็มไปด้วยมวลน้ำมหาศาล ความหนาวเย็นบาดผิวจนเจ็บร้าว หายใจไม่ออกเหมือนสำลักน้ำ เธอพยายามถีบตัวออกจากความอึดอัดนี้ ตะเกียกตะกาย ไขว่คว้า พยายามหาที่ยึดเกาะเพื่อจะให้กลับขึ้นไปอีกครั้ง

ไม่ ! เธอจะไม่ยอมจมน้ำเด็ดขาด

 

“อือ…” หญิงสาวขยับตัวอย่างลำบาก รู้สึกเจ็บแผลบริเวณชายโครง “โอ๊ย…”

“เมฆ… เมฆเป็นยังไงบ้าง” ม่านฝนผู้รับบทนางเจ้าน้ำตาคนเดิมโผเข้ามากอดรัดคร่ำครวญ มือบางจับมือเธอไว้แน่น เมื่อเห็นเธอฟื้นแล้ว “เมฆเอาตัวไปรับกระสุนทำไม เจ็บมากแน่ๆ”

หือ… ใครทำแบบนั้น

แต่ความเจ็บมันหลอกกันไม่ได้จริงๆ คิ้วเรียวขมวดเขาหากัน นิ่วหน้าก้มดูตัวเองที่อยู่ในชุดคนไข้

ว่าแต่เธอนอนไปกี่วันแล้ว

“เมฆสลบไปสามวันกว่าเลยนะ พี่ใจคอไม่ดีเลย” คนเป็นพี่สาวบอก

หา… ว่าไงนะ เดี๋ยวก่อน อะไร ยังไง ไขข้อข้องใจที

กรี๊ด ! ไม่นะ

“วันนี้วันที่เท่าไหร่”

ไม่สิ ! ไม่ได้ ฉันจะต้องกลับร่างให้ได้สิ ฉันจะตายไม่ได้

“วันที่ 31 สิงหา จ้ะ”

สามสิบเอ็ดสิงหา ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่า…

“ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

ม่านฝนมองนาฬิกาบนหัวเตียง แล้วตอบ “จะสองทุ่มแล้ว… ”

มาสอาภากลืนน้ำลายมองมือตัวเอง สำรวจนิ้วข้างซ้าย พบจุดสีดำเล็กๆ บนนิ้วนางนั้น เท่ากับว่าเหลืออีกหนึ่งภารกิจ กับเวลาอีกแค่ไม่ถึงสี่ชั่วโมง

เจ้าแห่งความตายเป็นพวกชอบความเจ็บปวดของผู้คนจริงๆ สินะ

“ฉันไม่ได้เป็นคนทำให้รถยัยมาสประสบอุบัติเหตุ ฝน… ม่านฝน พี่สาวแกต่างหากที่เป็นคนทำ!”

จู่ๆ คำพูดสุดท้ายของพสุธาก็ผ่านเข้ามาในหัว มาสอาภารอช้าไม่ได้แล้วจริงๆ จำเป็นต้องถามออกไป

“เธอ… รู้จักมาสอาภาใช่ไหม”

“ถามอะไรแปลกๆ น่ะเมฆ”

“ฉันถามว่ารู้จักใช่ไหม !”

คนถูกถามกะพริบตาที่โดนน้องสาวตะคอก แต่ก็ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รู้จักสิ ว่าที่เมียคุณรุจไง”

“เธอเป็นคนทำให้รถมาสอาภาประสบอุบัติเหตุใช่ไหม”

“ถามอะไรออกมาน่ะเมฆ” ม่านฝนถามกลับ ดวงตาสงบนิ่งมาก ไม่มีร่องรอยความหวั่นไหวใดๆ  ราวกับรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงสักวัน “ใครบอกเมฆเหรอ”

“ฉันถามว่าเธอเป็นคนทำใช่ไหม”

“ใช่ พี่เป็นคนทำเอง”

คำตอบนั้นเหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางหัวใจของมาสอาภา มองคนตอบด้วยสายตาแปลกใจระคนงุนงง

นี่เธออยู่ในร่างของน้องสาว… ของคนที่คิดฆ่าเธองั้นเหรอ

โหดร้ายเกินไปหรือเปล่า…

“พี่ทำแล้วยังไง พี่ไม่แคร์หรอกนะเมฆ ไม่มอบตัวด้วย”

โห… ชีมั่นมากจ้า มงหน้าด้านลงหัวไปเลย

กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอและกลั้นใจถามออกไป

“ทำร้ายมาสทำไม”

“ใครใช้ให้ผัวพี่เกลียดมันล่ะเมฆ”

“หือ ว่าไงนะ ผัว… ไอ้พี่รุจมันเกลียดฉัน เอ่อ มาสเหรอ”

ม่านฝนยักไหล่ ขณะร้องออกมาเหมือนนึกขึ้นได้ “โอ๊ะ… ลืมไป นั่นก็ผัวอีกคน”

“ไม่เข้าใจ ผัวอีกคน… ไอ้พี่รุจคือผัวอีกคนของเธอ แล้วผัวที่เกลียดมาสอาภาคือใคร”

“สับสนมากเลยเหรอเมฆ” คนหน้าหวานยิ้มเยือกเย็น “พี่จะบอกความลับให้ฟัง ผัวพี่คือคุณดินต่างหาก”

มาสอาภากำลังงงมาก ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตนี้… วันนี้งงที่สุด

“แล้วพี่รุจ… ”

“แหม ถ้าให้สารภาพตามตรงคือพี่ไม่ได้รักคุณรุจเท่าคุณดิน ไม่อย่างนั้น… พี่คงยอมทนให้เขาแต่งงานกับยัยลูกเศรษฐีนั่นไม่ได้หรอก แต่แบบพอดีเลย ถ้าแผนไม่พังเสียก่อน พี่รักคุณดิน แล้วคุณรุจแต่งงานกับมาสอาภา พอมาเจอกัน คงแปลกๆ ดีเนอะ คุณรุจเองก็คงงงๆ ว่า อ้าว… ตัวเองก็ถูกหลอกด้วยเหรอ แต่ก็สมควรนะเมฆ”

แล้วจู่ ๆ ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก ภาณุรุจส่ายหน้าไปมาราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

“ฝน… คุณพูดอะไรออกมา” คนมาใหม่เอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ เขายืนฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่หน้าประตูสักพัก “คุณกับ… ไอ้ดิน”

“แหม… รู้ความจริงแล้ว ไม่สนุกแล้วสิแบบนี้” ม่านฝนจอมแอ๊บบิดริมฝีปากนิดหน่อย “ทีคุณยังเตลิดไปกับยัยมาสได้เลย อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าคุณก็ชอบมัน”

“ผมยอมรับว่าแรกๆ ผมชอบมาสบ้าง… นิดหน่อย แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับที่รู้สึกกับคุณไง คุณทำลงไปได้ยังไง คุณมีผม เรารักกันไม่ใช่เหรอฝน ไหนจะลูก…”

“ลูกฉัน… ฉันมันผู้หญิงเลว ฉันก็คงยืนยันว่าระหว่างที่มีคุณ ฉันก็มีคุณดินด้วย ฉันรักพวกคุณทั้งคู่ ต่างกันแค่มากกว่ากับน้อยกว่า อย่ามาบังคับให้เลือก… ฉันเลือกไม่ได้”

เอ้า… อินเทรนด์ไปอีก

คนนอนบนเตียงคนไข้ยังคงพยายามจับต้นชนปลาย แต่คนที่ช็อกที่สุดเห็นจะเป็นภาณุรุจ เธอเห็นเขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง ร้องไห้ออกมาแบบสุดกลั้น… น่าจะกำลังจุกมากกับผลกรรมที่ได้รับตอนนี้

มาสอาภาอโหสิกรรมให้ภาณุรุจเงียบๆ  เพราะตัวเองยังคงงงงันมากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปคือม่านฝนไม่ใช่ลาสบอส แต่เป็นบอสลับ… เป็นคนทำให้รถของเธอเกิดอุบัติเหตุ เพราะอยากจะเอาใจคนรักที่ถูกฝังหัวมาให้เกลียดชังน้องสาวอย่างเธอ

“เธอควรขอโทษฉันสักหน่อยไหม” คนนอนเจ็บบนเตียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ทำอะไรแบบนี้ลงไปได้ยังไง ไม่อายบ้างเหรอ ทำร้ายฉันได้ยังไง”

“เมฆ… ถึงพี่จะรักผู้ชายทั้งสองคน แต่สุดท้าย… พี่ก็เลือกรักเมฆคนเดียว เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง ไม่ต้องไปนับคนอื่น…” ม่านฝนยังคงบอกอย่างอ่อนหวาน “ยังไง พี่ก็ไม่มีวันทำร้ายน้องสาวคนเดียวของพี่แน่นอนนะเมฆ ส่วนตัวพี่ ถ้าน้องคิดว่าพี่เลว พี่ก็คงไม่ควรอยู่ต่อไปหรอกเนอะ ยิ่งตอนนี้คุณดินก็ถูกควบคุมตัว ดำเนินคดีหลายข้อหาไปแล้วอีก พี่คงทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”

เดี๋ยวนะ…

พูดแบบนี้คือจะฆ่าตัวตายกันอีกแล้วใช่ไหม

“จะทำอะไร”

ไอเย็นเริ่มขมวดวงล้อม แผ่กระจายในห้องพักผู้ป่วย เหลือบไปเห็นดอกฤทัยธุวากำลังเริ่มบานช้าๆ เมื่อคมมีดปลายแหลมที่ม่านฝนถือไว้ เริ่มบาดลงบนผิวข้อมือบาง ม่านฝนยังคงยิ้ม “ลาก่อนนะเมฆ เจอกันเมื่อไหร่ พี่ขอเกิดเป็นพี่น้องกับเมฆอีกนะ”

“อย่า… ฝน ! อย่าทำ !” ภาณุรุจร้องลั่น ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเลือดสดๆ เริ่มไหลออกมาจากข้อมือบาง แต่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้มากกว่านี้ กลัวเธอจะกดมีดลงหนักมากกว่าเดิม

มาสอาภาส่ายหน้าไปมา กลืนน้ำลายมองดอกฤทัยธุวาที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นม่วงเข้ม แย้มกลีบเบ่งบาน พร้อมกับพลังงานชีวิตของม่านฝนที่ใกล้ดับสูญ

“อย่า !”

ถึงจะเจ็บชายโครงจากแผลที่โดนยิง มาสอาภาก็กัดฟันทน เหลียวซ้ายแลขวาหาเครื่องทุ่นแรง…

ยังไงเธอจำเป็นต้องช่วยชีวิตที่ห้า ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายในร่างนี้

แม้ลังเลอยู่สักพักว่า ควรจะ ‘ช่วย’ หรือ ‘ไม่ช่วย’ ปล่อยให้อีกฝ่ายตายไปเลยตามที่ใจประสงค์

เพราะเจ้าหล่อนก็ทำร้ายเธอเจ็บแสบสาหัสเหลือเกิน

ทว่าทุกชีวิตมีคุณค่า และม่านฝนก็น่าจะได้รับผลจากการกระทำของตัวเองแล้ว

ม่านเมฆ คือ บทลงโทษที่หนักหนาของพี่สาวที่รักน้องสาวมากคนนี้

ภาณุรุจตะลึงงันที่เห็นม่านเมฆขว้างแอปเปิลบนหัวเตียงไปโดนมือสั่นเทาของม่านฝนได้พอดิบ

พอดี เขารีบผวาเข้าไปหยิบมีด ขว้างทิ้งไปให้ไกล

“ฝน… ฝน” ชายหนุ่มร้องไห้ ผวาเข้าไปโอบประคอง ระหว่างมองหาผ้า หรือ อะไรที่จะกดปากแผลห้ามเลือดไว้

มาสอาภารำคาญ จึงโยนผ้าขนหนูผืนเล็กลงไป อดีตคู่หมั้นมองมาอย่างขอบคุณ ต่อจากนั้นไม่ถึงนาทีความโกลาหลก็เกิดขึ้น พยาบาลเข้ามาจัดการดูแลความเรียบร้อย ด้วยการพาคนเจ็บไปรักษาตัวต่อที่ห้องฉุกเฉินด้านนอก เพราะก่อนจะขว้างแอปเปิลไปนั้น เธอกดปุ่มฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว

หญิงสาวมองดอกฤทัยธุวาที่เกือบจะกลายเป็นดอกบานสีม่วงเข้มสลายลงทีละน้อย พร้อมกับความร้อนวูบไปทั่วทั้งตัว จึงหงายมือตัวเอง เพื่อดูจุดสีดำเล็กๆ บนนิ้วก้อย

ความยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอแวบเดียว ก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากร่างอย่างรุนแรง



Don`t copy text!