MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 15 : ดอกกุหลาบยามเช้า

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 15 : ดอกกุหลาบยามเช้า

โดย : แสนแก้ว

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า?  โดย แสนแก้ว หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน จึงตัดสินใจเข้าอบรมในโครงการ อ่านเอา ก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกลับไปเขียนนวนิยายจนจบเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ และนี่คือ นิยายออนไลน์ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

– 15 –

ธีระกับเก็จดาวกลับเข้ากรุงเทพฯ ในตอนเช้าตรู่ เขาไปส่งเธอที่บ้านก่อนแล้วจึงกลับมาพักผ่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดฯ เหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตาก็ยังตามประณามเขาอยู่ แม้ว่าหญิงสาวจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดใสร่าเริงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชายหนุ่มให้อาหารเจ้าปลาตัวน้อยใหญ่ ซึ่งแหวกว่ายสะบัดหางพลิ้วไหว อวดสีสันสวยงามราวกับจะทักทายและบอกคิดถึงในหนึ่งวันที่เขาไม่อยู่

เขามองเพลินตา พลางปล่อยใจล่องลอยไป หากลองแทนตัวเองเป็นผู้หญิงแล้วรักใครสักคน จนแต่งงานเป็นของคนคนนั้นไปชั่วชีวิต ใครบ้างจะหวังได้คนจนซึ่งมีชีวิตผันแปรไม่แน่นอนมากกว่าคนรวยซึ่งมีทรัพย์สินพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ปิดความเสี่ยงได้ทุกเรื่อง…และใครบ้าง จะหวังได้ผู้ชายอย่างเขาที่แค่ตัวเองยังเอาแทบไม่รอด

เขาคิดผิดไป…มัวแต่ผูกความจนความรวยให้เป็นเรื่องของความสุขสบาย โก้หรู จนลืมนึกไปว่ามันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชีวิต และแสดงถึงวุฒิภาวะด้วยว่าใช้เงินเป็นหรือไม่ รู้จักใช้ ออม และลงทุนต่อยอดหรือเปล่า

เขานึกถึงเอกอักษร เพื่อนสาวที่ไม่ยอมนั่งรถไฟฟ้าเวลาถนนโล่ง ยอมนั่งคอยรถเมล์จนเขาทนไม่ได้ ต้องไปรับมาส่งที่บ้าน เขาแน่ใจว่าเงินเดือนของเพื่อนน้อยกว่าของเขา แต่ก็แน่ใจอีกเช่นกันว่าเงินเก็บของเธอมีมากกว่า

ส่วนเก็จดาว สาวน้อยผู้มีรอยยิ้มหวานสดใสเหมือนไอศกรีมหวานเย็น เขาไม่รู้เรื่องราวในอดีตมากไปกว่าที่เธอเล่า รู้เพียงว่าทางบ้านค่อนข้างมีฐานะ แต่เก็จดาวก็ยังพยายามประหยัดเมื่อประหยัดได้ ในทางกลับกันก็มีน้ำใจกับผู้อื่นตามสมควร ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว

แล้วตัวเขาเองเล่า พอเงินเดือนกับค่าคอมมิชชันออก หักค่าผ่อนคอนโดฯ ไปแล้วก็แทบใช้ไม่พอ  ดูแลตัวเองยังแทบไม่รอด แล้วจะมีสาวใดมาฝากชีวิตไว้ให้ ธีระหันไปมองฝูงปลาสวยงามในตู้ปลาอีกครั้ง พลันเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

ธีระเข้ามาทำงานในตอนบ่าย พี่เป้ย เลขาฯ สาวสวยกำลังเดินแจกของขวัญบัดดี้อยู่พอดี เก็จดาวซึ่งเข้าออฟฟิศแล้วเช่นกันได้รับชุดน้ำมันหอมระเหยยี่ห้อดัง พวกเพื่อนๆ แก๊งสาวนักการตลาดมุงดูกันใหญ่ แถมยังกรี๊ดกร๊าด แซวกิ๊วก๊าวว่าบัดเดอร์เป็นห่วงเป็นใย อยากให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวยามพักผ่อนหลังเลิกงาน เขาได้แต่ทำปากยื่น ใครจะไปรู้ว่าไอ้เจ้าน้ำมันหอมระเหยนี่อาจเป็นของลดราคา โละล้างสต๊อกอยู่พอดีก็ได้

ส่วนไอ้เอ เพื่อนรักก็นั่งยิ้มแป้นรอพี่เป้ยยังกับหมารอขนม มันได้รับการ์ดใบหนึ่งทำจากกระดาษเอสี่แกรมหนาพับครึ่ง ด้านหน้ามีเส้นขีดขวางแบ่งเป็นสองส่วน และมีรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ อยู่ริมซ้ายช่องละหนึ่งอัน พอเปิดออกกลับไม่พบข้อความอะไร เว้นแต่ดอกจันดวงหนึ่งซึ่งอยู่ค่อนไปทางด้านบน เพื่อนเขาพลิกไปพลิกมาครู่หนึ่งก็ดีดนิ้วเป๊าะ

“รู้แล้ว!”

“อะไรของบัดเดอร์แกวะ ลายแทงสมบัติรึไง” เขาถามพลางจ้องมองการ์ดหน้าตาพิลึก

เอกอักษรไม่ตอบ แต่ลุกไปในครัว แล้วกลับออกมาพร้อมไอศกรีมควอร์ตเล็กๆ ยิ้มกรุ้มกริ่มดูถูกอกถูกใจ

“การ์ดของคุณบัดเดอร์จริงๆ แล้วบอกใบ้ว่าเป็นตู้เย็น ดอกจันข้างในบอกตำแหน่งของขวัญว่าอยู่ในช่องฟรีซ” เพื่อนสาวอธิบายแล้วก็ตักไอศกรีมเข้าปากท่าทางมีความสุข สมแล้วที่เป็นแฟนตัวยงของเจ้าหนูน้อยยอดนักสืบ โคนันคุง

มีเสียงฮือฮาดังมาจากแผนกขายต่างประเทศ ธีระเดินไปดูก็พบ ‘ขนมจาก’ ถุงใหญ่สัก 50 ชิ้นได้  วางยาวอยู่เต็มโต๊ะของภูวิศ ขนมพื้นบ้านห่อด้วยใบจากสีเขียวเข้มส่งกลิ่นหอมกรุ่น มีกระดาษใบน้อยเขียนไว้ว่า ‘ขนมคิดถึง’

เพื่อนๆ เซลส์ต่างประเทศแซวภูวิศกันใหญ่ ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มอย่างปั้นหน้าไม่ถูก ธีระหัวเราะหึในใจ ไม่รู้ว่าบัดเดอร์คิดยังไงถึงได้ซื้อขนมพื้นบ้านมาให้คุณชายไฮโซ ภูวิศหยิบขึ้นมาดูชิ้นหนึ่งก็วางลงแล้วหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือที่ติดมันจากขนม ออกปากแจกให้เพื่อนฟรีๆ ก็ยังมีคนรับบ้างไม่รับบ้าง จนเหลือกองไว้เต็มถุง

ธีระเห็นดังนั้นก็เข้าไปช่วยเคลียร์ขนม หยิบมากินเองถึงห้าชิ้น เขาไม่เห็นว่าเจ้าขนมบ้านๆ ที่ห่อใบไม้ ปิ้งไฟ และมีน้ำมันเยิ้มติดมืออย่างขนมจาก หรือที่บางคนล้อเลียนว่าเป็น ‘ขนมคิดถึง’ นี้จะน่ารังเกียจตรงไหน กินไปกินมาเขาก็ชักจะ ‘คิดถึง’ บัดเดอร์ของตัวเองบ้าง นับจากวันนั้นที่มีปัญหากัน บัดเดอร์ก็ไม่ให้ของ ไม่ส่งการ์ด ไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขาอีกอย่างที่อนุธิดาว่าจริงๆ

ครั้นแล้วภาพดวงหน้าสวยผ่องใสทว่าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเว้าวอนของอนุธิดาก็มาปรากฏชัดขึ้นในความทรงจำ ดวงตาแดงก่ำฉ่ำด้วยน้ำตายามที่เธอเอ่ยปากขอโทษแทนบัดเดอร์นั้น เขายังจำได้ไม่เคยลบไปจากสายตา ชายหนุ่มถอนใจแผ่วเบาแล้วไปหยิบขนมจากมาอีกห้าชิ้น ภูวิศขอบคุณเขาใหญ่ที่ช่วยระบายของ ธีระหัวเราะแทนคำตอบ แล้วกลับมาเขียนกระดาษโพสต์อิทที่โต๊ะตัวเอง

ถึง บัดเดอร์

หายไปไหน แน่จริงก็มาแกล้งกันอีกสิ

โดนแน่!

จาก ธีระ

ชายหนุ่มหิ้วถุงขนมจากไปหาเปรมยุดา แต่เมื่อเห็นเลขาฯ สาวยุ่งอยู่กับงานตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนใจ วกกลับมาที่โต๊ะของอนุธิดา หญิงสาวออกไปพบลูกค้า แต่โน้ตบุ๊กยังวางทิ้งไว้แสดงว่าคงจะกลับเข้าออฟฟิศอีกทีตอนเย็นๆ

แล้วเขาก็วางถุงขนมจากไว้ข้างๆ โน้ตบุ๊กนั้น

 

เช้าวันใหม่ อนุธิดามาถึงบริษัทค่อนข้างเร็วเพราะรถไม่ติดมาก แต่ยังไม่อยากขึ้นอาคาร จึงนั่งอยู่ในรถซึ่งจอดสนิท หยิบกระดาษโพสต์อิทใบน้อยอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

เธอหยิบซองสีครีมขึ้นมาจากกระเป๋า เขียนจ่าหน้าถึงธีระ แล้วอมยิ้มพลางเขียนด้านหลังว่า

ระวังท้องแตก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

 

ยามบ่ายอันวุ่นว่ายด้วยผู้แทนขายหลายคนเตรียมตัวออกพบลูกค้า บ้างก็เตรียมเข้าประชุม บางกลุ่มเพิ่งกลับมาจากกินข้าวกลางวันเสร็จ ธีระไม่สนใจใคร ตั้งใจทำงานขะมักเขม้น รู้ตัวอีกทีก็เห็นพี่เป้ยเดินผ่านหน้าไปแจกของขวัญ เขาเหลือบมองแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าลุยทำรายงานต่อ

แล้วทันใดนั้นเอง ซองสีครีมก็ถูกยื่นมาตรงหน้า เขาเงยขึ้นก็พบรอยยิ้มของพี่เป้ยรออยู่

“ของตี๋จ้ะ”

เขารับมา มันนานมากแล้วที่ไม่ได้รับของขวัญจนคิดว่าคงจะไม่ได้อีกแล้ว พลิกอ่านด้านหลังแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก พอเปิดดูข้างในจึงพบว่า มันคือบัตรรับประทานบุฟเฟต์นานาชาติที่โรงแรมชื่อดัง ชายหนุ่มหัวเราะออกมาได้ในที่สุด บัดเดอร์คงรู้ว่าเขาชอบกิน หรือไม่ก็หลอกด่าว่าเป็นจอมตะกละ หรือก็อาจจะทั้งคู่

 

เอกอักษรกลับจากพบลูกค้าก็พอดีเวลาเลิกงาน จึงแวะเข้าห้างสรรพสินค้าเดินเล่นซื้อของ เมื่อวานนี้คุณบัดเดอร์ให้ไอศกรีมเธอ เธอจะแต๊งค์เขาด้วยอะไรดีระหว่างขนมแปะก๊วยจักรพรรดิกับหมูกระจก น้ำพริกหนุ่ม เดินวนรอบบูธขายสารพัดอาหารและขนมอยู่สามรอบ ก็ตัดสินใจซื้อชุดหมูกระจก ของดีจากเมืองเชียงใหม่ หยิบมาอีกชุดหนึ่งสำหรับให้คุณพอร์ชด้วย ขณะจ่ายเงินก็อดนึกขำตัวเองไม่ได้ที่คิดแต่จะหาซื้อของให้คุณบัดเดอร์ ความจริงเธอมีหน้าที่ต้องเทกแคร์คุณพอร์ชซึ่งเป็นบัดดี้ต่างหาก…มิใช่หรือ

ในยามนี้เมื่อพูดถึงคุณบัดเดอร์แล้ว เธอก็รู้สึกอบอุ่นได้เต็มหัวใจจริงๆ ในจินตภาพมีเพียงภาพหมีบราวน์ที่กะพริบตาปริบๆ ให้เธอ ไม่มีเงาของตี๋ใหญ่มาซ้อนทับอีกต่อไปแล้ว เพื่อนรักก็จะยังเป็นเพื่อนเธอเสมอ ส่วนคุณบัดเดอร์ก็เป็นกำลังใจสำคัญที่รู้จักรู้ใจกัน แม้จะไม่เคยพบกันแม้สักครั้งเดียวก็ตาม

 

ช่วงนี้เอกอักษรมาทำงานเช้าชนิดที่มาเปิดออฟฟิศเลยก็ว่าได้ เพราะงานเซลส์ตำแหน่งใหม่ก็ยังมีเรื่องอีกมากให้ต้องเรียนรู้ ส่วนงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขายเดิมยังไม่มีใครมาแทน เวลาทำงานปกติจึงน้อยไปเลยสำหรับการทำงานควบสองหน้าที่ ถึงแม้จะหนักเอาการอยู่ แต่อย่างน้อยที่สุด เธอก็มีดอกกุหลาบพร้อมการ์ดเล็กๆ ของคุณบัดเดอร์วางไว้ให้บนโต๊ะทำงานทุกเช้า แทนกำลังใจให้สู้ต่อไป ไม่ยอมแพ้

เธอลูบกลีบกุหลาบแผ่วเบา จรดริมฝีปาก แล้วสูดกลิ่นหอมล้ำลึกเข้าสู่กลางหัวใจ เริ่มอยากรู้อีกครั้งแล้วสิว่า ใครคือคุณบัดเดอร์ผู้แสนหวานโรแมนติกที่มาวางดอกไม้ให้ทุกเช้า

หญิงสาวตัดสินใจลงไปข้างล่างเพื่อสืบจากใครอีกคนที่มาเช้ากว่าเธอ หรืออีกนัยหนึ่งคืออยู่ที่นี่ตลอดคืนไม่ได้กลับบ้านเลย นั่นก็คือ คุณลุงวันชัย รปภ.รุ่นใหญ่ คนเก่าคนแก่ของบริษัทนั่นเอง

“คุณลุงๆ คะ” เธอส่งเสียงแข่งกับเพลงลูกทุ่งที่ดังมาจากในป้อม “ก่อนหนูมาถึงออฟฟิศ มีใครมาหรือยังคะ”

“โห คุณเอมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางขนาดนี้ ใครจะมาล่ะครับ” ลุงวันชัยหัวเราะจนเห็นฟันหลอ

“หนูว่าต้องมีแน่ๆ ค่ะ คุณลุงนึกดูให้หน่อยสิคะ อย่าบอกนะว่าลุงไม่เห็นเพราะลุงแอบหลับ”

“ไฮ้..ลุงไม่หลับหรอกน่า แต่จะว่าไป ก็มีอยู่คนหนึ่งนะที่หมู่นี้ชอบมาออฟฟิศเช้าๆ แต่มาแป๊บเดียวก็กลับออกไป บอกแค่ว่ามาเอาของที่ลืมไว้เฉยๆ”

เอกอักษรแทบปราดเข้าไปในป้อมยาม ยังดีที่รู้ตัวทันจึงยืนฟังอยู่นิ่งๆ

ไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องรีบร้อนมาเอาของที่ลืมไว้ ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องมาทำงานอยู่แล้ว ต้องเป็นข้ออ้างที่คุณบัดเดอร์ให้ไว้กับลุงวันชัยแน่ๆ

“ใครเหรอคะลุง คนคนนั้น”

ลุงวันชัยยิ้มกริ่ม “ก็…หัวหน้าคุณเอ คุณคณาธิปไงครับ”

‘พี่เติ้ง!’

เอกอักษรถึงกับผงะ ปลีกตัวหลบมาเงียบๆ ก้าวเดินเชื่องช้าราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่ขยับไปตามกลไกอัตโนมัติ  พลางคิดไปถึงเจ้านายหนุ่มใหญ่ผู้มีความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วไม่แพ้เซลส์หนุ่มๆ แถมยังดูเหนือชั้นกว่าด้วยประสบการณ์โชกโชน อย่างที่ตี๋ใหญ่ชอบชมบ่อยๆ ว่า ‘เก๋าเกม’

แม้ว่าตอนที่เธอเป็นเจ้าหน้าที่เอกสารจะไม่ค่อยได้คุยกับเขาสักเท่าไร เพราะเขาเน้นวางกลยุทธ์และแผนขายกับพวกเซลส์มากกว่า ปล่อยให้ทีมเอกสารทำงานหลังบ้านกันเอง หรือกระทั่งวันนี้ที่เธอได้มาเป็นเซลส์ ก็ยังไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเหมือนเซลส์คนอื่นๆ อยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ว่า พี่เติ้งเป็นผู้ใหญ่ใจดี อบอุ่น และเอาใจใส่ผู้อื่น…ไม่ต่างกับคุณบัดเดอร์

Don`t copy text!