MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 16 : จงมาเป็นพรีเซนเตอร์ซะดีๆ

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 16 : จงมาเป็นพรีเซนเตอร์ซะดีๆ

โดย : แสนแก้ว

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า?  โดย แสนแก้ว หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน จึงตัดสินใจเข้าอบรมในโครงการ อ่านเอา ก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกลับไปเขียนนวนิยายจนจบเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ และนี่คือ นิยายออนไลน์ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

– 16 –

เอกอักษรเพิ่งเสร็จจากพบลูกค้ากับคณาธิปผู้เป็นหัวหน้าในตอนเย็น ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบริษัท เจ้านายหนุ่มอาสาขับรถให้ พอเริ่มเข้าเขตเมืองหลวงเท่านั้น รถราก็ติดเป็นแพยาวเหยียด พร้อม ๆ กับท้องฟ้าที่เริ่มคลายสีส้มแดงลงจนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ไฟถนนส่องสว่างแทน

หญิงสาวลอบมองเจ้านาย เสี้ยวหน้าด้านข้างคมเข้มไม่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าเลยทั้งที่ตระเวนออกต่างจังหวัดพบลูกค้าด้วยกันทั้งวัน ส่วนเธอแม้จะอ่อนแรงลงไปบ้าง แต่ความตื่นเต้นที่ได้อยู่กับเขาสองต่อสองนั้นมีมากกว่า หญิงสาวหลับตาลงแล้วฟังเสียงหัวใจตัวเองว่ายามนั่งอยู่ข้างๆ พี่เติ้งอย่างนี้รู้สึกอย่างไร อบอุ่นหัวใจเหมือนตอนนอนคุยไลน์กับคุณบัดเดอร์หรือเปล่า

“หลับแล้วเหรอ” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ทักขึ้น ทั้งๆ ที่เงียบกันมาตลอดทาง

“เปล่าค่ะ เปล่า” เธอแทบสะดุ้ง

“พี่ท็อฟฟี่มาคุยด้วยหรือยัง”

หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ งงไปหมด “พี่ท็อฟฟี่นี่ใคร แล้วจะคุยกับเอเรื่องอะไรเหรอคะ”

“แสดงว่ายังไม่ได้มาคุยสินะ” เขาพึมพำ “พี่ท็อฟฟี่ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ไง เขามาคุยกับพี่ว่า จะขอตัวเอไปเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องดื่มตัวใหม่น่ะ”

เอกอักษรเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อหู “พรีเซนเตอร์แบบที่ดาวกับคุณพอร์ชเป็นเมื่อต้นปีน่ะเหรอคะ”

“ใช่ ที่จะถ่ายโปสเตอร์ ถ่ายโฆษณา แล้วก็ออกงานแสดงสินค้านั่นละ ตั้งแต่เอมาเป็นเซลส์ ดูเหมือนจะเป็นที่จับตามองมากเลยนะ ใครๆ ในบริษัทก็พูดถึงเอกันใหญ่ แต่ไม่ต้องห่วง พูดถึงในทางที่ดี เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ทำชีวิตให้ดีขึ้น ถึงขนาดพี่ท็อฟฟี่ยังต้องเกาะกระแส ชวนมาเป็นพรีเซนเตอร์นี่ไง”

จะว่าไปเธอก็เคยได้ยินเก็จดาวกับตี๋ใหญ่พูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ว่าตั้งแต่ยัยป้าหน้าแว่นสุดเฉิ่ม นั่งหัวฟูอยู่หลังกองเอกสารอย่างเธอ กลายร่างมาเป็นเซลส์สาวสวย สดใส น่ารัก มั่นใจ เธอก็กลายเป็นที่รู้จักของฝ่ายอื่นๆ ในบริษัท ถึงขนาดมีคนแอบทำรูปเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบันแล้วเมาท์กันสนั่นว่าเธอทำศัลยกรรมอะไรมาบ้าง

หญิงสาวไม่สนใจว่าใครจะว่าอย่างไร แต่แปลกใจว่าคนที่ซุกมุมออฟฟิศเงียบๆ มาตลอดอย่างเธอ กลายมาเป็นจุดสนใจได้เพียงแค่แต่งหน้ากับเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดทำงานเท่านั้นเองหรือ

“แล้วเอคิดยังไงที่พี่ท็อฟฟี่จะมาชวนไปร่วมงาน” เขาคงเห็นเธอไม่ตอบในทันที จึงขยายความ “อย่างเช่น ชอบ หรือไม่ชอบ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือต้องการรู้อะไรเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ”

“เอกำลังสงสัยค่ะ ว่าทำไมพี่ท็อฟฟี่ไม่เลือกคนสวยๆ หล่อๆ คนอื่นในบริษัท” เธอหัวเราะเขินๆ “ความจริงงานพรีเซนเตอร์นี้น่าสนใจมากนะคะ ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้ทำ แต่เอมีทั้งงานเซลส์ที่เพิ่งเริ่มไม่นานแล้วก็งานเอกสารที่ยังไม่มีคนมาทำแทน ถ้าเอรับงานพรีเซนเตอร์ด้วยอีก ก็กังวลว่าจะรับผิดชอบงานเดิมได้ไม่เต็มที่ เลยอยากทราบเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นเอก่อนค่ะ

ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นมากว่าต้องเป็นเอ ก็คงขอสละสิทธิ์ไปก่อน แต่ก็คงต้องเสียดายมากๆ เลย  แล้วพี่เติ้งล่ะคะ มองว่าเอควรรับงานนี้ไหมคะ”

“พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ๊ท็อฟฟี่ถึงเลือกเอ” เขาหันมายิ้มให้นิดหนึ่ง “คอนเซ็ปต์ของเครื่องดื่มตัวนี้คือการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วพี่ก็ได้เห็นว่าเอเปลี่ยนไปมากจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกนะ แต่เป็นบุคลิกและความคิดบางอย่างด้วย”

“เอ๋…จริงเหรอคะ” เธอไม่นึกมาก่อนว่าจะมาได้ยินอะไรแบบนี้จากพี่เติ้งผู้เป็นหัวหน้า

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลาที่พี่ถามความคิดเห็น เอมักจะตอบว่า ‘อะไรก็ได้ค่ะ’ หรือไม่ก็ ‘เดี๋ยวเอทำให้ค่ะ’ พี่รู้ว่าเอเป็นคนเก่ง ทำได้ทุกอย่าง ขอแค่พี่สั่งมาก็จะตั้งใจและอดทนทำให้ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็เพราะเอเป็นคนเก่งนี่แหละ พี่ถึงเสียดาย อยากให้เอแสดงความคิดเห็นบ้าง เพราะเอก็มีความคิดและมุมมองหลายอย่างที่หลายคนนึกไม่ถึง และบางทีพี่ก็อยากรู้ว่าเอต้องการอะไร”

“โห นี่แต่ก่อนเอเป็นแบบนั้นเหรอคะ เปลี่ยนไปมากจริงๆ ด้วย”

ชายหนุ่มหัวเราะ “ก็ใช่น่ะสิ ไม่รู้ตัวเลยเหรอ แต่พี่ชอบเอที่เป็นแบบนี้นะ”

หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ จากที่กำลังยิ้มหัวเราะไปกับเขาด้วยก็พลันเงียบเสียงไปคล้ายจะลืมหายใจ

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีกเพราะมาถึงบริษัทพอดี พี่เติ้งเก็บของเตรียมกลับบ้าน ส่วนเธอตั้งใจว่าจะอยู่เคลียร์เอกสารต่ออีกสักพักหนึ่ง แต่แล้วก็กลับพบว่ามีใครก็ไม่รู้สองสามคนนั่งล้อมวงกันอยู่แถวโต๊ะทำงานของเธอ

“ว้าย! น้องเอมาแล้ว”

ชายหนุ่มหน้าใสกิ๊ก ร่างสูงโปร่งเพรียวบาง ส่งยิ้มเจิดจ้าเดินยักย้ายส่ายสะโพกตรงมาหา เธอมัวแต่สะดุดตากับผมซอยสั้นสีเงินเหลือบเขียวของเขาจนไม่ทันได้ตั้งตัว

“พี่ชื่อพี่ท็อฟฟี่ค่ะ ขอเชิญน้องเอเข้าห้องประชุมทางนี้ก่อนเลยค่ะ ยังไม่รีบกลับบ้านใช่ไหมคะ”

“เอ่อ ไม่…ไม่รีบค่ะ”

“ดีมากค่ะ งั้นเชิญค่ะ พี่ขอคุยด้วยแค่แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ”  แล้วพี่ท็อฟฟี่ก็บุ้ยปากส่งสัญญาณให้ทีมงานอีกสองคนเข้าห้องประชุมเล็กไปก่อน เธอกะพริบตาปริบ ๆ แล้วตามเข้าไป

จริงอย่างที่พี่เติ้งว่า เจ๊ท็อฟฟี่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์มาทาบทามเธอให้เป็นพรีเซนเตอร์เครื่องดื่มตัวใหม่คือ ‘สปิริต ดริ๊งค์’ ซึ่งจับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงที่อยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง สินค้าตัวนี้ก็เป็นหนึ่งในสินค้าใหม่ที่เดิมมีแผนจะเปิดตัวปีหน้า แต่ได้เลื่อนมาเปิดตัวเร็วขึ้นในปลายปีนี้

และด้วยความที่เป็น ‘สปิริต ดริ๊งค์’ นอกจากมีการทำโฆษณา โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเปิดตัวสินค้าตามปกติแล้ว ยังมีการร่วมมือทำโปรโมชันกับร้านอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสปา คอร์สฟิตเนส หรือสิทธิพิเศษทำผมกับแฮร์สไตลิสต์ และคอสตูม ดีไซเนอร์ชื่อดัง ที่จะมาช่วยกันปรับลุคสาวๆ ให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่สวยและมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม

มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะเนี่ย!

“เห็นไหมคะ น่าสนุกจะตาย” เจ้าของโปรเจกต์ผายมือออกสองข้าง ยิ้มเริงร่า

“เอ่อ เอคิดว่าแคมเปญนี้ คนเป็นพรีเซนเตอร์น่าจะต้องบุคลิกดี และมั่นใจมากๆ เลยนะคะ”

“ใช่ค่ะคุณน้อง ตีโจทย์พี่ถูกเผง เก่งมากค่ะ” เขายื่นหน้ามาใกล้ ขยิบตาให้ทีหนึ่ง

“เอเลยคิดว่า เราน่าจะลองติดต่อดาราหรือไม่ก็สาวสวยๆ อย่างเก็จดาว หรือแอร์รี่ก็สวยระดับท็อปในออฟฟิศเลยนะคะ”

เจ๊ท็อฟฟี่ซึ่งนั่งหัวโต๊ะประชุมกวักมือ ค้อนตาคว่ำ “แหม คุณน้อง เรื่องนี้ทำไมคุณพี่จะไม่คิด พี่คิดมาแล้วค่ะ อย่างน้องดาวกับน้องแอร์รี่เนี่ย เขาสวยกันอยู่แล้วไงคะ เรียกได้ว่าสวยเป็นปกติวิสัย แต่คุณน้องเอน่ะ เปลี่ยนจาก เอ่อ…สวยแบบเป็ดมาเป็นสวยแบบหงส์ไง แคมเปญนี้ก็เลยต้องเป็นคุณน้องเอเท่านั้น พอเก็ตพี่ไหมคะ”

เอกอักษรฟังแล้วรู้สึกเหมือนมุมปากกระตุก จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก ได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองคนโน้นทีคนนี้ที

“แต่ว่า เอ…เอคิดว่า เอไม่เหมาะกับงานนี้จริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะพี่” เธอยกมือไหว้เรียงคน

“เดี๋ยวสิคะคุณน้อง ทำไมล้มเลิกตั้งแต่ยังไม่ได้ลองล่ะ มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะคุณน้อง”

“เอก็มั่นใจค่ะ มั่นใจว่าต้องทำไม่ได้แน่ๆ เลย ยังไงพี่ท็อฟฟี่ลองทบทวนใหม่อีกทีเถอะนะคะ”

“ทำได้สิคะ มีคุณพี่เทรนด์ให้ทุกขั้นตอนต้องสำเร็จแน่นอน ไม่เชื่อสายตาคุณพี่เหรอคะ คุณพี่มองคนไม่เคยพลาดนะ”

“เอ เอ่อ…เอ” หญิงสาวจำนนไร้คำพูด

ทีมงานทุกคนพากันจ้องหน้าเธอ ลุ้นหนักราวกับรอหวยออก หญิงสาวรู้สึกร้อนไปหมด เหงื่อหยด มือสั่น จนในที่สุดต้องลุกออกมา “เอขอโทษจริงๆ ค่ะพี่ เอไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ ขอตัวนะคะ”

จบคำเธอก็พุ่งไปที่ประตูห้องประชุม แต่ยังช้ากว่าพี่ท็อฟฟี่ซึ่งปราดมาขวางไว้พอดี

“เดี๋ยวสิจ๊ะน้องเอ ใจเย็นๆ ก่อน จะหนีไปไหนคะ”

หญิงสาวยกมือไหว้ ย่อด้วยนิดหนึ่ง “ให้เอออกไปเถอะค่ะพี่ เอไม่อยากทำงานนี้จริงๆ”

อีกฝ่ายคลี่ยิ้มหวานแบบที่เธอรู้สึกว่ามันอาบยาพิษ จับไหล่เธอหมุนไปหาเก้าอี้ “น้องเอนั่งก่อนน้า อย่าเพิ่งตกใจ”

เอกอักษรรู้สึกเหมือนจะหนาวสั่น แล้วก่อนที่จะสัมผัสพื้นเก้าอี้ เธอก็สะบัดหลุดจากพี่ท็อฟฟี่ วิ่งอ้อมโต๊ะประชุมไป

“ว้าย! ทุกคน จับน้องเอไว้”

พี่ๆ ทีมงานตั้งป้อมล้อม หญิงสาวจึงย้อนกลับมาทางเดิมก็เจอคุณเจ๊หัวหน้าทีมยืนจังก้า กางแขนกางขาขวางประตู

“พี่ไม่ให้หนูออกไปแน่ๆ ถ้ายังไม่ตกลงรับงานพี่”

หญิงสาวกัดริมฝีปาก มองช่องโหว่ใต้วงแขนของคุณพี่ชายสุดสวย เธอไหว้เขาอีกครั้งแล้วพุ่งตัวมุดเข้าไปตรงนั้น กะว่าจะผลักประตูหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็คิดสั้นไปเสียแล้วเพราะแขนยาวๆ มือไวๆ ของคุณเจ๊คว้าตัวเธอไว้เต็มอ้อมกอดราวกับผู้รักษาประตูคว้าลูกฟุตบอล

“โอ๊ย จะหนีทำไมล่ะคะลูก!”

หญิงสาวดิ้นขลุกขลัก หมุนตัวให้เขาออกห่างจากประตูแล้วพยายามไขว่คว้าเปิดให้ได้  เจ๊ท็อฟฟี่ก็คว้าเอวเธอไว้แล้วหมุนตัวกลับ

“ขอโทษด้วยนะคะพี่ ปล่อยหนูเถอะ!”

เอกอักษรเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หมุนตัวพี่ท็อฟฟี่เข้าหาประตู แล้วดันสุดแรงใช้ตัวคุณพี่นั่นแหละ ดันประตูให้เปิดออก

ทว่า…จังหวะเดียวกันนั้นเอง

บานประตูเปิดผลัวะออกอย่างแรงเกินคาด เพราะใครคนหนึ่งเปิดจากด้านนอก เจ๊ท็อฟฟี่ซึ่งดันประตูอยู่ก็เสียหลัก เกือบจะหงายหลัง ไขว่คว้าอากาศหาที่ยึด พลันปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของผู้มาใหม่พอดี เขาโอบรับร่างเพรียวบางของพี่ท็อฟฟี่ไว้ได้ทันจึงช่วยไม่ให้ล้มฟาดพื้น สองมือเรียวยาวของพี่ท็อฟฟี่ตะปบเข้ากับแผงอกกว้างแน่นผึง ช้อนสายตาขึ้นมองบุคคลที่เข้ามาช่วยชีวิตไว้อย่างตกตะลึง

“โอ้…แน่นจัง”

เจ้าของผมสลวยสีเทาเขียวพึมพำ มองสบตากับชายหนุ่มผู้มีนามว่าคณาธิปอย่างลึกล้ำ  พี่เติ้งหลบสายตา แล้วดันตัวคนในอ้อมกอดให้ยืนตั้งหลัก แม้ร่างสูงเพรียวนั้นจะอ่อนระทวยอิดออดอยู่ก็ตาม

ครู่ต่อมา ห้องประชุมก็สงบลง พี่ท็อฟฟี่นั่งหัวโต๊ะในตำแหน่งประธาน เอกอักษรนั่งข้างๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีพี่เติ้งมาประชุมด้วย

“พี่ว่าเอทำได้นะ” เสียงขรึมๆ ดังขึ้นข้างตัว “ถ้าห่วงว่างานจะหนักไป พี่จะช่วยดูแลลูกค้าให้เองในช่วงที่เอต้องไปทำงานพีอาร์”

“เอ่อ จะดีเหรอคะพี่เติ้ง เอว่าเอไม่น่าจะทำได้ค่ะ งานแบบนี้ต้องระดับดารามากกว่านะคะ”

“มั่นใจหน่อย มั่นใจหน่อย” เขาตบบ่าเธอเบาๆ

เอกอักษรก้มหน้า ถ้าลองเจ้านายสายบังคับบัญชาโดยตรงออกปากเช่นนี้ มันก็ยากที่จะปฏิเสธ

ในขณะที่ทีมงานรอคำตอบจากเธอนั้น เจ๊ท็อฟฟี่กลับส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มเป็นประกายวิ้งๆ มาให้พี่เติ้ง ชายหนุ่มไม่เห็นหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นเธอก็ไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าหัวหน้าทีมโฆษณาน่าจะอยากได้พี่เติ้งมากกว่าเธอเสียแล้วในตอนนี้

“รู้แล้ว!” จู่ๆ เจ๊ท็อฟฟี่ก็ดีดนิ้วเปาะ “รวบโปรเจกต์ดีกว่า คืออย่างนี้ครับคุณเติ้ง นอกจาก ‘สปิริต ดริ๊งค์’ แล้ว เราจะมีเปิดตัว ‘สปอร์ตตี้ ดริ๊งค์’ ตามมาติดๆ เป็นเครื่องดื่มสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย ผมคิดว่าคุณเติ้งเนี่ยเหมาะจะเป็นพรีเซนเตอร์ตัวนี้มากๆ ทั้งหุ่น บุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตา ผมว่าไม่ต้องไปจ้างนายแบบที่ไหนแล้ว คุณนี่ละ ใช่ที่สุด”

คราวนี้กลับกลายเป็นพี่เติ้งที่อึกอักบ้าง “เอ่อ…ไม่เหมาะมั้งครับ น่าจะให้พวกเด็กๆ ทำมากกว่า ผมแก่แล้ว น่าจะไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย”

“กลุ่มเป้าหมายของเราคือคนที่ออกกำลังกายครับ” ยามพี่ท็อฟฟี่คุยกับผู้ใหญ่ระดับหัวหน้าด้วยกัน ก็เปลี่ยนเป็นการเป็นงานขึ้นมาเฉย ไม่เห็นเหมือนพี่ท็อฟฟี่ที่วิ่งไล่จับเธอเมื่อครู่เลย “ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ถ้าใส่ใจดูแลสุขภาพ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ผมว่าใช้ได้ทั้งหมด”

“เอ่อ ผมคิดว่า…คงไม่สะดวกครับ เพราะเดี๋ยวพอเอไปทำโปรเจกต์สปิริต ดริ๊งค์ ผมก็ต้องช่วยดูงานขาย ถ้าผมไปทำโปรเจกต์อีกคน เกรงว่าจะดูแลงานขายซึ่งเป็นงานหลักได้ไม่ทั่วถึงน่ะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เติ้ง” เอกอักษรโพล่งขึ้น ทำเสียงหวานสุดฤทธิ์ “เอดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง  จะตั้งใจรับผิดชอบงานให้ดี พี่เติ้งจะได้ทำโปรเจกต์สปอร์ตตี้ ดริ๊งค์เต็มที่ ไม่ต้องมีกังวลค่ะ”

เขาถลึงตาใส่ ใช่…นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว เธอยังผลักไสเขาอีกด้วย

“มั่นใจหน่อย มั่นใจหน่อย” เธอพูดเบาแทบเป็นกระซิบ กระตุกแขนเสื้อเขาไปด้วย ปรากฏว่าชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหัวเราะออกมา แล้วทำท่าจะใช้ปากกาเคาะหน้าผากเธอ

“แหม น่ารักจังเลย เจ้านายลูกน้องคู่นี้” พี่ท็อฟฟี่ปรบมือเบาๆ “ถ้ายังไงก็ขอเชิญมาทำโปรเจกต์พร้อมกันเลยดีไหมครับ เจ้านายถ่ายสปอร์ตตี้ ดริ๊งค์ ลูกน้องถ่ายสปิริต ดริ๊งค์ แหม…แค่คิดก็สนุกแล้ว  ตกลงตามนี้เลยนะครับ”

“เอ่อ เดี๋ยวค่ะ…” เอกอักษรเบรกแทบไม่ทัน “ความจริงเอก็ยังไม่แน่ใจ แต่เอาเป็นว่า ถ้าพี่เติ้งถ่าย เอถ่ายก็ได้ค่ะ”

“เฮ้ย ทำไมพูดแบบนี้ล่ะเอ” เจ้านายสายตรงเดือดร้อนทันที

“ก็เอเห็นด้วยกับพี่ท็อฟฟี่นี่คะ ว่าพี่เติ้งเหมาะกับสปอร์ตตี้ ดริ๊งค์ออก  ถ้าไม่ทำเสียดายแย่นะคะ”

“แต่ว่า…”

“แต่อะไรล่ะพี่เติ้ง มาถึงขั้นนี้แล้ว ถอยได้เหรอคะ”

เขาทำหน้าหมั่นเขี้ยวเธอเต็มที “แสบนะเราน่ะ ฝากไว้ก่อนเถอะ”

เอกอักษรยิ้มแล้วเชิดหน้าแสดงให้เห็นว่าไม่กลัว “เอไม่ได้บังคับสักหน่อย แต่ถ้าพี่เติ้งไม่ถ่าย เอก็ขออนุญาตไม่ถ่ายด้วย เท่านั้นเองค่ะ”

หญิงสาวทิ้งระเบิดลูกที่สอง กะว่าจะแกล้งถล่มเจ้านายให้ราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว

“คุณเติ้งครับ คุณเองก็สนับสนุนน้องเอมาตลอด ยังไงรบกวนพิจารณาด้วยนะครับ” พี่ท็อฟฟี่ซ้ำอีกที ด้วยระเบิดน้อยหน่าลูกเล็ก

ชายหนุ่มหัวหน้าทีมขายถอนหายใจ ประสานมือวางบนโต๊ะประชุมอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเผยรอยยิ้มเขินๆ ออกมาในที่สุด

“ตกลงครับ ถ่ายก็ถ่ายครับ”

 

Don`t copy text!