MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 17 : เขาอยู่ที่นี่เหรอ

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 17 : เขาอยู่ที่นี่เหรอ

โดย : แสนแก้ว

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า?  โดย แสนแก้ว หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน จึงตัดสินใจเข้าอบรมในโครงการ อ่านเอา ก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกลับไปเขียนนวนิยายจนจบเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ และนี่คือ นิยายออนไลน์ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

– 17 –

 

A : คุณบัดเดอร์ เป็นยังไงบ้างคะ ช่วงนี้งานเยอะเหรอ

Budder : เป็นเพราะผมไม่ค่อยได้ทักไปใช่ไหม ครับผม ช่วงนี้งานยุ่งเลยละ นี่ผมไม่ได้ออกกำลังกายเลย ถ้าพอมีเวลาว่างก็จะไลน์หาคุณ แล้วก็นอน

 

เอกอักษรพลิกตัวมานอนคว่ำ ยิ้มกริ่ม

 

A : เอคิดว่าคุณงานยุ่งเพราะคุณคงต้องรีบมาทำงานแต่เช้า

ถึงได้วางดอกไม้ให้เอได้ทุกเช้าต่างหากล่ะ
ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะคะ มีคนเป็นห่วง

ว่าแต่…คุณบัดเดอร์ชอบออกกำลังกายอะไรเหรอ

Budder : ก็หลายอย่างครับ บางทีก็วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

แล้วเอล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง เห็นมาทำงานแต่เช้าเลย

A : เอก็ยุ่งมากเหมือนกันค่ะ ตอนนี้นอกจากงานเซลส์ งานเอกสารแล้ว

ยังมีงานพรีเซนเตอร์สินค้าใหม่ สปิริต ดริ๊งค์ ด้วย

เขานัดถ่ายโฆษณาวันอาทิตย์นี้แล้ว เอละตื่นเต้น ทำตัวไม่ค่อยถูกค่ะ 55

Budder : เผลอแป๊บเดียวผมมีบัดดี้เป็นดาราแล้วเหรอครับเนี่ย 

ไม่ต้องตื่นเต้นครับ คุณทำได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่คุณทำไม่ได้เลย จริงไหม

อยากไปดูคุณถ่ายโฆษณาจังครับ น่าสนุกนะ

 

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มมาคลุมตัก

 

A : แหม…ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คุณบัดเดอร์มาดูเลยค่ะ เขิน เดี๋ยวเล่นไม่ออก 55

แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้มา เราจะได้พบกันสักที

Budder : ยังไงผมก็คอยติดตามและเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ อยู่แล้วครับ

ไม่ว่าเราจะได้พบกันหรือไม่ ผมก็เป็นกำลังใจให้คุณเหมือนเดิม

 

วันอาทิตย์สุดสัปดาห์ เอกอักษรมาถึงสตูดิโอก่อนเวลานัดเล็กน้อย เข้าไปแต่งหน้าทำผม ที่สตูดิโอแห่งนี้ถูกเซตให้ดูเหมือนออฟฟิศตามเรื่องราวของโฆษณาที่เล่าถึงพนักงานสาวคนหนึ่งซึ่งหมดไฟ ทำงานเช้าชามเย็นชามไปวันๆ แต่พอได้ดื่มสปิริต ดริ๊งค์ ก็เปลี่ยนความคิด ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ยอดเยี่ยม จนสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างลุกขึ้นมาสร้างสีสันให้ชีวิตไปด้วยกัน

ถ่ายฉากแรก เอกอักษรรู้ตัวเลยว่าเกร็งมาก กว่าจะผ่านก็เสียไปหลายเทก หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยดีจึงขอพักดื่มน้ำสักครู่ หยิบโทรศัพท์มาดู พบว่ามีข้อความของคุณบัดเดอร์รออยู่

 

Budder : อรุณสวัสดิ์ครับคุณนางเอก ขอให้วันนี้ทุกอย่างราบรื่น ถ่ายทำสำเร็จได้ด้วยดีนะครับ

A : คุณบัดเดอร์ เอเกร็งไปหมดแล้ว 55

Budder : ไม่เป็นไร หายใจลึกๆ ครับ

A : เอทำไม่ได้จริงๆ การแสดงละครมันยากมากเลย ฝืนไปหมด

Budder : อย่าไปคิดว่ากำลังแสดงละครสิครับ มองไปไกลๆ กว่านั้น แล้วจะสบายใจขึ้น

A : มองอะไร ยังไงเหรอคะ

Budder : ก็อย่างเช่นว่า สปิริต ดริ๊งค์ เป็นเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ถ้าทำโฆษณาออกมาดี คนทั่วประเทศก็จะได้รู้จักเครื่องดื่มดีๆ ที่เราตั้งใจพัฒนาสูตรกันมา

คุณไม่ใช่แค่เล่นโฆษณาให้สมบทบาทผ่านไปเฉยๆ แต่คุณกำลังเป็นตัวแทนของเจ้าสปิริต ดริ๊งค์ ถ่ายทอดความพิเศษและน่าสนใจของมัน ให้ใครๆ ได้รู้จักเลยนะ

 

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก แล้วผ่อนลมยาว รู้สึกดีขึ้นอย่างที่คุณบัดเดอร์แนะนำจริงๆ

 

A : ขอบคุณนะคะ คุยกับคุณแล้วรู้สึกสงบขึ้นเยอะเลย 

ถ้าคุณอยู่ตรงนี้เอคงหายประหม่า แต่ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้คุยไลน์กันก็ดีใจแล้ว

 

คุณบัดเดอร์ตอบกลับมาทันที แต่มิใช่ตัวอักษร หากแต่เป็นรูปภาพ และภาพนั้นก็ทำเอาเธอถึงกับตกตะลึง

ภาพที่เห็นคือฉากที่ใช้ถ่ายทำโฆษณานี่เอง ไม่ว่าจะโต๊ะทำงาน เก้าอี้ล้อหมุน ตู้ กองเอกสาร ไปจนถึงแสงไฟที่ใช้จัดฉาก เหมือนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

‘เขาอยู่ที่นี่เหรอ…’

หญิงสาวลุกพรวด ชะเง้อหา ก็ไม่พบใครที่มีท่าทีผิดสังเกต  มองจากมุมที่เขาถ่าย คิดว่าน่าจะเป็นใครที่อยู่ในกองถ่ายนี้ แต่ทุกคนก็เป็นพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไม่ได้เล่นบัดดี้กับพวกฝ่ายการตลาดสักหน่อย บางทีคุณบัดเดอร์อาจจะเดินออกไปข้างนอกแล้วก็ได้

เอกอักษรมองซ้ายมองขวา เห็นทุกคนยังพักกองกันอยู่ก็ออกวิ่งไปข้างนอกห้องถ่ายทำทันที และในตอนนั้นเอง เธอเห็นหลังใครบางคนไวๆ ตรงมุมผนังสตูดิโอ พยายามรักษาฝีเท้าให้เบาที่สุดแล้วไปแอบมองอยู่ที่หลังผนังนั้น จึงได้เห็นว่าเจ้าของแผ่นหลังกว้างของร่างสูงใหญ่คุ้นตาก็คือ…

‘พี่เติ้ง!?’

เขามีคิวถ่ายโฆษณาในวันนี้เหมือนกันก็จริง แต่คิวของสปอร์ตตี้ ดริ๊งค์คือช่วงบ่าย แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องมาตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ เธอสังเกตเห็นว่าเจ้านายกำลังตรงไปยังลานจอดรถหน้าสตูดิโอจึงตามออกไป

“อ้าว เอ ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ” เขาทักเธอเมื่อมาถึงรถ

“ยังไม่เสร็จเลยค่ะ ว่าแต่พี่เติ้งมาเร็วจังค่ะ เอนึกว่าคิวถ่ายของพี่เติ้งเป็นช่วงบ่ายเสียอีก” เธอหาทางเลาะเลี้ยวถามเรื่องที่คาใจจนได้

“ใช่ คิวพี่ช่วงบ่าย แต่พี่อยากมาดูเอก่อนน่ะก็เลยมาแต่เช้า นี่พี่มาเอาเอกสารที่รถ จะได้ดูการถ่ายทำไปด้วย ตรวจงานไปด้วย”

แล้วทั้งสองก็เดินกลับเข้าไปข้างในด้วยกัน เอกอักษรอดคิดไม่ได้ว่า ที่พี่เติ้งบอกว่าออกมาเอาเอกสารนั้นเป็นข้ออ้างหรือเปล่า เป็นไปได้ไหมว่าที่คุณบัดเดอร์ส่งรูปมาให้ ตอนแรกคงตั้งใจแค่จะบอกเป็นนัยว่าเขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่พอเห็นเธอเริ่มออกตามหาอย่างจริงจัง เลยรีบหลบหน้าออกไปข้างนอก แล้วทำทีมาเอาเอกสารที่รถเป็นการกลบเกลื่อน

ในที่สุดโฆษณาเครื่องดื่มสปิริต ดริ๊งค์ ก็ถ่ายทำเสร็จสิ้นตอนเกือบบ่าย เอกอักษรรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และยังตื่นเต้นรอคอยที่จะได้เห็นโฆษณาที่ตัดต่อเสร็จแล้วอีกด้วย เธอไม่ได้กลับบ้านทันที แต่อยู่รอดูพี่เติ้งถ่ายทำในอีกห้องหนึ่งซึ่งเซตเป็นฟิตเนส ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูเคอะเขินตอนประชุมกับพี่ท็อฟฟี่เมื่อวันก่อนจะเล่นได้ไหลลื่นราวกับดาราเจ้าบทบาท หรือศิลปินเจ้าของบทเพลงกระนั้น แต่ความจริงแล้วพี่เติ้งก็คือ ‘เซลส์เจ้าของสินค้า’ นั่นเอง ถึงได้ดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเช่นนี้

เมื่อผู้กำกับสั่งพักกอง พระเอกโฆษณาก็เดินออกมา เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่กลับและรอดูเขาถ่ายเช่นกันจึงเดินตรงมาหา เรือนผมของเขาในวันนี้ไม่ได้ปัดเรียบร้อยเหมือนทุกวันทำงาน แต่จัดแต่งให้ฟูตั้งและดูเปียกเหงื่อเล็กน้อย เขาอยู่ในชุดเสื้อกล้ามนักกีฬาโชว์ลำแขนซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้าม กับกางเกงกีฬาขาสั้นสีเข้ม เอกอักษรยอมรับกับตัวเองว่าเขาดูดีจนไม่อาจถอนสายตาไปได้ ถ้าสาวๆ ในออฟฟิศมาเห็นเข้าคงพากันกรี๊ดกระจกแตกเป็นแน่

ก่อนที่เขาจะเดินมาถึงเธอนั้น มีเจ้าหน้าที่มาเสิร์ฟน้ำให้ ชายหนุ่มหยิบมาสองแก้วซึ่งเดาว่าคงหยิบมาเผื่อเธอนั่นเอง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวต่อ ก็ปรากฏร่างสูงเพรียวปราดเข้ามาขวางอย่างรวดเร็ว

“คุณเติ้งขา ซับหน้าหน่อยนะคะ”

ทีมงานไม่ต้อง หัวหน้ากองมาเอง ผ้าขนหนูผืนน้อยยื่นมาซับเหงื่อบนใบหน้าของพี่เติ้งอย่างทะนุถนอม มืออีกข้างของคุณเจ๊ท็อฟฟี่ก็จับหมับอยู่กับกล้ามแน่นๆ บนลำแขนแข็งแรงนั้น

ทว่า ทันใดนั้นเอง

ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือจงใจแกล้ง (หรือล้ำไปกว่านั้นอาจเป็นแผนของพี่ท็อฟฟี่เองก็ได้) มีทีมงานกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาแล้วชนกระแทกเข้ากับพี่ท็อฟฟี่ ร่างสูงระหงไม่ทันตั้งตัวจึงเซล้มลงกับแผ่นอกกว้างของพี่เติ้งพอดิบพอดี ทั้งกลุ่มกรี๊ดกร๊าดขอโทษกันใหญ่ แต่ก็รีบเดินหายไปอย่างรวดเร็ว

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เขาพยุงให้คุณเจ๊ลุกยืน มองสำรวจทั่วร่างเพรียวระหง หาร่องรอยบาดเจ็บ

เจ๊ท็อฟฟี่ก้มหน้าเอียงอาย ทัดผมเข้ากับใบหูทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ยาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ อุ๊ย…ตายแล้ว คุณเติ้งเปียกไปหมดเลย”

คงเป็นน้ำในแก้วสองใบที่เขาถือมาตอนแรก หกรดตัวจนชุ่ม หยดลงพื้นติ๋งๆ

“แย่เลยนะครับ ทำสตูดิโอเขาเปียกหมด”

ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วจัดการถอดเสื้อกล้ามนักกีฬาออกต่อหน้าต่อตา เผยให้เห็นมัดกล้ามในช่วงอกได้รูปสวย และหน้าท้องลอนซิกซ์แพ็กแข็งแกร่งสมชายชาตรี

เอกอักษรอยู่ตรงนี้ยังตะลึงจนเกือบลืมหายใจ แล้วมีหรือที่อีกคนซึ่งอยู่ใกล้พี่เติ้งในระยะประชิดจะต้านทานไหว บัดนี้คุณพี่ท่านจวนเจียนจะเข่าอ่อน ล้มพับไปกับพื้น หากไม่ได้เสาเล็กๆ ที่อยู่ตรงนั้นพอดีช่วยให้ได้กอดพยุงตัวไว้

“เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” พี่เติ้งถามคำถามเดิมอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคุณหัวหน้ากองถ่ายทำท่าจะรูดเสาลงมากองกับพื้นรอมร่อ “ถ้ายังไงผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวค่ะ!” พี่ท็อฟฟี่เหมือนจะรู้สึกตัวในตอนนั้นเอง ควักยาดมมาสูดสองสามฟืดแล้วแผดเสียงลั่นว่า

“ทุกโค้น! ถ่ายต่อค่า ขอเพิ่มฉากคุณเติ้งถอดเสื้อด้วยค่า!”

 

โฆษณาที่เพิ่งถ่ายเสร็จไปไม่รู้จะได้ใช้งานหรือเปล่า เพราะคุณพี่ท็อฟฟี่เธอเล่นถ่ายเพิ่มเสียมากมายในคอลเล็กชันพี่เติ้งเปลือยท่อนบน ส่วนเจ้านายของเธอก็ว่าง่าย โดนสั่งให้ทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง แม้ว่าหลังกล้องจะแอบแสดงสีหน้าเขินอาย เอกอักษรได้แต่อมยิ้ม หัวเราะอยู่ในใจ ดูพี่เติ้งโพสท่าเท่ๆ ถ่ายแบบเพลินๆ

“อ้าว คุณน้อง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิคะ” จู่ๆ พี่ท็อฟฟี่ก็มาปรากฏตัวตรงหน้า “เดี๋ยวพี่จะให้ถ่ายคู่กับคุณเติ้งอีกสักชุดหนึ่ง รีบไปเติมหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วค่ะ”

เอกอักษรอึ้งไป “เดี๋ยวนะคะ เอกับพี่เติ้งเป็นคนละแคมเปญกันนี่คะ ต้องถ่ายคู่กันด้วยเหรอคะ”

“คนละแคมเปญกัน แต่โปรโมตพร้อมกันก็ต้องถ่ายค่ะ เร็วค่ะลูก!” คุณเจ๊ดุนหลังเธอเข้าห้องแต่งตัวครู่ใหญ่ต่อมาเธอก็มาปรากฏตัวที่หน้าฉากถ่ายภาพในชุดทำงานสุดเฉี่ยวตามแบบฉบับเวิร์กกิงวูแมนสมัยใหม่ รวมผมไว้ด้านหลังดูกระฉับกระเฉง หันไปมองชายหนุ่มที่ต้องถ่ายรูปคู่กัน ก็พบกับสายตาที่ทอดมองมาก่อนแล้ว เขาเหลือบดูชุดที่เธอใส่แล้วอมยิ้ม

“นายแบบ นางแบบพร้อมนะครับ” เสียงตากล้องช่วยเรียกสมาธิ “มองจิกกล้องนะครับ มั่นใจสุดๆ เลย พร้อม…หนึ่ง สอง สาม”

เอกอักษรเริ่มสงสัยว่า สรุปแล้วเธอกับพี่เติ้งถ่ายรูปโปรโมตสินค้าหรือถ่ายปกละครกันแน่ ถ่ายไปถ่ายมา โพสท่ากันจนคิดไม่ออก พี่ท็อฟฟี่ซึ่งยืนดูรูปจากจอภาพซึ่งเชื่อมต่อสัญญาณกับตัวกล้องยิ้มพอใจ ครั้นแล้วก็เดินรี่เข้ามา

“นี่ๆ อยากให้สัมผัสตัวกันบ้างน่ะ ยืนข้างกันเฉยๆ มันดูห่างเหิ๊น ห่างเหิน หนูเอ จับตรงหน้าอกคุณพี่เติ้งเขาหน่อยสิคะลูก”

“หา…เอ่อ…” เอกอักษรยกมือมาเก้ๆ กังๆ พี่ท็อฟฟี่ถอยออกไปรอดูผลงาน พี่เติ้งก็ขยับตัวเล็กน้อยเตรียมพร้อมถ่ายต่อ แต่หญิงสาวก็ยังขัดๆ เขินๆ เกร็งไปหมด เธอคลี่มืออยู่แถวอกผึ่งผายของคณาธิป คล้ายจะแตะแต่ก็ไม่แตะเสียทีเดียว ทั้งเกรงใจ ทั้งไหวหวั่นไม่กล้าถูกเนื้อต้องตัว คิดว่ามุมกล้องน่าจะช่วยให้ดูกลมกลืนได้

ครั้นแล้ว ก็แอบได้ยินเสียงหัวเราะหึเบาๆ จากคนตัวสูงกว่าที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกัน แล้วเขาก็จับมือเธอกดลงตรงแผ่นอกแน่นแข็งแกร่งนั้นคล้ายจะปลอบประโลมว่าไม่ต้องเกรงใจ ไออุ่นจากร่างกายเขาทำเอามือเธอเย็นเฉียบ หญิงสาวกลั้นใจ คลี่ยิ้มน้อยๆ มองกล้อง ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองเสี้ยวหน้าของผู้ที่อิงแอบแนบชิดกันอยู่นี้เลย

กว่าจะเลิกกอง ฟ้าก็มืดแล้ว พี่เติ้งอาสาขับไปส่งเธอแม้จะเป็นคนละทิศละทางกับบ้านของเขา ชายหนุ่มดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาจเพราะทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หรือไม่ก็คงเพราะอาหารที่กองถ่ายถูกปาก เอกอักษรซดน้ำอัดลมเป็นกระป๋องที่สามดับความประหม่า ถ้าเอารถมาเองป่านนี้ก็คงแยกกันกลับ ไม่ต้องมานั่งรถนานๆ ด้วยกันสองต่อสองอย่างนี้ ไม่น่างก เสียดายค่าจอดรถจนเกินเหตุเลย

“ไม่รู้ว่าตัดต่อออกมาจะเป็นยังไงนะ โฆษณาทั้งสองเรื่องเนี่ย” เขาเริ่มชวนคุย

“ต้องออกมาดีแน่ๆ ค่ะ พี่เติ้งเหมือนดาราเลย แอ็กติ้งก็ได้…” หุ่นก็ดี…เธอต่อเองในใจ

“แต่ไม่นึกเลยนะว่าจะต้องถอดเสื้อถ่ายด้วย โชคดีที่เพิ่งกลับมาจากงานแข่ง หุ่นเลยยังฟิตอยู่”

“แข่ง? พี่เติ้งไปแข่งอะไรมาเหรอคะ”

เขาหันมามองด้วยสีหน้าแปลกใจ “อ้าว เอไม่รู้เหรอ ว่าพี่เล่นไตรกีฬา”

“ไตรกีฬา?”

“ใช่  ที่เป็นการแข่งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แล้วก็วิ่ง ต่อเนื่องกัน งานที่เพิ่งแข่งจบไปพี่ทำสถิติได้ดีใช้ได้เลย กะว่าจะลงแข่งไอรอนแมนปีหน้า คิดว่าน่าจะพอไหว”

การแข่งขันไอรอนแมนอันยิ่งใหญ่ระดับนานาชาตินั้น พี่เติ้งเล่าว่าเป็นงานแข่งขันไตรกีฬาที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ท้าทายขีดจำกัดความสามารถของร่างกายมนุษย์ สมชื่อไอรอนแมนหรือมนุษย์เหล็ก

นักไตรกีฬาจะต้องลงว่ายน้ำในทะเลเกือบสี่กิโลเมตร แล้วขึ้นมาปั่นจักรยานต่อไกลร้อยแปดสิบกิโลเมตร ก่อนจะจบด้วยวิ่งสี่สิบสองกิโลเมตรหรือหนึ่งมาราธอน น้อยคนนักที่จะแข่งงานนี้ได้ เพราะกว่าจะมีร่างกายที่ทนทานแข็งแกร่งพอจะแข่งได้ ก็ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักและรักษาวินัยเป็นอย่างดี

เอกอักษรอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ฟัง หากแต่ไม่ใช่ประหลาดใจในความโหดหินของกติกา แต่เป็นเพราะติดใจตั้งแต่คำว่า ‘ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง’ ในตอนต้นแล้ว เพราะสามอย่างนี้ก็เป็นกิจวัตรของคุณบัดเดอร์เช่นกัน เธอจำได้

 

Don`t copy text!