จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 19 : นี่แหละโลก

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 19 : นี่แหละโลก

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

การเก็บฟุตเทจคือการเก็บไฟล์วิดีโอต้นฉบับสำหรับใช้ในงานตัดต่อ พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือคลิปที่เราถ่ายด้วยมือถือเอาไว้ดูเล่นๆ เมื่อไรที่เราเอาภาพนั้นมาตัดต่อ ก็จะเรียกคลิปพวกนั้นว่าเป็นฟุตเทจของงาน

แรกเริ่มเดิมทีคำว่าฟุตเทจเกิดขึ้นในวงการภาพยนตร์ ด้วยหลักการที่ว่าฟิล์มภาพยนตร์ความยาว 1 ฟุตจะประกอบด้วยภาพนิ่งจำนวน 24 ภาพ สำหรับฉายต่อเนื่องในเวลา 1 วินาที เมื่อฉายหลายๆ วินาทีก็จะได้ภาพเคลื่อนไหวเกิดขึ้น

ตอนหลังระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในงานบันทึกภาพเคลื่อนไหวหรือวิดีโอ แต่ก็ยังคงใช้หลักการเดียวกันกับฟิล์มภาพยนตร์ คือเอาภาพนิ่งมาเรียงต่อกัน จำนวนภาพที่ใช้เรียกว่าเฟรมเรต ที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ 25 เฟรมเรต ส่วนจำนวน 24 เฟรมเรตก็ยังใช้อยู่ในการผลิตงานแอนิเมชัน

แม้ไม่ได้ใช้ฟิล์มแล้ว คำว่าฟุตเทจก็ยังคงใช้ในความหมายว่าไฟล์วิดีโอต้นฉบับ เพื่อใช้ในการตัดต่อเช่นเดิม ก็เหมือนกับเรายังคงใช้คำว่า ดีเจ ที่มาจากคำว่า ดิส จ๊อกกี้ ทั้งๆ ที่เราไม่ใช้แผ่นดิสเปิดเพลงในรายการวิทยุอีกแล้วนั่นแหละ

“อ้อ…” กบส่งเสียง พยักหน้า หลังจากฟังคำอธิบายอันยืดยาวของฉันแล้ว

“ยังไม่จบ” ฉันแกล้งว่า แต่เขาไม่หลงกล เขาโตขึ้นเกินกว่าจะโวยวายแบบสาวน้อยขี้วีนเมื่อ 15 ปีก่อน

“งั้นก็ว่ามาสิ” คุณครูว่า

“ก็ไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก”

“แล้วที่ว่าไม่สำคัญน่ะมันอะไร”

“ก็ ไม่มีอะไรหรอก แค่มีคนพยายามจะอธิบายว่าฟุตเทจน่ะ ใช้สำหรับงานฟิล์มภาพยนตร์เท่านั้นอยู่บ้างเหมือนกัน แล้วประดิษฐ์คำใหม่ให้ระบบวิดีโอดิจิทัล”

“คำว่าอะไร” กบยื่นหน้าเข้ามามองจอภาพหลังกล้อง ตอนนั้นฉันกำลังวัดแสงเพื่อตั้งกล้องถ่ายวิหารหลวงพ่อพวงมาลัย มันเป็นจังหวะที่ฉันกำลังจะถอยออกจนหัวเราเกือบจะชนกัน

“ออริจินัล” ฉันตอบ รู้สึกทั้งขำทั้งรำคาญความอยากรู้ของคุณครู “เขาให้ใช้คำนี้แทนคำว่าฟุตเทจ กับอีกคำคือ มาสเตอร์ ให้หมายถึงวิดีโอต้นฉบับที่ผ่านการตกแต่งแล้ว”

“แล้วมีคนใช้ไหม”

“มีมั้ง ไม่รู้สิ คนในวงการก็ใช้แต่คำว่าฟุตเทจ ฟุตเตจ กันทั้งนั้น เคยเจอข่าวต่างประเทศ ฝรั่งก็ใช้คำว่าวิดีโอ ฟุตเทจ กับภาพกล้องวงจรปิดที่ใช้ล่าตัวคนร้าย คำว่าออริจินัลกับมาสเตอร์ ถ้าเจอก็เห็นมีแต่สายภาพนิ่งเขาใช้กัน” กบยืนฟังตาปริบๆ น่าจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง นานๆ ฉันถึงจะเห็นเขารู้อะไรๆ น้อยกว่าฉัน ซึ่งก็ทำให้เขาดูเป็นคนปกติและน่ารักดี

“เห็นไหมล่ะ…บอกแล้วว่ามันไม่สำคัญอะไรหรอก”

“ก็ไม่รู้นี่ กลัวว่าถ้าเอาไปพูดผิดจะขายขี้หน้า” เขามองหน้าฉันอย่างจะอ่านใจก่อนพูดว่า

“จะบอกว่าถามอยู่ได้จะทำงานใช่ไหมล่ะ” กบเดาได้เกือบตรง

ฉันปฏิเสธลากเสียง “ไม่ใช่” คล้ายจะแก้ตัว ก็ฉันไม่ถึงกับรำคาญ แค่จะขอเวลาสักนิดนึง เพราะวันนี้ฉันไม่ค่อยมีสมาธินัก

เมื่อคืนฉันอดนอน จริงๆ แล้วเรื่องอดนอนนั้นไม่เท่าไร แต่ที่ทำให้รู้สึกอัดใจเป็นเพราะฉันดันอ่านเรื่องคู่กรรมอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ กว่าจะรู้ว่าที่มีอยู่มันเป็นแค่เล่มหนึ่ง ฉันก็อ่านมาจนถึงหน้าสุดท้ายซึ่งเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆ แล้ว

ความรู้สึกหงุดหงิด อารมณ์ค้าง อดนอน ก็เลยรวมๆ กัน ถ้าฉันจะเหวี่ยงใส่กบบ้าง ฉันสัญญากับตัวเองว่า วันนี้ฉันจะให้อภัยตัวเอง

“เอานี่ ถือไว้” ฉันส่งไฟแอลอีดีแบบมีแบตเตอรี่ในตัวขนาดฝ่ามือให้กบถือ “เดี๋ยวตอนเข้าไปในวิหารไม้ กบเอาไปส่องหลวงพ่อพวงมาลัยทางด้านข้างนะ ข้างในแสงมันน้อย อีกอย่างจะได้ช่วยเปิดหน้าท่านด้วย”

“เปิดหน้า…” เสียงเขาสงสัย

“เอาเถอะน่า ทำไปเถอะ เดี๋ยวสอนให้” ฉันว่าแล้วชี้ไปที่แผ่นโฟมอย่างหนาที่เพิ่งซื้อมา แล้วบอกให้เขาถือเข้าไปในวิหารด้วย

“เอาไปทำไม” เขาไม่วายถาม

“เปิดหน้า” ฉันตอบคำเดิม แล้วรีบก้าวยาวๆ นำเขาไปก่อน

กว่าเขาจะรู้ว่าฉันใช้ทั้งไฟและโฟมสีขาวในการช่วยสะท้อนแสงเพิ่มความสว่างให้วัตถุ ก็ตอนที่เขาโดนฉันใช้งานจริงๆ นั่นแหละ

กบพลิกโฟมไปมาดูความแตกต่างของแสงที่สะท้อนจากโฟมไปยังองค์หลวงพ่อ แล้วร้องอ๋อออกมาคำหนึ่ง

สรุปว่าวันอาทิตย์ทั้งวัน ฉันก็สามารถเก็บวิดีโอฟุตเทจได้ครบถ้วนตามต้องการ โดยมีกบตามมาเป็นผู้ช่วย

ที่วัดทุ่งเรามีหลวงพี่โจอี้ บอย คอยเดินตามเพื่ออธิบายและอำนวยความสะดวก ส่วนที่วัดหนองโว้งนั้นหลวงพ่อเจ้าอาวาสมาเปิดอุโบสถเก่าให้เรา แล้วเข้ามาดูเราด้วยความเมตตาเป็นระยะ

เราแบกของพะรุงพะรังตรงไปยังอุโบสถเก่าที่บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นวิหาร กระเป๋ากล้องของฉันหนักเกือบเจ็ดกิโลกรัม ตอนที่กบออกปากจะช่วยถือนั้น ฉันนึกมั่นใจพละกำลังตัวเองอย่างไรไม่รู้ เลยออกปากปฏิเสธเขาไป แล้วเรื่องหน้าแหกก็มาเกิดตอนที่ฉันแบกกระเป๋าเดินบนกระดานแผ่นเดียว มันพาดผ่านพื้นดินเฉอะแฉะเข้าไปในวิหาร ฉันเสียการทรงตัว เอียงวูบจนเกือบล้ม กบซึ่งเดินตามมาคว้าตัวฉันเอาไว้ทัน เขาใช้มือเพียงข้างเดียวดึงฉันให้ทรงตัว จากนั้นใช้มือข้างเดียวกันนั้นปลดกระเป๋ากล้องออกจากไหล่ของฉันไปถือ แล้วเอียงหน้ามากระซิบข้างหูว่า “ดื้อไม่เข้าเรื่อง”

เมื่อเข้ามาในวิหารแล้ว เขาก็ได้แสดงพลังอย่างผู้ชายอีกครั้ง เมื่อฉันถอดสลักกลอนหน้าต่างบานหนึ่งของวิหารไม่ออก ตอนแรกฉันไม่คิดจะขอความช่วยเหลือเขาหรอก มันเสียศักดิ์ศรี ก็ในเมื่อฉันแสดงตัวอย่างสาวแกร่ง ผู้คนรอบข้างก็ประกาศเกียรติคุณให้ฉันเป็นสาวแกร่งมาตลอดชีวิต แล้วไยจะต้องขอความช่วยเหลือกะเทยอย่างเขาเล่า แต่แล้วการพยายามดึงสลักอย่างหน้าดำหน้าแดงของฉันก็ไม่รอดพ้นสายตาของกบ เขาเดินเข้ามากวาดฉันไปด้านข้าง เช็ดเหงื่อที่มือกับกางเกง ก่อนจะใช้แรงดึงสลักหน้าต่างอันนั้นขึ้นมาด้วยการออกแรงเพียงครั้งเดียว

“บางอันมันฝืด ต้องใช้แรงผู้ชาย” เสียงเจ้าอาวาสว่า

ฉันไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกแสลงใจกับคำพูดนั้นหรือเปล่า แต่เราจะปฏิเสธตัวเองอย่างไรได้ นี่แหละโลก… ถึงแม้ฉันจะไม่อยากขอความช่วยเหลือเขาและทำตัวมาดแมน  แต่ฉันก็ไม่อาจจะปฏิเสธความเป็นผู้หญิงของตัวเองและความเป็นผู้ชายในตัวเขาได้

ฉันและกบกราบลาท่านเจ้าอาวาสวัดหนองโหว้งราวๆ บ่ายสามโมง และบอกท่านเอาไว้ล่วงหน้าว่างานยังไม่เสร็จ วันนี้แค่มาเก็บคลิปวิดีโอสำหรับตัดต่อเท่านั้น

เมื่อท่านไปแล้วกบก็หันมาแขวะทันที

“ทีงี้พูดคลิป ทำไมไม่พูดว่าฟุตเทจล่ะ” ฉันแกล้งหรี่ตามองเขาอย่างเบื่อๆ กบแกล้งกระแทกสีข้างฉัน ด้วยอาการหมั่นไส้จนฉันเกือบกระเด็นไปกองกับพื้น

“คลิปน่ะมันหมายถึง ภาพยนตร์สั้นๆ แบบไหนก็ได้ จะตัดต่อหรือไม่ตัดก็ได้ แต่เป็นแบบสั้นๆ”

“แล้ว” กบจ้อง

“แล้ว…” ฉันเลิกคิ้วจ้องตอบ  “ขืนพูดว่าฟุตเทจพระท่านจะนึกออกไหมล่ะ ภาษาคือการสื่อสารไม่ใช่หรือคุณครู” ฉันว่าแค่นั้นก็ก้มไปยกกระเป๋ากล้องมาสะพาย กะจังหวะไม่ให้เซเพราะน้ำหนักกระเป๋า แล้วเดินไปเคาะประตูท้ายรถสีเหลืองดำคันจิ๋วของเขา กบเบ้ปากมองบน แต่ก็กดรีโมตเปิดประตูรถให้

“เอาน่า…” ฉันง้อ “เดี๋ยวพาไปกินอะไรอร่อยๆ”

“เชอะ…เมื่อเช้าก็พูดอย่างนี้ แต่พาไปกินอาหารเพลพระวัดทุ่ง” ฉันเกือบหัวเราะก๊าก ก็ใครจะไปตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นล่ะ อีกอย่างเขาก็ไม่เห็นจะปฏิเสธหลวงพี่โจอี้นี่นา แต่ฉันไม่ได้พูดออกมาหรอก ต่อความยาวสาวความยืดไปเปล่าๆ ฉันเลยบอกเขาไปว่า ตอนนั้นยังทำงานไม่เสร็จ แต่ตอนนี้เสร็จงานแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาเขาไปร้านวิวดี อาหารอร่อย รับรองว่าบรรยากาศถูกใจเขาแน่

แต่กบไม่ลดราวาศอก “รู้จักร้านอะไรอย่างนั้นด้วยเหรอ หายหัวไปตั้งสิบห้าปี”

“เอาน่า…ไปแล้วก็รู้เอง” ฉันยังอารมณ์ดี ภาพของพี่ภพตอนง้อน้ำปั่นใต้ต้นบุญนาคลอยเข้ามาในหัว ตอนนี้ฉันก็กำลังง้อกบใต้ต้นไม้ใหญ่เหมือนกัน ดอกสวยเหมือนกัน ถ้ากบจะดัดจริตบิดก้นมากกว่านี้นิดหนึ่ง เขาก็จะทำท่าแง่งอนได้ใกล้เคียงกับแม่สาวน้ำปั่นเหมือนคู่แฝดเลยทีเดียว ผิดกันนิดตรงแฝดผู้น้องนั้นสูงแค่หัวไหล่ฉัน ส่วนผู้พี่นั้นน่าจะเตี้ยกว่าเปรตวัดสุทัศน์นิดนึง

 



Don`t copy text!