จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 24 : ภารกิจปริศนา

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 24 : ภารกิจปริศนา

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

พวกเราโบกมือลาสุโขทัยในเช้าวันจันทร์ของสัปดาห์ต่อมา สรุปแล้วเราใช้เวลาได้แสนคุ้มค่า ด้วยการผลิตคอนเทนต์ไปได้ถึงสามรายการ

ก่อนกลับกบมีสีหน้าไม่ดีนัก แต่เมื่อฉันเอ่ยปากชวนเขาไปกรุงเทพฯ และพี่คนอื่นๆ ออกมารับรองว่ายินดีต้อนรับกบเป็นอย่างยิ่ง การจากลาครั้งนี้ของเราก็เลยเหมือนการลากันหลังเลิกเรียน มันมีวันสิ้นสุดและรู้แน่ว่าเราจะกลับมาเจอกันได้อีกครั้งตอนไหน

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ฉันนั่งหน้าคู่มากับพี่ภพในรถตู้เอ็มพีวีของเรา รู้สึกอารมณ์ดีอย่างประหลาด ช่างเป็นความสุขเต็มอิ่ม จนเมื่อสำนึกรู้ก็รู้สึกว่าผิดต่อแม่ขึ้นมาจริงๆ

ฉันถามตัวเองว่าเพราะอะไร คำตอบง่ายๆ มันคือการได้กลับไปยังที่ที่เป็นที่ของฉัน

ได้กลับไปนอนในห้องที่เต็มไปด้วยวิญญาณของข้าวของและความทรงจำ ได้กลับไปอาบดาวระหว่างทางเดินไปห้องน้ำ ได้ไปนั่งบนนอกชานโล่งกว้าง ได้กลับไปมองกิ่งมะม่วงตลับนากไหวๆ ยามลมโยน

ที่สำคัญ การได้โอ้อวดจังหวัดสุโขทัยกับพี่น้องในทีม แล้วพวกเขาแสนจะตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่น มันทำให้ฉันได้หน้า และภาคภูมิใจกับสิ่งเหล่านั้นไปด้วย

ก็คงเหมือนการเชียร์วอลเลย์บอลหญิงไทยนั่นแหละ เวลาที่สาวๆ พวกนั้นชนะ คนไทยทั้งประเทศก็รู้สึกชนะไปด้วยเหมือนกัน

อีกเรื่องที่อาจจะทำให้ฉันมีอารมณ์บันเทิงเริงรมย์ขึ้นอยู่ในตอนนี้ คือฉันแอบจับได้ว่าพี่ภพคิดอย่างไรกับพี่เตยกันแน่ ก็ไม่ถึงกับรู้แน่เต็มร้อยหรอก แต่การที่เขาสารภาพตอนเมาแอ๋บอกว่าแอบรักคนคนหนึ่งอยู่ และแอบรักมานานแล้ว ก็ทำให้ฉันกับมาวินที่นั่งมอมเหล้าเขาอยู่นั้นรู้ในทันทีว่าพี่ภพหมายถึงใคร ยิ่งตอนที่มาวินถามว่า “ทำไมพี่ไม่จีบ” แล้วพี่ภพตอบกลับมาว่า “ดุยังกับเสือ ใครจะกล้าล่ะวะ” เราสองคนก็มองหน้ากัน คำตอบนั้นมันชัดแจ้งโดยไม่ต้องเอ่ยตรงๆ ออกมาสักคำเดียว

หลังประโยคนั้นพี่ภพกระดกเหล้าทีเดียวหมดแก้ว ตาหรี่ปรือ ฉันกับมาวินโผกอดเขา ด้วยความสงสารที่ปนเปมากับความขำขัน

โธ่…พ่อคาสโนวาล่าข้ามผับ มาตกม้าตายเอาตื้นๆ กับไก่แม่พันธุ์สุดโหดในเล้าตัวเอง

 

ฉันดีใจและรักพี่ภพมากขึ้น อย่างน้อยฉันก็รู้แล้วว่า ที่เขาเอาแต่เที่ยวและควงสาวไม่ซ้ำหน้านั้น ไม่ใช่เขารักสนุกเพียงอย่างเดียว แต่เขาคบกับใครจริงจังไม่ได้เพราะหัวใจของเขาไม่มีที่ว่างเหลืออีกแล้ว

การที่เขาใช้ชีวิตกับสาวๆ แค่ข้ามคืนก็คงจะเป็นการเยียวยาตัวเองแบบหนึ่ง ถึงมันไม่ได้มีอะไรดีขึ้น และพี่เตยมองเขาเป็นแค่คนสำส่อน แต่ฉันก็เชื่อว่ามันจะทำให้พี่ภพไม่หมกมุ่นกับความรักที่เป็นไปไม่ได้มากเกินไปนัก

เรื่องนี้ยังเป็นความลับระหว่างฉันและมาวิน ฉันให้มาวินสัญญาว่าจะไม่ก้าวก่ายความสัมพันธ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องไม่บอกให้พี่เตยรู้ตัวเด็ดขาด

เพราะความรักมันก็เหมือนต้นกุหลาบนั่นแหละ ถ้าไม่ดูแลรดน้ำ ในที่สุดมันก็จะแห้งเหี่ยวไปของมันเอง

ดังนั้นทั้งฉันและมาวินควรจะให้เวลาพี่ภพจัดการกุหลาบของตัวเอง ว่าเขาจะเด็ดเอาไปยื่นให้พี่เตย ยอมเสี่ยงว่าจะเจ็บเพราะโดนหนามตำ หรือจะปล่อยให้มันแห้งเหี่ยวไปเอง

“อารมณ์ดีอะไรนักหนา” พี่ภพถามขึ้น ฉันหันไปยิ้ม ไม่ตอบอะไร

“อะไรวะ ถามก็ไม่ตอบ” เขาส่ายหัวแต่ยังยิ้ม ฉันว่าเขาคงเข้าใจผิดไปอีกหลายเรื่อง

ในแง่ของความเป็นพี่นั้น พี่ภพห่วงฉันในมาตรฐานของตัวเอง ว่าฉันควรจะมีครอบครัวอบอุ่นเอาไว้ให้พักพิง การที่ฉันออกจากสุโขทัยด้วยอาการอย่างนี้ เขาคงคิดว่าฉันยอมมีที่พักพิงเป็นของตัวเองแน่ๆ

เขาก็เหมือนฉัน คือสนิทกับยายตัวเองมาก ในขณะที่ฉันนั้นเป็นย่า ความรู้สึกของเราที่เชื่อมโยงและเข้าใจคนที่ถัดเราขึ้นไปอีกสองรุ่น จนไม่ค่อยมีคำถามว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเป็นอย่างโน้น ผู้ใหญ่ถึงเป็นอย่างนี้ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ฉันกับพี่ภพสนิทสนมและเข้าใจกัน เหมือนเติบโตขึ้นมาด้วยกัน

ไม่เหมือนใบตอง หล่อนมีคำถามเสมอ

เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยเข้าใจคำว่าช่องว่างระหว่างวัยและครอบครัวขยายเท่าไรหรอก แต่ยิ่งแก่ขึ้นก็ยิ่งลึกซึ้งกับคำเหล่านี้

ก็เหมือนที่ใครสักคนบอกเอาไว้ว่า เราจะเปลี่ยนแปลงไปทุกสิบปีนั่นแหละ ภาพต่างๆ มันชัดขึ้นตามจำนวนปีที่เราอาศัยอยู่บนโลก อย่างตอนนี้ ในอายุที่ใกล้กับครั้งที่ 3 ของวงรอบ 10 ปี ฉันเชื่อมโยงได้แล้วว่า ความคิดจิตใจของคนเรานั้นมีรากฐานมาจากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมที่เราเผชิญในวัยเด็ก ยิ่งเราได้รับความรักความใส่ใจมากเท่าใด เราก็จะตระหนักถึงคุณค่าตัวเองมากเท่านั้น

ในขณะที่ความคิดฉันล่องไปกับวันเวลาของชีวิต เสียงโทรศัพท์ของพี่เตยตัดอารมณ์ฉับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันจะไม่สนใจนักแต่ตอนนี้ฉันหูผึ่ง

“น่าจะถึงตอนเย็นๆ ค่ะ” เสียงพี่เตยว่า ฉันเห็นพี่ภพคอแข็งตั้งใจฟัง แต่เมื่อแน่ใจว่าคนปลายสายเป็นแม่พี่เตยไม่ใช่พี่วิทย์ ฉันว่าฉันเห็นพี่ภพผ่อนลมหายใจออกมาครั้งหนึ่ง

ให้ตายเถอะ เมื่อเรารู้อะไรมากเข้า เราก็มักจะจ้องจับผิด และตอนนี้ฉันก็อดไม่ได้ที่จะจับสังเกตพี่ภพ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไร นอกจากนั่งขับรถอยู่อย่างธรรมดาก็ตาม

“เจ๋ง…เจ๋ง” เสียงพี่เตยเรียกออกมาจากด้านหลัง “ไลน์เจ๋งไม่ใช่เหรอ พี่ว่าได้ยินเสียงคนโทรเข้านะ” พี่เตยว่า ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเสียงที่ดังมาจากโทรศัพท์ของตัวเอง

ฉันรับสายและนาทีต่อมานั้นฉันก็รู้ว่า หัวใจของตัวเองกำลังเต้นด้วยความลิงโลด เพราะภารกิจต่อไปของฉันนั้นกำลังมาถึงแล้ว….

 



Don`t copy text!