จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 30 : กว่าจะรู้เดียงสา

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 30 : กว่าจะรู้เดียงสา

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

 

ทองคำยังรอฉันอยู่ที่เดิม

ฉันตัดสินใจอยู่นานกว่าจะเลือกได้ว่าควรจะบอกใครเรื่องทองคำ ในที่สุดก็เลือกบอกพ่อ และเป็นการปฏิเสธกลายๆ ว่าฉันจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่ โดยจะไม่กลับไปรักษาตัวที่สุโขทัยตามคำแนะนำของพี่ภพ

ระหว่างห้าวันที่โรงพยาบาลและสองวันที่บ้านสายไหม ฉันทำตัวเป็นเด็กดี ฉันไม่เคยเดินหนีความอบอุ่นของพ่อ ไม่เคยทำเมินอ้อมกอด และไม่เคยทำไม่รู้ไม่ชี้กับความพยายามหวังดีของใครก็ตามที่มีต่อฉัน

พ่อกับน้าพุดซ้อนกลับไปในเช้าวันจันทร์ซึ่งทันได้เจอกบในวันอาทิตย์ และในคืนวันอาทิตย์นั้นค่ำคืนของระเบียงบ้านย่าในสุโขทัยก็ย้อนกลับมา

พวกเรานั่งดื่มกินกันอย่างออกรสในห้องอาหาร พี่เตยยกห้องของเธอให้พ่อและน้าพุดซ้อนนอน โดยเธอจะกลับไปนอนที่บ้าน ฉันพยายามไม่คิดถึงเรื่องที่น้าโอปอลย้ำนักย้ำหนา และทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด มันก็เหมือนการสั่งลานั่นแหละ ฉันคำนวณเหตุการณ์มาอย่างดีแล้ว

เราแยกย้ายเข้านอนหลังเที่ยงคืน โดยกบขอนอนที่ห้องรับแขกด้านล่าง ฉันรู้ดีว่าเขาเกรงใจพ่อ

คิดถึงตรงนี้ฉันก็นึกถึงคำพูดของอังศุมาลินขึ้นมา ที่ว่ากบเป็นเสือไบ แม้เมื่อสิบกว่าปีก่อนฉันยังไม่เข้าใจความหมายนี้อย่างถ่องแท้ แต่เมื่ออายุมาถึงขนาดนี้ มีเพื่อนมาหลายสถานะ ฉันก็พอจะเข้าใจอะไรๆ ได้มากขึ้น

โลกมันก็แบบนี้แหละ มีอะไรประหลาดๆ เกินกว่าความเข้าใจและตรรกะส่วนบุคคลของเราเสมอ เอาเข้าจริงฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารสนิยมเรื่องความรักของกบเป็นอย่างไรกันแน่ และไม่คิดว่าจะเป็นจะต้องรู้ด้วย เพราะมันไม่เกี่ยวกับการคบหาเป็นเพื่อนของเรา และไม่ได้เกี่ยวกับการวัดคุณค่าของการเป็นมนุษย์ของคนสักคนหนึ่ง

แต่เมื่อคืนวันจันทร์มาถึงกบก็ใช้เวลาอยู่กับฉันในห้องสองต่อสอง เขาไม่ได้บอกว่าจะนอนกับฉันในห้อง หรือกลับไปนอนบนโฟซาตามเดิม แต่เมื่อฉันเล่าเรื่องอังศุมาลินให้กบฟังแล้ว เขาก็นอนเหยียดยาวไม่พูดไม่จาและก็พล็อยหลับอยู่ข้างๆ ฉันนั่นแหละ

ก่อนที่กบจะหลับไป เขาถามฉันว่าจำเรื่องที่อังศุมาลินพูดถึงต้นจามจุรีให้ฟังได้ไหม ที่ว่าต้นแม่ของมันกำจัดลูกของตัวมันเอง เพราะต้นไม้ต้องการแสงแต่พอแม่ปกป้องลูกมากเกินไปไม่ให้เจอแสงบ้าง ลูกก็เลยไม่รอดเลยสักต้นเดียว

“จำได้สิ” ฉันบอกเขา

“แกว่าไหม ยายแมวก็เหมือนต้นจามจุรีนั่นแหละ” เขาพูดแล้วเงียบไป

ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย และคิดว่าในช่วงสุดท้ายของชีวิต อังศุมาลินก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้

เธอรู้ว่าแม่โกหกเธอเพราะอะไร และความรักที่ครอบครัวมีให้นั้นมันมากมายมหาศาลแค่ไหน ถึงได้เขียนจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา

“กว่าเราจะรู้อะไรๆ ทำไมต้องสายไปทุกที” กบพูดแล้วถอนหายใจ เขานอนคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียว มีกำแพงที่มองไม่เห็นก่อตัวหนา จนฉันไม่อาจจะข้ามเครื่องกีดขวางนั่นเข้าไปหาตัวเขาได้ และพอเช้าวันอังคารกบก็ขอตัวกลับไปเงียบๆ โดยไม่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับอังศุมาลินอีก

 

ฉันพักอยู่บ้านต่ออีก ๑ สัปดาห์ รอจนกระทั่งฝึกฝนการใช้ไม้ค้ำและการดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ จนคล่อง จึงโบกมือลาบ้านสายไหม ไม่รอพบใครที่อาจจะขึ้นล่องสุโขทัยเพื่อกลับมาเยี่ยมอีก

พวกเขาไม่มีใครรู้ตัวสักคน ไม่ทันเอะใจด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามฉันยังคงทำงานตัดต่อด้วยการให้พี่ภพส่งไฟล์ฟุตเทจผ่านโปรแกรมคลาวด์ เราทำงานกันในนั้นโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าตัวฉันไปอยู่ที่ไหน ตลอดเวลาพี่ภพพยายามหลอกถามแต่ฉันอ้างว่าขอเวลาพักผ่อน

กบคิดไปว่าฉันสะเทือนใจเรื่องอังศุมาลิน มันก็มีส่วนอยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด ก็คงเหมือนการฆ่าตัวตายนั่นแหละ เรื่องเพียงเรื่องเดียวคงไม่อาจจะปลิดชีวิตใครได้ แต่เมื่อมันประกอบกันเข้า รูปร่างของปีศาจล่าวิญญาณ จะเริ่มปะติดขึ้นมาเป็นตัวเป็นตน

 



Don`t copy text!