จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 41 : ร้อยป่า

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 41 : ร้อยป่า

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

ในปีพุทธศักราช 2519 สำนักราชเลขาธิการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้มีหนังสือถึงกรมป่าไม้ว่า

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชประสงค์สงวนป่าบริเวณตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งในบริเวณนี้ประกอบไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และสัตว์ป่านานาชนิด ราษฏรในแถบนี้และใกล้เคียงได้รับความอุดมสมบูรณ์จากน้ำที่เกิดจากพื้นที่ต้นน้ำลำธารในพื้นที่ป่าแห่งนี้”

เมื่อกรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ และพบองค์ประกอบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธาร มีพันธุ์ไม้มีค่าและสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะสมกับการจัดตั้งเป็นอุทยาน เราจึงมีป่าคาหรืออุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยมานับแต่นั้น

ถึงปัจจุบันนี้สุโขทัยจะแห้งแล้งจนติดอันดับร้อนที่สุดในประเทศ และดวงอาทิตย์ของสุโขทัยก็แข็งแกร่งเหมือนชายหนุ่มวัยคะนอง พร้อมจะแผดเผาอยู่ทุกฤดูกาล ฉันก็ไม่แปลกใจเลยว่าท่ามกลางพื้นที่ทางการเกษตรอันโล่งเตียน ทำไมยังมีพื้นที่เขียวชอุ่ม ราวกับอยู่คนละโลกซุกซ่อนอยู่ที่นี่

อย่างน้อยย่าก็เคยเล่าว่า สมัยก่อนคนสุโขทัยถึงกับต้องเอาหมาขึ้นเรือนและชักบันไดขึ้นบ้านเพราะกลัวเสือจะมากินหมา หลักฐานสำคัญอีกอย่างคือข้อความในหลักศิลาจารึกที่ระบุเอาไว้ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ซึ่งหมายความว่าสุโขทัยนั้นแสนอุดมสมบูรณ์ มีทั้งช้างทั้งม้าให้ค้าขาย เพียงแต่ฉันเกิดมาไม่ทันยุคที่สุโขทัยรุ่งเรืองไปด้วยทรัพยากรและป่าไม้ก็เท่านั้นเอง

คิดย้อนไปแล้ว ในปี พ.ศ.ที่ยังมีการให้สัมปทานป่าไม้ ถ้าป่าคาไม่ถูกอนุรักษ์ไว้เสียก่อน ฉันก็นึกไม่ออกเลยว่า ดวงอาทิตย์หนุ่มวัยคะนองของสุโขทัยในวันนี้จะเกรี้ยวกราดและบ้าคลั่งขึ้นอีกขนาดไหน การมาป่าคาและผ่านความสูงชันของเขาหลวงมาใหม่หมาด ทำให้ฉันซึ้งแล้วว่า อำเภอศรีสำโรงที่ฉันคุ้นชินไม่ใช่สุโขทัยทั้งหมด และฉันก็เป็นคนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนสุโขทัย ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักอะไรในดินแดนนี้เท่าไรเลย

ป่าคานั้นมีส่วนที่เป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา เมื่อแรกมาถึงฉันพบนกตัวโตขนสีเขียวสดใส พวกมันนับสิบตัวบินเข้าออกต้นไม้ใกล้บ้านพัก ซึ่งฉันเดาว่าน่าจะเป็นบ้านของพวกมันหรือไม่ก็แหล่งอาหาร

นอกจากนกสีสวยตัวโตขนาดนกพิราบแล้ว คราวนี้ฉันค้นพบว่านกเป็นเรื่องที่กบไม่เชี่ยวชาญเหมือนเรื่องต้นไม้หรือประวัติศาสตร์ แต่เขาก็ใช้เวลาไม่นานในการหาคำตอบ แล้วมาบอกฉันว่าเจ้านกที่โชว์ตัวกันสลอนอยู่นี้คือนกเขียวคราม มันเป็นนกประจำถิ่น นิสัยค่อนข้างรับแขกและพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าคา

“สมกับการเป็นครู” ฉันตบมือให้

“ก็แกอยากรู้”

“แกจะไม่ตอบซักเรื่องก็ได้”

“นี่แกว่าฉันเสื…”

“ชู่” ฉันเอามือแตะปากตัวเองเป็นสัญลักษณ์ให้เขาเงียบก่อนที่เขาจะพูดจบ “อย่ากบอย่า แกบอกก่อนเข้ามาไม่ใช่เหรอว่าที่นี่เจ้าที่แรง และไม่ควรจะพูดคำหยาบ” ฉันย้อนเกล็ดแกล้งเขาบ้าง

ตอนแรกฉันคิดว่าเขาขู่ฉันเล่นๆ แต่พอกบเงียบปากและส่ายตามองรอบทิศแล้วว่า “กลับถึงบ้านก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง อย่ามาพูดอะไรกันตรงนี้เลยนะ” ฉันก็เลยลังเลว่า เขากำลังแกล้งฉันหรือว่ากลัวขึ้นมาจริงๆ กันแน่

เราขนของเข้าบ้านพักของอุทยานที่จองเอาไว้ราวสี่โมงเย็น หนึ่งในนั้นคือลังพลาสติกขนาดใหญ่สองลัง กบประกาศว่าอาหารการกินวันนี้อุดมสมบูรณ์ ไม่อัตคัดอยู่แค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและข้าวไข่เจียวเหมือนบนเขาหลวงแน่ๆ

“แกจะละเมอว่าพักรีสอร์ตหรูเลยละ” เขาว่า

กบเตรียมมาทั้ง ชา กาแฟ ไวน์ กระทะไฟฟ้าและของสดที่หั่นเตรียมไว้ในลังน้ำแข็ง เขาบอกว่าสองคืนนี้เขาจะมาดื่มด่ำกับธรรมชาติให้ชื่นปอด และทำให้ป่าคากลายเป็นการพักผ่อนอย่างราชาราคายาจก ที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลือน

ระยะเวลาสามสิบปีที่เขาเกิดและเติบโตที่นี่เขามีโอกาสมาป่าคาแค่เพียงสามหน หนแรกเมื่อครั้งออกค่ายลูกเสือตอน ป.6 หนที่สองคือพาเด็กๆ มาออกค่ายลูกเสือเมื่อสองปีก่อน และหนที่สามก็คือครั้งนี้

สำหรับฉันนั้นป่าคาคุ้นหูพอๆ กับเขาหลวง และขอยืมคำที่กบใช้ ฉันไม่คุ้นเท้าและรวมถึงไม่คุ้นตากับป่าคาด้วย เพราะไม่เคยมีโอกาสมาที่นี่สักครั้ง

ตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่า สุโขทัยมีหน้าหนาวตลอดปีอยู่บนเขาหลวง และมีป่าที่ยังคงเป็นป่าเต็มขั้นอยู่ในป่าคาแห่งนี้

บ้านพักที่เราจองมีสองห้องนอน แต่ละห้องมีหลายเตียง ฉันลังเลอยู่ว่าจะเลือกนอนแบบไหนดี แต่กบเป็นคนเลือกให้ด้วยการนอนคนละห้องกับฉัน

“เดี๋ยวพี่อาร์ตมาก็ต้องนอนห้องนี้” เขาลอยหน้าพูด

กบกำลังชิงดีชิงเด่นกับฉันเรื่องพี่อาร์ตอยู่ ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้ เรารู้มาตลอดว่าพี่อาร์ตเป็นชายแท้ และไม่ได้มีรสนิยมหลากหลายพอที่จะเลือกกบ ที่เขาทำอยู่ก็แค่สร้างความบันเทิง หรือถ้าจะมีอะไรปะปนอยู่ในนั้นบ้าง กบก็พยายามจะทำใจอยู่

ก็เหมือนพี่ภพนั่นแหละ ทำให้เป็นเรื่องเล่นๆ เพื่อกลบเกลื่อนบาดแผลของตัวเองเอาไว้ เพียงแต่ของกบถ้าจะมีมันก็คงเป็นแค่แผลมีดบาด แต่แผลของพี่ภพนั้นอาการสาหัสและฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้เมื่อไร

ฉันกับมาวินอยากจะลุ้นให้พี่ภพสมหวัง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดพี่เตยที่เคยพูดกับฉันเมื่อสองปีก่อน ฉันก็รู้สึกพ่ายแพ้ให้กับคุณธรรมและความดีงามที่ประดับอยู่ในจิตใจของพี่เตย

ฉันเองก็โดนเล่นงานด้วยความ ‘ไม่พอ’ จนถึงวันนี้ไม่ใช่หรือ มันดีแค่ไหนแล้วที่มีคนอย่างพี่เตยเป็นเพื่อนร่วมโลก และประคับประคองให้ครรลองของสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้อง

“แกจะออกไปถ่ายรูปใช่ไหม งั้นเดี๋ยวฉันอยู่เตรียมอาหารเย็นนะ” กบยกมือขึ้นประสานใต้หน้าอก เหมือนกับว่าสิ่งดีๆ กำลังคอยอยู่

“ฮือ…” ฉันพยักหน้า สะพายกระเป๋าและขาตั้งกล้องออกไปจากบ้านพัก

ดวงอาทิตย์ลับเลี่ยมเขาไปทั้งๆ ที่ยังส่องแสงให้โลก บรรยากาศเหมาะแก่การออกมาเดินชมธรรมชาติ แต่กลางสัปดาห์ในเดือนมีนาคมกลับไม่มีแขกอื่นให้เห็นสักคนเดียว

ฉันพบเจ้าหน้าที่อุทยานระหว่างถ่ายงาน เขาเป็นชายหนุ่มหน้าเข้ม ร่างฟิต ในชุดลายพรางของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เสียงทุ้มและติดสำเนียงเหนือของชายหนุ่มทำให้เขาดูน่ารักและอ่อนโยนกว่าภาพภายนอก

เรายิ้มให้กันและยิ้มก็เป็นเหมือนประตูที่ทำให้เขาเดินเข้ามาหา

“เคยมาที่นี่มาก่อนไหมครับ”

“ครั้งแรกเลยค่ะ ที่นี่นกเยอะจังนะคะ”

“ครับ เยอะมาก ป่าของเรามีตั้งแต่เต่าปูลู จนถึงเสือไฟ คุณรู้จักหรือเปล่าครับ” ฉันพยักหน้า ไม่ว่าฉันจะโง่เรื่องอะไรก็ตาม แต่หนังสือ อสท.ทำให้ฉันมีความรู้เรื่องสัตว์ป่าและธรรมชาติอยู่บ้าง

“ฉันรู้จักทั้งเสือไฟและเขี้ยวเสือไฟเลยละค่ะ” ฉันปล่อยมุก และเดาถูกว่าเจ้าหน้าที่อย่างเขา รู้จักเขี้ยวเสือไฟ หนึ่งในของขลังของพวกจอมขมังเวทแน่ๆ

ชายหนุ่มหัวเราะ ดูขี้อายมากกว่าจะเป็นคนเปิดเผย เราสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาแสดงความภาคภูมิใจในภารกิจดูแลแหล่งต้นน้ำและสัตว์ป่าที่ตัวเองได้ทำอยู่ เขาพูดถึงน้ำตกสองสามแห่ง ถ้ำค้างคาวเรื่อยไปจนถึงนกเงือก ทั้งที่มีขนาดใหญ่สุดอย่างนกกกหรืออีกชื่อคือนกกาฮัง และนกเงือกที่เล็กที่สุดอย่างนกแก๊ก

เขาบอกฉันว่าพวกมันคือนักปลูกต้นไม้และเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่า ซึ่งป่าคาก็มีพวกมันอยู่เต็มไปหมด

ฉันดีใจไปกับเขาด้วย และภูมิใจในฐานะที่ฉันวางตัวเองเอาไว้ว่าเป็นคนสุโขทัยคนหนึ่งด้วย

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ”

“ยินดีอย่างยิ่งครับ” เขาว่า ยิ้มกว้าง ดูหล่อขึ้นมาอีกสิบเท่า

คนบางคนหล่อเพราะรูปร่างหน้าตา คนบางคนหล่อเพราะความสามารถ แต่คนบางคนก็หล่อในคุณค่าของสิ่งที่เขาทำ

สำหรับชายหนุ่มไม่รู้ชื่อผู้นี้ ฉันให้ข้อแรกและข้อสุดท้ายกับเขา

ส่วนชายหนุ่มที่รอฉันอยู่ที่บ้านพักอุทยานนั้น ฉันให้ทุกข้อ เพียงแต่เขาเป็นของต้องห้ามแต่ตอนนี้เขากำลังต้องการตัวฉัน และกำลังป้องปากตะโกนเร่งมาอีกฟากสนามให้ฉันกลับเข้าบ้านได้แล้ว

ฉันยังไม่ลืมเรื่องเมื่อเช้า ระหว่างที่เดินกลับบ้านพัก ฉันก็นึกวางแผนว่า ฉันจะฉกโทรศัพท์ของกบมาดูได้อย่างไรดีหนอ



Don`t copy text!