จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 44 : โจรปล้นใจ

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 44 : โจรปล้นใจ

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

เรากลับออกมาจากป่าคาในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยฉันตัดสินใจว่าจะไปเก็บภาพฝูงค้างคาวที่ถ้ำเจ้ารามในตอนเย็น ซึ่งหมายความว่าฉันจะมีเวลาพักเท้าอยู่ที่บ้านของกบได้หลายชั่วโมงทีเดียว

ขากลับฉันตัดสินใจไปนั่งรถคันเดียวกับพี่อาร์ต เพราะยังรู้สึกเกลียดขี้หน้ากบอยู่ ซึ่งฉันเดาว่าถึงฉันจะไม่ทำแบบนี้ กบก็อาจจะเจ้ากี้เจ้าการให้ฉันไปนั่งกับพี่อาร์ตอยู่ดี

ที่จริงฉันคาดหวังว่าเขาจะเหน็บเจ็บๆ…พอผู้ชายมาก็ทิ้งเพื่อนเลยนะ แต่กบกลับทำคอแข็งใส่ฉัน เขาโบกมือให้พี่อาร์ต ก่อนจะมุดเข้ารถคันจิ๋วสีเหลืองดำของเขาแล้วขับนำเราออกไป

ใจลึกๆ ของกบหลงรักพี่อาร์ตอยู่หรือเปล่า ฉันมองตามท้ายรถของกบไปด้วยความสงสัยที่จริงจังขึ้น

ถ้าเป็นในละคร ฉันคงจะเป็นฝ่ายหนีเพื่อเสียสละให้เพื่อน เรื่องจะพลิกไปพลิกมา จนท้ายที่สุดพี่อาร์ตกับฉันก็จะได้กลับมาครองคู่กัน

แต่นี่ไม่ใช่ละคร ต่อให้ไม่ใช่ฉันก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ไหนสักคนบนโลกนี้ ที่จะมาอยู่ในตำแหน่งที่ฉันกำลังจะแหย่เท้าเข้าไปยืน ซึ่งเชื่อได้ว่ากบเข้าใจในเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มาพูดจริงจังกับฉันให้รีบตัดสินใจเร็วๆ หรอก

พี่อาร์ตเป็นคนคุยสนุก มีความรู้รอบตัว เขาทำให้ฉันทึ่งด้วยการบอกว่าเขาเคยคิดจะสอบเข้าเรียนประวัติศาสตร์ แต่ดันสอบโควตามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไม่ติด ตอนนั้นเขาเหมือนคนอกหัก เลยหันเหมาทางสายวิทยาศาสตร์ และสอบได้คณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แทน

เขากับกบได้เจอกันอีกครั้ง ในฐานะนักกีฬาบาสของมหาวิทยาลัยตัวเอง ห่างกันไปเมื่อเขาเรียนจบและทำงาน พี่อาร์ตกับกบกลับมาติดต่อกันจริงจังอีกครั้งก็เมื่อต้นปีที่เขาย้ายกลับมาอยู่สวรรคโลก

“สรุปก็ต้องมาค้าขาย ไม่ได้เอาวิชาที่เรียนมาใช้เลย” เขาหัวเราะให้กับโชคชะตา แต่ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้เศร้ากับวิถีของตัวเอง ประการแรก การเป็นดีลเลอร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำรายได้มากกว่าเงินเดือนวิศวกรของเขาแน่ๆ และประการต่อมา คือเขาได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน ได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่ ได้กลับมาเจอเพื่อนฝูงเก่าๆ ภาพวัยเด็กฉายชัดอยู่ตรงนั้นตรงนี้ พี่อาร์ตว่าเขามีความรู้สึกที่เรียกว่า ‘อุ่นใจ’ จนรู้ตัวว่าเขาคงไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่อื่นอีกแล้ว

ฉันมองหน้าเขา รู้สึกทั้งทึ่งและอิจฉาที่เขาได้กลับมาอยู่ในที่ที่ตัวเองต้องการ มันเป็นอารมณ์ใกล้เคียงเวลาที่ฉันเห็นกบพูดถึงการทำอาหาร การปลูกต้นไม้และพูดถึงไส้เดือนในดิน

พวกเขาไม่ได้พูดถึงรายได้ ไม่ได้พูดถึงเงินทอง หรือการท่องเที่ยวในอีกซีกโลกหนึ่ง รวมทั้งไม่ได้เอ่ยคำว่าสงบสุขออกมาสักคำ แต่ฉันกลับรู้สึกถึงคำคำนั้นระหว่างถ้อยคำของพวกเขา

ฉันนึกเลยไปถึงยายเฟ้อ ถ้าแกอยู่กรุงเทพฯ แกคงไม่มีโอกาสขี่จักรยานคู่ชีพบนท้องถนน เพราะถึงแม้คนใช้ถนนที่สุโขทัยจะไม่ได้เอื้ออาทรหรือคิดเผื่อแผ่ไปยังคนใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ แต่พื้นผิวจราจรก็มีพื้นที่มากพอที่จะให้ยายเฟ้อได้ขี่จักรยานไปส่งสินค้าประดามีที่แกหามาขายแก้เบื่อได้

แม่เคยบอกฉันว่า ย่าอยู่บ้านหลังนั้นคนเดียวโดยไม่คิดจะไปอยู่กับลูกคนไหน และอยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะย่าอยู่กับคุณค่าในตัวเอง ดังนั้นฉันก็ต้องหาคุณค่าให้ตัวเองแล้วฉันก็จะมีความสุข

สมัยเด็กเวลามาอยู่กับย่านั้น ฉันจะตื่นตั้งแต่ตีห้าตามย่าออกมานั่งหลับข้างโอ่งน้ำ ย่าจะถูบ้านแล้วคอยบ่นว่าฉันจะมานั่งตรงนี้ทำไม น่าจะนอนไปจนกว่าจะสว่าง ฉันไม่ได้บอกย่าว่าที่ฉันออกมาเพราะไม่กล้านอนอยู่ในห้องคนเดียว ได้แต่ทำเฉยและไม่ได้รู้สึกลำบากสักนิดที่ต้องนอนบนพื้นกระดานแข็งๆ

ตรงกันข้าม การได้ฟังเสียงถูพื้นกระดานของย่า ทำให้ฉันนอนหลับข้างโอ่งน้ำไปได้ด้วยความรู้สึกปลอดภัย ซึ่งฉันก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับย่าอีกเช่นกัน

หลังจากกินอาหารเช้ากันแล้วย่าจะเข้าไปดายหญ้าในสวน เปิดวิทยุเครื่องเก่าฟังเพลงจากสถานีวิทยุเอเอ็ม สถานีที่ย่าฟังจะเป็นเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ฉันนั่งเล่นดินใต้ต้นไม้ไปก็จินตนาการเล่นบทบาทสมมุติของตัวเองไป หูที่ได้ซึมซับเพลงเล่านั้นมาทำให้ฉันรู้จัก สุรพล สมบัติเจริญ ชาย เมืองสิงห์ และศิลปินยุคเก่าอีกหลายคน ส่วนเพลงรุ่นพ่อในยุค 80 อย่างที่อังศุมาลินรู้จัก ฉันกลับไม่ค่อยรู้จัก พ่อกับแม่ของฉันไม่ค่อยได้ฟังเพลง แม่ใช้เวลาส่วนใหญ่สอนภาษาอังกฤษให้ฉัน กับฝึกฝนให้ฉันทำโจทย์คณิตศาสตร์

พ่อไม่ก้าวก่ายในความเข้มงวดของแม่ แต่ทุกปิดเทอมพ่อจะส่งฉันกลับมาอยู่สุโขทัย เพราะพ่อเห็นว่าเป็นผลดีต่อฉันมากกว่าการอยู่กับความเครียดที่กรุงเทพฯ

ถึงแม่จะเป็นคนดื้อรั้นแค่ไหน แต่เรื่องนี้แม่ต้องจำใจยอมพ่อ เพราะเป็นเรื่องเดียวที่พ่อเอาจริงอย่างที่สุด

ว่าไปแล้วพ่อคงจะรักย่ามาก ฉันจำได้ว่าพ่อเคยถามแม่ว่าคุณชอบผมเพราะอะไร คำตอบของแม่นั้นฉันจำไม่ได้ แต่จำคำพูดต่อไปของพ่อได้

‘ที่ผมเป็นแบบนี้เพราะผมถูกเลี้ยงให้โตขึ้นมาเป็นแบบนี้ ถ้าคุณคิดว่าชอบที่ผมเป็นแบบนี้ ย่าก็จะเลี้ยงเจ๋งให้โตขึ้นมาเป็นแบบผม ผมคิดว่าเจ๋งต้องการสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากความสามารถทางภาษาหรือการคำนวณตัวเลขยากๆ

เชื่อผมเถอะ…แค่ช่วงปิดเทอมเอง วิชาความรู้ที่คุณให้ลูกมันไม่หายไปไหนหรอก’

ถ้าแม่ยังอยู่ฉันจะบอกแม่ว่า ความหมายของคำว่าคุณค่าที่แม่พูดถึงนั้น บัดนี้ฉันเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ หรือการทำเงินได้มากๆ แต่มันคือความสุขอย่างเฉพาะตัวของใครของมัน ที่เราต้องบอกตัวเองให้ได้ว่า เรานั้นต้องการอะไร

คิดถึงตรงนี้ฉันก็มองดูพี่อาร์ต ผมหยักศก คิ้วเข้ม และไรหนวดของเขาทำให้ฉันฟุ้งซ่าน ถ้าท้ายที่สุดฉันได้ลงเอยกับเขาจริงๆ ฉันก็จะได้กลับมาอยู่สุโขทัย แล้วฉันจะทำอะไรดีล่ะ…อาจถ่ายรูปเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่ฉันชอบ ทำหน้าที่ตัดต่องานให้ช่องของเรา และคงต้องช่วยเขาทำบัญชีที่ร้านบ้างในฐานะสะใภ้

คิดแล้วก็อยากจะกรี๊ดออกมา นี่ฉันเพ้อไปเบอร์ไหนแล้วนี่

“คิดอะไรอยู่”

“คิดว่าถ้าต้องกลับมาอยู่สุโขทัย เจ๋งจะต้องทำอะไรน่ะค่ะ”

“แล้วเจ๋งชอบอะไรล่ะ”

“เจ๋งชอบถ่ายรูป ชอบต้นไม้…ชอบศิลปะ แต่ไม่ชอบทำบัญชีเลย”

“ทำบัญชี…” พี่อาร์ตทวน ฉันสะดุ้งโหยง ใบหน้าร้อนผ่าว นี่ฉันเผลอพูดอะไรออกไปกันนี่

พี่อาร์ตมองฉันด้วยความงง ถ้าเป็นกบก็คงเดาออกไปแล้วว่าฉันคิดอกุศลอะไรกับพี่อาร์ตอยู่

“อ่า…คือคิดเล่นๆ ว่าจะมีงานอะไรบ้างน่ะค่ะ”

“อ๋อ…แต่ถ้าชอบทำบัญชีเมื่อไหร่บอกพี่นะ ตำแหน่งที่บ้านว่าง” เขาหยอด ฉันรีบหันหนีออกไปนอกรถ ตามองเห็นสายไฟฟ้าที่โยงระหว่างเสาไฟไล่ไปตามถนน บนสายไฟนั้นเห็นนกเขาเกาะกันเป็นคู่อยู่เป็นระยะ

ทำไมพวกมันต้องอยู่กันเป็นคู่ ตอนนี้ฉันมีความรู้สึกเหมือนโดนล้อ และอับอายจนอยากละลายหายไปจากตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย



Don`t copy text!