มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 27 : แบกรับปัญหา

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 27 : แบกรับปัญหา

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-27-

 

บงกชมืดแปดด้านแล้ว

เดือนนี้ไม่มีเงินจ่ายธนาคาร ซ้ำร้ายไม่มีแม้เงินเดือนจะจ่ายพนักงานได้ครบทุกคน

พนักงานระดับเงินเดือน หมื่นกว่า สองหมื่น ยังพอจ่ายได้ แต่ระดับเกินห้าหมื่นหล่อนลำบากใจ จะพูดกับพนักงานอย่างไร

เดือนแล้วเดือนเล่า ก็พยายามมาตลอด…

ปีแล้วปีเล่า…ผ่านมาอย่างยากลำบาก

สุดท้าย…ก็หมดจริงๆ แล้ว

ขาดเงินสดหมุนเวียนที่จะพอใช้จ่าย…ถึงมีรายได้เข้ามาก็ยังไม่เพียงพอ

บงกชพยายามเจรจากับสถาบันเงินกู้ต่างๆ ก็ล้มเหลว

กู้นอกระบบก็แล้ว…เสียดอกเบี้ยสูงมากก็ยอม ผ่านมาหมดจน…สุดท้าย…หล่อนขอนัดพบ…วรชัย

คน…ที่หล่อนตั้งใจจะไม่พบอีก แต่จำเป็น…พบเพื่อความเจ็บปวด พบเพื่อทุกข์ทรมานสาหัส

รักไม่สมหวัง…แต่ยังรัก และไม่อาจสมหวังในชาตินี้

ร้านอาหารเดิม มุมเดิม ร้านเก่าแก่…เก่ามาก แต่ร้านก็ยังอยู่ ผันแปรไปตามกาลเวลา ลูกค้าน้อย แต่พออยู่ได้เพราะเป็นร้านของตัวเองไม่ต้องเช่า อาหารก็สืบต่อกันมาจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก รสชาติเดิมๆ

บงกชสั่งสลัดซี่โครงหมูสองจานและรอ…

เขา…มาแล้ว

คุณวรชัยมาแล้ว มาพร้อมผมขาวแซมบนศีรษะ กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

พอเขาทรุดกายลงนั่ง หล่อนจึงเอ่ยปาก

“ขอบคุณนะคะ…ขอบคุณที่อุตส่าห์มา…มาตามนัด”

“ถ้าคุณนัด…ผมต้องมาสิครับ”

หัวใจหล่อนเต้นแรง ภาพเก่าๆ อดีต ผ่านมายี่สิบกว่าปี ภาพยังแจ่มชัด

ความรัก…สัมผัสมือกันตั้งแต่หนุ่มสาว

หล่อนนัด…และเขามาตามนัดเสมอ ไม่ว่าจะติดธุระอะไร…เขาจะยอมทิ้งทุกอย่างมาพบหล่อนทุกครั้ง…ไม่ขาด รวมทั้งครั้งสุดท้ายที่หล่อนบอกเขาว่าหล่อนเลือกครอบครัว แต่งงานกับเขาไม่ได้ ให้ลืมหล่อนเสีย

ตอนนั้นเขาตาแดงก่ำ กำมือแน่น…

แสนสงสาร แสนเจ็บปวด บงกชทำอะไรลงไป ละทิ้ง ‘หัวใจ’ ไปกับครอบครัว เดินไปกับครอบครัวที่ไม่ยอมให้บงกชมีทางออก…ถ้าหล่อนไปตั้งแต่ตอนนั้น…ตัดพ่อตัดลูก…ตัดพี่ตัดน้อง…

วันนี้จะเป็นเช่นนี้หรือ?

“กช…เอ้อ…ฉันมีเรื่องรบกวน…” ไม่ใช่เวลาจะมาคิดอดีตอะไรแล้ว…ชีวิตเดินไปข้างหน้า

“เรื่อง?”

“ฉันไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้” หล่อนพูดยากเย็น ใช่…เขาเป็นคนสุดท้ายที่หล่อนจะพูด จะขอร้อง…

“กับผม…พูดได้ทุกเรื่องครับ”

“ขอร้อง…รบกวน…เรื่อง…เอ้อ…เงิน…” ใช่สิจะขอยืมเงิน ตั้งใจว่าจะไม่พูดกับเขาเด็ดขาด แต่พอหน้ามืดก็ต้องทำ

เขาถอนใจยาว

“ผมบอกคุณแล้ว ผมคุยได้ทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องเงินแต่คุณก็ไม่เคยสนใจ”

“ฉันต้องหาทางอื่นก่อน”

“รู้มั้ย…คุณทั้งดำ ทั้งผอม”

“และโทรม…”

เขาถอนใจยาว

“คุณเป็นผู้หญิง ใช่…คุณเก่ง แต่คุณคนเดียวต้องมาแบกรับภาระทั้งบ้าน…คุณรับไหวเรอะ คุณแข็งใจ คุณแบกรับ พี่ชายคุณ พี่สะใภ้คุณ รวมทั้งหลานๆ คุณ ต่างสุขสบาย ไม่เห็นมีใครต้องหาเงินเลย”

บงกชโบกมือ

“ฉันเต็มใจเองค่ะ”

คุณวรชัยแค่นหัวเราะ มองหล่อนอย่าง…อย่าง…รักหรือ…เวทนาหรือ…สงสารหรือ…หรืออย่างไรล่ะ…แค้น!

“ผมรู้…ครอบครัวคุณสำคัญต่อคุณมากกว่าผม” แค้นรัก!

“เอ้อ…ฉันขอโทษ”

“ไม่เป็นไร มันผ่านมานานแล้ว และผมก็ยังมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว คุณต้องปล่อยวางแล้วล่ะ”

“ไม่ค่ะ…ฉันต้องสู้ต่อไป ถ้ามีทุนมาขยายงานต่อ ถ้าคุณยอมให้ฉันกู้เงิน”

“กู้หรือครับ กช…คุณก็รู้อะไรเป็นอะไร กิจการคุณแย่ขนาดไหน คุณทำไม่ได้แล้ว นอกจากขายกิจการให้เรา ผมเสนอซื้อมานานร่วมสิบปี นานมาก…แต่คุณก็ไม่ยอมขาย”

“คุณพ่อไม่ให้ขายค่ะ”

“แล้วท่านช่วยคุณได้มั้ย นอกจากบังคับให้คุณหาเงิน…หาเงิน ยิ่งกว่าพวกอี…”

หาเงิน…อีตัว!

เขาหยุดทัน…ทันทั้งที่อยากพูด ทัน…แต่หล่อนเข้าใจ วรชัยโกรธแค้น คำพูดรุนแรงขนาดไหนก็พูดออกมาได้

บงกชหน้าชา…อับอาย…แต่ต้องฝืนเข้มแข็ง

“ค่ะ…ถึงอย่างไรฉันก็เป็นลูก และใช้นามสกุลของคุณพ่อ ฉันทำทุกอย่างเพื่อท่าน”

“ลูกกตัญญู…ผมยกย่องความกตัญญูของคุณ แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม”

“ฉันขอกู้จากคุณ…” เอ่ยปากยากเย็น

“ผมอยากซื้อกิจการ”

“อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ อย่าทำเพราะคุณโกรธแค้นฉัน ฉันขอโทษ แต่ครอบครัวฉันไม่ผิด…ขอเป็นเงินกู้ยืมแทนซื้อกิจการเรา”

“เท่าไหร่?”

หรือเขาใจอ่อน…ยอมหล่อนแล้ว บงกชดีใจ ใบหน้าที่เคร่งขรึม…เครียด เริ่มจะมีรอยยิ้ม แต่ฝันก็พังทลายเพราะการปรากฏตัวของทัศวรรณกับลูกๆ ทั้งสาม จักรภพ รณชัย กับ คัทรียา

ตั้งใจหรือบังเอิญ…คำพูดของทัศวรรณที่เอ่ยอย่างยินดี

“ว้าย! บังเอิญจัง คุณชัย…อ้าว…กช…ก็อยู่ด้วย”

“คุณกับลูกมาทำอะไรครับ?” วรชัยถาม

“วรรณนัดลูกๆ ทานข้าวค่ะ นึกถึงวันเก่าแก่อยากทานเลยมา ไม่คิดว่าจะพบคุณ…”

แววตา ท่าทาง คำพูดแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ลึกๆ ไม่เลย…ทัศวรรณแอบได้ยินสามีรับโทรศัพท์นัดหมายกับบงกช

หล่อนตั้งใจมาขัดขวาง…และบอกตัวเองว่ามีสิทธิ์ในฐานะลูกเมีย หล่อนกลัวถ่านไฟเก่า กลัวความรักในอดีตของเขา กลัวใจผู้หญิง และกลัวตัวเองจะผิดหวัง

“คุณคงคุยธุระกัน…วรรณกับลูกไม่รบกวนดีกว่าค่ะ” ทำเป็นภรรยาใจกว้าง แต่คัทรียาไม่ยินยอม

“ไม่ได้นะคะ ยาว่าอากชนัดคุณพ่อคงเป็นเรื่องเงินแน่ๆ ยาไม่อยากให้คุณพ่อใจอ่อนกับคู่แข่งการค้า ถ้านัดธรรมดายาจะไม่ว่าเลย ถ้าเรื่องเงิน ยาขอยุ่ง”

พูดตรงขนาดนี้…จี้ใจบงกชจนพูดไม่ออก เข้าเป้าของคัทรียาทันที

“อากชไม่แย้งแสดงว่าเรื่องเงิน!”

“เอ้อ…อาจะขอกู้…” บงกชพูดตรงๆ กลัวทัศวรรณจะเข้าใจผิดที่นัดพบสองต่อสอง

จักรภพโพล่งทันที

“ผมเคยคุยกับคุณพ่อแล้ว นอกจากเทคโอเวอร์ห้างซาร่า เรื่องอื่นเราไม่รับเงื่อนไขครับ”

“อาไม่ขายนะคะ แต่อาขอกู้”

“อากชครับ มีสถาบันการเงินตั้งเยอะแยะ อากชคงไม่จนปัญญาหรอกนะครับ ซาร่าห้างเก่าห้างแก่มีชื่อเสียงมานาน กู้สบายอยู่แล้ว นอกจากกิจการจะเน่าจนไม่ไหว”

และคัทรียาก็ช่วยซ้ำเติม

“ทำไมตาอำนวยกับอาสุมิตไม่ช่วยอาล่ะคะ…รวมทั้งหลานๆ อาด้วยตั้งสามคน อย่าบอกเชียวว่าทุกคนไม่เอาไหน!”

ทัศวรรณปรามลูกทั้งสอง

“อย่าเสียมารยาทกับอากช!”

รณชัยเห็นอกเห็นใจจึงกล่าวว่า

“ถ้าพวกเราพอช่วยได้ก็ช่วยเถอะครับ”

จักรภพตำหนิน้องชาย

“ชัย…แกเงียบเถอะ อย่าเห็นแก่ความรักเกินไป อย่าคิดว่าแกจะสมหวัง พ่อกับอากชเป็นตัวอย่างมาแล้ว”

รณชัยเองก็รู้สึกว่า…ตนกับเกศราจะมีทางเดินเหมือนอดีต เพราะเกศราที่เคยมั่นใจในความรัก หมู่นี้เธอปฏิเสธเขาตลอด ถึงขั้นบอกเลิก แต่เขายังหวังว่าเกศราพูดเพราะอารมณ์ชั่วขณะ

“อย่าเอาเรื่องผมมาเกี่ยวข้องกับอากชสิครับ อากชต้องการให้เราช่วย…”

“ธุรกิจนะโว้ย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ธุรกิจ…จำใส่ใจไว้”

“แต่เราก็ช่วยได้”

“แกเงียบเลย!” จักรภพห้ามน้องชาย และหันมาพูดกับบงกชว่า “จะเจรจาธุรกิจต้องไปเจรจาที่บริษัทเราครับ อย่านัดพบคุณพ่อสองต่อสอง มันไม่เหมาะสมครับ!”

ใบหน้าบงกชซีดเซียว หายใจแรง

อับอายขายหน้า ถูกเด็กรุ่นลูกต่อว่า ส่วนทัศวรรณถึงไม่พูดอะไร แต่สายตา…ปิดไม่มิด

สายตาระแวงสงสัย…หึงหวง

แม้ว่าทัศวรรณจะพยายามปกปิดไม่แสดงออก แต่บงกชอ่านออกและรู้สึกเสียใจที่ทำให้เพื่อนระแวง

เสียงของจักรภพยังตอกย้ำว่า

“อากชน่าจะรู้นะครับ คุณพ่ออาจใจอ่อน แต่ความเป็นจริง มันไม่ได้เลย เพราะเราจะซื้อกิจการของอา ไม่ใช่ให้อายืมเงิน”

เสียงคัทรียาช่วยเน้นความเจ็บปวด

“ยืมไปเท่ากับเอาเงินไปถมทะเล ชาตินี้ไม่ได้คืนหรอก อากชเท่ากับมาหลอกเงินคุณพ่อ อาศัยความหลังเก่าๆ หวังให้คุณพ่อช่วย หลอกพ่อนะคะ…หลอก…”

หลอก…หลอก…

ใช้ความรักมาล่อหลอก…

บงกชหน้าซีด…เหงื่อออก…มือเย็น หล่อนเป็นลม…เป็นลม…ล้มลง…

และคนที่เข้าประคองก็คือ…คุณวรชัย!

และในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล…

คนที่รีบมาคือ เรนี่ กับ เกศรา ตามมาติดๆ คือ วิชา

รณชัยโทรหาหลานสาว หลานชายของบงกช

บงกชนอนอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนแอ จนแพทย์ต้องรับตัวไว้ดูอาการ เพราะทราบว่าบงกชทานอาหารไม่ได้มาหลายวัน เพราะความเครียด แตะอาหารเพียงน้อยนิด

เรนี่มาถึงเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปในห้องพยาบาล

“อากช…อากชคะ…”

บงกชเพลียและเหนื่อยกายเหนื่อยใจ พูดเบาๆ

“อาไม่เป็นไร…พาอากลับบ้าน”

“ดูสิคะ…หน้าซีดขนาดนี้จะกลับบ้าน” แล้วหันมาถามครอบครัวคุณวรชัย…“เกิดอะไรขึ้นคะ?”

คัทรียาเป็นคนตอบ

“อ๋อ…เกิดเพราะอากชแน่ะเอง หาเรื่องเอง นัดคุณพ่อเพื่อขอยืมเงิน…ตลกนะ…ตลกร้าย หรือว่าจะตลกมีแผน เหมาะสมมั้ย…เหมาะมั้ยที่อากชจะทำแบบนั้น!”

“แถมทำลับหลังคุณแม่!” จักรภพเสริม

คุณวรชัยได้แต่นิ่งเงียบ และทัศวรรณก็แสดงอาการอึดอัด พูดไม่ออกเสียอย่างนั้น

“เจรจายืมเงิน” คัทรียาแค่นหัวเราะ “ยืมใครไม่ยืมมายืมคุณพ่อ”

เกศราได้ยินก็โกรธ กลับไม่พอใจอากชเสียอย่างงั้น

“เอ๊ะ…อากชทำแบบนี้ อายตายเลย มายืมกับคู่แข่ง!”

วิชา…หลานชายคนโตของบงกช…แม้จะเห็นด้วย เพราะกิจการจะไปไม่รอด แต่ต่อหน้าครอบครัวคุณวรชัย…วิชาก็ขอคุยโตไว้ก่อน เพื่อกลบเกลื่อนความหน้าบางของตัวเอง

“เออ…ทำไมอากชทำแบบนี้ ไม่ควรเลย”

หลานทั้งสองกลับซ้ำเติมอาตัวเอง!

บงกชที่นอนอยู่บนเตียง หลับตา เหมือนจะหลับแต่ไม่หลับ ได้ยินตลอด…

เป็นความผิดพลาดหรือ?

ยังไม่ได้รับคำตอบจากวรชัยเลย แต่ก็ถูกขัดขวางก่อน แต่จากที่เขานิ่งเงียบ ก็แสดงว่าเขาเห็นด้วยกับคำพูดของลูกๆ

หล่อนหาเรื่องเอง แส่เอง เจ็บเอง และสมน้ำหน้าตัวเอง!

จักรภพพูดกับวิชาว่า

“เราก็ลูกผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ รู้นะว่าอะไรถูก อะไรควร อะไรไม่ควร”

วิชากัดฟันตอบ

“เออ…รู้…รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน เข้าใจที่ภพพูด”

“เพื่อนส่วนเพื่อน…อากชคิดว่าจะใช้ความสัมพันธ์ในอดีตมาพูดกับคุณพ่อ หวังว่ายืมเงินแล้วจะไม่ต้องคืนมัง” จักรภพเน้นแล้วเน้นอีก “อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน”

คัทรียาเองก็ช่วยพี่ชายเต็มที่

“หวังว่าจะไม่มีครั้งที่สองนะคะ”

รณชัยอึดอัดพูดกับเกศรา คนรัก

“ผมขอเป็นคนกลางนะครับ ผมอึดอัด”

“เราก็มีเรื่องต้องพูดกันค่ะ” เกศราพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“หวังว่าเหตุการณ์วันนี้จะไม่สะเทือนถึงความสัมพันธ์ของเรา”

“มันไม่ใช่วันนี้ค่ะ มันสะเทือนมาระยะหนึ่งแล้วค่ะ”

พูด…พูด…พูด…ทุกคนพูด…

เรนี่มองอาบงกชบนเตียง…เห็นน้ำตาซึม หล่อนอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

คนที่พูดมากมี จักรภพ กับ คัทรียา!

อยากบีบคอให้ตาย!

บีบคอ…

แค่คิด…คิด…แต่จักรภพกับคัทรียามีผลจากความเคียดแค้นของเรนี่ และจากความคิดของเรนี่

 

***

 

Don`t copy text!