มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 30 : ตะเกียงแก้วปรากฏให้เห็น

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 30 : ตะเกียงแก้วปรากฏให้เห็น

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-30-

 

การต่อสู้ที่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ธรรมะย่อมชนะอธรรม ยังใช้ได้หรือเปล่า?

หรือไม่?

ยายทาฮิร่านึกเสียใจวูบหนึ่ง เพราะเกรงจะทำให้พ่อมดแม่มดรุ่นหลังที่กำลังเป็นพลัง เป็นความสวยงามของโลกเวทมนตร์ เป็นไม้งามเริ่มจะชูช่อ งดงาม สว่างไสว

ต้อง…ดับแสงลงในทันทีหรือ?

เพราะตนเป็นต้นเหตุหรือ?

ต้องไม่ใช่เพราะตน…

ยาย…ขอโทษ…ขอโทษ…ไม่น่าเลย…ไม่น่าขอให้วิลมาช่วยเลยตั้งแต่แรก

อนาคตสดใสพลันมืดมิด…

มนต์ขาวไม่สามารถชนะมนต์ดำของอีเวอลีนหรืออย่างไร?

“วิล…เปเลส…เซลิน่า…ยาย…ขอโทษจริงๆ”

ระหว่างที่ปะทะด้วยคาถา…ระหว่างที่ยังไม่รู้แพ้หรือชนะ พ่อมดวิลยังมีความหวังเสมอ

“อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ…ยาย…”

“ยายไม่ยอมแพ้ แต่ชีวิตพวกเจ้า…ยายไม่อยากเป็นผู้ทำลาย”

“พวกเรายึดถือความถูกต้อง!”

ใช่…ความถูกต้อง แล้ว…ทุกคนก็กำลังต่อต้าน…แทบจะยืนหยัดไม่ไหวแล้ว

หนึ่งเดียว…อีเวอลีน กับอีกฝ่าย ทาฮิร่า บาบาร่า วิล เปเลส เซลิน่า ฝ่ายรับที่กำลังผนึกกำลังต่อต้านลมพายุคาถา ต้องฝืนกายอย่าให้เท้าหลุดจากพื้นเด็ดขาด

ด้านเรนี่กับเจ้าชิกเก้นและไทเกอร์ที่อยู่ใต้ต้นไม้ ไม่ได้อยู่ในคาถาของอีเวอลีนจึงปลอดภัย

ชิกเก้นกับไทเกอร์มองฝ่ายรับอย่างกังวล

“แย่แล้ว…แย่แล้ว ร่างของยายต้องถูกพัดพาไปปะทะกับอะไรจนได้รับบาดเจ็บแน่เลย”

“ยายแก่แล้ว ไม่น่าทำกับยายเลย”

“พ่อมด แม่มดหนุ่มสาวก็กำลังแย่ พลังยังสู้สองยายของพวกเราไม่ได้เลย ท่าจะแย่ก่อนยายแน่ๆ”

“จะทำอย่างไรดี…จะทำอย่างไงดี”

ห่วงก็ห่วง กลัวก็กลัว

เจ้าแมวตัวสั่น ส่วนร่างของเรนี่นอนบนพื้นหญ้าเริ่มขยับตัว เริ่มมีสติ ค่อยๆ ลืมตา

“เกิดอะไรขึ้น?”

คำถามแผ่วเบา…แต่ชิกเก้นก็เห็น แล้วก็เกิดความคิดอย่างกะทันหัน

“เรนี่…เรนี่…ช่วยยายด้วย ช่วยวิลด้วย”

ยาย…ยายไหน วิลหรือ วิล…มีชื่อวิล ทำให้หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง

อะไรเนี่ย…ไม่รู้เรื่อง…แต่ภาพเบื้องหน้าคือเห็นเหมือนมีแรงลมพัดว่อน และภาพร่างของคนหลายคนอยู่ท่ามกลางกระแสลมนั้น เห็นวิล เห็นเปเลส เห็นเซลิน่า กับหญิงชราอีกสอง

เจ้าไทเกอร์มองเห็นทาง แม้น้อยนิด แต่ก็เป็นทางที่อาจเหลือ

“เรนี่…เจ้าเป็นหลานสาวของอีเวอลีน เจ้าต้องช่วยยายของพวกเรา ได้โปรดเถอะ ได้โปรดช่วย”

เรนี่ยังมึนงง ช่วย…คืออะไร ช่วยได้อย่างไร จนไทเกอร์พูดอีกว่า

“หยุดอีเวอลีน เจ้าหยุดยายของเจ้าได้ ให้อีเวอลีนหยุด”

หยุดอะไร…หยุด แต่ก็เห็นแล้ว ร่างของคนทั้งหมดท่ามกลางลมแรง

“หยุดกระแสลมแรงด้วยคาถา…เรนี่ช่วยยายด้วย” ชิกเก้นขอร้อง

“ลม…หยุด”

เรนี่พึมพำเบาๆ

ลม…หยุด…แล้ว หล่อนสามารถขนาดนั้นหรือ แต่แว่บเดียว…แว่บเดียวที่เห็น…

ตะเกียงแก้ว!

ตะเกียงแก้วที่ลอยเด่นอยู่กลางเวหา แว่บเดียวกับคำพูดแผ่วเบาของหญิงสาว

“อย่าทำร้ายคุณวิล อย่าทำร้ายเจ้านาย…”

ทาฮิร่า และบาบาร่าเห็น…บาบาร่าสงสัย

“ทาฮิร่า เจ้าเห็นอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม?”

แม่มดทาฮิร่ากำลังทั้งตกใจและประหลาดใจ ความรู้สึกบอกว่านั่นคือ

“ตะเกียงแก้วของข้า!”

แม้กระแสลมคาถาจะรุนแรงเพียงไร สายตาของทาฮิร่าก็ยังเห็น…สมบัติส่วนตัวของตน

แม่มดอีเวอลีนก็เห็นเช่นกัน เพียงแว่บเดียว…แว่บเดียวเท่านั้นก็อันตรธานหายไป

หายไป…พร้อมกับกระแสลมพายุของตน!

แม่มดอีเวอลีนผงะ…จะร่ายคาถาอีกครั้ง แต่ร่างของเรนี่วิ่งมาที่วิล

“คุณวิล…คุณวิล…”

มีเรนี่อยู่ด้วย อีเวอลีนทำอะไรไม่ได้ และฟ้าเริ่มจะสว่างแล้ว อีเวอลีนเห็นแก่หลานสาวที่ขาดสติปกป้องคนนอก…ร่ายคาถาหายวับไปทันที

ที่เมืองเวทมนตร์ เคหาสน์ของยายทาฮิร่า ที่พร้อมหน้าทั้งยายบาบาร่า วิล เปเลส เซลิน่า กับเจ้าแมวสองตัว…

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ที่ผ่านเรื่องร้ายแรงมา ปะทะกับอาคมของอีเวอลีน โดยไม่ทันได้ตั้งหลัก จนเจ้าของเคหาสน์เริ่มเอ่ยขึ้น

“ใครเห็นตะเกียงแก้วบ้าง?”

ใช่สิ…ปรากฏขึ้นแว่บเดียว แล้วหายไป…ไปพร้อมกับคาถาของอีเวอลีน

“ข้าเห็น” บาบาร่าตอบ

และต่างก็พยักหน้า รวมทั้งชิกเก้นกับไทเกอร์

“เรารอดตายมาได้แล้วครับ” เปเลสกล่าว “รอดเพราะอะไรแน่?”

เรนี่…ตะเกียงแก้ว หรือ อยู่ๆ อีเวอลีนก็เปลี่ยนใจกะทันหัน

“ป้าเจ้ามีเวทมนตร์ที่แก่กล้าวิชามาก” บาบาร่าว่า

ยังไม่มีใครตอบคำถามของเปเลสเลย

เซลิน่ากลืนน้ำลายยากเย็น

“ค่ะ…ป้าดูโหดร้าย ไร้เมตตา”

“ตอนนี้ พวกเราเหมือนจะต้านพลังมนต์ดำของอีเวอลีนไม่ได้เลย”

พูดออกไปเงียบกันอีกแล้ว เพราะบั่นทอนกำลังเหลือเกิน จนวิลกล่าวว่า

“ต้องมีทางสิครับ เห็นมั้ยครับ สุดท้ายเราก็รอด”

ไทเกอร์ถามขึ้นเหมือนเปเลส คำถามเดิมๆ

“รอดเพราะอะไร?”

“เรนี่…เรนี่ไง” ชิกเก้นกล่าวอย่างตื่นเต้น “เราให้เรนี่ช่วย…เธอฟื้นพอดี…เราขอให้เธอช่วย”

“ก็ใช่ล่ะนะ เราขอให้เรนี่ช่วย เพราะเธอเป็นหลานสาวของอีเวอลีน ยายหลานอาจสื่อถึงกันได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเรนี่ช่วยจริงๆ โอ๊ย…ไทเกอร์ชักสับสนแล้ว”

“ก็เจ้ากับข้าช่วยกันขอให้เรนี่ช่วยไงล่ะ” ชิกเก้นว่า “ตอนนั้นเหมือนกับมืดบอด คิดอะไรไม่ออก อีเวอลีนอยากให้เรนี่เป็นทายาทจึงไม่ทำร้ายเรนี่ ข้าเกิดความคิดแว่บแรกให้เรนี่ช่วย และได้ผลนะ เรนี่ทำให้ยายเธอหายไปเลย”

เซลิน่าเบ้ปาก ไม่ยอมรับ

“อาจบังเอิญก็ได้!”

“ก็อาจใช่…บังเอิญ แค่เราสันนิษฐาน” วิลว่า

“เรนี่ไม่เก่งขนาดนั้นหรอก”

“ชิกเก้นก็ไม่ได้ว่าเรนี่เก่ง แต่พูดว่าอีเวอลีนไม่ทำร้ายหลานสาวตัวเอง พวกเราจึงปลอดภัย”

“ลิน่าก็เป็นหลานของป้า…” พูดออกไปก็ชะงัก และแผ่วเบาลงว่า “ลิน่าก็แค่หลานป้า แค่เป็นลูกของน้องชาย ป้ากับหลานเท่านั้น” แล้วแค่นหัวเราะ

เซลิน่าเม้มริมฝีปาก อย่างไรก็ไม่สนิทเท่ากับเรนี่…หลานยายแท้ๆ โดยสายเลือด แต่ก็ไม่ยอมแพ้กล่าวต่อ

“สายเลือดแท้ๆ…เพราะฉะนั้นเรนี่ก็ตัวอันตรายไม่แพ้ป้าอีเวอลีน ระวังเถอะ จะยิ่งกว่าป้าด้วยซ้ำ ขนาดยังไม่มีคาถายังเก่งกาจทำร้ายคนได้เลย ถ้ารับคาถาของป้าอีเวอลีนเข้าเต็มๆ จะขนาดไหนหนอ”

“แต่เมื่อกี้เราเห็นตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่านะ แสดงว่าตะเกียงแก้วอยู่กับเรนี่จริงๆ ตะเกียงแก้วของยายต้องอยู่กับคนดีสิ” เปเลสแย้ง ซึ่งปกติเขาจะไม่มีวันแย้งความคิดเห็นของเซลิน่า

“ก็มีข้อสงสัยไงล่ะ ตะเกียงแก้วเกี่ยวข้องอย่างไง สงสัยมาก”

“ลิน่าคงไม่ได้หมายความว่าตะเกียงแก้วจะไม่ดี จะแปรพักตร์?”

เซลิน่าตาโต

“เปล่า…ลิน่าไม่ได้พูด”

แล้วก็หันไปมองยายทาฮิร่า…กลายเป็นเป้าสายตา แม่มดอาวุโสกลืนน้ำลายยากเย็น

“ตะเกียงของยาย เป็นที่พักอาศัยของแม่มดพ่อมดที่ดีเสมอ ตะเกียงแก้วซึมซับแต่ความดี เอิบอาบด้วยความงดงามแห่งชีวิตหนุ่มสาว เต็มไปด้วยพลังชีวิต…ยายเชื่อมั่นในสมบัติของยาย!”

“นั่นล่ะ ต้องอย่างงั้น” เจ้าชิกเก้นสนับสนุนเจ้านาย “ชิกเก้นก็มั่นใจในตะเกียงแก้ว”

“ข้าก็ให้เจ้าอีกหนึ่งเสียง” แม่มดบาบาร่าเสริม แววตาเต็มไปด้วยแรงกำลังใจส่งให้เพื่อน

แล้วแม่มดเซลิน่าก็โบกมือ

“งั้นเราอย่าเพิ่งพูดเรื่องตะเกียงแก้วเลย หาข้อสรุปไม่ได้แน่ พูดถึงป้าอีเวอลีนดีกว่าค่ะ นี่เรากำลังเผชิญกับแม่มดมนต์ดำที่น่ากลัวนะคะ”

“พวกเราตั้งรับยังลำบาก” บาบาร่าหนักใจ “เรายังไม่ได้รุกด้วยซ้ำ”

“ใช่…อีเวอลีนร้ายกาจ เพราะศึกษามนต์ดำจากนักโทษที่อาฆาตแค้น และแตกสลายไปในคุก อีเวอลีนยังอยู่ได้แถมยังรับคาถามาหมด ฝึกท่องจนเจนจัด” ทาฮิร่ากล่าวพลางถอนใจยาว

“เราต้องเข้าที่ประชุมสภาเมือง”

“วันนี้ต้องเข้าที่ประชุมแล้ว ปรึกษาผู้อาวุโสท่านอื่น”

“แต่ทางสภาจะต้องมอบให้เจ้าจัดการเหมือนเดิมแน่”

เจ้าของเคหาสน์พยักหน้า

“ข้าควรต้องรับผิดชอบ ข้าเคยจับอีเวอลีน และทำให้อีเวอลีนแค้นข้า จนพยายามหนีออกมาเพื่อแก้แค้น ข้าจะหาทางรับมือ…รับมือด้วยตัวเอง!”

“เจ้ามีพวกเราช่วยนะ”

“จะพลอยทำให้เดือดร้อนแน่ะสิ”

“เจ้าไม่มีทางรับมือตามลำพัง นอกจาก…นอกจาก…” บาบาร่าตกใจเบิกตากว้าง “คงไม่เลือกจะพุ่งชน จนแตกสลายหรอกนะ อย่าคิดเด็ดขาด!”

แม่มดทาฮิร่ายิ้มแห้งๆ

“นั่นเป็นหนทางสุดท้าย”

“และอาจไม่สำเร็จด้วย เจ้าแตกสลายแต่อีเวอลีนอาจไม่แตกสลาย”

“เราไม่ล่วงรู้หรอก”

“ใช่…ไม่มีวันล่วงรู้ ถ้าไม่ปะทะ แต่เสี่ยงเกินไป และข้าจะขาดสหายเช่นเจ้าไม่ได้”

“ยังไม่ถึงวันนั้นเลย พูดมากจริง เพื่อนข้า”

แต่บรรยากาศดูเศร้า ดูมืดมนชอบกล แล้วเจ้าของเคหาสน์ก็โบกมือ

“ไม่พูดแล้วล่ะ ข้าต้องไปรายงานที่สภาเมืองก่อน เราค่อยวางแผนกันภายหลัง เจ้าพวกหนุ่มๆ สาวๆ ก็ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เผชิญกับความเลวร้ายมาพอแล้ว ไปฟื้นฟูพลังกัน” แม้พยายามฝืนยิ้มพูด แต่ก็ดูออกว่าลึกๆ กังวลเพียงไร กลัดกลุ้มเพียงไร สุดท้ายก็มีความหวาดกลัวแฝงอยู่ด้วย

“ยายครับ วิลจะช่วยยายครับ พวกเราจะช่วยยาย พวกเราไม่กลัวร่างแตกสลาย เราจะหาทางช่วยยายครับ”

ยายทาฮิร่าพยักหน้า

“อือม์…เมืองเวทมนตร์ต้องอาศัยคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าล่ะ”

 

***

 

เรนี่มาฝึกงานอย่างงงๆ เหมือนเมื่อคืนยังนอนไม่เต็มอิ่ม ทั้งที่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงในยามเช้า และมีความฝันประหลาด

ฝัน…อะไร?

เหมือนจำได้บ้าง เหมือนลืมเลือนบ้าง ฝันที่ช่างตื่นเต้น และระทึกใจ

พายุ…แรงลม กับคนบนฟากฟ้า

เห็น…คนมากมาย ทั้งวิล ทั้งเปเลส และ เซลิน่า และ แมว…แมวจริงๆ ฝันอะไรอย่างงั้นล่ะ

ไม่เอาแล้ว ตั้งใจทำงานดีกว่า แต่ก็ยังไม่มีสติและสมาธิในการทำงานพอ จนวิลสังเกตเห็นเดินมาทักและถาม

“คุณเหมือนคนอดนอนเลยนะครับ ไหวหรือเปล่า?”

“เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิทค่ะ ฝันร้าย”

“ฝันถึงผมใช่ไหม?”

“ค่ะ…ใช่ค่ะ คุณรู้ได้อย่างไง?”

“อ้าว! ฝันถึงผมจริงๆ ด้วย คุณเลยว่าฝันร้าย”

“ฝันว่าคุณ…คุณได้รับอันตราย ฉันช่วยคุณด้วยนะ”

วิลแสดงความสนใจ ถามอย่างรวดเร็วว่า

“คุณช่วยผมอย่างไงครับ?”

“ไม่รู้สิ…รู้แต่ฉันก็ห่วงคุณนะคะ ฉันช่วยคุณ ฉันหยุดทุกอย่าง เพื่อไม่ให้อันตรายถึงตัวคุณ…และมีคนอื่นๆ ด้วย มีคุณเปเลส มีคุณเซลิน่า มียาย…สองคน”

“ยายทาฮิร่ากับยายบาบาร่า เป็นญาติผู้ใหญ่ของผมเองล่ะ”

“ฉันฝันถึงพวกคุณทำไมกัน…ฉันน่าจะฝันถึงครอบครัวของฉันมากกว่า”

“จิตส่วนลึกของคุณไงล่ะ ถ้าคุณช่วยพวกเราแสดงว่าคุณยังมีคุณธรรม คุณอยู่ฝ่ายถูกต้อง และผมยังอยากให้คุณอยู่ฝ่ายผม คอยช่วยผมกับยายต่อไป”

หล่อนเลิกคิ้ว

“พูดเป็นตุเป็นตะ แค่ความฝันนะเนี่ย”

 

***

 

Don`t copy text!