มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 31 : อดีตยังเจ็บปวด

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 31 : อดีตยังเจ็บปวด

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-31-

 

เรนี่พักดื่มกาแฟในห้องนั่งเล่นของบริษัทตอนพักเที่ยง

แล้วเห็นเซลิน่ากับเปเลสเดินตรงมาหาตน ยังไม่ทันไร เรนี่ก็ถามตัวเองว่า ตนทำอะไรผิดหรือเปล่า?

เซลิน่ามีคำถาม แต่จะเริ่มต้นอย่างไร เปเลสเองก็มีคำถาม และดูจะสุขุมรอบคอบกว่าฝ่ายหญิง

เซลิน่าโพล่งถามอย่างร้อนใจ

“เมื่อคืนไปทำอะไรมา?”

เรนี่ยกมือลูบหน้า

เอ…หรือใบหน้าหล่อนแสดงออกว่าอดนอนขนาดนั้น เมื่อเช้าวิลก็มาถามหล่อนแล้ว ตกเที่ยงเซลิน่ากับเปเลสก็มาถาม…ถามถึง ‘เมื่อคืน’ คล้ายกัน

อะไรเนี่ย! หล่อนฝันสับสน ตื่นเต้น จะบังเอิญที่ใครๆ มาสนใจเชียวหรือ

“เปล่าค่ะ ก็นอนหลับอยู่บ้าน”

“ไม่รู้ตัวเลยหรือ?”

“รู้อะไร?”

“เรื่องน่าตื่นเต้นไงล่ะ”

เรนี่เบิกตากว้าง

“หรือคุณวิลเล่าความฝันให้คุณฟังแล้ว ฉันฝันถึงพวกคุณ ตื่นเต้นจะตาย”

“เล่าให้ฟังหน่อย”

“ฉันเล่าให้คุณวิลฟังแล้ว คุณควรรู้จากเขา”

“เถอะน่า อย่าเล่นตัว เล่าอีกครั้ง” แม่มดสาวใจร้อน

เรนี่โคลงศีรษะ…งงๆ อยู่ๆ สนใจเรื่องความฝัน

“มันเหมือนจริงมาก ก็เห็นพวกคุณอยู่ในอันตราย บอกไม่ถูกว่าทำไมรู้สึกเห็นกระแสแรงลม เห็นพวกคุณทั้งหมดกับยายอีกสองคนกำลังต้านลม หน้าตาบูดเบี้ยว ทรมาน ฉันก็ไม่รู้ว่าทำอะไร รู้แต่ไม่อยากเห็นพวกคุณทรมาน เจ็บปวด ฉันหยุด ฉันอยากหยุด และหยุดมันได้จริงๆ ในความรู้สึกนะคะ รู้สึกดีมากเหมือนได้ช่วยพวกคุณ เออ…มันเป็นอย่างไง พวกคุณถึงได้สนใจขนาดนี้?”

“เพราะไม่ใช่ความฝันแน่ะสิ!” เซลิน่าเผลอพูดอย่างเจ็บใจ

การพ่ายแพ้ต่อป้าอีเวอลีน จนต้องให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ช่วย…มันใช่หรือ ควรเป็นแบบนี้หรือ?

เพราะจิตใจแสนดีของหล่อนหรือ?

หรือเพราะมี ‘ตะเกียงแก้ว’ ช่วย?

หรืออะไรล่ะ มีคำอธิบายหรือไม่?

“ความฝันประหลาด พวกเราก็ฝัน” เปเลสรีบแก้ตัวแทนเซลิน่า “เพราะพวกเราฝันประหลาดเลยมาถามคุณ”

เรนี่ตาโต

“พวกคุณก็ฝันถึงฉันหรือคะ?”

“อือม์…ใช่…ใช่…”

“ฉันเพิ่งทำงานไม่นาน เพิ่งรู้จักพวกคุณไม่นานเลย”

“เราคงมีอะไรผูกพันกันมาแน่ะ”

“นั่นสิคะ ฉันก็รู้สึกเหมือนรู้จักพวกคุณดี โดยเฉพาะคุณวิลที่เจอกันแปลกๆ หลายครั้งแล้ว รวมถึงเขาให้ฉันมาฝึกงานที่นี่”

พูดถึง ‘วิล’ อย่างสนิทสนม ทำให้เซลิน่าเริ่มหงุดหงิด

“เอาล่ะ…เอาล่ะ…ทำงานเถอะ ความฝันจะเป็นความจริงได้อย่างไง!”

กระแทกเสียงแล้ว เดินออกมา โดยเปเลสวิ่งตาม

“ลิน่า…อย่าอารมณ์เสียสิ เมื่อคืนที่เรารอดเพราะเรนี่ช่วยนะ”

แม่มดสาวเบ้ปาก

“ไม่แน่…ไม่รู้เลยว่ารอดเพราะอะไรแน่ ป้าอีเวอลีนอาจยอมถอยออกไปเอง หรือ เพราะปาฏิหาริย์ของตะเกียงแก้ว ยังมีหลายสาเหตุไม่ใช่เพราะเธอสาเหตุเดียวเลย”

“อย่างน้อยเรนี่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มากก็น้อย”

“งั้นก็ให้เรนี่ไปปราบป้าอีเวอลีนเลยสิ เก่งจริง!”

เปเลสใจเย็นกับอารมณ์ของเซลิน่า

“นั่นยาย…หลานกันนะ”

“เรนี่ไม่รู้ว่าป้าอีเวอลีนเป็นยาย”

“อย่างไงก็ต้องรู้ คิดเรอะว่าแม่มดอีเวอลีนจะไม่ยอมบอกความจริง ขนาดว่าจะถ่ายทอดพลังให้ แสดงว่าเรนี่สำคัญที่สุดในสายตาของแม่มดอีเวอลีน”

“เราต้องขัดขวางนะ อย่าให้แม่มดอีเวอลีนทำสำเร็จ”

“เรนี่ไม่อยู่ในสายตาเราตลอด”

“ช่วยกันไงล่ะ ช่วยวิลด้วย วิลพยายามเอาเรนี่มาอยู่ใกล้ตัวแล้วก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง”

“อยู่ใกล้ตัว ใกล้หัวใจด้วยหรือเปล่าล่ะ!” แม่มดสาวกระแทกเสียง

 

คุณวรชัยตกเป็นเป้าสายตาภรรยาและลูกๆ ทั้งสาม จักรภพ รณชัย และคัทรียา ในระหว่างทานอาหารเช้า แล้วจักรภพก็ถามบิดาว่า

“คุณพ่อคิดจะให้อาบงกชยืมเงินหรือครับ?”

“คุณพ่อจะให้จริงๆ หรือคะ?” คัทรียาย้ำถามอีกคน

ประมุขบ้านถอนใจยาว แล้วถามกลับ

“คิดว่าคนอย่างพ่อจะให้หรือไม่?”

“นั่นสิครับ ผมคิดว่า…ไม่” ลูกชายคนโตตอบทันที “เราไม่มีนโยบายให้ยืมเงิน ตั้งแต่แรกคุณพ่อบอกพวกเราเสมอ จะเอาห้างซาร่ามาเป็นของเราให้ได้ อยู่ๆ จะไปช่วยพวกเขาทำไม”

“แต่คุณพ่ออาจใจอ่อน เปลี่ยนใจ” คัทรียาเสริม “ท่าทางอาบงกชน่าสงสารจะตาย มารยาผู้หญิงหลายร้อยเล่มเกวียนนะคะ”

“ไม่หรอก คุณพ่อต้องไม่ใจอ่อน” จักรภพย้ำ

“ไว้ใจได้หรือคะ ถ้าพวกเราไม่เห็นคุณพ่อเสียก่อน คุณพ่ออาจตกปากรับคำให้กู้เงินแล้ว”

“ถ้าเราให้กู้ได้ ก็ให้เถอะครับ” รณชัยยังคงเข้าข้างคนรักและมีจิตใจเมตตามากกว่าพี่ชายกับน้องสาว

สำหรับวรชัยแล้ว ลูกคนกลางไม่เหมือนใครเลย

จักรภพ คัทรียา ใจแข็ง แต่ รณชัย เป็นผู้ชายแต่ใจอ่อนยิ่งกว่าเพศหญิง

ใจอ่อนไปทั่ว ทั้งคน ทั้งสัตว์ เห็นสุนัข เห็นแมว ป่วยหรือถูกรถชน ยังเคยช่วยส่งโรงพยาบาล และรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมด

จักรภพหันมาตวาดน้องชาย

“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่านะ ชัย!”

“ผมอยากออกความเห็น”

“เพราะแกเป็นแกะดำ อย่าพูดเลย”

รณชัยเลิกคิ้ว

“ผมเป็นสมาชิกในครอบครัวครับ ไม่ใช่แกะดำ”

“เพราะความคิดของแกไม่เหมือนพวกเรา”

“แต่ผมก็มีความคิด”

“เก็บความคิดของแกไว้!” พี่ชายพูดห้วนๆ

ทัศวรรณห้ามพี่น้อง

“อย่าเถียงกันเลย เกรงใจคุณพ่อบ้าง”

คุณวรชัยถอนใจยาว

“นั่นสิ…จะเถียงกันทำไม”

“ผมมั่นใจในตัวคุณพ่อนะครับ” จักรภพว่า “และจุดยืนของบริษัทเรา จะต้องทำให้ห้างซาร่าเปลี่ยนมาเป็นสาขาหนึ่งของห้างริคาร่าของพวกเรา!”

บิดาพยักหน้า

“ใช่…พ่อก็หวังเช่นนั้น”

“อย่าใจอ่อนนะครับ”

“พ่อเข้มแข็งมากกว่าพวกแก!”

คัทรียาเสริมว่า

“เพราะพ่อเคยเจ็บมาก่อนนี่คะ ต้องรู้ว่ามันแค่ไหน”

เจ็บมาก่อน…ทำเอามารดาต้องสบตากับบิดา ใช่สิ…เห็นแววตาของคุณวรชัยเจ็บ…ผ่านมานาน จนลูกๆ ก็โตแล้ว ทำไม…ทำไม…ทัศวรรณยังเห็นแววตานั้นอยู่

เจ็บ…แล้วใครล่ะ ‘เจ็บ’ ยิ่งกว่า!

เจ็บจนปวดร้าว จนจุก จนแทบพูดไม่ออก

และเมื่อลูกๆ ทั้งสามทานอาหารเช้าเรียบร้อยและออกไปที่ห้างกันหมดแล้ว เหลือแต่สามีภรรยาที่ทานช้ากว่าลูกๆ

“เติมข้าวหน่อยนะคะ”

อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มกับข้าวสามสี่อย่าง มีกุนเชียง ยำผักกาดดอง ผัดผักหมูกรอบ และปลาสลิดทอดกรอบแกะเป็นชิ้นพอคำ

คุณวรชัยทานข้าวต้มชามหนึ่งแล้ว แต่ภรรยารู้ว่าเขายังไม่อิ่ม

“ผมพอแล้ว”

“คุณทานข้าวต้มสองชามประจำนะคะ”

“เอ้อ…วันนี้…พอ”

“อย่าบอกว่าทานไม่ลงเพราะคำพูดของลูกๆ นะคะ”

“เปล่า”

“งั้นทานอีกชามนะคะ กว่าจะเที่ยงคุณจะหิว วรรณเป็นห่วงคุณค่ะ” คนพูดเดินไปตักข้าวต้มเพิ่มให้สามีด้วยตัวเอง ทั้งที่มีเด็กรับใช้คอยบริการ แต่ทัศวรรณอยากทำหน้าที่ภรรยา

ตำแหน่ง ‘ภรรยา’ ที่ยึดมานาน มาจากความคิดผิดพลาดของเพื่อน…บงกชที่คิดว่าครอบครัวสำคัญกว่าคนรัก

ทัศวรรณ…เพื่อนรักคนนี้จึงได้มาอย่างบังเอิญหรือ

เปล่า…ได้มาต้องอดทน ต้องหนักแน่น และทำใจกว้างเสมอมา จนมีวันนี้

แต่…ใช่ว่าจะมั่นคงตลอดไป หล่อนกลัวถ่านไฟเก่าที่อาจจะคุโชนได้เสมอ เพราะสามีไม่เคยลืมความหลัง

ดีบ้างที่นอกจาก ‘รัก’ แล้วยัง ‘แค้น’ จึงทำให้ทัศวรรณยังยืนหยัดได้

รักเหนือแค้น…กลัว

แค้นเหนือรัก…ยังพอไว้ใจได้

“ทานนะคะ ดูคุณซูบลง”

“งานหนัก งานต้องแข่งขัน ถ้าไม่ทำงานหนัก พวกเราจะมีวันนี้กันหรือไง”

“งานคุณอยู่ตัวแล้วนะคะ คุณชัย ยี่สิบกว่าปีที่คุณทุ่มเท และลูกๆ เราก็ทำงานกันได้นะคะ”

หล่อนรู้มาเสมอ สามีทุ่มเทเพื่ออะไร เพื่อให้ลืม ‘อดีต’ และเอาชนะคนรักเก่าให้ได้

จริงๆ คุณก็ชนะแล้วค่ะ อีกฝ่ายที่ทิ้งคุณไป ขอเลิกกับคุณ เธอกำลังรับกรรมในสิ่งที่เลือก แต่ไม่เห็นคุณจะยินดีกับชัยชนะเลย คุณต้องการอะไรกันแน่

รักและแค้น คุณยังปล่อยวางไม่ได้หรือคะ?

“ห้างเรา ถ้าไม่ทุ่มเท ไม่หาอะไรใหม่ๆ มาแข่งขัน เราจะสู้ห้างคู่แข่งไม่ได้”

“คุณจำเป็นต้องได้ห้างซาร่ามาครอบครองหรือคะ?”

ห้างซาร่า…หรือ บงกช…มาครอบครองกันแน่

บงกชกลายเป็นสาวใหญ่ไปแล้ว ไม่สดใสสวยเท่าเก่า แถมเพราะแบกรับปัญหา จึงดูแก่กว่าวัยด้วยซ้ำ

ถามห้างซาร่า แต่คนถามมีนัยถึง ‘บงกช’

“จำเป็น!”

“งั้นคุณคงไม่ให้กชยืมเงิน?”

“ไม่!” ตอบอย่างรวดเร็ว “ห้างซาร่าต้องเป็นของเราเท่านั้น!”

“ลูกๆ กลัวคุณใจอ่อน?”

เขามองหน้าภรรยา และถามเสียงเย็นๆ

“ผมว่าคุณกลัวผมใจอ่อนมากกว่า”

ทัศวรรณชะงัก หน้าเสีย แล้วกลืนน้ำลายยากเย็น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

“คุณคิดอย่างงั้นหรือคะ กชเป็นเพื่อนรักของวรรณ วรรณมีเพื่อนรักคนเดียว!”

“แต่ผมไม่เห็นคุณติดต่อกันซะเท่าไหร่”

ดวงตาเริ่มพร่ามัว ด้วยน้ำตา

“กชทำแต่งานค่ะ ไม่ค่อยมีเวลา และวรรณเองก็ต้องทำหน้าที่ภรรยาและแม่ เมีย…กับแม่ลูกสาม วรรณต้องการเป็นเมียและแม่ที่ดีที่สุด!”

คุณวรชัยเห็นน้ำตาภรรยาแล้ว

“ผมมองออกว่าคุณพยายามแค่ไหน ผมมุ่งแต่งานได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่บ้านเพราะคุณ”

“วรรณยอมทิ้งทุกอย่างได้เพื่อครอบครัว!”

สามีโบกมือ

“โอเค…ผมเข้าใจคุณ ผมไม่มีวันให้กชยืมเงินหรอก ไม่มีทาง!”

“บอกตรงๆ ว่า ใจจริงวรรณต้องการให้คุณให้กชยืมเงิน เพราะกชเป็นเพื่อน แต่มันจะทำให้คุณผิดเป้าหมาย และความมุ่งมั่นของคุณว่าคุณต้องการอะไรแน่ และระหว่างเพื่อนกับครอบครัวเรา วรรณต้องเลือกครอบครัวเรามาก่อนค่ะ”

คุณวรชัยดึงกระดาษทิชชูบนโต๊ะส่งให้ภรรยา

“เช็ดน้ำตาซะ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ผมสามารถผ่านวันนั้นมาได้เพราะคุณ ผมไม่มีวันลืมวันนั้น!”

วันที่อกหัก เป็นหนุ่มที่ประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่ถูกขอเลิก!

ถ้าไม่มีทัศวรรณเป็นเพื่อน คอยปลอบโยน ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมาได้หรือไม่

“วรรณรักครอบครัวเราที่สุด”

“ผมให้สัญญากับคุณ ผมไม่ให้กชยืมเงินแน่!”

“ไม่ต้องสัญญาหรอกค่ะ ที่ผ่านมาคุณได้พิสูจน์แล้ว คุณเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีเสมอ วรรณขอเป็นช้างเท้าหลัง เดินตามคุณ ถึงคุณจะตัดสินใจอย่างไร วรรณจะสนับสนุนค่ะ”

คุณวรชัยตบมือภรรยาเบาๆ และเงียบ

ผู้หญิงเป็นเพศที่คิดมาก ทำไมจะไม่รู้

ทัศวรรณจะหึงหวงก็ไม่ได้ทำอะไรผิด

ใช่สิ…เขาควรรัก ‘ครอบครัว’ ให้มากกว่า ‘คนอื่น’ ที่เคยทำเขาเจ็บ

ส่วนทัศวรรณก็กลืนน้ำตา ไม่มีอะไรเจ็บไปกว่าสามีรักคนอื่น หรือสามีนอกใจ หล่อนมีสิทธิ์จะปกป้องสามีตนเอง ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ยืดเยื้อ

เพื่อนต้องไม่ทำร้ายเพื่อน แต่เพื่อนต้องเข้าใจ ต้องไม่ทำให้ครอบครัวเพื่อนเดือดร้อน ทำให้ระส่ำระสาย หรือทำให้เกิดปัญหาเช่นวันนี้

 

***

Don`t copy text!