มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 32 : วิชาก้าวหน้า

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 32 : วิชาก้าวหน้า

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-32-

 

ที่โรงเรียนสอนเวทมนตร์

นักเรียนเวทมนตร์เมื่อออกจากห้องจะต้องไปฝึกคาถากันที่บริเวณสนามรอบๆ โรงเรียน

การร่ายคาถาให้คล่องแคล่ว ให้รวดเร็ว และแม่นยำเป็นความต้องการของบรรดาพ่อมดแม่มดทุกรุ่น ตั้งแต่เด็กจนหนุ่มสาว

ที่นี่เป็นโรงเรียนของระดับสูงสุด ระดับหนุ่มสาว ที่ต่างแข่งขันเพื่อให้เก่งและเป็นระดับต้นๆ

ผู้ที่เก่ง มีความสามารถ มีพรสวรรค์ไม่ใช่จะหากันง่ายๆ เมื่อมีจะเป็นที่ชื่นชมของบรรดาครูอาจารย์ และพ่อมดแม่มดอาวุโส

วันนี้…ไรอันโดดเด่นกว่าผู้อื่น

เพื่อนร่วมชั้นต่างงุนงงกับความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของไรอันที่ฝึกคาถากับเพื่อน และเพื่อนต้องพ่ายแพ้ ร่ายคาถาไม่ออกไปตามๆ กัน

ทั้งสุดท้าย ต้องเลิกฝึกกับไรอันเพราะถูกไรอันใช้แรงกระแทกจนกระดอนกระเด็นเจ็บปวดได้รับบาดแผล

เพื่อนๆ ต่างยกมือ ยอมแพ้

“พอๆ ไม่สู้กับเจ้าแล้ว”

ไรอันหัวเราะ

“ไม่สนุกเลย ไม่มีคู่ต่อสู้ ประลองคาถา” เขารู้สึกถึงความก้าวหน้าเป็นทวีคูณ เพราะฝึกคาถามนต์ดำ!

แล้ว…เห็น วิล ผ่านมา

วิลกับเปเลสและเซลิน่า เพิ่งออกจากห้อง และลงมาที่สนามลานกว้าง

ไรอันเห็น ‘เหยื่อ’ แล้ว

“วิล…เจ้ามาประลองกับข้าหน่อย”

วิลชะงัก เมื่อมองไปทางพ่อมดแม่มดหนุ่มสาวที่กำลังดูแลรักษาบาดแผลตัวเอง ต่างพากันส่ายหน้าห้ามวิล

“อย่า…อย่า…วิล…อย่าประลองกับไรอัน”

ไรอันตะโกนอย่างท้าทายว่า

“เฮ้ย…ขี้ขลาดหรือเพื่อน ไหนครูว่าเจ้าเก่งสุด กลัวอะไรกับข้า ข้าก็แค่อ่อนหัดไงล่ะ มาประลองกันหน่อย”

ไรอันแอบฝึกมนต์ดำด้วยตำราของป้าอีเวอลีนมอบให้ และรู้ว่าตนก้าวหน้าไปมาก คิดว่าอีกไม่นาน เขาอาจเอาชนะบรรดาครูๆ ที่สอนคาถาให้เขาด้วยซ้ำ เพราะมนต์ดำทั้งแข็งแกร่ง ทั้งอานุภาพร้ายแรงกว่ามนต์ขาวนัก

วันนี้จะแสดงให้เห็น!

เท่าที่ผ่านมา เขาพ่ายแพ้แก่วิลเสมอตั้งแต่เด็ก เพราะคำว่าวิลมี ‘พรสวรรค์’ แต่เขาต้อง ‘พรแสวง’ เอง และจะไม่ยอมพ่ายแพ้เด็ดขาด

เซลิน่าห้ามพี่ชาย

“อย่าท้าวิลเลยพี่…พี่แพ้วิลทุกที น่าเบื่อ”

“เจ้าอย่าพูดมาก เป็นเรื่องของลูกผู้ชาย ผู้หญิงไม่เกี่ยว”

“พี่ชอบเล่นรุนแรง วิลเป็นสายเมตตา”

พี่ชายแค่นหัวเราะ

“พี่ไม่ใช่พระเอก ไม่อยากเป็นพระเอกของใคร เป็นตัวเอกดีกว่า ตัวเอกที่เก่งกว่า วิเศษกว่า เยี่ยมยอดกว่า”

น้องสาวโคลงศีรษะ ระอากับพี่ชายเหลือเกิน

“อย่าหาเรื่องเลยพี่”

“ถอยไป ผู้ชายจะลองวิชากัน” แล้วหันไปทางวิล “ว่าไง คงไม่ขี้ขลาดล่ะ”

วิลพยักหน้า

“ลองวิชาไม่มีปัญหาหรอก”

“ที่ร่ายคาถาเสกสัตว์เสกของวิเศษมาประลองกัน มันเก่าไปแล้ว เรามาต่อสู้กันดีกว่า” ไรอันท้าทายและร่ายคาถาเป็นดาบในมือทันที

วิลเลิกคิ้ว ร่ายคาถาดาบมาต่อสู้ด้วย

“ต่อสู้แบบประลองกำลัง”

“ทั้งกำลังและคาถา!”

พูดจบก็ฟาดดาบมาอย่างแรง วิลแทบรับไม่ทัน ถึงกับเซ ถอยหลังไปหลายก้าว

พละกำลังของไรอันมาจากไหน เพราะขณะที่ลงดาบมา ไรอันร่ายคาถาไปด้วย ถึงรุนแรงนัก และยังตามมาอีกเป็นชุด

วิลได้แต่ตั้งรับ

เกิดอะไรขึ้นกับไรอัน?

นอกจากรุนแรง ยังโหดเหี้ยมเกินควร ร่ายคาถาที่น่ากลัว

เซลิน่าและเปเลสเฝ้ามองอย่างกังวล และเปเลสกล่าวกับเซลิน่าว่า

“ทำไมวิชาของพี่ชายเธอก้าวหน้าเร็วขนาดนี้”

แม่มดสาวก็ออกอาการงงๆ

“นั่นสิ…วิชาก้าวหน้าจริงๆ”

“แต่สังเกตหรือเปล่า รุนแรงมาก โหดเหี้ยมมาก”

“ลิน่ายอมรับ แปลกไปมาก”

“ใช่วิชาที่เราร่ำเรียนหรือ?” เปเลสตั้งคำถาม

“ไม่ใช่แน่…”

“เฮ้ย! หรือว่า…” เปเลสตาโต “ไรอันฝึกคาถามนต์ดำ”

เซลิน่าใจเต้นแรง

“จากไหน?” หรือหล่อนจะถามโง่เกินไป…จากป้าอีเวอลีนสินะ พี่ชายมักจะพูดชื่นชมป้าอีเวอลีนเสมอ

ไม่นะ…ไม่…แต่อาจใช่เพราะเคยได้ยินครอบครัวคุยกระซิบกระซาบกัน

“รอดูไปก่อน”

“วิลจะไหวหรือเปล่าล่ะ?”

“วิลของเราก็มีดีนะ” ปลุกปลอบกำลังใจ

แม่มดเซลิน่ากระสับกระส่าย หล่อนต่อต้านมนต์ดำเสมอ แต่พ่อกับพี่ชายชื่นชอบ และชื่นชมป้า

เรียนหรือ…ไม่คิดจะเรียนจริงๆ เพราะย่อมรู้ผลตามมา ที่ผิดกฎของเมืองเวทมนตร์ ต้องถูกลงโทษ นอกจากปกปิดเป็นความลับ

มองไปเบื้องหน้า กับการต่อสู้ประลองทั้งกำลังและลงคาถากับอาวุธ ทำให้อาวุธร้ายแรงขึ้น

ปะทะดาบกัน ด้วยคาถา จึงมีแสงไฟวาบ

วิลเซหลายครั้ง เกือบจะเป็นผู้ตั้งรับ ไม่อาจจะรุกได้เลย เพราะไรอันกำกับคาถาต่อเนื่อง

วิชาก้าวหน้าจนน่าตกใจ

พ่อมดหนุ่มผู้มีใจเป็นธรรม พยายามจะใช้คาถาช่วย ตั้งแต่เด็กจนโตเคยฝึกกับไรอันเสมอ ทั้งอาวุธ ทั้งคาถา และทุกครั้ง วิลจะเป็นฝ่ายออมมือให้ ให้เป็นชัยชนะที่เหนือกว่าเล็กน้อย ไม่อยากทำให้ไรอันต้องอับอายเพื่อนฝูง

แล้วดาบก็หลุดมือวิล เพราะแรงปะทะอย่างรุนแรง

ไรอันหัวเราะ โยนอาวุธทิ้งและใช้คาถากับวิล แสดงให้เห็นว่าตนยุติธรรม ไม่เล่นกับอาวุธก็ได้

คาถาล้วนๆ

ร่ายให้งูยักษ์มารัดร่างและบริเวณลำคอของวิล

“ปลดให้ออก!” ไรอันท้าทายวิล

วิลร่ายคาถาดึงตัวงู…แต่ทำไมคาถาของตนไร้ผล พยายามจนสุดก็ได้ผล แต่ก็แทบแย่

งูหายวับ และแล้วก็มีงูอีกตัวมหึมากว่าเก่าหลายเท่า ไม่แค่รัดร่างกับคอ เพราะความใหญ่โตจึงรัดจนมิดศีรษะ

“อย่าทำอย่างงั้น พี่ไรอัน!” เซลิน่าร้องห้ามพี่ชาย

พี่ชายหัวเราะลั่น

“เอาชีวิตให้รอดนะ”

“พี่ไรอัน วิลจะหายใจไม่ออก” น้องสาวตะโกน

“ช่างมันประไร คราวนี้พี่ไม่ออมแรงให้หรอก เห็นว่าเก่งนักไง ทำไมเอาตัวไม่รอดล่ะ” พูดจบก็ร่ายคาถาหายวับ

เปเลสร่ายคาถาช่วยวิล ตัวพ่อมดวิลเองก็ร่ายคาถาเอาตัวรอดเพียงอึดใจเดียว งูใหญ่ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

แม่มดเซลิน่าวิ่งไปหาวิลทันที กับร่างของวิลที่ทรุดลงอย่างเจ็บปวด

เปเลสถามลอยๆ

“แค่ประลองฝีมือ แต่เล่นจะถึงตายเลยหรือวะ”

“วิล…เป็นอะไรหรือเปล่า?” เซลิน่าห่วงใย

วิลตั้งสติ เขาพลาดเพราะไม่คิดว่าไรอันจะเล่นถึงตาย การประลองคาถาเป็นวิชาพื้นๆ ที่นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็กจนโต และก็ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว

เขาไม่ทันระวังตัว วิลมั่นใจว่าคาถาของเขาเหนือกว่าไรอันเสมอมา แต่วันนี้ไรอันมีวิชาแบบก้าวกระโดด เขาจึงตั้งรับไม่ทัน

“ไม่เป็นไร”

“พี่ไรอันทำรุนแรงเกินไป”

“ไม่…ไม่…ไม่ใช่ เพราะฉันประมาทเอง”

“ไม่รู้สึกหรือไงว่าพี่ไรอันมีคาถาที่แข็งแกร่งขึ้น”

“ใช่…แข็งแกร่ง ทรงพลัง”

แต่เปเลสพูดแทรกว่า

“ไม่ใช่แค่ทรงพลังธรรมดา แต่แฝงความโหดร้าย เหี้ยม และต้องการเอาชีวิต!”

วิลขมวดคิ้ว

“หมายถึง…มนต์ดำ!”

“คล้ายมนต์ดำ” เปเลสว่า “ไม่เหมือนคาถาที่พวกเราร่ำเรียน”

แล้วก็เงียบกริบ…จนแม่มดเซลิน่าโพล่ง

“เอาล่ะ ลิน่าจะช่วยสืบให้เอง ขอเวลาลิน่าหน่อย”

 

***

 

บงกชยังนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งที่อยากออกไปทำงานแล้วแต่ร่างกายก็ไม่ยอมร่วมมือกับความต้องการ

อยากไปทำงาน แต่ไร้เรี่ยวแรง แค่เดินจากเตียงไปห้องน้ำยังเหนื่อยมาก

พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ ยังไม่ถึงแก้ว…ก็มีเสียงเปิดประตูและทัศวรรณก้าวเข้ามา

“อยากดื่มน้ำเรอะ…วรรณช่วยนะ” เข้ามาทันเห็นความต้องการของคนป่วย จึงยื่นแก้วให้ และมองไปรอบๆ ห้อง “ไม่มีคนเฝ้าเรอะ น่าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้านะ”

บงกชดื่มน้ำเล็กน้อยก็วางแก้วลง ความกระหายมลายไปแล้ว มีบางอย่างจุกลำคอจนแทบพูดไม่ออก จนต้องตั้งสติ

“กชไม่เป็นไรมากไม่ต้องจ้างพยาบาลพิเศษอะไรหรอก เดี๋ยวเลิกงานหลานๆ ก็มาเยี่ยม” ตนเองกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้เงินทุกบาทมีค่ามาก บงกชพยายามจะประหยัดที่สุด

ประหยัดจนสมเพชตัวเอง เวทนาตัวเอง จากที่เคยมีเงิน ความลำบากคืบคลานเข้ามาในชีวิต แม้มีห้างใหญ่โต มีคฤหาสน์อาศัย มีข้าทาสบริวาร มีอาหารเลิศรส แต่ก็เป็นเพียงภายนอกที่คนเห็น เป็นภาพลวงตา

ทุกอย่างจะหมดไป…ถ้าห้างล้มละลาย

ทุกอย่างจะถูกยึด…นับวันถอยหลังได้เลย

“กชจ๊ะ…อย่าโกรธคุณชัยกับลูกๆ ของวรรณเลยนะ ที่วันก่อนพูดแรงเกินไปกับเธอ”

บงกชฝืนยิ้ม

“ไม่โกรธเลย…ไม่…”

“เรื่องธุรกิจเรื่องงานเป็นเรื่องของคุณชัยกับลูกๆ จัดการ วรรณแค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ”

“ใช่สิ…เรื่องธุรกิจ มันยากจะช่วยคู่แข่ง กชเข้าใจ”

“วรรณไม่คิดว่ากชจะนัดพบคุณชัย ถ้ารู้ว่านัดจะไม่ไปทานอาหารที่ร้านนั้นเลย”

จริงหรือ?

บงกชไม่แน่ใจ เพราะจะบังเอิญขนาดนั้น และบังเอิญจะพาลูกๆ ไปทั้งสามคน!

บงกชพยายามจะเชื่อ แต่ก็ไม่อยากเชื่อ

ทัศวรรณกำมือแน่นเมื่อพูดออกไป เพราะตนโกหก…ตนรู้เรื่องนัดหมาย และกลัว…กลัวเกิน…กลัวจนต้องพาลูกๆ ไป!

ตัดไฟต้นลม

ทัศวรรณไม่สบายใจนัก…กช…วรรณขอโทษ…วรรณจำเป็น…จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ ใช่…เห็นแก่ตัว เพื่อครอบครัวของตน!

ให้เห็นแก่ตัวมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าจำเป็น!

กชนัดพบคุณชัย…ประโยคนี้ก็ทำให้คนป่วยหน้าชาได้

“กชนัดพบเพราะ…เพราะ…ไม่มีทางอื่นแล้ว” บงกชกลืนน้ำลายยากเย็น “กชไม่ได้บอกวรรณล่วงหน้า วรรณอย่าเข้าใจผิดล่ะ”

“ไม่หรอก พวกเราเป็นเพื่อนกัน”

“ต่อไปจะไม่ติดต่อกับคุณชัยอีก ให้วรรณสบายใจได้”

“เปล่า…เปล่า…วรรณไม่ระแวงอะไรหรอก ถ้าจะพบคุณชัยบอกวรรณได้เลย วรรณจะช่วยนัดแทน ว่าจะให้คุณชัยมาเยี่ยมกชด้วยซ้ำ แต่เขาติดงานขยายกิจการ ไว้จะให้คุณชัยมาเยี่ยมกชนะจ๊ะ”

บงกชโบกมือ

“ไม่ต้องมาหรอก กชจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

“กชจ๊ะ อย่าคิดมากเลย บางเรื่องเธอต้องปล่อยวางบ้าง อย่าแบกรับงานคนเดียว เท่าที่รู้ เธอรับภาระหนักมาก ปล่อยเถอะ…อย่าทำเลย เธอทำไม่ไหวหรอก”

“กชรู้”

“วรรณหวังดีนะ ดูสิ เธอผอมแค่ไหน ซีดแค่ไหน”

“สุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ให้มันเป็นแบบนั้น”

“วรรณไม่กวนเพื่อนรักแล้ว พักผ่อนนะ” ขณะกำลังจะออกจากห้อง ประตูเปิดออก

ครอบครัวของบงกชก้าวเข้ามา คุณปู่อำนวย คุณสุมิต ยุวดี วิชาและเกศรา

ทัศวรรณยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า

“สวัสดีค่ะ วรรณกำลังจะกลับพอดี”

ยุวดีพยักหน้าพูดกับทัศวรรณว่า

“เออ…อย่างไงก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่มั้ย ถึงจะทำการค้าเป็นคู่แข่งกัน คุณโชคดีจริงๆ เลยวรรณ จากเด็กกำพร้ายากไร้ ต้องอาศัยครอบครัวเราช่วย เป็นเพื่อนกับกช แต่ตอนนี้เป็นคุณนายห้างใหญ่ เห็นออกงานสังคมประจำ สง่าราศีเปล่งปลั่ง ใครจะนึกว่าเด็กกำพร้าที่ตามติดกช ไปโน่นไปนี่กับกช บางครั้งก็มาค้างบ้านเรา กินข้าวบ้านเรา จะกลายเป็นคุณนายของคุณวรชัยได้นะ”

คำพูดที่แฝงอะไรหลายอย่างอย่างจงใจ ถึงเป็นความจริง แต่ทัศวรรณก็ไม่อยากได้ยินนัก ไม่อยากจดจำอดีตที่ยากไร้ วันนี้หล่อนเป็นคนใหม่แล้วจึงพูดว่า

“ค่ะ…วรรณไม่คยลืมค่ะ พี่ยุวดี อ๋อ…เดือนหน้าวันเกิดคุณชัย เราจัดงานที่โรงแรม เชิญทุกคนด้วยนะคะ”

***

Don`t copy text!