มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 35 : พายุมนต์ดำกระหน่ำเมืองเวทมนตร์

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 35 : พายุมนต์ดำกระหน่ำเมืองเวทมนตร์

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-35-

 

อยู่ๆ เมืองเวทมนตร์ก็สั่นไหว เสียงกัมปนาถ สะเทือนฟ้าสะเทือนดินกึกก้องจนชาวเมืองต้องวิ่งหนีออกมาจากบ้าน เพราะเกรงบ้านจะถล่มทลายจนได้รับอันตราย

แรงลมพัดกระหน่ำ ต้นไม้เอนไหวและล้มลง ฉุดกระชากออกจากดินจนเห็นรากใหญ่มหึมาก็มิอาจต้านแรงลมนั้น

เมืองเวทมนตร์กำลังเผชิญกับอะไร?

ยายทาฮิร่ากำลังฝึกมนต์กับเจ้าชิกเก้น คาถาชั้นสูงสุดที่ตนขี้เกียจร่ำเรียนเสมอมา เพราะถือว่าเรียนมาจนเจนจบแล้ว แต่จำเป็นต้องเพิ่มพูนแม้อาวุโส แม้จะเรียนมามากชั่วชีวิตนับร้อยๆ ปี ก็ยังต้องฝึก ทบทวน และเพิ่มเติม เพราะโลกเวทมนตร์เปลี่ยนไป

โลกเวทมนตร์กำลังตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง หลังจากที่สงบมานาน

“ผิดปกติ” เจ้าชิกเก้นร้องลั่น กระโดดไปใกล้ยายทาฮิร่า

ยายอาวุโสสะดุ้ง ร่างกายยืนหยัดไม่ไหว เอนไหวไปตามความสั่นสะเทือนของพื้นดิน ต้องรีบทรุดกายลงนั่ง แต่พื้นที่นั่งก็สั่นสะเทือน

“เมืองเวทมนตร์ถล่ม!” ชิกเก้นตัวสั่น “เกิดอาเพศอีกแล้ว ลางไม่ดีเลย”

“มนต์ดำ!” จิตของยายอาวุโสสัมผัสได้ เหตุการณ์นี้เกิดเพราะมีคนร่ายมนต์ดำใส่

“ตาย…ตาย…ตาย…”

“ยัง…ยัง…เจ้าชิกเก้น ยังไม่ตาย”

“ใครบังอาจมาร่ายมนต์ดำใส่เมือง?” ชิกเก้นถามตัวเองและตอบด้วยตัวเองว่า “หรือจะเป็นอีเวอลีน!”

สำหรับทาฮิร่าแล้ว…ไม่ใช่…

อีเวอลีนมีมนต์ดำขั้นสูง สามารถหนีออกจากที่คุมขัง แสดงอานุภาพฝีมือแค่นี้ยังถือว่า ‘เล็กน้อย’

ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ทำให้เกิดกระแสลมแรง ไม่น่าจะใช่…ไม่น่าจะทำลายล้างน้อย แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชาวเมืองหวาดกลัวกันแล้ว ยิ่งเป็นแม่มดพ่อมดที่อ่อนคาถา ต่างก็กลัวจนสั่น

ยายทาฮิร่าพยักหน้ากับชิกเก้น

“เราไปดูกัน”

“ยาย…ชิกเก้นกลัว”

“ขี้ขลาดเกินไป”

“ก็กลัวนี่นา”

“ถ้ากลัวนักก็ไม่ต้องไป” ยายทาฮิร่าหายวับไปอย่างรวดเร็วด้วยคาถาหายตัว แล้วเจ้าชิกเก้นมองซ้ายมองขวาถามตัวเองว่า ขี้ขลาดเรอะ…ไม่เอาน่า ชิกเก้น มียายทาฮิร่าอยู่ทั้งคน ต้องไปให้เห็นกับตาว่าภายนอกเกิดอะไรขึ้น คิดได้ดังนั้นจึงตะโกน

“ยาย…ยาย…ชิกเก้นไปด้วย”

หายวับตามยายทันที

 

***

 

แม่มดอีเวอลีนพอใจกับการแสดงฝีมือของไรอัน

ใช่…ไรอันแสดงฝีมือ และผลงานเพื่อให้ป้าพอใจ…เพื่อตำราคาถามนต์ดำขั้นสูง

ไรอันปั่นป่วนเมืองเวทมนตร์แล้ว แค่แสดงอานุภาพให้เห็นว่าระหว่างมนต์ขาวกับมนต์ดำ อะไรจะมีพลังอานุภาพมากกว่ากัน

คาถาสีขาว…เก่าเกินไป โบราณเกินไป

คาถาสีดำ…กำลังจะเข้ามาแทนที่ ในยุคสมัยใหม่ ต้องการการเปลี่ยนแปลงและต้องการอำนาจที่เหนือกว่า หมดแล้วกับชีวิตเรียบง่าย อยู่ไปวันๆ อย่างสงบๆ ซึ่งน่าเบื่อสำหรับไรอัน

เขาตื่นเต้นที่ได้แสดง ‘พลังมืด’

แม้แม่มดอีเวอลีนจะพอใจแค่ไหน ไรอันก็ยังเป็นหลานห่าง ผิดกับเรนี่ หลานยายแท้ๆ

“เรนี่…เรนี่…”

เสียงเรียกในความมืด…เสียงเรียกของอำนาจ ทำให้หญิงสาวขยับตัวในยามดึก

ไม่เคยนอนหลับสนิทสักราตรี ความรู้สึกและสมองสับสนเกือบตลอดเวลา

“มาหายาย…มา…มา…เรนี่…”

เสียงปลุกให้ลุกขึ้นเหมือนคนละเมอ กึ่งหลับ กึ่งตื่น ต้องไปหายาย ไปหายายตามคำสั่ง

มาแล้ว…เรนี่…เรนี่มาเมืองเวทมนตร์แล้วด้วยคาถาเรียกตัวของยายอีเวอลีนและด้วย ‘พลัง’ หลบซ่อนของตัวเอง

พลัง…ที่รับการถ่ายทอดมาจากอีเวอลีน

ทุกครั้งที่มีโอกาส อีเวอลีนจะค่อยๆ ถ่ายทอด ‘พลัง’ โดยตรงให้หลานสาว ทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ให้เรนี่ค่อยๆ รับ…รับ และเก็บซ่อนในกายหยาบ…

วิลหรือ…ทาฮิร่าหรือ…ไม่อาจจะเฝ้าเรนี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ทาฮิร่าเคยจับได้ เคยช่วยดึงมนต์ดำออกจากกายเรนี่…แต่จะทำเช่นนั้นได้ตลอดหรือ…ได้หมดหรือ?

เมื่ออีเวอลีนรุก ใครก็ต้านไม่อยู่ รับไม่ทัน

บนอากาศ…

ร่างยายอีเวอลีนมองหลานสาว เรนี่ ที่ลอยอยู่กลางอากาศเช่นกันอย่างพึงพอใจ

“เรนี่…แสดงฝีมือของเจ้าเลย พลังที่เจ้ารับมาจากข้า…แสดงเลย ฝีมือเจ้าต้องเหนือกว่าไรอันเป็นหลายเท่าทวีคูณ

เรนี่…ทายาทของข้า…

เรนี่…เจ้าเป็นทายาทแทน…รีด้า ที่หายสาบสูญไป

เรนี่…หลานยาย…ทายาทมนต์ดำของยาย

และแล้ว…เรนี่…ซึ่งไม่รู้สึกตัวตกอยู่ในอำนาจและคำสั่งของอีเวอลีนก็เริ่มร่ายคาถา

เสียงกึกก้อง กัมปนาถ ทวีเป็นสองเท่าทวีคูณ

กระแสลมแรงพัดต้นไม้กลายเป็นพายุพัดพาบ้านเรือนหลายหลังที่ไม่อาจต้านทานจนปลิวว่อน ตกหล่นใส่ชาวเมืองจนได้รับบาดเจ็บในวงกว้าง

ขยายกว้างขึ้น กว้างขึ้น…

เมืองเวทมนตร์ไม่สงบสุขอีกแล้ว อีกครั้งแล้ว

แต่…ก่อนจะรุนแรงมากกว่านี้ และอีเวอลีนกำลังหัวเราะอย่างพอใจในผลงาน…พลัน…

สายตาของอีเวอลีนเห็น ‘อะไร’

บนฟากฟ้าที่ค่อยๆ ลอยเลื่อนมาใกล้…ใกล้…

เห็น…ตะเกียงแก้ว!

อีเวอลีนสะดุ้ง ใช่หรือ…ใช่แน่หรือ?

ใช่สิ…ตะเกียงแก้วปรากฏ

ตะเกียงแก้ววิเศษของยายทาฮิร่า!

จำแม่น…ที่สถิตอาศัยของเหล่าแม่มดพ่อมด ทายาทแห่งความดีของยายทาฮิร่า

ที่สามารถจับตนเข้าคุกในอดีต…

ตะเกียงแก้วปรากฏ…หมายความว่าอย่างไร?

เท่าที่รู้…ตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่าหายสาบสูญไประยะหนึ่งแล้ว ทำให้ยายทาฮิร่าหมดกำลังใจโข ทำให้ชาวเมืองต่างหวาดหวั่นว่า อาเพศลางร้ายเกิดขึ้นแน่ แต่จะวิบัติรุนแรงขนาดไหน ต่างคาดเดาไม่ถูก และแทบไม่กล้าคาดเดา

อีเวอลีนหายวับไปทันที

เกือบพร้อมๆ กับที่แม่มดทาฮิร่ากับชิกเก้นปรากฏกายขึ้น

แม่มดทาฮิร่าพยายามจะร่ายคาถาให้ทุกอย่างสงบ ก็เหมือนเดิม อาการตกใจทำให้แม่มดอาวุโสว่าคาถาผิดพลาด จนตัวเองบ่น

“เป็นอะไรไป…เป็นอะไร…ข้าเป็นอะไร!”

แต่เมื่อไรอันหายวับไป อีเวอลีนหายวับไป ความโกลาหล รวมทั้งอำนาจทำลายล้างก็จบสิ้น ค่อยๆ สงบลง…ทั้งแรงลม ทั้งเสียงกึกก้อง

ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติ แต่ยายทาฮิร่ายังเห็น

เรนี่…กับ ตะเกียงแก้วของตน ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

ตะเกียงแก้วปรากฏแล้ว

ยายทาฮิร่าดีใจจนคิดจะร่ายคาถากระโจนไปรับตะเกียงแก้วกลางอากาศ แต่ทว่า…ยังมีสาวน้อยอีกคนที่ปรากฏแก่สายตา และอยู่กลางอากาศ

สภาพเรนี่ปราศจากสติ ราวกับหุ่นยนต์ เป็นหุ่นยนต์ถูกร่ายคาถากำกับ ดวงตาเหม่อลอย ร่างกายเริ่มโอนเอนอยู่กลางอากาศ แล้วก็โอนเอนหนักขึ้น มากขึ้น ถ้าไม่รับร่างนั้นต้องตกลงพื้น และได้รับอันตรายแน่ๆ

ระหว่าง สอง…หนึ่งชีวิต กับ หนึ่งตะเกียงแก้ว ที่ลอยละล่องอยู่เหนือพื้นดิน ยายทาฮิร่าเลือกชีวิตไว้ก่อน รีบร่ายคาถาลอยละลิ่วไปรับร่างหญิงสาว และพามาที่คฤหาสน์ของตน ในขณะที่ตะเกียงก็อันตรธานสูญหาย

ร่างของเรนี่นอนอยู่บนเก้าอี้โซฟา…หลับสนิท

เจ้าแมวชิกเก้นพูดขึ้น

“ยาย…ยาย เรนี่จะฟื้นมั้ย เหมือนถูกมนต์ดำนะยาย”

“ใช่…ข้าเห็น…เห็นอีเวอลีนก่อนจะหายวับไป แกเห็นมั้ย ชิกเก้น”

ชิกเก้นตอบไม่เต็มเสียง

“เห็น…เห็น…เห็น…”

“เรนี่เป็นหลานยายอีเวอลีน ข้าได้เห็นกับตาสองครั้งแล้ว”

“และมีมนต์ดำนะยาย”

แม่มดอาวุโสพยักหน้าและทรุดกายลงนั่งข้างๆ เรนี่ มองหน้าหญิงสาวที่หลับ…วงหน้าสะสวย เยาว์วัย…แต่กระแสบางอย่างในตัวหล่อนก็น่ากลัวมาก

ที่รู้ๆ หล่อนมีมนต์ดำในกาย โดยไม่ต้องฝึกเลย ไม่ต้องเรียนเลย ไม่ต้องท่องคาถาเลย แค่คิด แค่พูด ก็สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้ทันที

น่ากลัว…น่ากลัว…

แต่…เรนี่ปรากฏตัวพร้อม ‘ตะเกียงแก้ว’ นั่นยังเป็นเรื่องดี เรื่องเดียว แต่ก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ ว่าเพราะอะไร หรือ เพราะเหตุใด จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้

มนต์ดำของเรนี่กับตะเกียงแก้วบริสุทธิ์?

ทาฮิร่าถอนใจยาว

“เรนี่…เรนี่…เจ้าอธิบายได้หรือไม่ เจ้าบอกสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

“แล้วยายจะปล่อยไว้แบบนี้เรอะ?” ชิกเก้นถาม

“ไม่รู้ตกใจหรือเป็นอะไร สลบไปเลย รอฟื้นก่อนสิ”

“ยายก็ร่ายคาถาให้ตื่นสิ จะรอทำไม เอาหลานยายอีเวอลีนมาไว้ในเคหาสน์ อันตรายจะตาย”

“แกกลัวเรอะ เจ้าชิกเก้น?”

“กลัวสิ…ยาย”

“แต่ตะเกียงแก้วอยู่กับเธอแน่ๆ”

“ก็ตะเกียงแก้วปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว ยายไม่แย่งมาเลยล่ะ”

“ใช่…น่าแย่งจะตาย แต่ข้าเห็นเรนี่ทำท่าจะเป็นลมตกลงมา…อันตรายจะตาย ข้าต้องเลือกชีวิตไว้ก่อน”

“ยายก็ใจดีเสมอ เชื่อเถอะ อีเวอลีนไม่ปล่อยให้หลานตัวเองได้รับอันตรายหรอก”

“จริงเรอะ เพราะข้าสงสัย ตอนเราปรากฏตัว เห็นแว่บๆ ว่าอีเวอลีนก็อยู่ตรงนั้น บนอากาศ…และเห็นแววตาอีเวอลีนดูเหมือนจะเกรงกลัวตะเกียงแก้วไม่น้อยเลย ก่อนอีเวอลีนหายตัวไป”

ระหว่างที่ลอยตัวไปช่วยเรนี่ ตะเกียงแก้วก็หายไปด้วย

“เรนี่…เรนี่…ตะเกียงแก้วอยู่ที่ไหน?”

หล่อนยังหลับสนิท

และขณะนั้น คณะของพ่อมดหนุ่ม แม่มดสาวก็มาถึงเคหาสน์ของยายทาฮิร่า วิล เปเลส เซลิน่า รวมทั้งแม่มดอาวุโสบาบาร่ากับเจ้าไทเกอร์ ที่พากันมาอย่างตื่นตกใจกับความโกลาหลของเมืองเวทมนตร์ มาโดยไม่นัดหมายอย่างสงสัยและกังวลในเหตุร้ายของเมือง

แม่มดบาบาร่ามาถึงก็โวยวายว่า

“ชาวเมืองหลายต่อหลายที่ได้รับบาดเจ็บจากพายุกระหน่ำ เป็นพายุไม่ธรรมดา เกิดจากคาถามนต์ดำ อีเวอลีนเล่นพวกเราแล้ว แต่แปลกที่พลังมนต์ดำมาหลายสายหลายทาง และมีผู้เห็นเรนี่…เห็นอีเวอลีน และเห็นไรอัน…งงไปหมด”

วิลเองก็กล่าวสนับสนุน

“ใช่ครับ ผมใช้คาถาหาต้นเหตุ และเห็นว่าคาถาที่ทำให้เกิดพายุกระหน่ำหลายทางเลยครับ ที่แรงสุดมาจากเรนี่…”

“นี่ไง…ต้นเหตุ” เจ้าของบ้านชี้ไปที่เก้าอี้โซฟา “ตัวต้นเหตุสลบอยู่” แล้วเจ้าของเคหาสน์ก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด

“เรนี่!” หล่อนอยู่ที่นี่อีกครั้งแล้ว

“ตัวการเลยล่ะ น่ากลัวนะ เพื่อน” บาบาร่าว่า

“อีเวอลีนเป็นผู้พาเรนี่มาเพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์”

“งั้นก็ดีเลย จับขังไว้เลย!”

เซลิน่าเห็นด้วย

“จับขังไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยค่ะ”

“ผมไม่เห็นด้วย” วิลค้าน “ดูสภาพแล้ว เธอไม่รู้อะไรเลย จากที่ยายเล่า เธอเหม่อลอย และตอนนี้เธอก็ไม่มีสติ”

“แต่เธอมีมนต์ดำในตัวนะ วิล” เซลิน่าว่า

“จากไหนล่ะ…เราน่าจะรู้ว่าจากยายของเธอ”

“แต่ก็ถือว่ามี”

“แล้วเธอต้องรับผิดชอบหรือ?”

“ต้อง!” เซลิน่ายืนยัน “ต้องรับผิดชอบ!”

“ให้ยายเป็นผู้ตัดสินใจครับ” วิลหันทางยายทาฮิร่า กับ ยายบาบาร่า

ยายทาฮิร่ากล่าวขึ้นว่า

“จับคนขังมันก็ขังได้หรอก แต่จะมีภัยตามมาอีก มีหรืออีเวอลีนจะยอม และเรนี่ยังเป็นกุญแจสำคัญ เป็นคนลึกลับ ยังต้องสืบอะไรจากเด็กสาวคนนี้อีก ให้กลับไปโลกมนุษย์ ยังมีทางรู้ความจริงบางอย่าง รวมทั้งสืบหาตะเกียงแก้วของยายด้วย”

แม่มดเซลิน่าหน้าบูด

วิลเสนอตัว

“ผมขอไปส่งเรนี่เองครับ”

“ให้เปเลสไปส่งสิคะ วิลน่าจะอยู่ประชุมกันก่อน เพื่อรับมือมนต์ดำที่มาเล่นงานเมืองเวทมนตร์ค่ะ” เซลิน่าว่า

“ผมไปส่งเธอได้ครับ” เปเลสอาสา

“ให้วิลไปส่งดีแล้วล่ะ” ยายทาฮิร่าระบุชื่อวิลชัดเจน

จึงทำให้วิลรีบปฏิบัติตาม ตรงเข้าอุ้มร่างของเรนี่ในอ้อมแขน และร่ายคาถาหายวับไปทันที

เซลิน่าเบ้ปาก งอน

“ทำไมต้องเป็นวิล…วิล…อีกแล้วคะ?”

ยายทาฮิร่าพยักหน้ากล่าวว่า

“ยายเข้าใจพวกหนุ่มๆ สาวๆ นะ เธออยากรู้ว่าทำไมต้องเป็นวิล ยายพอจะอธิบายได้บ้าง แต่เป็นความรู้สึกของยาย ยายพอรู้ว่าวิลจะช่วยยายหาความจริงเกี่ยวกับตะเกียงแก้วได้ วิลมีบางอย่างที่เข้ากันได้กับเรนี่ ความรู้สึกของยายบอกว่าต้องเป็นวิล!”

 

***

Don`t copy text!