มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 36 : ความจริง

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 36 : ความจริง

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-36-

 

“เรนี่…เรนี่…”

วิลค่อยๆ วางร่างหญิงสาวลงบนเตียงนอนในห้องของหล่อน และหล่อนก็ลืมตา…พอเห็นใครอยู่ในห้องก็ตกใจ

“คุณวิล!”

พ่อมดหนุ่มโบกมือ

“อย่าเข้าใจผิดนะครับ คุณเป็นลมแน่ะ ผมเลยมาส่ง”

“ส่ง…เป็นลม…ที่ไหน อย่างไร ทำไมเป็นคุณ แล้วนี่ในห้องนอนของฉันนะ”

“เล่นถามเป็นชุดแบบนี้ ผมไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อน”

“เป็นคุณทุกครั้ง…” หล่อนพึมพำ

“คุณฝันอะไรหรือเปล่าครับ?”

“รู้หรือคะ?”

“ฝันร้าย แบบลมพายุ แบบอำนาจทำลายล้าง หรือ ตะเกียงแก้ว”

“ใช่เลย…คุณรู้ด้วย” เรนี่ตกใจ…ในฝัน…ใช่…หล่อนทำอะไรลงไป

หล่อนมีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ ทำอะไร…รุนแรง…แรงมาก อำนาจแรงมาก

“ฉัน…ฉัน…มีฤทธิ์ แปลกอีกแล้ว ค่ะ…ลม…ลมแรงมาก แรงลมกระหน่ำราวกับพายุ ทำลายบ้านเรือน ต้นไม้ น้ำในทะเล ในลำธารโหมคลั่งคล้ายเกิดสึนามิ” ขณะพูดหัวใจหญิงสาวเต้นแรง

วิลส่งคำถามอย่างต่อเนื่อง

“แล้วคุณเห็นตะเกียงแก้วมั้ยครับ?”

หล่อนเบิกตากว้างอีกครั้ง

“เห็น…เห็น…ภายหลัง หลังจากฉันมีเวทมนตร์แล้ว ฉันเห็นตะเกียงแก้ว”

“ตะเกียงแก้วอยู่กับคุณ?”

“ไหนคะ?”

“ผมรู้สึกได้”

“แต่อยู่ที่ไหนคะ?”

“ผมกำลังถามคุณ”

“อยู่…อยู่…” แล้วหล่อนก็นึกไม่ออก “ฉันเคยเห็น…สวยมาก ตะเกียงแก้วสวยเหลือเกิน สวย…ฉันชอบ ฉันชอบอยากเป็นเจ้าของ อยากครอบครอง”

“ตะเกียงแก้วมีเจ้าของครับ ไม่ใช่ของคุณ”

“แค่ในฝันที่เห็น”

“คุณไม่ได้ฝันนะ”

“ฉันว่าตอนนี้ฉันก็ฝันอยู่ใช่มั้ยคะ?” หล่อนควรคิดเช่นนั้น…ดูสิ…เขาอยู่ห้องหล่อนในยามวิกาล แล้วโผล่มาอย่างปุบปับในหลายครั้ง หลายหน

จริงๆ แล้ววิลลำบากใจ จะพูด ‘ความจริง’ หล่อนคงว่าเขาบ้า จะไม่พูดเลย หล่อนคงไม่มีทางเข้าใจอะไรทั้งสิ้น

การที่เขาและหล่อนผ่านอะไรๆ มาหลายหน จะเป็นการพิสูจน์ได้ว่า หล่อนยังมี ‘จิตใต้สำนึก’ ดีอยู่…

ถึงเวลาที่หล่อนควรรับรู้บางอย่างได้แล้ว เพราะเขาต้องอาศัยความร่วมมือจากหล่อน

การบอกความจริงอาจ ‘อันตราย’ มีค่าได้ทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าเกิดผลเสียขึ้นมา เขาจะรีบระงับด้วยคาถา

“คุณอยู่ในโลกมนุษย์ และผมก็ไม่ใช่คนโลกนี้” วิลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หล่อนเงียบไปอึดใจ แล้วก็หัวเราะเบาๆ

“อือ…คุณมาจากนอกโลก มนุษย์อวกาศมัง”

“โลกของผมคือ เมืองเวทมนตร์”

“เป็นมนุษย์อวกาศไม่ชอบหรือคะ เป็นคนนอกโลกปลอมมาปะปนในโลกเรา ฉันเคยได้ยิน สนุกดีเหมือนกันนะคะ แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากฟังนิทานของคุณ เมืองเวทมนตร์อะไรของคุณ ตลกยิ่งกว่ามนุษย์นอกโลกอีก”

“งั้นคุณดูนี่”

เขามองไปรอบๆ ดึงกระดาษทิชชูจากโต๊ะข้างเตียงออกมาแผ่นหนึ่ง และสะบัดไปมาในอากาศพร้อมกับร่ายคาถา

กระดาษทิชชูกลายเป็นผ้าเช็ดหน้าสี่เหลี่ยมขนาดเดียวกับกระดาษ

“คุณเห็นใช่มั้ย?” เขาถาม

หล่อนไม่เห็นจะตื่นเต้นเลย

“คุณเล่นกลเก่งจัง กลธรรมดา ที่พวกเขาเล่นกันบนเวทียังสนุกและดีกว่ากลของคุณอีก”

“งั้นดูต่อ”

ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก เขาร่ายคาถา และโบกไปมาอีกครั้ง ก็กลายเป็นผืนใหญ่ขึ้นสามเท่า

เรนี่ยังดูเฉยๆ

“เล่นกลเก่งขึ้นค่ะ”

“กลอะไร ผมร่ายคาถา เพราะผมเป็นพ่อมด และมาจากเมืองเวทมนตร์”

“พ่อมดหน้าตาดีนะคะ”

“คุณไม่เชื่อหรือ?”

“ถ้าเชื่อ…ฉันคงต้องไปพบหมอโรคประสาท”

“งั้นผมขอเล่านิทานให้ฟัง”

“แต่ฉันง่วงมาก ฉันอยากนอน คุณออกไปเลย เข้ามาได้อย่างไงก็ไม่รู้ ออกไปสิ”

สภาพของหญิงสาวอ่อนเพลีย แต่วิลจำเป็นต้องพูดกับหล่อน ก่อนจะสายเกินไป เพราะเวลานี้ แม่มดอีเวอลีนเริ่มลงมือแล้ว ก่อกวนเมืองเวทมนตร์ปั่นป่วน และถ้าเรนี่เป็นพวกของแม่มดอีเวอลีน เมื่อนั้นเรื่องเลวร้ายจะยิ่งเลวร้ายเพิ่มขึ้นทวีคูณ

เขาต้องชิงตัวเรนี่มาเป็นพวก

“ช่วยฟังนิทานของผมก่อนครับ”

“งั้นก็เร็วๆ เล่ามาเร็วๆ ง่วงจัง ง่วงมาก” หล่อนทำท่าเหมือนเด็กน้อยเกเร

สาวน้อย…เธอต้องฟังนะ…ต้องช่วยพวกเรานะ

“ที่เมืองเวทมนตร์ พ่อมดและแม่มดอยู่กันอย่างสงบสุขมานานนับพันๆ ปี แล้วอยู่ๆ แม่มดตนหนึ่งฝึกมนต์ดำจึงถูกแม่มดอาวุโสจับไปคุมขังด้วยความเมตตาไม่ทำให้ร่างสูญสลาย แต่คิดไม่ถึงกลับเป็นภัยร้าย แม่มดตนนั้นกลับพบมนต์ดำขั้นสูง ณ ที่คุมขัง จึงฝึกฝนและหนีออกมาตามหาลูกสาว…ซึ่งลูกสาวในตอนนั้นได้หนีไปเมืองมนุษย์ และแต่งงานกับเศรษฐี ยอมเป็นเมียน้อย จนเกิดลูกสาว แม่มดสาวน้อยไม่รู้สาเหตุใดจึงได้ทิ้งลูกและหนีไปทั้งๆ ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกไม่นาน แม่มดมนต์ดำตามหาลูกสาวไม่พบ จะด้วยเหตุใดก็ตาม กลับพบหลานสาว หลานสาวคนนี้เป็นมนุษย์กึ่งแม่มด กำเนิดด้วยชะตาพิเศษ  แม่มดร้ายต้องการให้หลานสาวเป็นทายาทสืบทอดมนต์ดำ จึงถ่ายทอดวิชาให้ แถมยังเพิ่มพลังพิเศษให้อีก ซึ่งถือว่าเป็นภัยแก่เมืองเวทมนตร์…เมืองเวทมนตร์อาจต้านไม่อยู่”

จากที่ง่วงๆ เรนี่เริ่มตาสว่างขึ้น

“นิทานสนุกดีนะ ชอบจัง มีเมืองเวทมนตร์ด้วย ฉันมีนิทานเรื่องแม่มดพ่อมดตั้งหลายเล่ม เก็บสะสมไว้เยอะ อ่านมากจนฝันบ่อยๆ ว่า เหาะได้ด้วย เสกคาถาได้ด้วย”

“ไม่ใช่แค่นิทาน ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะ

“เรื่องจริงก็ยิ่งสนุก ลุ้นๆ นะ ว่าจะถ่ายทอดสำเร็จไหม”

“คิดว่าสำเร็จไหมล่ะครับ?”

“ก็น่าจะ…นะคะ”

“แม่มดน้อยอยากเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้ายล่ะ?”

“อือม์…น่าคิด”

“อยากเป็นแม่มดดี หรือ แม่มดร้าย?”

“ไม่รู้สิ”

“ถ้าคุณต้องเลือก?”

“อือม์…คิดหนัก”

“เป็นนางเอกหรือเป็นนางร้าย?”

“โอ้โฮ้! ฉันเลือกได้ด้วยเหรอ ฉันเป็นแค่คนธรรมดา”

“สมมติว่าคุณเป็นแม่มดน้อยคนนั้นล่ะ?”

“ฉันอยากเป็นนางเอก…แต่…แต่…” หล่อนหยุดครู่หนึ่ง ก็ทำให้วิลร้อนใจ

“อย่ามี…แต่ได้มั้ย?”

“ไม่ได้ค่ะ…ฉันว่าเป็นแม่มดมนต์ดำก็สนุกดีออก ชีวิตคงไม่จืดชืด แล้วดูสิ ใครทำไม่ดีกับฉัน ฉันจะเสกให้เป็นหินทั้งหมดเลย ไม่ให้มาเกะกะสายตาฉัน หรือเสกให้เป็นสัตว์ทรมานเล่น”

โอ๊ย…ตายแล้ว…เรนี่

หล่อนไม่มีความเป็น ‘นางเอก’ เลย กลับโดดเด่นด้วย ‘นางมาร’ ชัดเจน เขากล่าวขึงขังเกือบเป็นตวาด

“จิตสำนึกดีๆ ของคุณมีบ้างมั้ย?”

เรนี่สะดุ้ง

“ถ้าเล่นๆ ทำไมคุณต้องซีเรียสด้วย”

“ไม่เล่นแล้ว เพราะเป็นเรื่องจริง!”

“จริง?”

“คุณเป็นแม่มดน้อยคนนั้น!”

เรนี่ตาโต โคลงศีรษะ

“ไม่ใช่…เรนี่คนนี้เป็นคน!”

“คุณเป็นมนุษย์กึ่งแม่มด!”

“นิทานนั้น…” เสียงแผ่วเบา

“เรื่องจริงทั้งหมด”

“แม่ยิปซีของฉัน…ของฉัน…”

“เป็นลูกสาวของแม่มดมนต์ดำที่กำลังทำให้เมืองเวทมนตร์ปั่นป่วน และคุณเป็นหลานสาว ทายาทคนเดียว”

“ไม่จริง!”

“คิดสิ…คิดดีๆ คิดสิ!”

“ไม่จริง…ไม่จริง…”

“จริง!”

“ฉัน…ฉัน…”

“คุณมีอำนาจพิเศษ จำได้มั้ย คุณก่อเรื่องร้ายๆ หลายครั้ง แค่ความคิดของคุณ ก็ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเจ็บปวด เพราะอะไรล่ะ ซึ่งคนปกติธรรมดาทำไม่ได้หรอก”

“ฉัน…ฉัน…” เรนี่สับสน พูดไม่ออก

“เอาแบบง่ายที่สุดเลย นั่นแก้วน้ำบนโต๊ะหัวเตียง คุณบอกให้มันลอยมาหาคุณ แค่คิดก็พอ…คิด…ให้แก้วน้ำลอย…”

ถึงไม่เชื่อคำพูดของเขา แต่หล่อนก็อยากลอง

แก้วน้ำจงลอยมา…ลอยมา…

สงบนิ่ง จนหล่อนรีบบอกเขา

“ฉันทำไม่ได้ เพราะฉันไม่ใช่แม่มด!”

สิ้นคำเท่านั้นก็ต้องตกใจ เพราะแก้วน้ำกำลังค่อยๆ ยกตัวเองลอยช้าๆ มาทางหล่อน

เรนี่พึมพำอย่างตกใจ

“ไม่จริง…ไม่จริง…ไม่…ไม่…แก้วน้ำกลับไป กลับไปที่เดิม”

คำสั่งของหล่อนชัดเจน แก้วน้ำลอยกลับไปที่โต๊ะ หล่อนยังโกหกตัวเองว่า

“ฉันตาฝาด”

“หลอกตัวเองมีประโยชน์มั้ย ผมพยายามจะช่วยคุณนะ ไม่ให้ถลำลึกจนกลายเป็นแม่มดร้ายมนต์ดำ!”

“คุณ…คุณ…”

“ใช่…ผมเป็นพ่อมด งานร้ายๆ ของคุณงานแรกคือคุณทำร้ายพี่สาวของคุณ ทำให้คุณเกศตกจากบันไดเลื่อนที่ห้างสรรพสินค้า คุณคิดว่าคนปกติจะรับพี่สาวคุณทันหรือ รับไหวหรือ ความสูงเกือบเท่าตึกสูงสี่ชั้น มันบังเอิญหรือที่ผมช่วยได้ ผมใช้คาถา ผมถึงทำได้”

เรนี่นิ่งคิดอยู่นาน ซึ่งวิลรู้ดี และต้องให้เวลากับหล่อน

“ผมต้องให้เวลาคุณทำใจ ผมจำต้องบอกความจริงกับคุณแล้ว ถึงเวลาแล้ว ผมกันไว้ กันคุณไม่ให้คิดร้ายๆ กับใคร ซึ่งมันจะส่งผลทันที เพราะคุณรับมนต์ดำมาจากยายคุณแล้ว!”

หล่อนกลืนน้ำลายยากเย็น

ความฝัน…แสนทรมาน

การรับมนต์ดำ การถ่ายทอดพลัง

มือหยาบกร้านที่สัมผัสมือหล่อน หล่อนรับรู้ถึงพลังที่รับมาในฝันนั้น

มันทรมาน มันร้อน มันทุรนทุราย จนในฝันนั้นหล่อนร้องตลอดเวลาให้หยุด…หยุด…หยุดเถอะ

หญิงสาวเกลียดความเจ็บปวด…เกลียดความทรมาน ยากจะบรรยายถึงความรู้สึกในขณะนั้น

เรื่องที่เขาพูด ใกล้ความจริงมาก

“ถ้าเป็นจริงอย่างที่คุณพูด ฉันต้องทำอย่างไรคะ?”

“ตอนนี้เราฝ่ายมนต์ขาวค่อนข้างมั่นใจว่า ตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่าช่วยได้”

ตะเกียงแก้วอีกแล้ว

ตะเกียงแก้ว…ในฝัน…

“ตะเกียงแก้วอยู่ที่ไหนคะ?”

“กับคุณ!”

“ไม่มี…“

“ผมว่าตะเกียงแก้ววนเวียนอยู่ข้างๆ คุณ ผมเคยเห็นแบบแว่บๆ คุณก็คงเคยเห็น”

“ในฝันค่ะ…” หล่อนพยายามนึกๆ “สวยงาม แก้วผสม ไม่รู้ทำจากอะไร เหมือนตะเกียงแก้วอาละดินวิเศษ ฉันชอบ…ชอบมาก ฉันอยากเป็นเจ้าของ แต่จริงๆ นะคะ ฉันไม่เคยได้สัมผัสตรงๆ”

“ตะเกียงแก้วอยู่กับคุณจริงๆ ตะเกียงแก้วเป็นสมบัติส่วนตัวของยายทาฮิร่า เคยเป็นที่อาศัยของพ่อมดและแม่มดแห่งความดี เสียสละ อบอวลด้วยความรักบริสุทธิ์ จึงมีอานุภาพมาก เรนี่…ผมอยากให้คุณช่วย พวกเราอยากให้คุณช่วย เราต้องการตะเกียงแก้วคืน เพื่อหาทางรับมือกับมนต์ดำของยายคุณ”

“ฉันไม่ใช่ขโมยนะ ถ้าอยู่กับฉันจริง ฉันคืนให้แน่ๆ”

“คุณต้องหาให้ผม…ใช้พลังพิเศษของคุณให้เป็นประโยชน์ ทำเพื่อเมืองเวทมนตร์ของเรา หน้าที่คุณคือค้นหาตะเกียงแก้ว”

“ถ้าฉันช่วยได้…”

“คุณต้องทำได้ ผมเชื่อคุณ…และที่สำคัญ เรื่องนี้ขอให้เป็นความลับ ผมจะค่อยๆ เผยเมืองเวทมนตร์ให้คุณเห็น ให้คุณค่อยๆ ยอมรับความจริง ครอบครัวคุณ และคนภายนอกจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้”

“รู้ก็ตลกสิคะ ใครจะเชื่อ” จนขณะนี้หล่อนก็ยังงงๆ อยู่เลย

 

***

Don`t copy text!