มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 37 : เป้าหมาย

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 37 : เป้าหมาย

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-37-

 

ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าป้าอีเวอลีน ไรอันจะรู้สึกตื่นเต้น กระตือรือร้นเป็นพิเศษ และเล่าให้ป้ากับบิดาฮูโกฟัง

“เมืองเวทมนตร์ปั่นป่วนเพราะข้า ข้าแสดงฝีมือแล้ว ป้าช่วยสนับสนุนข้าด้วย”

“เจ้าก็รู้ว่าข้าให้เรนี่ไปช่วย” อีเวอลีนกล่าวเรียบๆ ทำให้หลานชายหน้าเสีย

“ถึงเรนี่ไม่ช่วยข้าก็ทำสำเร็จด้วยตนเองได้”

“ทำสำเร็จแต่อาจหนีไม่รอด จะถูกแม่มดอาวุโสจับเสียก่อน ข้ากับเรนี่ช่วยดึงความสนใจมาจากเจ้า ให้เจ้ารอดกลับมาได้”

“ข้าแสดงฝีมือแล้ว ช่วยงานป้าแล้ว”

“ข้ารู้ อย่างไงข้าก็พอใจในความกล้าของเจ้า เจ้าจะได้ฝึกมนต์ดำขั้นสูงต่อไป แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถและความพยายามแค่ไหน การฝึกขั้นสูงต้องอดทนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเจ้าต้องผ่านให้ได้ด้วยตัวเอง”

“ข้าจะพยายาม จริงๆ แล้วข้าอยากได้แบบลัดอย่างเรนี่ ที่ป้าถ่ายทอดพลังผ่านร่างกาย โดยเธอไม่ต้องใช้พลังฝึกเลย ไม่ต้องใช้เวลาอย่างยากลำบาก”

“เจ้านี่…โลภนัก ได้คืบจะเอาศอก การถ่ายทอดพลังข้าก็ต้องสูญเสียอย่างมากมายอย่างที่เจ้าไม่รู้ เรนี่คนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์รับ รับแทนรีด้าลูกสาวของข้า”

“ครับ แค่ได้ตำราป้ามาฝึก ข้าก็พอใจแล้ว” ไรอันเสียงอ่อย

พ่อมดฮูโกพูดกับพี่สาวว่า

“พี่ช่วยสนับสนุนไรอันหน่อย ข้าอยากเห็นมันมีอำนาจเหนือใครๆ ในเมือง ถ้าไรอันทำสำเร็จ เราอาจเปลี่ยนเมืองเวทมนตร์เป็นมนต์ดำทั้งหมด ใครที่ขัดขวางเรา…เราก็จัดการให้สิ้น เหลือแต่พวกที่ยอมเป็นพวกเรา”

ไรอันกล่าวต่ออย่างผยอง

“และถ้าสำเร็จ เป้าหมายต่อไปเราอาจไปครอบครองเมืองมนุษย์ได้ด้วยซ้ำ!”

แม่มดอีเวอลีนกำมือแน่น

“ข้าต้องการแก้แค้น…แก้แค้น มันที่ทำกับข้า…ทำกับลูกข้า…มันต้องรับผลการกระทำทุกประการ!”

“พวกเราจะช่วยพี่…”

อีเวอลีนโคลงศีรษะ

“งานใหญ่ขนาดนี้ แค่เจ้าสองยังไม่พอ ต้องมีตัวช่วยอีก” แล้วอีเวอลีนก็ตวาดก้อง “ลิน่า…อย่าแอบซ่อน ออกมา!”

แม่มดเซลิน่าแอบอยู่ แตไม่พ้นอีกฝ่ายจะรู้เห็น

แม่มดสาวจึงปรากฏตัวขึ้น

“ความคิดเลวร้าย ทั้งป้า…ทั้งพ่อ…ทั้งพี่ กำลังคิดทำอะไร ก่อกวนเดือดร้อนวันวานยังไม่พอใจหรือคะ?”

“จนกว่าทาฮิร่าจะอยู่ในกำมือข้า!”

“ธรรมะชนะอธรรมเสมอนะคะ”

“มนต์ดำชนะมนต์ขาว คือความจริง!”

“แม้มนต์ดำของป้าจะมีอานุภาพแค่ไหน ก็ต้องมีคนมาปราบป้าได้ ไม่มีทางที่จะอยู่ค้ำฟ้า!”

อีเวอลีนหัวเราะ

“ข้าชอบปากเจ้านัก ชอบความคิดเจ้านัก ชอบความเก่งกล้าของเจ้านัก แบบเจ้าได้มาช่วยงานข้าจะวิเศษมาก แบบเจ้าถ้าฝึกมนต์ดำจะเหนือกว่าไรอันกับฮูโกด้วยซ้ำ!”

“ไม่…ข้าไม่มีวันฝึก ข้าจะช่วยยายทาฮิร่าจับพวกท่าน ก่อนจะก่อเรื่องเลวร้ายอีก”

“เอาสิ แสดงฝีมือสิ”

เซลิน่าเจ็บใจ เพราะคาถาหล่อนใช้ไม่ได้ผล ถูกสกัดโดยมนต์ดำของป้าแท้ๆ หล่อนรู้ว่าอย่างไรหล่อนก็สู้ป้าไม่ได้เลย

“อย่าโอหังไปเลย ลิน่า ถ้าเจ้าไม่ใช่หลานข้า ป่านนี้เจ้าต้องเจ็บตัวแล้ว เห็นแก่พ่อเจ้า ฮูโก ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

เซลิน่ากลับตะโกน

“อย่างข้ายอมตายไม่ยอมเป็นพวกป้าหรอก”

“อนาคตไม่แน่นอน ข้าตระหนักเสมอ ไม่เคยมีอะไรแน่นอนเลย ข้าไม่เคยนึกฝันวันหนึ่งข้าจะเป็นอิสระ ข้าจะกลับมาผงาดอีกครั้ง จนเป็นที่เกรงกลัวไปทั่ว กลับไปบอกพวกมนต์ขาวเลย โดยเฉพาะทาฮิร่าที่เคยจับข้า สักวันข้าจะจับทาฮิร่ามาคุมขังบ้าง ให้รู้รสการขาดอิสรภาพบ้าง!”

ใช่แล้ว…อย่างแม่มดอีเวอลีนเมื่อพูด เมื่อลั่นวาจาออกไปด้วยความโกรธแค้น…นั่นคือ…ต้องทำได้!

 

 

แม่มดทาฮิร่ากับแม่มดบาบาร่า เสร็จจากการประชุมสภาเมืองและกลับมาที่พักของทาฮิร่า

ชิกเก้นกับไทเกอร์ มองสองแม่มดอาวุโสแล้วต้องถอนใจยาว หนักใจแทน

“ไม่ดีแน่เลย ตั้งแต่อีเวอลีนหนีจากที่คุมขัง ก็ไม่ค่อยเห็นยายทาฮิร่ายิ้มแย้มแจ่มใสเลย” เจ้าชิกเก้นว่า

ไทเกอร์เห็นด้วยว่า

“บาบาร่าของข้าก็เร่งฝึกคาถาขั้นพิเศษ เพื่อจะรับมือกับอีเวอลีน”

“เราสองตัวช่วยอะไรไม่ได้เลย”

“กำลังใจไงล่ะ…ช่วยเป็นกำลังใจ”

เจ้าของเคหาสน์โบกมือ

“เจ้าสองตัวช่วยเงียบ ก็ช่วยข้าแล้ว เงียบๆ หน่อย ขอข้าคุยกับเพื่อน…เจ้าฟังก็พอ”

แม่มดบาบาร่าทบทวนเรื่องประชุมมา

“เรื่องของเรื่อง ทางสภาเมืองจะให้ผนึกกำลังต่อสู้ แบบให้แหลกไปทั้งสองข้างเลย แต่ข้าว่ายังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด…ไม่ใช่ว่าข้ากลัวแตกสลาย อยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว ตายเป็นตาย ถ้าสามารถทำให้อีกฝ่ายแหลกสลายไปด้วย ข้าก็ยินดี แต่จะพลอยทำให้ใครๆ เดือดร้อนไปด้วย หรือต้องสูญเสียแม่มดพ่อมด ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ข้ารับไม่ได้”

“อือม์…ข้าก็เสนอทางแก้อีกทาง แต่…แต่…”

“ตะเกียงแก้ว…”

“ใช่…แต่เรายังหาไม่พบ ตอนไปเมืองมนุษย์ ประทะกับอีเวอลีน ก่อนอีเวอลีนจะหายตัวไป ก็เพราะตะเกียงแก้วปรากฏขึ้น และวันวาน เมืองเวทมนตร์ปั่นป่วน เพราะมนต์ดำมาก่อกวน รวมทั้งเห็นอีเวอลีน และเมื่อตะเกียงแก้วปรากฏ อีเวอลีนก็หายไปอีกเช่นกัน เชื่อว่าตะเกียงแก้วคืออาวุธพิเศษที่จะจัดการกับอีเวอลีนได้”

“คิดดู…จะบังเอิญอะไรขนาดนี้ อีเวอลีนหนีจากที่คุมขัง ตะเกียงแก้วก็หาย มันประจวบเหมาะ หรือเป็นลางร้าย”

“ลางร้ายพันเปอร์เซ็นต์” เจ้าไทเกอร์ตอบแทนเจ้าของเคหาสน์

“เออ…เออ…ข้าก็เห็นด้วยกับแก!”

แม่มดทาฮิร่ากล่าวขึ้นว่า

“ตอนนี้วิลก็บอกความจริงกับเรนี่แล้ว ให้รู้ไปเลยว่าเรนี่เป็นหลานอีเวอลีน ให้เรนี่ช่วยค้นหาตะเกียงแก้ว ทุกครั้งที่เห็นตะเกียงแก้วจะเห็นเรนี่…เธอคือคนสำคัญ”

“อยู่ๆ กลายเป็นแม่มด ไม่ตกใจตายหรือเนี่ย”

“เรนี่คือกุญแจสำคัญไขสู่ตะเกียงแก้ว”

“พวกเราก็พยายามไขปัญหา แต่มีบางอย่างปิดสนิท อะไรที่ปิดสนิท…พวกเรา!”

“อำนาจบางอย่าง”

“อำนาจพิเศษนั้นเป็นฝ่ายเรา หรือฝ่ายมนต์ดำกันแน่?” บาบาร่าสงสัย

“ขอให้เป็นฝ่ายเราเถอะ!”

“แล้วอำนาจพิเศษนั้นมาจากไหน!”

คือปัญหาที่ต้องขบคิด

แล้วเซลิน่าก็ปรากฏตัวขึ้น ขี่ไม้กวาดเข้ามาอย่างรีบร้อน

“ยาย…ยาย…ยาย…”

“อ้าว…ลิน่า…ดูหน้าตาตื่นเชียว” บาบาร่าทักทาย

แม่มดสาวกระโดดลงจากไม้กวาด และรีบรายงานอย่างละล่ำละลัก

“ลิน่ามีเรื่องมาแจ้งค่ะ พี่ไรอันกับพ่อฝึกมนต์ดำ ป้าอีเวอลีนเป็นคนมอบตำราให้ ป้ามีเป้าหมายต้องการจับตัวยายทาฮิร่าไปคุมขัง เหมือนที่ป้าโดนมาก่อน…ป้าอีเวอลีนตั้งใจจะเผยแพร่มนต์ดำในเมืองเวทมนตร์ ใครขัดขวางจะถูกทำร้าย”

“หยุดหายใจหายคอบ้างเถอะ ลิน่า” บาบาร่าสงสารแม่มดแสนสวย

เซลิน่าที่ยืนหยัดอยู่ข้างความดี อยู่คนละฝ่ายกับป้า พ่อ และพี่ชาย น่ายกย่อง สรรเสริญ

หล่อนเกิดมาผิดที่ผิดทางแท้ๆ

เซลิน่ามีท่าทางเสียใจ

“ลิน่าอยากช่วยนะคะ แต่ลิน่าทำอะไรไม่ได้ ป้าอีเวอลีนแข็งแกร่งมาก ให้ลิน่ามาแจ้งข่าวกับยาย”

“ช่างท้าทายเหลือเกิน”

“คราวก่อนลิน่าก็พยายามจะให้ป้าอีเวอลีนยอมจำนน แต่ไม่สำเร็จค่ะ”

“ลิน่า…อย่าพยายามเผชิญหน้ากับแม่มดร้าย เจ้าอาจได้รับอันตราย”

“ป้าคงไม่ทำร้ายลิน่าหรอกค่ะ ป้าอยากได้ลิน่าเป็นพวกด้วยซ้ำค่ะ ลิน่าเจอป้าล่าสุด…ป้าเอาจริงนะคะ เป้าหมายคือยายนะคะ…ยายทาฮิร่า”

เจ้าของเคหาสน์พยักหน้า

“มาเลย…มาสู้กัน ตายเป็นตายนะ”

“ป้าว่าจะจับยายไปขังค่ะ”

“กล้าเรอะ?”

“ป้าพูดแล้วต้องทำได้ ยายต้องระวังนะคะ”

“ขอบใจมาก ลิน่า ตอนนี้ความหวังอยู่ที่เรนี่…อยู่ที่ตะเกียงแก้ววิเศษที่หายสาบสูญไป เรนี่รู้…รู้ว่าอยู่ที่ไหน วิลบอกความจริงกับเรนี่แล้ว หวังว่าตะเกียงแก้วจะปรากฏขึ้นสักที”

เซลิน่าเจ็บแปลบหัวใจ

หล่อนไม่เคยได้ครองหัวใจของวิล พยายามทำใจแล้ว พยายามแล้ว

เรนี่…กลายเป็นกุญแจสำคัญ และเป็นผู้ที่วิลต้องตามประกบจนกลายเป็นคนสำคัญของวิล

“ลิน่าก็หวังให้ตะเกียงแก้วปรากฏสักที วิลจะได้ไม่ต้องตามเรนี่อีก!”

เจ้าชิกเก้นพูดกระซิบกับเจ้าไทเกอร์ว่า

“อารมณ์หึงหวงมาแล้ว”

“แหม! ก็เพศหญิงนะ ธรรมดา”

“เสียดายวิลแบ่งร่างไม่ได้”

“แต่ยังมีเปเลสนะ”

“ไม่…ไม่…เปเลสไม่เคยอยู่ในสายตาลิน่าเลย กลายเป็นพ่อมดเปเลสน่าสงสารที่สุด”

 

***

 

เรนี่มาทำงานตามปกติ

บริษัทกำมะลอของวิล ที่เซลิน่ากับเปเลสสงสัยว่าทำไมไม่ปิดบริษัทที่เนรมิตนี้เสีย เหตุผลของวิลสั้นๆ คือ

ให้เรนี่อยู่ในสายตา

เรนี่เจอหน้าเซลิน่าแล้ววันนี้ก็ทำท่าแปลกๆ ความรู้สึกไม่ได้ปกติเหมือนกับทุกวัน เพราะวันนี้เรนี่ทราบสถานภาพของตัวเอง

หล่อนมองไปรอบๆ ก็ชักกลัวๆ เหมือนกัน พนักงานล้วนเป็นพ่อมดแม่มดหรือ?

หล่อนถึงกับถามเซลิน่าตรงๆ

“คุณเป็นแม่มด?”

“ใช่…สายเลือดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คุณเป็นลูกครึ่ง มนุษย์กับแม่มด”

“ฉันไม่คุ้นเคยนะ มองตาคุณแล้วน่ากลัวจัง อย่าคิดสาปฉันเป็นสัตว์ล่ะ”

“ฉันไม่เล่นไร้สาระหรอก”

“เนรมิตบริษัทก็ไร้สาระแล้ว”

“เพราะวิลอยากช่วยคุณ อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ อือ…อย่าเข้าใจผิดว่าอยากอยู่ใกล้หมายถึงจะพิศวาสอะไรคุณหรอกนะ แต่ต้องถูกควบคุมความประพฤติต่างหาก”

เรนี่ขมวดคิ้ว

“ควบคุมฉัน?”

“ใช่สิ…เป็นหลานสาวแท้ๆ ของแม่มดมนต์ดำ ถือเป็นคนอันตราย ต้องอยู่ในสายตา”

หล่อนผิดหวัง คิดว่าวิลหวังดี เห็นหล่อนเสียใจ เห็นหล่อนปราศจากคนใส่ใจ จึงเข้ามาช่วยเหลือ

หล่อนเริ่มมีความรู้สึกดีๆ เริ่ม…มี…ดี…ดี…และดีขึ้นเรื่อยๆ

เสียงเซลิน่ายังกล่าวต่อ

“คุณมันตัวอันตราย รู้ตัวไว้ด้วย ก่อเรื่องเดือดร้อนตลอด ต้องให้ยายมาช่วย ให้วิลช่วย อยากรู้จริงๆ คุณเกี่ยวข้องอะไรกับตะเกียงแก้วกันแน่”

“ฉันไม่รู้อะไรเลย อยู่ๆ พวกคุณก็มาเกี่ยวข้องกับฉันเอง มาบอกว่าฉันเป็นแม่มด ยายเป็นแม่มดมนต์ดำ และแม่หายไปตั้งแต่ฉันเกิด ฉันมีสิทธิ์เลือกมั้ย ว่าฉันจะเป็นใคร ทำไมต้องเกี่ยวข้องกับตะเกียงแก้ว ฉันไม่อยากรับรู้ ฉันขอเป็นคนธรรมดา ฉันไม่อยากเป็นแม่มด ไม่อยากถูกพวกคุณมองว่าอันตราย หรือเป็นตัวตลก ฉันไม่ใช่นักโทษที่จะถูกจับตามองตลอดเวลา พวกคุณบอกว่าพวกคุณเป็นแม่มดมนต์ขาว เป็นคนดี จริงหรือเปล่า มาว่ายายฉันเป็นแม่มดร้าย ฉันต้องเชื่อพวกคุณด้วยเรอะ”

ขณะนั้นวิลกับเปเลสเดินมา และเห็นอารมณ์ของเรนี่ไม่พอใจ

“ลิน่า…เกิดอะไรขึ้น?”

เซลิน่ายักไหล่

“แค่พูดความจริงกับเธอ แค่ว่าวิลจัดฉากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ มาควบคุมความประพฤติ เธอก็โกรธ”

วิลโคลงศีรษะ

“คุณพูดให้เธอเข้าใจผิด ควรมีวิธีพูดที่ดีกว่านี้สิ”

“ลิน่าพูดความจริง”

เรนี่มองหน้าวิลและถามตรงๆ

“เธอพูดชัดเจนแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องบิดเบือนคำพูดให้สละสลวยหรอก คุณบอกยายฉันเป็นแม่มดอันตราย คุณกลัวฉันจะเป็นเหมือนยาย คุณเลยมาใกล้ชิดฉันเพราะมีแผน…ใช่ไหมคะ?”

พ่อมดวิลนิ่งงัน แล้วก็หลุดออกมาช้าๆ

“แต่ว่า…”

หล่อนโบกมือ

“ที่ฉันพูดถูกมั้ยล่ะ คุณจะบอกว่าไม่จริงหรือ?”

มีอะไรมากกว่า ‘ความจริง’

คือ…ความรู้สึกของวิล ที่มากกว่าความกังวล ความใกล้ชิด มันมากเกินไปแล้ว

ความผูกพัน…ความรัก…สุดท้ายเพราะเขาห่วงใยหล่อนเป็นพิเศษ แต่เวลานี้ไม่เหมาะจะพูดถึงความรัก

เรนี่ล่ะ?

ทำไมหล่อนรู้สึกเสียใจเหลือเกิน…ผิดหวังเหลือเกิน

 

***

 

Don`t copy text!