มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 38 : ประท้วง 

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 38 : ประท้วง 

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-38-

 

เรนี่มาที่โรงพยาบาล และเฝ้ามองอากชด้วยสายตาเศร้าหมอง

บงกชว่าจะออกจากโรงพยาบาล แต่กลับร่างกายอ่อนแรง ความเครียดสะสมมานาน ทำให้แค่ลุกเข้าห้องน้ำก็ยากยิ่ง หมอจึงให้อยู่โรงพยาบาลต่อเนื่องตรวจอย่างละเอียด

อาบงกชเจ็บปวดเพราะความรัก

เรนี่…เรนี่…หล่อนเจ็บปวดนะ แต่เจ็บปวดเพราะอะไร?

คำพูดของแม่มดเซลิน่าที่ว่าวิลมาสนิทกับหล่อน มาตามหล่อนเพราะหล่อนเป็นแม่มดอันตราย

จริงๆ แล้วหล่อนเกิดความรู้สึกดีๆ กับเขาแล้ว แต่กลับถูกทำลายด้วยคำพูดของเซลิน่า

เรนี่ถามอาบงกชเบาๆ ว่า

“อาคะ…มันเหมือนกันมั้ยคะ อากชเจ็บเพราะรัก…เรนี่เจ็บเพราะ…อะไร เหมือนอาหรือเปล่าคะ?”

ถึงคนเจ็บหลับตาเพราะอ่อนเพลีย และเพราะฤทธิ์ยา แต่ยังฟังและตอบหลานสาว

“อย่าให้เจ็บเพราะรัก และถ้าลืมไม่ลงจะเจ็บปวดชั่วชีวิต”

แต่…ลองนึกดู…ลองหลับตา หล่อนเห็นใครเด่นชัดที่สุด

เวลานี้…มีแต่ ‘วิล’ ลอยเด่นเหนือใบหน้าอื่นๆ

“อากชคะ…รักคนคนหนึ่ง อาลืมไม่ได้เลยหรือคะ?”

“อาก็อยากลืม อาเกลียดตัวเองที่ลืมไม่ลง มันนานเกินไปแล้ว น่าจะลืมได้แล้ว แต่อาเป็นอะไร ทำไมยังบ้า…บ้ารัก ทั้งที่ทั้งหมดสิทธิ์แล้ว อาเป็นคนโยนสิทธิ์นั้นให้คนอื่นเพราะโง่”

“เรนี่คิดว่าเรนี่เข้าใจอากชค่ะ”

“มีความรักหรือ?”

“อย่างไงคะ?” หล่อนสับสน

“หลับตาจะเห็นแต่ใบหน้าเขา คิดถึงเขา เสียใจเพราะเขา”

เรนี่ตาโต อาบงกชพูดเหมือน ‘อ่าน’ หล่อนออก ยิ่งกว่าตัวหล่อนเองเสียอีก

เงียบนาน…จนอาเอ่ยปาก

“ถ้าหัวใจสองดวงตรงกัน และสมหวัง เธอจะมีความสุข แต่ถ้าเกิดปัญหาคือทุกข์ รับให้ได้ อยู่กับความรู้สึกนี้ให้ได้ จะทุกข์หรือสุขอยู่ที่เธอเลือก”

“แต่บางครั้งก็เลือกไม่ได้นะคะ”

“ทุกปัญหาต้องมีทางออก”

“เรนี่ไม่มีสิทธิ์ค่ะ”

“แสดงว่าหลานของอาคิดไปข้างเดียว อย่าเพิ่งร้อนใจ เรนี่ของอาสวยและน่ารัก ยากจะมีใครมองข้าม”

เรนี่เม้มริมฝีปาก

“อาคะ…สมมติว่าเรนี่ไม่ใช่…ไม่ใช่…คน…ธรรมดา อายังรักเรนี่ไหมคะ?”

“เรนี่…พูดอะไร?” บงกชลืมตา หล่อนนอนกึ่งเอนพิงบนเตียง

“เรนี่ก็ไม่แน่ใจค่ะ…เรนี่เป็นใครกันแน่…”

“บอกอาสิ…บอกอา…”

แต่ยังไม่ทันบอก ก็มีโทรศัพท์เข้ามา เรนี่รับ มือถือของหล่อนเป็นเสียงของเกศรา ให้เรนี่มาที่ห้างด่วน เพราะมีการประท้วง พนักงานไม่ทำงาน ทำให้ห้างต้องปิดตั้งแต่บ่าย

เรนี่ตกใจ…บงกชรีบถาม

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อากชพักผ่อนนะคะ เรนี่มีธุระด่วน พรุ่งนี้จะมาใหม่ค่ะ”

เรนี่รีบมาที่ห้างซาร่า

บริเวณด้านล่างโกลาหล มีพนักงานแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งประท้วงหยุดงานเพราะไม่ได้รับค่าจ้างเดือนที่แล้ว อีกฝ่ายยังเห็นใจเจ้านาย ยังพร้อมจะทำงาน เพราะคาดหวังว่าอีกไม่นาน เจ้านายจะจ่ายค่าแรงเงินเดือนให้ตามปกติ

แต่ฝ่ายประท้วงมีมากกว่า ทำให้ห้างต้องปิดกิจการตั้งแต่เที่ยงแล้ว ปู่อำนวยไม่ออกมารับหน้า มีแต่คุณสุมิตกับลูกสองคน วิชา และเกศราที่ออกมารับหน้า ส่วนคุณยุวดีได้แต่มองเหตุการณ์ห่างๆ ว่าจะผ่านวันนี้ไปได้อย่างไร

สุดท้ายก็มีวันนี้จนได้

ใครจะยอมทำงานฟรีๆ เงินเดือนไม่ได้รับ รวมๆ แล้วก็หลายล้าน ตั้งแต่ระดับพัน ระดับหมื่น บางคนค้างนาน บางคนค้างน้อย แต่ก็ค้างแน่ๆ

ถ้าบงกชยังบริหารงาน จะพยายามทุกอย่าง ขายสมบัติทุกชิ้นและทยอยให้บางส่วน เป็นการถ่วงเวลา รวมทั้งสุดท้ายก็ยอมขายเช็คล่วงหน้าเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายก่อน

ชื่อเสียงของห้างซาร่าแทบจะไม่มีเครดิตในวงการแล้ว

วันนี้พนักงานประท้วง

วันหน้า…ธนาคารจะฟ้องบริษัทแล้ว เพราะไม่จ่ายดอกเบี้ยหลายเดือน

ขนาดดอกเบี้ยยังไม่จ่าย จะหาเงินที่ไหนมาชำระเงินต้น

บงกชรับหน้ามานานหลายปี ถือว่าบงกชเก่งเหลือเกิน และใครๆ ก็ยังเกรงใจบงกชอยู่บ้าง

ขณะนี้บงกชล้มป่วยอยู่โรงพยาบาล เสียงลือว่าอาการหนักจนไม่สามารถออกมาได้ ยิ่งทำให้พนักงานหมดความเชื่อถือ ต่างก็เรียกร้องในสิทธิ์ที่ตนพึงได้

สุมิตกับวิชาพยายามเจรจา พยายามจะยืดเวลาออกไป

เกศราเห็นเรนี่จึงเดินมา

“หายหัวไปไหน ที่นี่วุ่นวายตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนแรกก็ประท้วงแต่แผนกเดียว เจรจากันอยู่ แผนกอื่นก็พลอยเลียนแบบ เลยกลายเป็นโกลาหลแบบนี้”

“เรนี่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล”

“อากชพูดอย่างไงบ้าง?”

“ไม่ได้บอกอากชค่ะ”

“น่าจะถามอากชให้ช่วยหาทางออก อากชเคยผ่านมาแล้ว”

“ไม่ได้ค่ะ อย่าทำให้อากชทรุดมากกว่านี้ อย่าให้อากชรู้”

“เธอจะบ้าเรอะ เวลานี้ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่เวลามาปกปิด โอ๊ย…จะบ้าตาย เงินตัวเดียวแท้ๆ” พูดแล้วก็ผละไป

เรนี่มองเหตุการณ์อย่างงงๆ

เงินใช่ไหม…

เงิน…ตัวเดียว…

เงิน…เงินและเงิน

ในเมื่อหล่อนเป็นแม่มด ก็เนรมิตได้นี่นา…เสกเงินออกมาเป็นล้านๆ แก้ปัญหาง่ายๆ

ต้องลองดู…เรนี่พยายามจะเพ่ง…คิด…ไม่รู้วิธีเนรมิตเงิน ไม่รู้คาถา แต่หล่อนรู้สึกว่าแค่คิดก็สำเร็จได้

“เงิน…เงิน…จงมา!”

แล้วก็มีเสียงห้าม

“อย่าทำเช่นนั้น!”

“คุณวิล!”

“อย่าทำเด็ดขาด!”

“ก็คุณบอกว่าฉันเป็นแม่มด…ฉันทำได้”

“อย่าโลภสิครับ”

“โลภหรือ…เปล่าเลย ถ้าฉันเป็นแม่มดจริงๆ ฉันก็อยากช่วยครอบครัวของฉัน”

“เสกเงินก็ไม่ต่างจากเสกแก้วแหวนเงินทอง”

“ในเมื่อถ้าฉันมีคาถา”

“เหมาะสมหรือ ถูกต้องหรือ คุณกล้าหรือ?”

เรนี่เบิกตาโต

“เหมาะสม…ถูกต้อง…กล้า…คุณดูสภาพครอบครัวฉันสิ พนักงานประท้วง เราขายของไม่ได้ ติดหนี้ก้อนโต ปู่กับพ่อกลุ้มใจ อาบงกชก็ล้มป่วย เพราะรับสภาพไม่ไหวแล้ว ฉันประกาศไปว่าฉันจะช่วยกิจการเอง และคุณบอกว่าฉันเป็นแม่มด ฉันจะเสกอะไรก็ได้ ฉันจะใช้ความเป็นแม่มดของฉันให้เป็นประโยชน์ไงล่ะ เสกเงินเยอะๆ เลย กอบกู้กิจการของบ้านฉัน ดีจะตาย”

พ่อมดวิลโคลงศีรษะ คงต้องใช้เวลาอธิบายนานและยาก แต่ก็จำเป็นต้องหยุดเรนี่

“คุณรู้ไหม พ่อมด แม่มดก็ต้องมีจรรยาบรรณ คุณจะเสกสิ่งของหรือสัตว์ ไม่เป็นไร แต่ของมีค่า ไม่ควร โอเค ผมสมมติให้คุณอยากมีสร้อยเพชรสวยๆ ก็เสกมาใส่ โชว์แป๊บๆ แล้วก็หายไป แค่โชว์สวยงาม ไม่ใช่เสกมาเพื่อขาย หาเงิน…ถ้างั้นเมืองเวทมนตร์ต้องมีแต่ร่ำรวยสิ ใครๆ ก็ต้องทำงานแลกของมีค่า เสกเงินได้ค่าของเงินจะไร้ค่า ผิดกฎแม่มด ผิดกฎ…เมืองเวทมนตร์ ไม่มีใครทำกัน…”

“ฉันจะทำเป็นคนแรกไง”

“เรนี่…!”

“แหม…แหม…เรียกเสียงแข็งเชียว”

“ห้ามทำ!”

แต่ดูจากใบหน้าของหล่อน หล่อนคิดในใจ…

จะทำ…จะทำ…จะทำ…

ไม่ทำต่อหน้าวิลก็ได้ ดูสิ…เสียงแข็งและหนักแน่น กลัวหล่อนจะเสกเงิน

ในเมื่อหาทางออกไม่ได้ สุดท้ายหล่อนจะทำ!

“ก็ขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนไม่ได้หรือไงคะ มีเงินสักยี่สิบล้านเอามาหมุนเวียนค่าจ้างเงินเดือนก่อน ไม่พอหรอก แต่มีแค่ยี่สิบล้านก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ พวกเขาจะได้กลับไปทำงาน อย่างน้อยห้างเราก็พอมีรายได้ขึ้นมาบ้าง”

“ไม่ได้!” พ่อมดหนุ่มยังยืนยันเสียงแข็งตลอด

“อย่าทำเสียงดุสิ!”

“ผมขอห้ามอย่างเด็ดขาด ห้ามทำผิด!”

“คุณช่างเป็นคนตรงเหลือเกิน บิดๆ เบี้ยวๆ บ้างก็ได้”

“ผมเป็นแบบนี้ล่ะ และคุณก็ต้องเหมือนผม แค่คิดก็ผิดแล้ว กล้าบิดเบี้ยวทำผิด ต่อไปก็จะทำผิดไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นไม่รู้จักละอายและจะแยกแยะไม่ถูก อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ”

เรนี่คิดในใจ

เพราะคุณไม่เคยลำบากแน่ะสิ!

“อย่าคิด คุณพูดออกมาเลย”

“คุณสบายไงล่ะ ชีวิตไม่ต้องคิดมาก สบายและอิสระ”

“ไม่ใช่แค่คุณที่คิดว่าคุณมีภาระหน้าที่ คุณเจอหนัก คุณยังสบายกว่าคนเป็นล้านๆ คุณกำพร้าแม่ ผมก็กำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ ถูกแม่มดอีเวอลีน ยายแท้ๆ ของคุณทำร้าย แต่ผมไม่คิดมาก ผมไม่แก้แค้น ผมไม่แบกรับอะไรทั้งสิ้น ผมพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ค่อยๆ แก้ปัญหาอย่างถูกต้อง…!”

หญิงสาวเบ้ปาก

“อะไรๆ ก็ตรงๆ อะไรๆ ก็ต้องถูกต้อง!”

แต่เรนี่…จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยเหตุผลของตัวเอง

“คุณห้ามทำผิด!”

“แต่ฉันต้องการเงิน!”

และในขณะนั้นเกศราเห็นวิลจึงรีบเดินมาทันที

“คุณวิลคะ…โอ้โฮ้ แวะมาเป็นกำลังใจให้พวกเราใช่มั้ยคะ เกศเจอศึกหนักมากเลย กำลังปวดหัวเห็นหน้าคุณวิลหายทันทีเลยค่ะ”

“อ๋อ…ครับ”

จริงๆ เขาตามเรนี่มาต่างหาก

“เกศปวดหัวกับพนักงานเหลือเกิน แต่ละคนก็ทำงานกับเรามาเกินสิบปีทั้งนั้น แต่ใจร้ายกับเราเหลือเกิน อยู่ๆ มาหยุดงานประท้วง ไม่เห็นใจนายจ้างอย่างพวกเรา ให้โอกาส ให้งานทำ กลับมาเนรคุณ!”

“อ๋อ…ครับ” วิลไม่มีความเห็น

เรนี่โพล่งว่า

“เขาก็บอกล่วงหน้าแล้ว ค่าแรงเดือนที่แล้วยังไม่ได้รับ พวกเขาเตือนแล้ว พวกเขากินข้าว ไม่ได้กินอากาศถึงจะอยู่ได้”

“ยัยเรนี่!” พี่สาวตาโต “แกพูดอะไรออกมา เข้าข้างพวกมันทำไม เรากำลังเดือดร้อน”

“รู้ค่ะว่าเดือดร้อน”

“พี่กำลังแย่”

“หรือคะ…แต่เมื่อวานยังเห็นพี่เกศไปทานอาหารที่ร้านญี่ปุ่น เห็นว่าจ่ายไปสองหมื่น แย่มากหรือคะ ใช้เงินมากมายขนาดนั้น ถ้าไม่แย่คงใช้เป็นแสนมังคะ”

“ยัยเรนี่!” เกศราหน้าชา และดึงตัววิล “ไปกันค่ะ คุณวิลคะ ไปช่วยเจรจากับคนงานแทนเกศด้วย”

“ผมเป็นคนนอก”

“เผื่อเขาจะฟังคนนอกบ้าง”

“แต่ผม…”

“ไปเถอะค่ะ” พ่อมดวิลถูกเกศราลากตัวไปจนได้

เรนี่เม้มริมฝีปาก ถอนใจยาว แล้วก็มีเสียงถอนใจยาวอยู่ข้างๆ ทำให้หล่อนต้องมอง

“พี่ชัย…”

เขาเกือบเป็นว่าที่พี่เขยของหล่อนแล้ว ถ้าไม่มีวิลมาขวางเสียก่อน รณชัยยังมีสีหน้าเศร้าหมอง

“พี่มาพบคุณเกศ แต่คุณเกศไม่ใส่ใจพี่เลย ไล่พี่กลับ ไม่คิดถึงความหลังเก่าๆ คุณเกศเปลี่ยนไปมาก ดูสิ สนิทกับคุณวิล คนที่ช่วยชีวิตเธอถึงขนาดกอดแขนกันเรอะ ต่อหน้าพี่เลยเรอะ”

“เอ้อ…เอ้อ…พี่ชัยตัดใจนะคะ”

“มันไม่ง่ายเลย…เรนี่ และพี่ก็เป็นคนจริงจังกับความรักเสียด้วย”

“พี่เกศทำไม่ถูกค่ะ เรนี่ไม่เข้าข้างพี่สาวตัวเองหรอก พี่ชัยคะ เชื่อเรนี่นะคะ เจ็บทีเดียว พี่เกศหลายใจเกินไป เรนี่ฟังมาว่าเจ็บมากตอนแรก และวันเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง ความเจ็บปวดเสียใจจะลดน้อยลง”

รณชัยฝืนยิ้ม

“เธอก็ยังเป็นน้องสาวที่น่ารักเสมอ”

“พี่ชัยมองเรนี่น่ารัก แต่บางคนไม่ได้มองเรนี่น่ารักเลย ดีแต่ตำหนิและห้าม…ห้าม…ห้ามโน่นห้ามนี่ ฮึ! คนอย่างเรนี่ห้ามได้ด้วยเหรอ เรนี่จะทำตามใจตัวเอง เรนี่จะหาเงินยี่สิบล้านมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน!”

“พี่เห็นความโกลาหลแล้ว ต้องใช้ถึงยี่สิบล้านเรอะ?”

“ค่ะ…เอามาจ่ายค่าแรงก่อน ให้คนงานเข้าทำงานก่อนค่ะ”

“แล้วระยะยาวก็เหมือนเดิม”

“ไม่เป็นไรค่ะ…ตอนนี้เท่านั้น เรนี่อยากช่วยครอบครัว และเรนี่ว่า…ถ้าเรนี่เป็น…เป็น…” แม่มดจริงๆ ล่ะก็…หล่อนเว้นระยะ “เรนี่ช่วยได้แน่ๆ”

คอยดูจะเสกเงินมากองตรงหน้าเลย แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเพราะคำพูดของรณชัย

“ยี่สิบล้านพี่มีนะ พี่จะโอนให้ทันที ให้เรนี่ยืมก่อน แต่อย่าบอกใครก็แล้วกัน พี่ไม่อยากทะเลาะกับครอบครัวพี่”

“พี่ชัย…ไม่ดีมัง”

“ถึงคุณเกศจะเลิกกับพี่แล้ว พี่ก็ยังอยากช่วยครั้งสุดท้าย”

 

***

Don`t copy text!