มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 39 : เรนี่กับยายอีเวอลีน

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 39 : เรนี่กับยายอีเวอลีน

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-39-

 

สุดท้ายเรนี่เป็นคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าวันนี้

เรนี่ประกาศมีเงินในบัญชีแล้ว แล้วจะโอนค่าแรงให้พนักงานทุกคนภายในสามชั่วโมง จึงทำให้พนักงานเลิกประท้วง และกลับไปทำงาน

สายตาวิลที่มองเรนี่ผิดหวัง

เรนี่เสกเงินสด!

บิดากับพี่ๆ เข้ามาถาม

“เอาเงินมาจากไหน?”

คำตอบคือ

“เจ้าของเงินไม่ให้บอกค่ะ เรนี่ไม่อยากผิดคำพูด!”

ขอเพียงผ่านพ้นวันนี้ ทุกคนก็พอใจ แม้จะมองเห็นปัญหาข้างหน้า วันนี้จบ…อีกไม่นานก็จะเริ่มต้นใหม่

ปัญหาจริงๆ…และวิธีแก้คือ ต้องหาเงินก้อนมาเป็นร้อยๆ พันๆ ล้าน เพื่อปรับปรุงห้าง และเป็นทุนหมุนเวียน

ร้อยล้าน…พันล้าน สูงสุด…

ใครจะให้กู้?

ยื่นขอกู้ไปทุกธนาคาร แต่ถูกปฏิเสธ

เกศราพูดกับวิลว่า

“เกศสบายใจแล้ว เราไปหาอะไรทานกันนะคะ”

พ่อมดวิลปฏิเสธ

“ผมมีธุระสำคัญต้องจัดการครับ!”

จัดการกับเรนี่…

เรนี่หนีไม่พ้น เขาปรากฏตัวต่อหน้าหล่อน

“คิดจะหนีผมเรอะ?”

“ลืมไปว่าคุณเป็นพ่อมด คุณเหาะเหินเดินอากาศและหายตัวได้”

“แล้วจะหนีทำไม?”

“รำคาญค่ะ!”

“คุณ!”

“อย่ามารบกวนฉันได้มั้ย?”

“คุณเสกเงินจริงๆ หรือ ทั้งๆ ที่ผมห้ามแล้ว”

จะต่างกันอย่างไรสำหรับเรนี่ เพราะวันนี้รณชัยให้ยืม…วันหน้าหล่อนหมดทางก็จะเสกเงินจริงๆ จะทำไม!

หล่อนจึงท้าทายเขา

“ค่ะ!”

แถมยังยื่นหน้าท้าทาย ยิ้มเยาะอีก

“เรนี่!”

“อย่ามาเกี่ยวข้องกับฉันเกินไป คุณมาทำให้พี่เกศเลิกกับพี่ชัย คุณมาทำให้ฉันสับสน คุณมาทำให้ฉันกลายเป็นแม่มด ไม่ต้องมาบอกหรอกว่าฉันเป็นใคร ไม่อยากรู้…ไม่อยากรู้!”

“คุณกำลังทำผิดกฎ และจรรยาบรรณของเมืองเวทมนตร์? คุณต้องถูกลงโทษ!”

พ่อมดวิลดูเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง ผิดกับเรนี่ที่วันนี้หล่อนทำเหมือนเล่น เยาะเย้ย และท้าทายทั้งกิริยาและคำพูด

“ฉันไม่ใช่แม่มดในเมืองเวทมนตร์ ฉันอยู่เป็นคนของฉันดีๆ อย่ามาใช้กฎเกณฑ์ดินแดนประหลาดของคุณกับฉัน”

“คุณมีสายเลือดแม่มด”

“ค่ะ…ฉันจะเป็นลูกใครก็ช่างฉัน!”

“แต่…ผมไม่ยอมให้คุณทำผิด!”

“คุณใช้สิทธิ์อะไร คุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ตอนแรกคุณให้ฉันไปฝึกงาน ฉันก็รู้สึกซาบซึ้งคิดว่าคุณเป็นคนดี ที่แท้ก็จะให้ฉันอยู่ในสายตาคุณ พอแล้ว ฉันจะไม่กลับไปฝึกงานกับบริษัทปลอมๆ ของคุณอีก ฉันยอมฝึกงานกับห้างของฉัน ถึงห้างจะไม่รอดก็ยังดีกว่าไปทำงานบริษัทกำมะลอของคุณ”

แล้วหล่อนจะเดินหนี แต่ถูกวิลจับแขนไว้

“ยังไปไหนไม่ได้”

“ปล่อยฉันนะ”

บีบแรงขึ้นและกระชากหล่อนมาใกล้…ใกล้…จนแนบชิด ได้ยินเสียงหัวใจของสองฝ่ายเต้นแรง

เต้นแรงเพราะอารมณ์ขุ่นมัว โกรธหรือ?

หรือ…เต้นแรงเพราะสัมผัสใกล้ชิด

สองตาสบกัน…เรนี่ออกอาการตื่นเต้นแล้ว ใบหน้าวิลอยู่ใกล้มาก เขาไม่ได้บีบต้นแขนหล่อนแรงๆ แล้ว แต่คลายออก เป็นโอบกอดหลวมๆ ใช่สิ…ถ้าหล่อนจะหนีออกจากอ้อมแขนก็ทำได้ แต่ตอนนี้ทำไมหล่อนไม่ทำ

เรนี่สับสนและหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเขาก้มหน้าและจูบริมฝีปากของหล่อนอย่างนุ่มนวล ปราศจากการบังคับ กลายเป็นว่าหญิงสาวเต็มใจรับจูบนุ่มนวล ปรารถนา…เต็มใจ นานแสนนานในความรู้สึก นานแสนนานที่แสนหวาน

จนเขาถอนจูบและกล่าวว่า

“แบบนี้ผมมีสิทธิ์มั้ย?”

“บ้าสิ…บ้าที่สุด”

ใครอยู่ตรงนั้น…อีกครั้งที่แม่มดเซลิน่าเจ็บปวด และเปเลสก็นิ่งเงียบ ภาพที่เห็น…

วิลกับเรนี่…นั่นแทนคำอธิบายได้ว่า ทั้งสองมีหัวใจตรงกัน

แม่มดเซลิน่าอยากเข้าไปขัดขวาง เป็นมือที่สามก็ยอม แต่ถูกเปเลสจับแขนและห้าม

“อย่าทำ!”

อย่าทำ…ทำไปเพื่ออะไร ขัดขวางมีประโยชน์หรือไม่…เปเลสพูดเสมอให้ทำใจ ให้นึกถึงความเป็นเพื่อน…เพื่อน…และเพื่อน…

เซลิน่ากับเปเลสหายวับไป ไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจอีกต่อไป

เสียงเรนี่ถามเบาๆ

“นี่บทลงโทษของเมืองเวทมนตร์หรือคะ?”

“ยังไม่ใช่”

“แล้วลงโทษ?”

“คุณต้องได้รับบทลงโทษแน่นอนในความผิด แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ต้องหลังจากคุณคืนตะเกียงแก้ว คุณต้องค้นหาตะเกียงให้พบอาจทำให้คุณพ้นความผิดได้”

 

 

ดึก…มืดสงัด…

ยามนี้…เป็นเวลาเรียนรู้ของเรนี่…เรนี่รู้ว่ากำลังมี ‘อะไร’ บางอย่างที่มาพบหล่อน และไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดเวลาหล่อนคิดว่าตัวเองฝันไป ฝันถึงใครคนหนึ่งที่มาจับมือของตน มาถ่ายทอดบางอย่างเข้าสู่ร่างกายตน ที่สร้างความทรมานเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จนอยากตายไปเสียเลย เพื่อไม่ต้องรับรู้ความทรมานนั้น

ไม่ใช่ความฝัน…

เรนี่พยายามบอกตัวเอง หล่อนถูกอำนาจลึกลับพาตัวเองออกจากเตียงนอนนุ่มๆ อุ่นสบาย มาพบกับเจ้าของอำนาจ

สตรีสูงวัยลึกลับ ทุกครั้งที่คิดว่าฝันจะหลับตาอย่างหวาดกลัว ค่ำคืนนี้หญิงสาวพยายามสลัดความหวาดกลัวเพื่อเผชิญกับความจริงบางอย่างที่อยากรับรู้จริงๆ

ถ้าหนี ถ้ากลัว หล่อนต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป หล่อนต้องรู้ความจริงให้ได้ จะไม่ยอมเป็นเด็กสาวอ่อนวัย อ่อนโลก…จะต้องก้าวต่อไปเพื่อตัวเองและครอบครัว

ร่างดำมืดอยู่เบื้องหน้ากำลังค่อยๆ ลอยเลื่อนมาใกล้…ใกล้…ใกล้…

ใกล้จนอยู่ตรงหน้า…แล้วเรนี่ก็เบิกตากว้าง

ใบหน้าใครคนหนึ่ง เหี่ยวย่น น่ากลัว คลุมด้วยผ้าดำ อาภรณ์ดำทั้งชุด

“มา…มา…หลานยาย…มารับเวทมนตร์ในกายยายสู่กายเจ้า ยายที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ เพื่อเราจะได้ครองโลกมนุษย์และโลกเวทมนตร์ร่วมกัน เรา…สองยายหลานจะรวมกันเป็นหนึ่ง!”

เรนี่…ครั้งนี้หล่อนพยายามจะตั้งสติ

หลายครั้ง หลายคราที่ผ่านมา หล่อนพูดอะไรไม่ออกเลย ได้แต่ทนรับสภาพ แต่ค่ำคืนนี้ เรนี่ว่าตนกล้าแกร่งขึ้นในระดับหนึ่ง แกร่งจนกล้าตอบโต้

“ยาย!”

หญิงสาวใช้พลังตนเองผลักยายไปหนึ่งก้าว

แม่มดอีเวอลีนขมวดคิ้ว

“เก่ง…เก่งเหลือเกิน เก่งเกินยายคาด”

“อย่าทำอะไรเรนี่”

“ยายมาช่วยเรนี่มากกว่า”

“อย่าเพิ่งค่ะ…” หล่อนร้องห้าม

แม่มดตื่นเต้นนัก ที่หลานสาวเรียกขานว่า ‘ยาย’ และยายหลานกำลังจะสนทนากัน มันทำให้อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน

“เรนี่…หลานรักของยาย”

“ยายอีเวอลีน…ยายเป็นยายของเรนี่?”

“ใช่…ใช่…แม่ของเจ้าคือแม่มดรีด้า”

“แม่ของเรนี่ชื่อ…อแมนด้า”

“นั่นชื่อปลอม อแมนด้าเป็นชื่อสมมติในโลก ชื่อแต่กำเนิดคือรีด้าเป็นบุตรสาวคนเดียวของยาย”

“แม่ไปไหน?”

“ยายก็ไม่รู้” เสียงเศร้าลงเล็กน้อย “ยายสัมผัสได้แต่เจ้าคนเดียว ไม่น่าเชื่อว่ารีด้าจะหายสาบสูญปานนี้”

“แล้วยายหนีออกจากที่คุมขัง?”

แม่มดอีเวอลีนแค่นหัวเราะ

“เจ้าคงฟังมาสิว่ายายร้ายกาจ เจ้าคงรับข้อมูลมาผิดๆ”

“แต่ยายหนีออกมาจริงๆ?”

“ใช่…หนีจากนรกของเมืองเวทมนตร์ กรงขังสี่เหลี่ยมแสนทรมาน ใครจะทนได้”

“เพราะยายทำผิด!”

“ไม่ผิด…เรื่องอะไรยายต้องอ่อนแอ เรื่องอะไรยายต้องเป็นแม่มดในโอวาท เรื่องอะไรที่ยายจะแสดงอำนาจไม่ได้ ผู้ใดเก่ง ผู้ใดมีฤทธิ์เดช มีคาถาอาคมเก่งกล้า สมควรปกครองเมืองเวทมนตร์”

“แต่ยายทำลายล้างแม่มดพ่อมดผู้บริสุทธิ์”

“พวกอ่อนแอต่างหากล่ะ”

“ก็ไม่สมควรทำนะคะ”

“ไม่ว่ามนุษย์หรือพ่อมดแม่มดก็ไม่แตกต่างจากสัตว์หรอก ผู้อ่อนแอย่อมเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่ง สัตว์กำจัดสัตว์อ่อนแอกว่าเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ยายก็เช่นกันกำจัดผู้อ่อนแอเพื่อให้เมืองเวทมนตร์แข็งแกร่ง”

“ยายคะ…นั่นเรียกว่าทำลายล้างนะคะ”

“ยายต้องแสดงอำนาจ!”

“สุดท้ายยายจะถูกจับ”

“สุดท้ายใช่…ยายถูกจับ แล้วไงล่ะ ที่กักขังทำอะไรยายได้” ยายอีเวอลีนหัวเราะ “ทำไม่ได้แถมยังทำให้ยายมีพลังเพิ่มพูน มีใครบ้างที่มีพรสวรรค์เห็นคาถามนตร์ดำที่กำแพงที่บรรดาพ่อมดร้ายจารึกไว้อย่างเจ็บปวดและเคียดแค้น ตนแล้วตนเล่าที่ต้องแตกสลายตามอายุขัย แต่ยายกลับโชคดีเพราะอะไรรู้มั้ย…เพราะเมืองเวทมนตร์ได้เลือกแล้ว เลือกยายให้รอดพ้นและออกมาแสดงอำนาจให้เห็นไงล่ะ”

เรนี่งุนงง สับสน

การทำลายล้างมันดีตรงไหน?

ตนเป็นสายเลือดของของผู้ทำลายล้าง?

เงียบงัน…

“เรนี่…ยายเป็นผู้มีพรสวรรค์พิเศษ และยายก็รู้ว่าเจ้าเป็นทายาทที่มีพรสวรรค์พิเศษเช่นกัน ถ้าเจ้ารับคาถาอาคมของยาย เจ้าจะยิ่งใหญ่กว่ายาย เก่งกว่ายาย เจ้าพิเศษมาก…”

“พิเศษอย่างไงคะ?”

“เจ้ามีความสามารถรับทั้งมนต์ดำและมนต์ขาวในตัว!”

“อะไรคะ?”

“รับมนต์ดำจากยาย!”

“แล้วมนต์ขาวล่ะคะ?”

“ยายเห็นตะเกียงแก้วที่อยู่กับเจ้า”

ตะเกียงแก้วอีกแล้ว?

ใครๆ ก็พูดแต่ตะเกียงแก้ว ไหนล่ะ…ใช่…ใช่…หล่อนสัมผัสได้แต่ในฝัน ความฝัน อยากสัมผัสให้เต็มตา…เต็มมือสักครั้ง

“ตะเกียงแก้ววิเศษของยายทาฮิร่าใช่มั้ยคะ?”

แม่มดอีเวอลีนพูดเสียงต่ำลง

“ใช่…นั่นล่ะ…นั่น…ที่ยายเคยพ่ายแพ้ให้มัน!”

“ใครๆ ก็ตามหาตะเกียงแก้วจากเรนี่…”

“เพราะใครๆ รู้ว่าตะเกียงแก้วของทาฮิร่าหายไป”

“เรนี่ไม่ได้ขโมย”

“แต่อยู่กับเจ้า!”

“ไม่มี” หล่อนปฏิเสธทันควัน แถมยังพูดเสียงสูงอีก

“เพราะเจ้าไม่รู้”

“ของที่อยู่กับเรนี่ เรนี่ต้องรู้สิคะ”

“ทำไมยายเห็น”

“เห็นตะเกียงแก้วหรือคะ?”

“ใช่…ตะเกียงแก้วที่เคยปราบยายมาแล้ว ยายไม่ชอบ ยายเกลียด ยายอยากทำลาย แต่ยายก็…”

เรนี่พูดต่อจากยายอีเวอลีน

“ยายกลัวใช่มั้ยคะ?”

“ไม่!” อีเวอลีนกล่าวเสียงแข็ง “ตอนนั้นถูกจับกับตอนนี้ที่ยายแข็งแกร่งขึ้น ยายว่ายายน่าจะสู้กับตะเกียงแก้ววิเศษได้!” แต่แม่มดอีเวอลีนยังไม่เคยลอง เพราะถ้าตะเกียงแก้วปรากฏเมื่อไหร่ ตนจะหนีไปก่อน ทั้งที่มั่นใจว่าตนจะชนะ แต่ยังไม่พร้อมลอง!

เพราะความหลังฝังใจ

เพราะเคยพ่ายแพ้

แต่…อำนาจและคาถามนต์ดำของตนสูงขึ้น…จนยายทาฮิร่าซึ่งเป็นแม่มดอาวุโสของเมืองยังต้องหวั่นเกรง

“ยายอยากได้ตะเกียงแก้วหรือคะ?” เรนี่ถาม

“ไม่…” ปฏิเสธเสียงแข็งอีกครั้ง “ยายอยากทำลาย…แต่ในเมื่ออยู่กับเจ้า ยายขอบอกว่าถ้าเจ้าพบเห็นตะเกียงแก้วก็ให้ทำลายซะ!”

เรนี่เบิกตากว้าง

“ยายเชื่อว่าเจ้าทำได้ จงทำลายตะเกียงแก้ว”

“เอ้อ…ไม่นะคะ”

“เจ้าต้องทำ เป็นคำสั่ง ทำลายหรือให้ตะเกียงแก้วอยู่ในอำนาจของเจ้า…ยายรู้เจ้าทำได้…ถ้าตะเกียงแก้วอยู่ในอำนาจเจ้าก็เท่ากับอยู่ในอำนาจของยาย”

“ยายคะ”

“เจ้าทำได้!” เรนี่ตกอยู่ในภวังค์กับคาถาของยายอีเวอลีน “เอามาให้ยายหรือทำลายซะ จงทำตามที่ยายสั่ง!”

 

***

 

Don`t copy text!