มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 40 : บริษัทหาย   

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 40 : บริษัทหาย   

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-40-

 

เรนี่อยู่ข้างๆ เกศราที่โต๊ะอาหารเช้า

วันนี้ท่าทางของทุกคนดูเปลี่ยนไป ปู่อำนวยมีท่าทางผ่อนคลาย พ่อสุมิตก็ทานอาหารได้เพิ่มขึ้นจากที่ทานไม่ลงมาหลายวัน แม่ใหญ่ยุวดีจ้องมองเรนี่เกือบตลอดเวลาที่ทานอาหารเช้า วิชาเอาแต่โคลงศีรษะ แต่สุดท้ายเกศราก็โพล่งถาม

“เธอเอาเงินมาจากไหนกันแน่?”

คำถามที่ทุกคนเคยถามเมื่อวาน แต่เรนี่ไม่มีคำตอบ

“เรนี่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้แล้ว ยังจะถามทำไมคะ?”

“หรือเธอแอบเก็บเงินซ่อนไว้ใช่ไหม เงินที่อากชซ่อนไว้ใช่มั้ย ตอนนี้อากชก็นอนอยู๋โรงพยาบาล…เธอบอกความจริงมาเลย เราไม่เอาเรื่องอากชหรอก ยังเก็บซ่อนอีกเท่าไหร่?”

เรนี่เบิกตากว้าง มองพี่สาวต่างมารดา

“พี่เกศคิดได้อย่างไงเนี่ย อากชขายสมบัติส่วนตัวทุกชิ้นแล้ว ก็มีแต่แม่ใหญ่ยังมีอยู่!”

คุณยุวดีโวยเสียงดังทันที

“ชั้นก็เอามาขายไปแล้ว”

“ยังไม่หมดค่ะ”

“ส่วนตัวของฉันจริงๆ ฉันไม่ขาย!”

“ส่วนตัวของอากชขายหมดค่ะ!”

“นั่นมันอากชก็สมควร” แล้วหันไปพูดกับคุณสุมิต “คุณคะ ฉันอธิบายกับคุณแล้วนะ ของเก่าของฉัน ฉันต้องเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย จะให้หมดตัวกันทุกคนเรอะ ตายพอดี!”

สามีโบกมืออย่างระอา

“ตอนนี้ถ้าช่วยได้ก็ช่วยกันก่อน”

“ทำไมไม่ขายห้างล่ะคะ คืนหนี้สินให้ธนาคาร พวกเราอาจจะเหลือเงินก้อนมาแบ่งกัน”

“ปู่ไม่ขาย!” คุณอำนวยประกาศ

นั่นล่ะ…คนแก่หัวดื้อ

คุณยุวดีโคลงศีรษะ แก่แล้ว จะลงโลงแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมให้ห้างซาร่ากับใคร

“ก็ให้มันล้มละลายไปเลย!” คุณยุวดีประชด

เกศราโบกมือห้าม

“เราพูดถึงเงินของเรนี่อยู่นะคะ เรื่องอื่นอย่าเพิ่งพูด”

เรนี่ถอนใจยาว

“เรนี่จะหาเงินมาได้อย่างไรเป็นเรื่องของเรนี่ เรนี่ช่วยให้ห้างผ่านวิกฤตได้ชั่วคราว ระยะยาวเราต้องช่วยกันอีกนะคะ”

“ให้ชั่วคราว เธอก็ต้องมีทางได้อีกสิ”

“เอ้อ…เรนี่ไม่มั่นใจ”

“แค่บอกว่าเงินมาจากไหนก็พอ”

“คงไม่ได้มาง่ายๆ อีกแล้วค่ะ นอกเสียจาก…” อย่าเพิ่งคิดดีกว่า เป็นแม่มดเสกเงิน ใครจะเชื่อ แต่เรนี่ชอบลองของจะตาย แล้วหันมาทางวิชา “พี่ชาเคยพูดว่าถ้าเรนี่ช่วยแก้ปัญหาบริษัทได้จะกราบเรนี่”

พี่ชายหน้าแดงก่ำ

“แค่ผ่านวันเดียวก็ทำเป็นอวดเก่ง แน่จริงต้องแก้ได้ทั้งหมด ให้บริษัทอยู่รอด”

“โอ้โฮ้…ต้งหลายร้อยล้าน เกือบพันด้วยซ้ำ”

“เก่งจริงหาแหล่งเงินกู้มาสิ”

เรนี่กำมือแน่น

หล่อนเป็นใคร…แม่มด…เนรมิตพันล้านไม่ใช่เรื่องยากมัง แค่คิดก็นึกถึงหน้าเขา…วิล

ล่าสุดเพราะวิลเข้าใจผิดว่าหล่อนเนรมิตเงินยี่สิบล้าน เขาจะลงโทษหล่อนสักวัน แต่ไม่ใช่บทลงโทษแสนหวานหรอกนะ

จูบหล่อน…แค่คิดหัวใจก็เต้นแรง

“พี่วิชาเก่งเหมือนกันนี่คะ ก็ต้องช่วยกัน”

“เธอเอายี่สิบล้านมาจากไหน?”

เงียบ…

“เอามาจากไหน?” คราวนี้บิดาเป็นฝ่ายถาม

“เรนี่พูดไม่ได้ค่ะ”

“พ่อไม่สบายมาก อย่าทำให้พ่อต้องทรุดเลย บอกให้พ่อชื่นใจไม่ได้หรือ”

“เรนี่ขอโทษจริงๆ ค่ะ ถึงคุณปู่จะถามอีกคน เรนี่ก็บอกไม่ได้ เรนี่ต้องรักษาคำพูด”

“แกได้มาเปล่าๆ หรือ…ได้มาโดยเสน่หาหรือเปล่า?”

“ถ้าเรามีเงิน เราต้องคืนค่ะ เรนี่คงไม่หน้าด้านรับมาเปล่าๆ”

“ใครใจดีกับแก?”

เงียบ…อีกแล้ว

เกศราโพล่ง

“หรือเป็นคุณวิล…เจ้านายของเธอ!”

“ไม่ใช่ค่ะ” ปฏิเสธแต่สีหน้ามีพิรุธ

“ใช่แน่…แกอย่ามาโกหกเลย”

“เรนี่ไม่ทานอาหารแล้วล่ะ อย่าบีบบังคับเรนี่” จะลุกจากโต๊ะ แต่เกศราห้าม

“เธอต้องอยู่ก่อน!”

“ไม่ค่ะ”

“บอกให้อยู่ก่อน!”

จับแขนเรนี่ไว้ เรนี่ไม่พอใจ ตวาดและสะบัด

“พี่เกศนั่นล่ะ…หยุด…ปล่อย…เดี๋ยวนี้!” ด้วยอารมณ์ ด้วยคำสั่งของเรนี่

เกศราถูกมนตร์สะกด ตัวแข็งเป็นหิน!

เรนี่เบิกตากว้าง เพิ่งตั้งสติได้ว่าตนเป็นใคร

แม่มด…ตนมีอำนาจพิเศษ!

คำพูดของตนคือวาจาสิทธิ์ไปแล้ว โดยไม่ต้องท่องคาถาเลยด้วยซ้ำ ทั้งน่ากลัว ทั้งตื่นเต้น และน่าตกใจ

เรนี่ตั้งสติ ให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติ และรีบเดินหนีทันที ทิ้งให้เกศรางงๆ เหมือนตัวชาไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองและบ่นกับครอบครัวว่า

“ยัยเรนี่มีอะไรแปลกๆ นะคะ ต้องเป็นคุณวิลแน่ๆ เลยที่ช่วยพวกเรา…น่าเจ็บใจ…จะช่วยน่าจะผ่านเกศนะ…ไม่ผ่านทางยัยเรนี่ทำไม”

 

 

พ่อมดวิลประกาศปิดบริษัทกำมะลอกับแม่มดเซลิน่าและเปเลส

“เรนี่รู้ตัวว่าเป็นใครแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัทเพื่อให้เรนี่มาทำงานและอยู่ในสายตาเราอีกแล้ว”

แม่มดเซลิน่าเบ้ปาก

“เห็นมั้ย…เปิดมาเสียเวลาเปล่าๆ ทำงานแค่ไม่กี่อาทิตย์ เสียแรงเนรมิตบริษัทใหญ่โต แล้วยังเกณฑ์ให้พ่อ แม่มด ในเมืองมาร่วมงานโดยทำให้พวกเขาเสียเวลาไปกับพวกเรา”

“ตอนนั้นฉันจำเป็น เรนี่ต้องอยู่ในสายตาพวกเรา”

“พวกลูกครึ่ง ควบคุมลำบาก”

“ก็ต้องคุมให้อยู่”

“อยู่เรอะ มียายเป็นแม่มดมนต์ดำ คุมอย่างไงก็ไม่อยู่ สายเลือดทำลายล้างรุนแรง ขนาดยังไม่เคยฝึกคาถา ยังฤทธิ์เดชมาก แค่คิดก็เกิดเรื่องได้แล้ว”

“อย่างไรพวกเราก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด”

“จับเข้าคุกสิถึงจะคุมอยู่ เมื่อครูลิน่าเพิ่งได้คุยกับยายบาบาร่ามา เมื่อคืนแม่มดอีเวอลีนไปพบเรนี่ เพิ่มพลังให้เรนี่ เห็นหรือยัง…วิล เราไม่สามารถควบคุมเธอได้หรอก แล้วสุดท้ายเธอจะกลายเป็นแม่มดชั่วร้ายที่ปราบยากยิ่งกว่ายายของเธอ”

เปเลสเอ่ยสนับสนุน

“ไม่ได้เข้าข้างลิน่านะ แต่ฉันก็เห็นด้วย เราต้องควบคุมตัวเรนี่ให้อยู่ที่เฉพาะ…ถึงจะคุมอยู่นะ…”

“คุมขัง?”

“ทำนองนั้น”

“เป็นไปไม่ได้ เรนี่คือผู้บริสุทธิ์”

“ที่ตกอยู่ในอำนาจของยายชั่วร้าย”

“เธอบริสุทธิ์”

“อนาคตเธออาจไม่…”

“นายจะใจร้ายกับเรนี่ที่ถือว่าเป็นเหยื่อของยาย?”

“นายก็รู้ว่าฉันตรงขนาดไหน ฉันไม่อยากให้โลกเวทมนตร์ต้องวุ่นวาย และตกอยู่ในอันตรายมากไปกว่านี้ รับมือกับอีเวอลีนแล้ว ยังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนของเรนี่อีก ถ้าเราควบคุมตัวเรนี่ได้ จะเป็นผลดีมากกว่านะ”

พ่อมดวิลโคลงศีรษะ

“พอ…พอ…ฉันไม่เห็นด้วย”

“เพราะวิลไม่มีเหตุผลและชอบแม่เรนี่!” แม่มดเซลิน่าโพล่ง

“แม่นั่นมันสวย…และมีเสน่ห์มารยาร้อยแปด”

ยังไม่ทันวิลจะพูดอะไร เกศราก็มาถึงและพูดเสียงดัง

“ฉันจะพบเจ้าของบริษัท จะพบคุณวิล”

พรวดพราดมาจนถึงห้องด้านใน ซึ่งเลขากำมะลอของวิลห้ามไม่ได้ ได้แต่บ่นพึมพำ

คนบนโลกช่างดื้อรั้นเหลือเกิน…

“คุณวิล…คุณวิลคะ” เกศราไม่สนใจเซลิน่ากับเปเลส ถลาเข้ามากอดแขน

วิลงง

“มีอะไรครับ?”

“เกศมาขอบคุณคุณค่ะ ในนามของครอบครัวเรา เกศมาขอบคุณคุณเป็นพิเศษ”

“เรื่องอะไรครับ?”

“ที่คุณให้ยัยเรนี่ยืมยี่สิบล้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทัน คนงานเลิกประท้วง ห้างเราก็เปิดตามปกติได้”

“เรื่องเงิน…ไม่เกี่ยวกับผม”

“อย่าปิดทองหลังพระเลยค่ะ ยัยเรนี่บอกว่าเจ้าของเงินขอเป็นความลับ จะเป็นใครไม่ได้นอกจากคุณวิล สำหรับเกศ ไม่ต้องเป็นความลับนะคะ”

“ไม่ใช่ผมครับ”

“เกศไม่เชื่อ คุณวิลนี่ ใจดีกับเฉพาะเรนี่ ทีกับเกศไม่เห็นใจดีเลย เกศน้อยใจนะคะ”

“คือว่า…”

“ไม่รู้ล่ะ เกศไม่ยอมจริงๆ ด้วย คุณต้องถูกปรับ ต้องพาเกศไปทานข้าว”

วิลอึดอัดจึงรับคำส่งเดช

“ครับ…ครับ…”

“และอาทิตย์หน้าวันเกิดคุณลุงวรชัย เราต้องไปงานด้วยกันนะคะ ให้พวกเขารู้ว่าเราไม่มีทางจนปัญญา เรามีทางออก และสามารถแก้ปัญหาได้เพราะคุณวิลช่วยเหลือ”

“ครับ ครับ” รับคำเพราะเห็นสีหน้าของเซลิน่ากับเปเลสทำท่าเซ็ง ระอา เบื่อหน่าย เขาเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน “แต่ตอนนี้คุณต้องกลับไปก่อน วันนี้ผมไม่ว่างเลย”

ปัญหาคือเขาต้องตามหาเรนี่ และทดสอบพลังของหล่อน ไม่รู้ว่ายายอีเวอลีนถ่ายทอดพลังให้เรนี่ถึงขั้นไหนแล้ว

วิลไม่สบายใจ สังหรณ์ว่าเรื่องเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ เขาต้องเค้นเอาตะเกียงแก้วจากเรนี่ให้เร็วที่สุด

“แต่เกศว่าง…เกศจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ”

“คุณต้องกลับไปก่อนนะครับ” เขาออกคำสั่งด้วยคาถา ให้หล่อนออกไปพ้นบริษัท

เกศราดื้อรั้นแต่เพราะคาถาของวิลทำให้หล่อนต้องเดินออกมาอย่างงงๆ ออกมาขึ้นรถจะขับรถกลับบ้าน

อยู่บนรถแล้ว…สติจึงกลับคืนมา และนั่งนิ่งคิด

หล่อนมาพบวิล แต่วิลเอาแต่บอกให้หล่อนกลับ…กลับ…ทำไมต้องรีบกลับ ไม่ล่ะ…ไม่ยอมหรอก

เรนี่สนิทกับวิลมากกว่าหล่อนเสียอีก หล่อนจะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เรนี่อีกแล้ว คิดดังนั้นจึงเดินกลับมาที่ตึกบริษัท

แต่ทว่า…เมื่อก้าวเข้าตึก เกศราตกใจ หล่อนมาผิดที่หรือเปล่า?

เปล่า…เพิ่งออกไปหยกๆ

ว่างเปล่า…โล่ง ปราศจากโต๊ะ เก้าอี้ หรือพนักงานใดๆ ทั้งสิ้น

หายไปสิ้น

อะไรกันนี่?

ไม่…ไม่…ไม่…ไม่ใช่แบบนี้สิ เพราะเพิ่งเดินออกไปหยกๆ และกลับเข้ามา…เอ๊ะ! มันอะไรกัน

ถอยหลังให้แน่ใจว่าไม่ผิดที่

ก็ถูก…ถูก…ที่นี่ล่ะ เพราะไม่ได้มาครั้งแรก หล่อนมาบริษัทวิลหลายครั้ง

งง…ตกใจ…และคนที่จะให้คำตอบเหล่อนได้ดีที่สุดคือ เรนี่ เพราะน้องสาวมาฝึกงานทุกวันในช่วงหลายอาทิตย์นี้

โทรศัพท์เช็คแล้วเรนี่อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า เกศราจึงขับรถกลับมาและมาพบน้องสาวทันที

น้องสาวกำลังวุ่นวายที่โต๊ะทำงานของอาบงกช

บงกชอยู่โรงพยาบาลและให้เรนี่มาช่วยงาน เคลียร์งานชั่วคราว ซึ่งหญิงสาวกำลังพยายามเต็มที่

เพราะอยู่ที่โต๊ะของบงกชจึงรู้ว่าอาต้องรับผิดชอบมากแค่ไหน ก็แค่ผู้หญิงวัยกลางคนโสดตัวเล็กๆ คนเดียว

ทุกคน…ทุกแผนกจะโยนความรับผิดชอบมาให้บงกชทั้งหมด!

“เรนี่!” เสียงเกศราดังอย่างตกใจ “บอกมาเลย ทำไมเป็นแบบนี้ เธอไม่ได้ฝึกงานบริษัทคุณวิลแล้วหรือ?”

“ค่ะ ไม่ได้ไปสองวันแล้วค่ะ” คนถูกถามงงๆ

“บริษัทหายไปแล้ว พี่เพิ่งแวะไปเมื่อกี้ และเดินออกมาเพราะคุณวิลบอกว่าไม่ว่าง แต่พี่ไม่ยอม พี่เลยเดินกลับเข้าไป…เธอรู้มั้ย ทำไมเจอแต่ความว่างเปล่า ทั้งสำนักงานไม่มีคน ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ มัน…มันหายไปหมดเลย”

เสียงของเกศราละล่ำละลักขาดตอน

เรนี่ไม่ประหลาดใจ ตั้งแต่รู้ว่าวิลเป็นใคร ตนเป็นใคร

“หรือคะ?” ได้แต่พูดว่า “ไงคะ?”

“นี่…ยัยเรนี่ ฟังพี่พูดอยู่หรือเปล่า หายไปหมดเลย”

“คุณวิลปิดกิจการค่ะ”

“จะปกจะปิดก็ช่างก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่พริบตาทุกอย่างจะหายหมดแบบนี้”

“คนของคุณวิลตั้งเยอะ ช่วยกันขนของออก”

“ไม่ใช่…ไม่ใช่แบบนี้”

“พี่เกศคงตาฝาดไปแล้ว เขาจะปิดกิจการก็ทยอยขนข้าวของออกเรื่อยๆ จนหมดวันนี้ พี่เกศคงไม่ได้สังเกตล่ะ โอ๊ย…เรื่องไร้สาระ เรนี่ไม่อยากพูด อากชสั่งงานให้มาทำแทนตั้งเยอะแยะ พี่เกศช่วยแบ่งไปทำหน่อยสิคะ” เรนี่ตัดบท

“ไม่ล่ะ พี่ยังมึนๆ” เกศราสลัดศีรษะแรงๆ

 

***

 

Don`t copy text!