มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 44 : ตัวป่วน

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 44 : ตัวป่วน

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-44-

“เรนี่คืนแหวนให้ลุงชัยแล้วค่ะ” เรนี่มารายงานให้อาบงกชทราบ

หญิงวัยกลางคนบนเตียงใบหน้ายังขาวซีด ร่างซูบผอม ผงกศีรษะพลางกล่าวว่า

“ไขเตียงให้อาขึ้นมานั่งหน่อย”

“ค่ะ”  หญิงสาวทำตามคำสั่ง และพยายามสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย นับว่าอาบงกชเก็บกดความรู้สึกได้ลึกจริงๆ “อากชเป็นไงคะ”

“ก็ดี”

“ดีจริงๆ หรือคะ?”

“อือม์…จะได้หมดปัญหาเสียที”

“จริงหรือคะ?”

“ก็จริง…”

“อากชยังรักลุงชัยมั้ยคะ?” เล่นถามตรงๆ แบบนี้เลย

“ขอให้มันจบเถอะ”

อากชยังรักลุงชัยจริงๆ ตายแล้ว…ที่เล่นงานครอบครัววรชัยก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดสิ

“ลุงชัยใจร้ายกับพวกเราก่อน ร่ำรวยแต่ไม่ช่วยเหลือ จะฮุบกิจการของเรา เรนี่อยากแช่ง…แช่งให้…”

คนป่วยโบกมือ

“อย่านะ…อย่า…อย่าทำบาปทำกรรม อาเชื่อเรื่องเวรกรรม พวกเราเคยอยู่สุขสบาย มีกินมีใช้ ร่ำรวย ค้าขายเจริญรุ่งเรือง กำไรมากมาย แต่กลับมีวันนี้เพราะอะไร เพราะเวรกรรมล่ะ ที่ทำให้ต้องตกอับ กิจการย่ำแย่จนเป็นหนี้เป็นสิน”

“ไม่เห็นอากชทำบาปกรรมเลย”

“มันไม่ใช่ชาตินี้หรอก พวกเราเกิดมากี่ชาติแล้วล่ะ ทำกรรมทำบาปมากี่ชาติแล้วล่ะ”

เรนี่เบ้ปาก

“ชาติเรอะคะ บาปกรรมหรือคะ?”

“อาเชื่อในศาสนา เชื่อในบาปบุญคุณโทษ”

“ถ้าเรามีเงินเสียอย่าง”

“ถ้าเรามี…เงินแก้ปัญหาได้ แต่อาจไม่ใช่ความสุขทั้งหมด”

“ทำอย่างไรอากชถึงจะมีความสุขคะ”

ร่างบนเตียงขยับตัวอย่างยากเย็นก่อนตอบแผ่วเบา

“ได้บวช…ได้สงบ…”

“อากชเป็นผู้หญิง…”

“บวชมีหลายแบบ บวชให้ใจสงบ อยู่ที่สงบในบั้นปลาย ไม่ต้องดิ้นรน เป็นความสุขสุดท้ายของอา”

“อาคะ…อาจะทิ้งพวกเราเรอะ?”

“อาอยากทิ้งไปสู่ความสงบ แต่อาจะมีบุญได้สงบหรือเปล่า หรืออาอาจจากไปบนเตียงนี้อย่างทุรนทุราย ทรมาน”

“ว้าย! ไม่เอา…ไม่ค่ะ อย่าพูดแบบนี้ ชีวิตนี้เรนี่มีอากชคนเดียวที่รักเรนี่ ใส่ใจเรนี่ตั้งแต่เด็ก”

“ปู่กับคุณพ่อก็รักเรนี่ แต่ท่านเป็นผู้ชาย จะดูแลเรนี่ใกล้ชิดแบบอาก็ยากกว่า ส่วนพี่ยุวดี อาก็เข้าใจนะ เพราะพี่ยุมีลูกแท้ๆ สองคน แม่ย่อมรักลูกในไส้มากกว่าลูกเมียอื่น”

“ลูกเมียน้อย!”

“เรนี่…อย่าเสียใจเลย”

“แม่ของเรนี่อยู่ที่ไหน ทำไมต้องทิ้งเรนี่ แม่แท้ๆ ไม่รักเรนี่เลย”

“รักสิ…ต้องรัก…อแมนด้าต้องรักลูกสิ”

รัก…แต่หายสาบสูญไปจากชีวิต

เรนี่อยากจะร้องไห้ แต่ใจแข็ง ไม่ร้อง…ไม่ร้องนะ…

“ไม่…ไม่…เรนี่ถามเรื่องอากชดีกว่า ถ้าย้อนเวลาได้อากชจะแต่งงานกับลุงชัยไหมคะ?”

คนป่วยกลืนน้ำลายยากเย็น และไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกถาม ใครๆ ก็มักจะถาม รวมทั้งบงกชก็เคยถามตัวเองเสมอ

ตอบครั้งแล้วครั้งเล่า

“เรนี่จ๊ะ…คำตอบของอาเปลี่ยนไปเสมอ ทั้งแต่ง ทั้งไม่แต่ง แต่ล้วนมีเหตุผลที่อายกมาอ้างกับตัวเองและกับคนอื่น”

“ถ้าเป็นคำตอบตอนนี้ล่ะคะ?”

ยังไม่ทันตอบก็มีเสียงเคาะประตูและคนเคาะก็เปิดเข้ามาทันที

เรนี่ขมวดคิ้ว…

กับชายแปลกหน้าสองคน หน้าตาดุดัน สวมเสื้อซาฟารีสีเทาเข้ม กางเกงดำสนิท

“พวกคุณเป็นใคร?” เรนี่ถาม

คนหนึ่งในสองตอบว่า

“ผมมาจากบริษัท…” พอระบุชื่อบริษัท เรนี่เห็นแววตาอาบงกชตกใจ

พวกทวงหนี้…นอกระบบ

ขายเช็คให้ล่วงหน้า…บงกชทำกับนายทุนที่ได้ชื่อว่า ‘โหด’ แต่จำเป็น แล้วก็ผิดพลาด…แรกๆ ยังส่งดอกเบี้ย ยังคืนเงินต้นบ้าง แต่พอนานเข้า เงินต้นไม่ส่ง แค่ดอกเบี้ยยังส่งไม่ไหว

บงกชโบกมือ

“มาทวงถึงโรงพยาบาลเลย…พวกคุณกลับไปก่อน” คนป่วยไม่อยากให้เรนี่รับรู้

“เรากลับไม่ได้ เพราะเราไปที่บริษัทแล้ว ไปห้างซาร่าเจอผู้บริหารหลายคน ทุกคนว่าคุณอยู่โรงพยาบาล และคุณเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด”

“ใช่…ใช่…แต่ฉันไม่สบาย”

“มันเลยกำหนดมาหลายเดือนแล้วครับ” แม้จะมีคำว่า ‘ครับ’ แต่เสียงกระด้าง รวมทั้งกิริยาท่าทางแข็งกร้าว

เรนี่เดาออก…พูดกับชายทั้งสอง

“พวกนายจะเกินไปมั้ย มาทวงถึงโรงพยาบาล”

“เราต้องทำตามหน้าที่”

“อากชไม่สบาย”

“แต่คุณบงกชเป็นคนลงชื่อในสัญญา”

“ก็ให้เวลาอาหน่อย”

“เราให้เวลาแล้ว เลยมาหลายเดือนแล้ว”

“ก็คิดดอกเบี้ยไปสิ”

“เราไม่ได้รับดอกเบี้ยเลย เราส่งหนังสือไปบริษัท…รวมทั้งโทรศัพท์แล้ว”

“บอกว่ายังไม่มี…ไม่มี”

ชายคนนั้นไม่พูดกับเรนี่ หันมาพูดกับบงกช

“คุณมากู้กับเจ้านายผม กู้ส่วนตัว เงินก็เงินส่วนตัวของเจ้านายผม เช็คของคุณก็เด้ง เจ้านายส่งผมมาทวงถาม”

คนป่วยใจเต้นแรง

ขอกู้ด้วยเครดิตส่วนตัวล้วนๆ ตอนแรกก็แค่ ‘สิบล้าน’ แล้วครบกำหนดสองเดือนที่ตกลงไว้ก็คืนให้พร้อมดอกเบี้ย แต่พอติดขัดอีก บงกชก็กู้อีกห้าสิบล้าน…ตกลงแค่หกเดือน…หกเดือนจะคืนยอมจ่ายดอกเบี้ยโหดทุกเดือน จ่ายได้แค่สามสี่เดือนก็ไม่มีปัญญาจะจ่ายแล้ว กลายเป็นทบต้น เกินห้าสิบล้าน

ห้าสิบล้าน…ไม่ใช่ว่ามากมายอะไรนัก เทียบกับที่ขายสมบัติแก้วแหวนเงินทองรวมทั้งพระเครื่องก็หลายร้อยล้านแล้ว แต่บทคนจะไม่มี อย่าว่าแต่ห้าสิบล้าน ห้าแสนจะหายังยาก

ที่ยอมนอนโรงพยาบาลก็อาศัยเงินประกันชีวิตประกันสุขภาพอยู่ ถ้าไม่มีเงินประกันช่วย บงกชยอมไปทรมานที่บ้าน

“ก็ได้…ก็ได้…” บงกชหาทางตัดบท “ฉันยังอยู่โรงพยาบาล ยังจัดการเรื่องเงินไม่ได้ ขออีกสิบห้าวันจะเคลียร์ให้หมด”

“เจ็ดวันครับ”

“ขอสิบห้าวัน…ครึ่งเดือน”

“เจ้านายบอกว่าภายในเจ็ดวัน เพราะข่าวออกมาว่าคุณจะล้มละลายแล้ว!”

บงกชโบกมือไล่

“เจ็ดวันก็เจ็ดวัน…กลับไปก่อน”

“อากชคะ…” เรนี่หนักใจแทน

“ไม่เป็นไร…เจ็ดวันอาจัดการได้” บงกชปากแข็ง “ห้าสิบล้านอาหาได้…พรุ่งนี้ทำเรื่องให้อาออกจากโรงพยาบาลเลย”

“แค่ลงจากเตียงเดินไปห้องน้ำ อายังเดินเซเลย อายังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ค่ะ”

“แต่ว่าอาต้องออกไปจัดการ”

“เรนี่จะจัดการแทน!”

ชายทั้งสองเดินออกจากห้อง เรนี่ถือโอกาสเดินตามออกมา

ถ้าไม่เล่นสนุกเสียหน่อย ก็ไม่ใช่เรนี่สิ

ลองดีเรอะ…เรนี่เป็นแม่มด มาแหยมกับเรนี่ ไม่รู้จักเราเสียแล้ว

ชายมองคนแปลกใจ หันมาถามหญิงสาว

“ตามมาทำไม?”

“ตามมาเล่นสนุก!”

“สนุก?”

เรนี่ยิ้มหวาน

“ฉันไม่ตามพวกนายหรอกนะ…แต่นั่น…มีบางอย่างอยากตามพวกนาย…นั่นไง…” กล่าวพลางชี้ไปด้านหลังของชายทั้งสอง

แค่คิด…คิด…ไม่ได้ร่ายคาถาเลย เพราะหล่อนไม่เคยเรียนคาถา พรสวรรค์พิเศษจากยายอีเวอลีน

หมาป่าตัวโต…ใช่สิ…หมาป่าแน่ๆ ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา

หมาป่าแยกเขี้ยว กระโจนใส่ชายทั้งสอง

ชายทั้งสองตอนแรกก็ขยี้ตา เพราะคิดว่าอยู่ในความฝัน จนมันกระโจนเข้ามา สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็วิ่งหนี

“เผ่น!”

วิ่งหนีกันสุดฤทธิ์

“หมาป่า!”

วิ่งหนีลงบันไดของโรงพยาบาล แทนจะเป็นลิฟต์ โดยมีสุนัขไล่หลัง

“ช่วยด้วย…ช่วยด้วย” ร้องลั่นโรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเรนี่

และท่ามกลางความแปลกใจของคนในโรงพยาบาลที่เห็น ทั้งหมอ พยาบาล คนไข้ ญาติคนไข้ที่เห็น…

ภาพผู้ชายตัวโตสองคนวิ่งหนีสุนัขขาวปุยตัวเล็กน่ารัก

วิ่งหน้าตื่น ตะโกนลั่นอย่างหวาดกลัว…หมาป่า…

หมาป่าอะไร…หมาน้อยพันธุ์ชิสุ ตัวเล็ก…ขนสวย น่ารักเชียว

“เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับเรนี่ กลับมาทวงหนี้เรอะ” เรนี่พูดอย่างสะใจแกมขบขัน

“เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ครับ” เจ้าของเสียงปรากฏตัวขึ้น

“นายอีกแล้ว!” เรนี่ทำท่าระอา

“ผมปล่อยไม่ได้เลย เป็นอะไร ต้องหาเรื่องอยู่เรื่อย สร้างปัญหาอยู่เรื่อย ต้องคอยมาแก้ปัญหาให้…ระวังให้คนอื่น”

“พวกนั้นมาทวงหนี้ถึงโรงพยาบาล”

“หนี้…ต้องชำระนะ อย่าคิดว่าเป็นแม่มดจะเบี้ยวหนี้ได้ ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล เอาเงินคนอื่นมาก็ต้องคืน ตอนไปกู้ก็ตกลงกันดิบดี ถึงเวลาก็ต้องคืน”

“ดอกเบี้ยโหด!”

“ต้องรักษาสัจจะไม่ใช่หรือ?”

“อากชไม่ไหวแล้วจริงๆ”

“และนี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะอ้าง”

“เข้าข้างพวกนั้นเรอะ?”

“บอกกับเธอเสมอ ความถูกต้องต้องมาก่อน”

“อย่ามาตามเรนี่อีก…น่าเบื่อ…” ปากว่าน่าเบื่อแต่ในใจหล่อนรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวขึ้น แต่อย่างไงก็ปากก็ไม่ยอมรับ

เขาไม่ใช่หรือที่บอกว่าหล่อนเป็นแม่มด

“จนกว่าจะพบตะเกียงแก้ว จนกว่ามนต์ดำจะออกจากตัวเธอ ผมก็เบื่อกับพฤติกรรมของเธอ!”

“ตะเกียงแก้ว…ตะเกียงแก้ว และตะเกียงแก้ว บอกกี่ครั้ง กี่หน ไม่มี…ไม่มี เรนี่ไม่ว่างเหมือนนายหรอก ต้องเข้าบริษัทแล้ว” พูดจบหล่อนผละไป และพูดดัก “ไม่ต้องตามล่ะ!”

ปกติเรนี่ไม่เคยสนใจการงานของครอบครัว ตั้งแต่เล็กจนโต อยู่กับห้างซาร่ามาตลอด วิ่งเล่นช่วยขายของบ้าง จนโตก็ทำงานเล็กๆ น้อยๆ จนอาบงกชล้มป่วย เรนี่รู้สึกตัวเองควรเป็นตัวแทนอาสาว และต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

หล่อนมาถึงห้างและพบว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารมานั่งรอผู้บริหารที่ห้องรับรองแขก…พนักงานบัญชีด้านหน้าหลายสิบคนอึดอัด เพราะรู้ว่าผู้บริหารไม่ยอมออกมาพบ

ธนาคารมาทวงหนี้ มาถามหาความคืบหน้า

เรนี่เดินเข้าไปในห้องประชุม

วันนี้ปู่อำนวย พ่อสุมิต แม่ใหญ่ยุวดี อยู่พร้อมหน้ากับพี่วิชาและพี่เกศรา ถึงเรนี่เดินเข้ามาก็ไม่มีใครสนใจ กำลังตกลงกันว่าใครจะออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารอย่างไร ต่างคนต่างเกี่ยงกันอุตลุต ไม่มีใครอยากเป็นคนคุยผลัดผ่อน เพราะรู้สึกอับอายขายหน้าที่ผิดสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า

“อากชอยู่สักคนก็ดีนะคะ” เกศราเห็นความสำคัญของบงกชทันที

“นั่นสิ อากชคุยเก่ง” วิชาเห็นด้วย “งั้นควรเป็นคุณพ่อออกไปคุย”

คุณสุมิตถอนใจยาว

“พ่อไม่ค่อยสบาย สภาพพ่อไม่เหมาะ ปู่ก็แก่แล้ว”

ปู่อำนวยพยักหน้า พึมพำ

“ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมต้องกระหน่ำแบบนี้ เคราะห์ร้ายทั้งห้างทั้งยายกช หรือปู่ต้องเสียห้างนี้ไปจริงๆ ห้างที่เป็นสมบัติของปู่อย่างแท้จริง สมบัติชิ้นเดียวที่ปู่เคยภูมิใจนัก”

“ก็มันยุคไหนแล้วครับ ปล่อยๆ ไปเถอะครับ” วิชาเห็นด้วย

“ล้มละลายเลยนะ…ปู่ไม่…ไม่…”

“ก็ล้มสิครับ”

“ปู่ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ ปู่ยังไม่ยอม!”

คนแก่ดื้อ

“ปู่หวังว่ากชมันจะรีบออกจากโรงพยาบาลมาช่วยปู่ มันสามารถยืนหยัดช่วยปู่มาเป็นสิบปีที่ขาดทุน กชมันต้องทำได้ มีแต่กชที่จะช่วยปู่ได้”

คุณสุมิตหันมาทางภรรยาพลางกล่าวว่า

“คุณยุ…คุณช่วยไปเจรจากับธนาคารกับลูกๆ หน่อย บอกว่ากชอยู่โรงพยาบาล รอให้กชหาย จะจัดการให้เรียบร้อย โยนให้กชไปก่อน ถ่วงเวลาไปก่อน”

“เป็นแบบนี้ทุกที พวกผู้ชายขี้ขลาด!” คุณยุวดีคิดในใจ

Don`t copy text!