มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 45 : เงิน?

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 45 : เงิน?

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-45-

 

ดึกแล้ว…เรนี่นอนไม่หลับ

ภาพวันนี้ยังติดตา…กับปัญหาครอบครัว

ที่โรงพยาบาล แก๊งทวงหนี้นอกระบบมาทวงหนี้อาบงกชถึงโรงพยาบาล พอไปที่ห้างเจ้าหน้าที่ธนาคารก็มาทวงหนี้

หนี้สิน…หนี้สิน…หนี้สิน…

ปัญหาคือ…ขาดเงิน

เงิน…เงิน…และเงิน

มองสภาพแล้ว อากชคนเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้แน่ ทรัพย์สมบัติส่วนตัวและอื่นๆ ของอาก็ถูกแปรเป็นเงิน และละลายหายไปกับดอกเบี้ยมหาโหด

ต้องมี ‘เงิน’ อากชอาจจะหมดหนทางแล้ว แต่เรนี่…เธอยังไม่จนหนทาง เรนี่…เป็นใคร ใคร…และเรนี่ต้องทำได้

ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ เรนี่เอ๋ย…เจ้าจะเป็น ‘แม่มด’ ไปทำไม

เนรมิตเงิน!

จะกี่ร้อยล้านกี่พันล้าน เอามาช่วยกอบกู้กิจการ

เงิน…

คิด…และปรารถนา แค่จิตคิด…จะสำเร็จ ไม่ต้องใช้คาถาใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่จิตต้องนิ่ง ต้องมั่น ต้องปรารถนา

เงินคือ…พระเจ้า!

พิสูจน์ความเป็นแม่มดเต็มตัว ‘งาน’ ใหญ่ที่หล่อนตั้งใจทำด้วยตนเองครั้งแรก เรนี่จ้องไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ตั้งมั่นสุดๆ

ให้มีเงินเต็มโต๊ะ…แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ตกใจ

เงิน…เงิน…เป็นปึกๆ ใบละพันกองสูงนับไม่ถ้วน…ที่หล่อนเนรมิต ใช่เลย…แม่มดเรนี่ หล่อนทำได้…ทำได้แล้ว

หัวใจหญิงสาวเต้นแรง

เงิน…เงิน…เงิน…ถ้ามีเงินมากมายขนาดนี้ และจะมีต่อไปเรื่อยๆ ครอบครัวหล่อนไม่มีวันลำบาก

เรนี่ดีใจจนตาลาย ตกใจ ตื่นเต้น

แล้ววูบหนึ่งเห็น ‘ตะเกียงแก้ว’ ลอยไปมาอยู่เบื้องหน้า

แสงสว่างวาบเปล่งประกายรัศมีของตะเกียงแก้ว งดงามจนลืมตัวชั่วขณะ ชั่วขณะที่รู้สึกดี รู้สึกผิดชอบชั่วดี และรู้สึกว่าการเนรมิตเงินมากมายเช่นนี้…ไม่ถูกต้อง!

และเมื่อตะเกียงแก้วหายวับไป ในเวลาต่อมา ความรู้สึกที่ว่าไม่ถูกต้องก็หายวับไปเช่นกัน

วิลก็เห็น ‘ตะเกียงแก้ว’

แว่บเดียวที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เขาตั้งใจมาห้ามไม่ให้เรนี่ทำผิด และมาพาหล่อนไปพบยายทาฮิร่า

เรนี่เห็นวิลก็พูดขึ้น

“เรนี่เพิ่งรู้สึกว่าการเป็นแม่มด มันดีตรงนี้ ดีที่สุด รู้ว่าดีมาก…เงินทั้งนั้น…เงินจะช่วยแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง”

“ผมเห็นตะเกียงแก้ว…” พ่อมดวิลมุ่งไปที่สำคัญกว่า

“เรนี่ก็เห็น…”

“เธอจะต้องสัมผัสตะเกียงแก้วให้ได้เพื่อคืนยายทาฮิร่า”

“ไม่เคยทัน แค่เห็นแว่บๆ ก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก”

“อยู่กับเธอจริงๆ”

“แค่เห็นนะ เรนี่ยังไม่ได้ครอบครอง แต่สิ่งที่ครอบครองจริงๆ ดูนี่…ดูนี่สิ เงินทั้งนั้นเลย…เงิน…เงิน…” แววตาหญิงสาวเปล่งประกายด้วยความสุข

“ไปกับผม…”

“ไปไหน?”

“ยายทาฮิร่ากับยายบาบาร่ารออยู่ เธอต้องพบผู้ใหญ่ฝ่ายดีบ้าง ผมคงห้ามเธอทำผิดไม่สำเร็จแล้ว”

“ไม่…ไม่…ไป”

“ต้องไป!”

เขาจูงมือหล่อน และจะพาหล่อนขี่ไม้กวาดทะลุมิติไปดินแดนเวทมนตร์ เรนี่ขัดขืน

“ไม่ไป!”

อำนาจมนต์ดำหล่อนช่างรุนแรงนัก ต่อต้านวิล

วิลซึ่งศึกษาและท่องคาถามาตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ยังต้านทานการปฏิเสธของหล่อนยากนัก

ใช่สิ…ถ้าหล่อนต่อต้านจริงจังล่ะก็ วิลไม่มีทางพาหล่อนไป

แต่…มือแข็งแรงที่จับมืออ่อนนุ่ม ลื่นละมุน ทำเอาเรนี่ใจอ่อน อบอุ่นนัก หล่อนปรารถนาความอบอุ่นเช่นนี้ จนกลายเป็นใจอ่อนไร้การต่อต้าน ยอมให้เขาพาหล่อนขึ้นขี่ไม้กวาด

เขาอยู่ด้านหลังโอบกอดหล่อนไว้ อ้อมแขนนั้นไม่ทำให้หล่อนเกรงกลัวอะไรอีกเลย ไม่ว่าจะผ่านทะลุมิติอย่างไร เรนี่กลับใจอ่อนและพอใจ แอบอมยิ้มกับตัวเอง

วิลโอบกอด…ตอนแรกก็แค่โอบกอดเบาๆ เกรงหล่อนจะตกไม้กวาด…เกรงหล่อนจะต่อต้าน อารมณ์หล่อนแปรปรวนแสนง่าย

แล้ว…ความรู้สึกภายในลึกๆ เขากับหล่อน

เขารักหล่อน

รักแม่มดน้อยจอมยุ่งที่มีมนต์ดำคนนี้

รักมนุษย์กึ่งแม่มดที่แสนดื้อรั้น และชอบทำผิดเสมอ

สำหรับเรนี่…หล่อนน่าจะยังมีทางแก้ไข ยังกลับตัวได้ ตะเกียงแก้ววิเศษวนเวียนอยู่รอบตัวหล่อนอย่างน่าอัศจรรย์

แล้วอ้อมแขนก็รัดแน่นขึ้น เขาสูดดมความหอมจากผมที่ปลิวกระจายและบริเวณแก้มนวลที่หล่อนเอียงหน้ามา

เรนี่หน้าแดง แกล้งตำหนิ

“ฉวยโอกาส!”

“อดใจไม่ไหวจริงๆ”

“พ่อมดเจ้าชู้!”

“ผมใจเดียว”

“แม่มดเซลิน่าแสนสวย”

“เธอคือเพื่อนรักที่ตายแทนกันได้”

“เพื่อนรักก็กลายเป็นคนรัก”

“เพื่อนรักเพื่อนตาย ไม่เหมือนคนรัก”

“แล้วใครเป็นคนรักนาย?”

พ่อมดวิลไม่ตอบ แต่จูบแก้มนวลอย่างตั้งใจ

แทนคำตอบ!

“ไม่นะ…เรนี่ไม่ใช่…อย่าโมเม…”

“ผมจะเปลี่ยนเรนี่ให้ได้ จากมนต์ดำเป็นมนต์ขาว ไม่ว่าจะทำวิธีไหนและจะเป็นเช่นไร”

“พูดเหมือนอันตราย ก็อย่าทำสิ เรนี่มีเวทมนตร์ดีจะตาย”

“เธอจะเป็นทาสมนต์ดำไม่ได้”

“เสกเงินได้…วิเศษ…”

“บอกว่า…ผิด…ผิด…”

“แต่มันดีสำหรับเรนี่…” แล้วเพิ่งนึกได้ “ว้าย! เงินยังอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมดเลย ยังไม่ได้เก็บใส่ลิ้นชัก”

“มันก็คือเศษกระดาษ ที่หลอกได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น!”

พ่อมดวิลพูดถูก เพราะเมื่อเรนี่ขี่ไม้กวาดออกมากับวิล ในตอนนั้นเกศรายังไม่นอน กำลังจะนอนและครีมทาผิวหมดจึงมาเคาะห้องน้องสาวและเมื่อไม่มีเสียงตอบรับ และประตูเปิดได้ จึงก้าวเข้ามา

“ไปไหนเนี่ย?”

เกศรามองหาน้องสาวต่างมารดา

“จะมาขอครีมทาผิว” แล้วเดินไปที่โต๊ะ เห็นสิ่งที่อยู่บนโต๊ะจึงเบิกตากว้าง

เงิน…เงินทั้งนั้น เป็นปึกใหญ่ๆ เต็มโต๊ะ กองมหึมา!

“กี่…กี่ล้าน…กี่ร้อยล้าน!” ลานตาจนพูดไม่ออก

จับขึ้นมาปึกแรก…

เงินจริงๆ…

“เรา…เรา…รวยแล้ว…รวยแล้ว ยัยเรนี่มีเงิน!” ออกมาตะโกนลั่นบ้าน

จนในความมืดกลายเป็นแสงสว่าง เปิดไฟหลายดวง

ปู่อำนวย…พ่อสุมิตกับแม่ยุวดี รวมทั้งพี่ชาย วิชา ก็ตื่นและเดินมาตามเสียงตะโกนของเกศรา

เสียงเกศราดังขนาดเด็กรับใช้ในเรือนหลังยังต้องตื่นและแอบดูอยู่ห่างๆ

เกศราเรียกทุกคนอย่างตื่นเต้น

“คุณปู่คะ…พ่อคะ…แม่คะ พี่ชา…เร็ว…มาที่ห้องยัยเรนี่เร็ว…มาดูอะไร…มาดู…”

“อะไรกัน เอะอะลั่น?” คุณยุวดีถาม “แม่กับพ่อหลับไปแล้วนะ”

“ตื่นเถอะค่ะ มาดูนี่ คุ้มค่าที่ตื่นแน่ๆ ค่ะ” เกศราพูดละล่ำละลัก

“นี่มันห้องยัยเรนี่…เจ้าของห้องไปไหนล่ะ?” วิชาถามน้อง

“ไม่รู้ค่ะ…แต่บนโต๊ะ…สำคัญกว่าเจ้าของห้องค่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้นตลอดเวลา

“ทั้งปู่กับพ่อแกไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ท่านต้องพักผ่อน” มารดากล่าว “อย่าทำให้ผู้ใหญ่เสียเวลาพักผ่อน เสียงแกก็ให้มันเบาๆ หน่อย เจอผีหรืออย่างไง ร้องลั่นอย่างคนบ้า”

“ยิ่งกว่าผีอีกค่ะ คุณแม่ ชวนทุกคนมาดูเงินที่ยัยเรนี่หามาได้ เต็มโต๊ะเลย ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านแน่ๆ ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านจริงๆ”

“เงิน!” ทุกคนตกใจ “เงินที่ไหน?”

“นี่ไงคะ…บนโต๊ะ…” เกศราชี้ไปที่โต๊ะ ทำให้ทุกคนรีบกรูไป

บนโต๊ะ…เบิกตากว้าง

“ไหนเงิน?” วิชาถามเสียงเย็นชา

“บนโต๊ะไงคะ”

“แกท่าจะบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“บ้าเพราะเห็นเงินค่ะ” คนพูดหน้าบาน “ถ้ายัยเรนี่มีเงิน พวกเราก็สบาย”

“มาดู…เงินของแก!” วิชาลากแขนน้อง “ดู…ดู…”

เงิน…

ตายแล้ว…ใบละพันเป็นปึกๆ ที่หล่อนยังสัมผัสเมื่อครู่อยู่เลย…ทำไมเป็นแบบนี้…กระดาษขาว…กระดาษ…ขาวเป็นปึกๆ ขนาดเดียวกับธนบัตรใบละพัน

จับดู…จับหลายปึก…ล้วนเป็นกระดาษขาว!

ทุกคนก็เห็น…เศษกระดาษ…

ทุกคนมองหน้าเกศรา ที่เริ่มขาวซีดไม่ต่างกับกระดาษบนโต๊ะ

“เล่นตลกอะไร?” วิชาถามเสียงเย็นชา

“เมื่อกี้ยังเป็นเงิน”

“เงินไหนล่ะ?”

“เรนี่เล่นตลกอะไร?” กลายเป็นเกศราต้องถามตัวเอง

“เสียเวลานอนชะมัด” วิชาบ่น

“อย่าทำแบบนี้อีกนะยัยเกศ” มารดาโคลงศีรษะ

“แกทำพ่อตกใจนะ ยัยเกศ พ่อไม่ค่อยแข็งแรง อย่าให้พ่อต้องหัวใจวาย” คุณสุมิตกล่าว

“ปู่ว่าแกต้องไปเช็คประสาทสักหน่อย สมองแกมีปัญหาเรอะ” ปู่อำนวยผิดหวัง พลางเดินออกไป

จนเหลือวิชาที่มองหน้าน้องสาว

“เธอจะบ้าเรอะ พวกเรายิ่งเครียดๆ เรื่องไม่มีเงินอยู่ ยังเอาเรื่องเงินมาล้อเล่น”

“พี่ชาคะ เชื่อเกศสักครั้งได้มั้ยคะ เมื่อกี้เป็นเงินสดจริงๆ นะคะ”

“พี่เชื่อสายตาตัวเอง”

“เงิน…เงินแน่ๆ ค่ะ”

“คุณปู่พูดถูก แกคงฝันไปแน่ๆ หรือสมอง หรือสายตามีปัญหา พี่เชื่อสายตาตัวเอง…เห็นๆ อยู่ว่าเป็นกระดาษขาวทั้งนั้น”

เห็นอยู่…เป็นกระดาษขาว…ในตอนนี้

พี่ชายโคลงศีรษะและเดินออกไป ทิ้งให้เกศรางง…พยายามมองอีกครั้ง จะมองให้เป็นเงินให้ได้…แต่ก็คือเศษกระดาษขาว…

เรนี่สัมผัสถึงบรรยากาศชวนอึดอัดรอบด้าน อีกครั้งที่หล่อนมาที่เคหาสน์ของยายทาฮิร่า ดินแดนเวทมนตร์

เหมือนตัวเองเป็นจำเลยอย่างไงชอบกล

รายล้อมด้วย ยายบาบาร่า วิล เปเลส เซลิน่า และแมวอีกสองตัว

เจ้าของเคหาสน์เอ่ยปากก่อน

“หนูเรนี่” กระแสเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา รวมทั้งแววตา ทางสภาเมืองเวทมนตร์ต้องการพบหนู แต่ยายยังขัดขวางอยู่ ยังไม่อยากให้หนูถูกซักฟอก ไม่อยากให้หนูตกเป็นจำเลย เพราะยายยังเชื่อว่าหนูเรนี่ของยายเป็นคนดี เป็นแม่มดที่ดีได้”

เรนี่หันรีหันขวาง พลางถามว่า

“แล้วเรนี่ทำอะไรผิดคะ?”

แม่มดเซลิน่าพึมพำว่า

“อ้าว! ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดอีก ผิดเป็นกระบุง ศึกษามนต์ดำ ทำร้ายคน…เนรมิตเงินตรา แค่สามข้อนี้ก็ต้องถูกจองจำแล้ว”

เปเลสสะกิดเพื่อน

“พึมพำดังไปหน่อยนะ”

“ก็ตั้งใจอยากให้ได้ยิน”

เรนี่จึงหันมาทางเซลิน่าว่า

“ไม่เห็นผิดอะไรเลย” แก้ตัวเป็นเปลาะๆ ว่า “คาถามนต์ดำก็มาเอง ดีออกเป็นคนวิเศษ ส่วนทำร้ายคนก็ไม่ชอบนี่นา โมโหนี่นา อยากมาเรื่องมากกับเรนี่ก่อนต้องเจอดี และเนรมิตเงินก็ยิ่งยอดเยี่ยม เป็นแม่มดอยากได้อะไรต้องได้ พวกแม่มดก็มีคาถาเนรมิตโน่น นั่น นี่ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเงิน สุดยอดปรารถนาของคนเชียวนะ ต่อไปจะเสกแก้วแหวนเพชรพลอยมาเพิ่มด้วยซ้ำ”

หล่อนพูดอย่างร่าเริง เสียงดังฟังชัด แต่รอบตัวกลับเงียบกริบ จนวิลต้องพูด

“เหตุผลไม่เข้าท่า!”

รวมทั้งยายบาบาร่าก็เอ่ยปาก

“เห็นผิดเป็นชอบ ทำไมตะเกียงแก้วเลือกจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เด็กสาวคนนี้หนอ คงต้องจับใส่ตะเกียงแก้วล้างความคิดเสียหน่อย นิสัยอย่างงี้แก้ยาก”

แต่ยายทาฮิร่าแก้ตัวแทน

“เด็กคนนี้ยังแก้ได้ ตะเกียงแก้วเลือกวนเวียนอยู่กับเธอ เธอไม่เลวร้ายหรอก ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรที่พวกเรายังต้องค้นหาความจริง ต้องโทษยายแท้ๆ ของเธอที่เลวร้าย ทำร้ายแม้กระทั่งหลานแท้ๆ ของตัวเอง!

 

Don`t copy text!